เจ้าสายฟ้าแผดเสียงแหลมดังก้องออกมาจากป่าเขาไข่มังกรซิวลู่ฉิงมองเห็นแล้วรีบชี้ให้สหายทั้งสามดู
“เหยี่ยวระวังภัยแจ้งข่าวแล้ว!”.
ไต้เส้าจวินที่อยู่ในห้องพักอาจารย์ได้ยินก็รีบพรวดพราดออกมาเด็กทั้งสี่วิ่งไปยังด้านหลังหอสมุด จงกว้านซีที่วิ่งตามหลังสหายมองเห็นชายกระโปรงเด็กหญิงแวบๆแม้จะสงสัยแต่ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะสนใจเรื่องอื่น
หวังต้าจิ้งทะยานมาจากทิศใดเกินจะรู้ใดบุรุษชราทะยานนำหน้าอาจารย์จากฝ่ายสอนศิษย์รุ่นใหญ่อีกสองคนเข้าไปในทุ่งหญ้า โดยมีไต้เส้าจวินและจงกว้านซีตามไปติดๆ
“พวกเราจะตามเข้าไปไหม?”
“ไม่ได้! เราจะกลายเป็นภาระคงจะมีผู้บุกรุกเข้ามาตรวจเรือนที่กักขัง ใต้เท้าไต้เอาไว้”
เด็กทั้งสามกำหมัดตื่นเต้น“หัวหน้าคนร้ายน่ะหรือ?”
“ไม่แน่หรอกเจ้าไม่เคยอ่านนิยายเหมือนข้า หัวหน้าคนร้ายมักจะแฝงตัวอยู่ในคราบของขุนนางผู้ใหญ่หรือคนที่ใครๆก็คาดไม่ถึง”
ชิงเว่ยเว่ยอมยิ้ม“ข้าก็คิดอย่างเจ้า พวกที่ถูกส่งมาน่าจะเป็นแค่ลิ่วล้อเท่านั้นข้าเองก็อยากรู้ว่านอกจากนักรบชู่ชีที่พวกเขาว่าจ้างให้มาซ่อนอยู่ในเขาไข่มังกรแล้วในเมืองหลวงยังมีคนพวกนี้ซ่อนอยู่อีกมากเท่าใด?”
“เจ้าคิดว่าพวกเขาแฝงกายอยู่ที่เมืองหลวงนี้จำนวนมากหรือ?”
“ไม่แน่! คนชนเผ่านี้ภาคภูมิใจในเครื่องแต่งกายของพวกเขายิ่งนักแต่ก็ดูสังเกตง่ายเกินไปหากคิดจะอยู่ในเมืองหลวงดังนั้นพวกเขาจำต้องแต่งกายชุดอย่างพวกเราเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต คนที่ว่าจ้างพวกเขามาคงไม่เอานักรบพวกนี้มาแค่กลุ่มเดียวแน่”
ซิวอี้เซิงจดๆ จ้องๆ อยู่ครู่หนึ่งก็พลันหงุดหงิด“ข้าล่ะอยากไปดูการต่อสู้นี้ด้วยตัวเองนักอยากเห็นฝีมือของอาจารย์ใหญ่หวังว่าจะร้ายกาจสักเพียงใด?”
ครั้นได้ยินอย่างนั้น ชิงเว่ยเว่ยก็นึกขึ้นมาได้ว่านางยังไม่เคยเห็นการต่อสู้ของหวังต้าจิ้งมาก่อนจอมยุทธ์ผู้แฝงกายในคราบปัญญาชนอยู่นานปีหากมีโอกาสได้เห็นการประลองของอาจารย์ใหญ่สักครั้งคงจะดี
“ข้าเองก็อยากเห็นนะหัวหน้าซิวแต่ครั้งนี้เป็นเรื่องอันตรายเกินไปหากพวกเราแอบตามไปเหล่าอาจารย์จะต้องห่วงหน้าพะวงหลัง พวกเรารออยู่ข้างนอกนี้จะดีกว่า”
ร่างในผ้าคลุมยาวสีม่วงเข้มกวาดตามองไปรอบๆเรือน มีร่องรอยการต่อสู้ดุเดือดแต่คนของเขากลับไม่เหลือสักคน
“คงจะถูกฆ่าไปหมดแล้ว ตัวประกันก็ถูกชิงไปด้วยฝีมือใครกัน?”ชายร่างใหญ่นึกทบทวนถึงคนน่าสงสัยสองกลุ่มที่เคยบุกรุกเข้ามาในป่าเขาไข่มังกร
“ต้องเป็นคนที่รู้จักกับใต้เท้าไต้แน่ขอรับ”
“ส่งคนของเราไปสืบเดี๋ยวนี้! แล้วรีบเข้าไปแจ้งให้นายใหญ่ได้ทราบ”
“ขอรับ”
เสียงฝีเท้าคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางนี้เขาตวัดหางตามองไปรอบๆ ดูเหมือนฝ่ายนั้นอาจจะให้คนมาซุ่มดูจึงได้รู้ว่าวันนี้เขากับลูกน้องกลุ่มใหญ่มาที่นี่
“มีคนมาไปดักเดี๋ยวนี้”
ชายชุดดำที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบพากันกระจายออกไปสองแถวแถวแรกกระโจนขึ้นไปยืนบนกิ่งไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าเรือนพวกเขาคว้าเอาเกาทัณฑ์ที่สะพายไว้ออกมาขึ้นลูกธนูง้างรอ
“หวี้ด...............!”
เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นรอบๆคนทั้งหมดมองหาต้นเสียงก็พบเหยี่ยวสีดำเทาตัวใหญ่บินฉวัดเฉวียนหลบหลีกต้นไม้คล่องแคล่วว่องไว
“แย่ล่ะ! นั่นเหยี่ยวระวังภัย”
พลเกาทัณฑ์ทั้งหมดหันลูกศรตามเหยี่ยวตัวนั้น
“ยิงมันให้ตาย อย่าให้มันร้องเรียกคนเข้ามาหาเราได้”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เจ้าสายฟ้าหลบหลีกว่องไว ลูกธนูเฉียดปลายปีกทั้งสองข้างแต่ก็ยังไม่อาจจะทำร้ายขนได้แม้สักเส้นคนในชุดคลุมสีม่วงเงยหน้ามองด้วยความหงุดหงิด เขาล้วงเอามีดสั้นของตนเองออกมาขว้างไปยังเหยี่ยวที่ร้องเสียงแหลมสูงและบินวนราวกับกำลังชี้ตำแหน่งที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่
อาจารย์หนุ่มสองคนที่ติดตามหวังต้าจิ้งยิงลูกศรสวนเข้ามาถูกคนที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้ร่วงลงพื้นไปคราวเดียวถึงหกคน
ไต้เส้าจวินมองตามด้วยความชื่นชมเขาเคยได้ยินว่าคนทั้งสองเก่งกาจในการยิงธนู แต่ไม่คิดว่าจะฆ่าคนได้ถึงคราวละสามคนจอมยุทธ์ทั้งสองใช้ลูกธนูยิงออกไปครั้งละสามลูกซึ่งไม่มีลูกใดสูญเปล่าทุกดอกล้วนปักเข้าร่างกายของศัตรู
“ระวังคนแถวล่าง!พวกเราจะคุ้มกันเอง พวกท่านบุกได้”หนึ่งในสองร้องบอกแล้วกระโจนขึ้นไปบนกิ่งของต้นไม้ใหญ่
เสียงลูกธนูแหวกอากาศสวนกันไปมาอาจารย์ใหญ่หวังพร้อมด้วยอาจารย์หนุ่มทั้งสองบุกตะลุยเข้าไปในเรือนหวังต้าจิ้งชักกระบี่กระโจนเข้าถึงตัวชายในชุดคลุมสีม่วง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ชายชุดม่วงชักกระบี่ออกรับอย่างว่องไวร่างของคนทั้งสองลอยละลิ่วกระแทกผ่านเสาไม้ไปถึงสามเสา
ปึง! ปึง! ปึง!
หลังของคนชุดม่วงปะทะเสาจนหักโค่นทว่าแรงกดกระบี่และแรงรับของจอมยุทธ์ทั้งสองกลับไม่ลดลงไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีกวัดแกว่งกระบี่เข้าบุกจนคนชุดดำแตกกระเจิง
“นี่ไม่ใช่นักรบชู่ชี”เขาหันไปบอกสหาย
“ต้องจับตัวหัวหน้ามันให้ได้”
ทั้งการยิงธนูที่แม่นยำและฝีมือที่ร้ายกาจอาจารย์หนุ่มทั้งสี่คนจากสถาบันเค่อเฉิงช่วยกันต่อสู้กับชายชุดดำกลุ่มใหญ่กระทั่งเหลือไม่ถึงหนึ่งในสาม
หวังต้าจิ้งกับชายชุดม่วงลอยขึ้นไปต่อสู้กันที่ปลายไม้ผ่านไปถึงยี่สิบกระบวนท่า อีกฝ่ายก็ยังไม่เพลี้ยงพล้ำ หวังต้าจิ้งนิ่วหน้าคนที่จะรับมือเขาได้เกินยี่สิบกระบวนท่าในยุทธภพนี้แทบจะนับนิ้วได้
“เจ้าคือคนจากสำนักใด?”
เสียงหัวเราะหึๆแทนคำตอบ ชายในชุดม่วงทะยานเข้ารุกหมายชีวิตอาจารย์ใหญ่หวัง แม้เขาจะรู้ว่าด้วยฝีมือของตนคงไม่อาจจะทำร้ายยอดฝีมือวัยชราผู้นี้ได้
หวังต้าจิ้งเห็นว่าตนเองเสียเปรียบด้านพลังที่ถดถอยตามอายุจึงได้ใช้เคล็ดวิชากระบี่ออกมาสั่งสอนคนตรงหน้า
“ต่อให้ข้าจะแก่ยิ่งกว่านี้ก็ใช่ว่าคนอย่างเจ้าจะเอาชนะข้าได้ง่ายๆ”
***************************