บทที่ 7 พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
ในเวลาเพียงไม่กี่นาที เจียงเยว่ก็หั่นพริกกับเนื้อหมูเสร็จแล้ว
“ผมไม่พักแล้ว ให้ผมทำเองก็ได้ คุณอยากได้แบบไหนล่ะ?” ลู่อวี้รับมีดทำครัวจากเจียงเยว่ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“งั้นคุณช่วยทำปลา ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็ชิ้น จากนั้นก็หมักกับขิง ซีอิ๊ว และเหล้าจีนสักพักหนึ่ง”
พูดจบ เจียงเยว่ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอซื้อมาแค่เหล้าขาว ยุคนี้ยังไม่มีเหล้าจีนสำหรับปรุงอาหารขาย
“คุณจัดการกับปลาเสร็จแล้วก็พอ ที่เหลือเดี๋ยวฉันทำเอง”
ลู่อวี้พยักหน้า
เจียงเยว่ยืนอยู่ที่ประตู มองลู่อวี้ทำปลา ขอดเกล็ด หั่นเป็ชิ้น และล้างทำความสะอาดอย่างคล่องแคล่วว่องไว
ทุกท่วงท่าล้วนดูชำนาญ
ทำไมเขาถึงรู้อะไรมากมายขนาดนี้? ที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างไรกันแน่?
ลู่อวี้ล้างผักต่าง ๆ เสร็จอย่างรวดเร็ว
“ภรรยา ตอนเย็นผมจะกลับมาผัดกับข้าวเอง คุณพักผ่อนเถอะ”
ลู่อวี้มองไปรอบ ๆ แล้วพบว่าขาดอะไรไปอย่าง
“ผมจะไปซื้อเตาถ่านกับถ่านมาเพิ่มก่อนแล้วกัน”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เจียงเยว่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เธอก็นึกอยู่เหมือนกันว่าในครัวขาดอะไรไป ที่แท้ก็ลืมของสำคัญที่สุดไปนี่เอง
พอชินกับการใช้เตาไฟฟ้าแบบสมัยใหม่ ก็ลืมไปเลยว่าตอนนี้เป็ยุค 70 ที่ใช้แต่เตาถ่าน
“ซื้อมาสองเตาเลยนะ” เจียงเยว่เตือน
เตาเดียวผัดกับข้าวช้าเกินไป ถ้าจะเลี้ยงข้าวแขก อย่างน้อยต้องใช้สองเตาพร้อมกัน ถึงจะผัดกับข้าวเสร็จเร็ว ไม่อย่างนั้นอาหารมื้อหนึ่งคงต้องใช้เวลาเป็ชั่วโมง
“ได้”
ลู่อวี้กำลังจะออกไป เจียงเยว่ก็รีบวิ่งตามออกมา
“คุณลืมเอาเงินกับตั๋วไป”
เจียงเยว่ยื่นเงินสามสิบหยวนกับตั๋วหลายใบให้ลู่อวี้
“ขอบคุณนะภรรยา”
หลังจากที่ลู่อวี้ออกไป เจียงเยว่ก็จัดการกับผักที่เหลือต่อ
“ก๊อก ๆ ๆ”
ขณะที่เจียงเยว่กำลังยุ่งอยู่นั้น เธอได้ยินเสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าบ้าน
เจียงเยว่ล้างมือ จากนั้นก็เดินไปเปิดประตู เธอเห็นจางอวี้กับภรรยาทหารอีกหลายคนยืนอยู่หน้าบ้าน
“สหายเจียง เธอกำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่เหรอ?”
ถึงแม้ว่าเจียงเยว่จะไม่ค่อยชอบหน้าจางอวี้ แต่ในเมื่อตอนนี้เธออยากเข้ากับคนอื่น ก็ต้องทำตัวเป็มิตรหน่อย แต่ถ้าจางอวี้ยุ่งไม่เข้าเื่ เธอก็พร้อมจะโต้ตอบ
เมื่อเห็นเจียงเยว่ไม่พูดอะไร จางอวี้ก็เบียดตัวเข้ามา แล้วเดินตรงไปที่ครัวอย่างรวดเร็ว
เธอเห็นว่าผู้พันลู่กับเจียงเยว่ขนของกลับมาเต็มไม้เต็มมือ
“โอ้โห สหายเจียง ซื้อของดี ๆ มาเพียบเลยนะเนี่ย”
เนื้อชิ้นใหญ่ขนาดนั้น ปลาอีกหนึ่งตัว แถมยังมีอีกตั้งหลายอย่าง ทั้งผัก เนื้อตากแห้ง ปลาตากแห้ง
หรือว่าคืนนี้ผู้พันลู่กับเจียงเยว่จะกินทั้งหมดนี่?
แค่สองคน จะกินหมดเหรอ?
ภรรยาทหารคนอื่น ๆ เห็นของในครัวก็รู้สึกใเช่นกัน
พวกเธอเห็นเจียงเยว่ซื้อของพวกนี้มาแล้ว ไม่คิดว่าเธอจะซื้อเนื้อตากแห้งกับปลาตากแห้งเพิ่มมาอีก
ปกติเนื้อตากแห้งกับปลาตากแห้งจะมีกินกันก็ต่อเมื่อถึงเทศกาลสำคัญ ๆ เท่านั้น วันธรรมดาไม่ค่อยมีใครกินหรอก
“พี่สะใภ้มาพอดีเลย คืนนี้ฉันกับลู่อวี้จะเลี้ยงข้าวทุกคน”
สามีของพวกเธอเป็เพื่อนสนิทกับลู่อวี้ วันนี้เธอซื้อของมาเยอะแยะ เดิมทีตั้งใจจะเลี้ยงข้าวทุกคนในวันพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้จะทำอาหารให้ลู่อวี้กินเป็พิเศษ อยากให้เขาได้ลิ้มลองฝีมือของเธอ
แต่ในเมื่อพวกเธอดันมาเห็นซะก่อน ก็เลี้ยงวันนี้เลยแล้วกัน
จางอวี้มองเจียงเยว่ด้วยความใ เจียงเยว่จะเลี้ยงข้าวพวกเธอเนี่ยนะ?
นี่มันเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก*[1]เลยนะ!
เจียงเยว่แต่งงานกับผู้พันลู่มาเกือบปีแล้ว เธอมาที่นี่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยเลี้ยงข้าวพวกเธอเลย เจียงเยว่ทำอาหารเป็ด้วยเหรอ? จะวางยาพิษพวกเธอหรือเปล่า?
“สหายเจียง เกรงใจจัง...” ถังจาวตี้กำลังจะปฏิเสธ แต่จางอวี้ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ขอบคุณสหายเจียงมากเลยนะ พวกเรารอคอยมื้อนี้อยู่ตั้งนานแล้ว”
หลินหลิงกำลังจะปฏิเสธเช่นกัน แต่พอได้ยินจางอวี้พูดแบบนั้น สีหน้าของทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
สหายเจียงทำอาหารไม่เป็ ถ้าเลี้ยงข้าวแขกแบบนี้ เกรงว่าผู้พันลู่ต้องเป็คนทำอาหารเอง พวกเธอจะกล้ารบกวนผู้พันลู่ได้อย่างไร
เจียงเยว่เชิญพี่สะใภ้ทุกคนไปนั่งที่ห้องนั่งเล่น
เธอหยิบแอปเปิลออกมาสี่ลูก แล้วเดินเข้าไปในครัว หั่นแอปเปิลใส่จาน จากนั้นก็ยกออกไป
“ทานผลไม้กันก่อนนะคะ”
ในยุคนี้ แอปเปิลเป็ผลไม้ที่หาได้ง่ายที่สุด ราคาแค่ไม่กี่เหมาต่อครึ่งกิโล
จากนั้นเธอก็ยกส้มออกมาอีกจานหนึ่ง
“สหายเจียง เกรงใจจัง”
จางอวี้รีบหยิบแอปเปิลมากินทันที ถึงแม้ว่าแอปเปิลจะไม่แพง แต่เธอก็ไม่ค่อยได้กินบ่อยนัก
ลูกอมที่เจียงเยว่ให้ เธอเอาไปให้ลูกชายกินแล้ว ส่วนแอปเปิลนี่ เธอจะแอบเก็บไว้ให้ลูกชายบ้าง
เมื่อคิดดังนั้น จางอวี้จึงหยิบแอปเปิลอีกหลายชิ้นยัดใส่กระเป๋าเสื้อ
ถังจาวตี้กับหลินหลิงรู้สึกอับอายขายหน้าแทน สหายเจียงอุตส่าห์เลี้ยงข้าว เลี้ยงขนม กินแค่ชิ้นสองชิ้นก็ไม่เป็ไร แต่กินแล้วยังแอบเอาไปอีก มันน่าเกลียดเกินไปแล้ว
เจียงเยว่เหลือบมองจางอวี้ แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไร
“สหายเจียง เดี๋ยวพวกเราช่วยทำอาหารนะ” ถังจาวตี้พูดด้วยรอยยิ้ม
หลินหลิงพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่ ๆ”
เจียงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้ แต่ฉันเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไม่รบกวนหรอกค่ะ”
ถังจาวตี้กับหลินหลิงไม่ยอมแพ้ พวกเธอถามเจียงเยว่ว่ามีอะไรให้ช่วยอีกบ้าง
เจียงเยว่เลยต้องแบ่งกระเทียมให้พวกเธอไปปลอก แล้วก็แบ่งผักกับขิงต้นหอมไปให้ด้วย
จางอวี้รับกระเทียมมาส่วนหนึ่ง เธอทำทีเป็ปลอกกระเทียม แต่สายตากลับมองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่น
ตู้ในห้องนั่งเล่นถูกล็อกไว้ ข้างในดูเหมือนจะมีของเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าเก็บอะไรไว้บ้าง
“สหายเจียง ทำไมถึงเอาผ้ามาวางไว้บนโต๊ะแบบนี้ล่ะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเยว่จึงมองไปที่ผ้าผืนขาวบนโต๊ะ
ก่อนหน้านี้เธอเคยไปร้านกาแฟและร้านอาหารตะวันตกมาหลายแห่ง เธอรู้สึกว่าการตกแต่งร้านแบบนั้น ดูแล้วสบายตา สบายใจดี
“ผ้านี่เป็ผ้าที่เหลือจากการตัดเสื้อน่ะค่ะ”
เจียงเยว่ไม่ได้บอกว่า เธอตั้งใจเลือกซื้อผ้าผืนนี้มาจากปักกิ่ง
ในยุคนี้ ถ้าเธอพูดแบบนั้นออกไป คงถูกมองว่าเป็คุณหนูตระกูลนายทุนที่ฟุ่มเฟือย แถมยังหาว่าเธอไม่เห็นหัวชาวนาชาวไร่เป็แน่
ผ้าที่เหลือจากการตัดเสื้อก็เก็บไว้แบบนี้ ไม่สิ้นเปลืองแย่เหรอ?
เจียงเยว่ไม่สนใจจางอวี้อีกต่อไป เธอหันไปมองถังจาวตี้ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“ลู่อวี้ไปซื้อเตากับถ่านมาแล้ว เดี๋ยวจะใช้ถ่านใหม่แลกกับถ่านที่ใช้แล้วสองก้อนของพี่สะใภ้ถังนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันเอามาให้ก็ได้”
สหายเจียงทั้งเลี้ยงลูกอมนมกระต่ายขาว เลี้ยงผลไม้ ใจดีขนาดนี้ เธอจะเอาเปรียบได้อย่างไร
เมื่อลู่อวี้กลับมา เขาเห็นผู้หญิงหลายคนในบ้าน จึงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่เจียงเยว่
“ผมซื้อเตาถ่านมาแล้ว วางไว้ตรงมุมห้องนะ เดี๋ยวคลุมด้วยกระดาษไขอีกที”
“ค่ะ”
ลู่อวี้ยกเตาสองเตาเข้ามาในบ้าน
เมื่อเห็นเตาถ่านสองเตา จางอวี้ก็พูดขึ้นว่า
“สหายเจียง ทำไมถึงซื้อเตาถ่านมาตั้งสองเตาล่ะ?”
เจียงเยว่ี้เีอธิบายให้จางอวี้ฟัง
เธอเดินไปที่ประตู กำลังจะไปยกถ่าน แต่ลู่อวี้ก็ห้ามเธอไว้
“เดี๋ยวผมยกเอง”
เจียงเยว่ไม่ได้ปฏิเสธ เมื่อนึกถึงเื่เลี้ยงข้าว เธอจึงพูดขึ้นว่า
“คืนนี้เราเลี้ยงข้าวที่บ้านนะ คุณไปเรียกจางวั่งกับคนอื่น ๆ ที่สนิทมาด้วยแล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่อวี้ก็มองเจียงเยว่อย่างลึกซึ้ง
สองวันมานี้ พฤติกรรมของเจียงเยว่กับก่อนหน้านี้ต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
หรือว่าเธอจะใช้โอกาสนี้ พูดเื่หย่ากับเขาอีก?
[1] พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก เปรียบถึงเื่ที่เป็ไปไม่ได้