การอวยพรครั้งที่ 100 ของซารีน่า เริ่มขึ้นแล้ว เธอบินสูงขึ้นๆ แสงสว่างจากตัวเธอเปล่งประกายและแสงจากปลายปีกโปร่งใสของเธอเริ่มร่วงหล่นสู่ร่างเ้าชายเอ็ดมันน์ที่2เธอบินอยู่เหนือหัวเขา และเริ่มร่ายทำนองเพลง
“นารีงามเลิศล้ำย้ำในจิต แม้เพียงคิดฉุดรั้งกายาเ้า
นางงดงามสมดั่งคำลือเล่า มีเพียงเราสองไร้เงาผู้ใด
ยามราตรีแสงดาวช่างพราวพร่าง สวยสะอ้างดั่งนางที่ชิดใกล้
เปรียบราตรีสวยงามสักเพียงใด ในฤทัยคงมีเพียงแต่นาง “
ระหว่างที่ซารีน่าร้องเพลงอยู่นั้นเ้าชายเอ็ดมันน์ที่ 2เอื้อนเอ่ยระหว่างที่เงยหน้ามองดูแฟร์รี่ร่างเล็กนั้นร่ายร้องเพลง อวยพรให้เขาอยู่เขาถามนางด้วยน้ำเสียงสงสัยว่า
“แล้วข้าจะได้พบหญิงนั้นเมื่อใด”ซารีน่าซึ่งกำลังบินอยู่นั้น เธอหยุดร้องเพลงไประยะหนึ่งแล้วร้องต่อไปว่า
“ในยามใด ใจเ้า บ่มเพาะรัก อุปสรรคขวากหนาม มิอาจกั้น
นางจะเพรียกเรียกเ้า ทุกคืนวัน ได้พบกันเช่นจันทร์และราตรี...”
ซารีน่าร้องเพลงจบเธอบินต่ำลงๆและกายของเธอเริ่มมีแสงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งปีกโปร่งใสของเธอมีแสงสว่างสีขาวอย่างที่้าเสียทีซารีน่ามองดูตัวเองและมือทั้งสอง พร้อมทั้งเนื้อกายของเธอเริ่มเปล่งแสงสีขาวทำให้เ้าชายเอ็ดมันน์ซึ่งกำลังมองดูเธออยู่นั้น เกิดหลงรักขึ้นมาทันที
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
“ในที่สุด ครั้งที่100ของเราเป็ผลสำเร็จจนได้ ดีใจจังเลย” ซารีน่าเอ่ยร้องดีใจโผบินไปบนท้องฟ้า เ้าชายเอ็ดมันน์เหม่อมองดูแฟร์รี่สาวที่กำลังดีใจ
“นี่ ซารีน่า ข้าจะได้พบสตรีผู้เคียงข้างข้าเฉพาะกลางคืนรึ?” ซารีน่าหยุดบินอย่างบ้าคลั่งแล้วหันมาสนใจคำถามของเ้าชายเอ็ดมันน์
“ข้าร้องเพลงเพราะหน้าเ้ามันบอกน่ะเ้ามีชายาตอนกลางวันไม่ได้หรอก”ซารีน่าเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มที่คงดีใจเื่ปีกของเธอ
“เพราะอะไรล่ะ?”
“เพราะว่าเ้ามีกลิ่นแห่งความตายอยู่พรที่ข้าให้เ้าไว้เมื่อเ้ากำเนิด เพื่อให้เ้าปกป้องและปกครองเมืองพ่อเ้าไว้แต่เ้ากลับไปรบฆ่าคนหลายครั้ง แววตาที่เศร้าของเ้าก็ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับความตายของเหยื่อทุกรายพวกนั้นก็คงไม่อยากให้เ้ามีความสุขยามกลางวัน และอยากให้เ้าฝันร้ายในยามกลางคืนหญิงงามในราตรีเท่านั้นที่ทำให้เ้าหายเศร้าได้ นางช่วยเ้าได้มากเลยล่ะ”ซารีน่าเอ่ยบอก พร้อมกระทั่งจะบินจากลา เธอหมดหน้าที่ในระยะแรกแล้วสิ่งต่อไปที่ซารีน่าต้องทำคือ เดินทางกับมิลลี่ตามสัญญา
“ข้าว่า ข้าพบแล้วล่ะหญิงงามผู้นั้น” เ้าชายเอ็ดมันน์ที่2 เอ่ย ซึ่งซารีน่าแทบอยากจะบินหนีเสียในทันทีเพราะเวลานี้ คือราตรีใต้แสงจันทร์เสี้ยว และยามนี้มีเพียงเขากับเธอ
“ไม่นะ ไม่ความรักระหว่างมนุษย์กับแฟร์รี่ มันเป็ไปไม่ได้ข้าใช้ชีวิตกับมนุษย์ยามกลางวันไม่ได้หรอกนะ” ซารีน่าเอ่ยปฏิเสธและจะบินหนีเ้าชายเอ็ดมันน์คว้ามือขวาจับขาข้างซ้ายของนางไว้ ก่อนที่ซารีน่าจะบินหนีไป
“เ้าแหละงามเพียบพร้อมสำหรับข้า อวยพรให้ข้า ร้องเพลงให้ข้าฟัง ข้า้าหญิงงามเช่นเ้า”เหมือนเ้าชายเอ็ดมันน์จะต้องมนต์ยามราตรีของซารีน่าซะแล้วสิ
“ไม่นะ...ไม่ ปล่อยข้ามันผิดกฏธรรมชาติ ท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะ เ้าชายเอ็ดมันน์ได้โปรดปล่อยข้าไป”น้ำตาหยดใสแสงเจิดจ้าจรัสร่วงหล่นสู่มือของเขา และมันมีแสงรุ้งประกายออกมา
“อย่าจากข้าไป ซารีน่าอยู่กับข้าเถอะ”
“ทำไมท่านไม่เข้าใจว่าข้าใช้ชีวิตยามกลางวันไม่ได้ แสงแดดจะแผดเผาข้าจนสิ้นชีวาวาย ปล่อยข้าเถอะ”เธอยังคงเอื้อนร้องขอต่อไปและสองมือของเธอก็พยายามแกะมือของเขาให้ออกจากขาซ้ายของซารีน่ากระทั่งเ้าชายเอ็ดมันน์เอ่ยถามว่า
“ข้าจะปล่อยเ้าแต่พรของเ้าจะใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกนะ เพียงแต่ข้า้าแค่อยากให้เ้าทำอะไรให้ข้าอย่างหนึ่ง”ซารีน่ารู้สึกใจหายเหมือนหัวใจของเธอจะหล่นหายไป ไม่อาจจะควานหาเจอในความคิด
“ถ้าเ้าเป็แฟร์รี่เ้าแปลงกายเป็มนุษย์ได้ไหม”ใบหน้าของซารีน่าขมวดคิ้วเข้าหากันและผมสลวยสีน้ำตาลนั้นเริ่มพลิ้วไปตามลมแห่งราตรีคืนนี้
“มันเป็เพียงเวลาสั้นๆเท่านั้น ที่ข้าทำได้” เธอตอบตามตรงหวังเพียงว่าเขาจะปล่อยเธอ
“ข้าแค่้าอยากกอดเ้าััเ้า” ดวงตาที่อบอุ่นของเขาฉายแววออกมาซารีน่ามองดวงตาสีน้ำตาลของเขาคู่นั้นมันไม่ได้โกหกเธอเลยว่าเขา้าแค่ััเธออย่างเต็มตัว
ซารีน่าไม่รู้จะทำอย่างไรให้เขาปล่อยเธอนอกเสียใจต้องทำตามความ้าของเขา
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
ซารีน่าร่ายคาถาในขณะที่เ้าชายยังคงกุมขาข้างซ้ายของเธอไว้และร่างกายสูง 4นิ้วของซารีน่า ก็ค่อยๆ ขยายขึ้น ตัวใหญ่ขึ้น แสงที่ออกมาจากตัวเธอเปล่งประกายแสงสีขาวสว่างเจิดจ้ามากขึ้นจนกระทั่ง เ้าชายเอ็ดมันน์เผลอปล่อยมือและเอามือขวามาบังตาเขาไว้ เพราะแสงสว่างนั้นเจิดจ้ามาก
เมื่อแสงนั้นลดหายไปเ้าชายเอ็ดมันน์หันมามองซารีน่าอีกครั้ง เธอตัวสูงเท่าคนธรรมดาและปีกโปร่งใสนั้นก็มีประกายแสงอยู่ไม่จืดจางเลย
“เพราะข้าได้ร้องเพลงอวยพรเ้าเมื่อกี้เป็ครั้งที่100 ข้าถึงแปลงกายตัวเท่าเ้าได้ แต่รีบหน่อยนะ มันจะกลับสู่สภาพเดิมในเร็วๆนี้”เธอเอ่ยแบบไม่เต็มใจจะบอกแต่ก็ต้องขอบคุณเขาอีกนั้นแหละที่ให้โอกาสเธอร้องเพลงจนครบครั้งที่ 100
“ข้ารักเ้า ซารีน่า”
เ้าชายเอ็ดมันน์เดินเข้าไปอย่างแช่มช้าโอบกอดกายนิ่มนวลผ่องของซารีน่า กลิ่นดอกไม้ป่าที่หอมรัญจวนชวนเย็นใจจากกายนางทำให้เ้าชายเอ็ดมันน์อดใจไม่ไหว เผลอกอดรัดเธอแน่นกระทั่งซารีน่าเริ่มใว่า เขาอาจจะลามปามมากกว่านี้เธอยกสองมือขึ้นมาหวังเพื่อพลักเขาออกห่างกาย แต่กลายเป็ว่า
เ้าชายบรรจงจุมพิตที่ริมฝีปากชมพูคู่งามของเธออย่างแ่เบากระทั่งลงหนักหน่วงเรื่อยๆ ซารีน่าเริ่มออกแรงพลัก แต่ก็มิอาจจะต้านไหวเ้าชายรั้งร่างของเธอดันถอยหลังจนตัวของเธอและเขาล้มลงเขาดันตัวเธอเอนกายนิ่งกับพื้นแล้วชมใบหน้าที่สะท้อนกับแสงจันทร์
“เ้าสวยเหลือเกิน ซารีน่า”เ้าชายเอ็ดมันน์จะบรรจงจุมพิตอีกครั้ง ซารีน่าก็คืนร่างเดิม เธอรีบโผบินหนีทันที
“เ้านี่ร้ายนักอย่าหวังได้พบข้าอีกเลย ข้าเกลียดเ้า”ซารีน่าบินหนีออกห่างอย่างรวดเร็ว เธอร้องไห้เสียใจที่ถูกมนุษย์คนหนึ่งผู้ซึ่งเธอร้องเพลงอวยพร กลับมาลวนลามกับเธอแบบนี้แต่อีกใจนึกเสียดายที่เธอคืนร่างเดิมเร็วเกินไป มันทำให้ซารีน่าปั่นป่วนในจิตว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกอย่างนี้
“ซารีน่า........................”เ้าชายเอ็ดมันน์กู่ก้องเรียกชื่อนาง หวังว่าจะบินกลับมา แต่นางจากไปเสียแล้ว
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
“ซารีน่า เ้าเป็อะไรไป”มิลลี่ บาร์คเล่ เปิดประตูใบไม้ ด้วยแขนขวาเธอปาดม่านใบไม้นั้นเฉียง 45 องศาซึ่งเธออยู่ในชุดโปร่งใส ปีกที่ลู่เรียบนั้นกางออกเมื่อมิลลี่พบความแปลกใจเธอเห็นสีหน้าสหายสาวมีสีหน้าที่หวาดหวั่น
“ข้าถูกมนุษย์กลั่นแกล้ง”ซารีน่าโผกอดมิลลี่อย่างเสียใจ แม้มิลลี่จะเห็นว่าปีกของซารีน่าเป็สีขาวสว่างสไวแต่สีหน้าของซารีน่าไม่ดีใจอย่างที่เคยพบเห็นเลย
“เล่าให้ข้าฟัง ซารีน่า บาเรล”ซารีน่าร้องไห้ไม่ต่างกับเด็กน้อยที่เสียใจที่สุดเธอเล่ารายละเอียดทุกขั้นตอนจนกระทั่งมิลลี่เข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว เธอโอบกอดสหายแล้วแล้วปลอดประโลม
“เ้าจงลืมเื่ที่เกิดขึ้นซะคืนนี้อยู่กับข้านะ แล้วข้าจะกล่อมให้เ้าลืมเื่ร้ายนี่เสีย”และมิลลี่ได้พาซารีน่าไปนอนพักยังห้องรับรอง ซึ่งประดับไปด้วยใบไม้ซึ่งถูกเสกด้วยเวทมนต์ มันจะมีประกายรุ้งระยิบระยับ
ห้องรับรองนี่ถูกสร้างด้วยเวทมนต์ของมิลลี่ เธอใช้โพรงไม้ใหญ่เพื่อเป็ที่พักและนำใบไม้สีเขียวสดที่เหนียวต่อการใช้งานมาทำเป็ม่านหน้าต่าง และประตูพื้นห้องเป็พื้นไม้สนิทที่เดินนุ่มทุกย่างก้าวและมีช่องลอดหน้าต่างและด้านริมกกหน้าต่างนั้นก็ติดม่านใบไม้เขียวสดซึ่งภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นไม้หอมรัญจวน เหมาะที่จะเป็ห้องพักรับรองลืมเื่ราวที่เลวร้าย หรือ เศร้าหมองได้ทุกอย่าง
“เ้านอนที่นี่คืนนี้นะแล้วข้าจะนำนมจากหยาดน้ำค้างวิเศษมามอบให้เ้า แล้วเ้าจะลืมเื่ร้ายๆหลับให้สบายนะ ซารีน่า” ซารีน่าพยักหน้ารับก่อนจะเอนตัวลงด้วยความยากลำบากใบหน้าของเธอซึ่งเต็มไปด้วยรอยแห่งความกังวล และความไม่สบายใจสองคิ้วสีน้ำตาลของเธอ ขมวดเข้าหากันและ ซารีน่าหลับตาลงอย่างยากเย็น
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
“ไม่ว่าจะยากแค่ไหน ข้าจะต้องตามหานางให้ได้”เ้าชายเอ็ดมันน์ที่2 เดินทางกลับเมืองอย่างรวดเร็ว เพื่อประกาศก้องประกาศหาบุคคลที่รู้จักทางไปเมืองแฟร์รี่ เพื่อเขาจะไปสู่ขอ ซารีน่ามาเป็ราชินีของเขาให้ได้ พระาาเมื่อได้ยินเ้าชายน้อยตรัสแบบนั้น เขาแทบจะลมจับ
“มีใครอยากได้แฟร์รี่มาเป็เมียทีไหนกันเอ็ดมันน์ เ้าอย่าเพ้อเจ้อ นางเป็เผ่าพันธ์ที่อายุยืนกว่าเราและตัวเล็กกว่าเรานะ เ้าอย่าลืม”
“ไม่ขอรับ ท่านพ่อนางแปลงกายตัวเท่าเราได้ ข้าคิดว่าหากข้าทำให้นางเป็มนุษย์เราก็สามารถอยู่ด้วยกันได้” เ้าชายเอ็ดมันน์ตรัสอย่างมั่นใจว่า ซารีน่าจะได้อยู่ข้างเขาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
“เ้านี่ รั้นเสียจริงๆ”พระาาตรัสอย่างหัวเสีย
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
“ดื่มซะ แล้วนอนหลับเ้าจะลืมเื่เลวร้ายวันนี้ทุกอย่าง” มิลลี่นำนมจากหยาดน้ำค้างวิเศษมามอบให้ซารีน่า
“มันช่วยได้จริงๆ หรอ? มิลลี่”ซารีน่าเหม่อมองหน้ามิลลี่ ราวกับไม่เชื่อ
“สีหน้าของเ้าเริ่มหม่องเพราะถูกมนุษย์ัั พลังแฟร์รี่ของเ้ากำลังถดถอยและปีกที่เพิ่งส่องแสงกำลังจะริบหรี่ลง เ้าต้องดื่มมัน ก่อนที่เ้าจะหมดพลังและอายุขัย”
“ร้ายแรงขนาดนี้เชียวหรือ?” มิลลี่ยื่นนมจากหยาดน้ำค้างให้ซารีน่าเธอพยักหน้าแล้วบอกกับซารีน่าว่า
“สหายข้า มัวร์ไลแฟร์รี่จากฝรั่งเศส ถูกมนุษย์ล่อลวงจนกระทั่งเธอหมดพลังแฟร์รี่แสงจากกายของเธอริบหรี่จนดับ ปีกที่โปร่งใสอันงดงามของเธอก็หมดแรงแม้จะพยายามขยับเท่าใดก็ไม่บิน และท้ายสุด กายของมัวร์ไลก็ดับมอดเช่นตะโกไฟราคะของมนุษย์แผดเผาเรา แม้จะเพียงแค่ครั้งเดียวก็ตามนั้นเป็สิ่งที่ข้ากลัวว่าจะเกิดขึ้นกับเ้าอีกคน”ดวงตาสีเขียวของมิลลี่ลดต่ำลงอย่างเศร้าใจที่ เล่าเื่เก่าที่เกิดขึ้นและมีวิธีนี้เท่านั้นที่ช่วยชีวิตของซารีน่าได้
“ข้าเข้าใจละ”ซารีน่ายกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด และเธอล้มตัวลงราวกับต้องมนต์ในบัดนั้นซารีน่าล้มตัวอย่างหมดสติ และหลับไป
“ขอให้มันช่วยเ้าได้อย่างที่พระาาแห่งแฟร์รี่เคยบอกข้า...”ดวงตาสีเขียวของมิลลี่ยังคงจดจ้องซารีน่ากระทั่งได้เวลาที่เธอต้องพาร่างของตัวเองออกไป หาต้นเหตุที่ทำให้ซารีน่าเป็แบบนี้เธอต้องร่ายมนให้กับคนที่ทำให้ซารีน่าต้องเป็แบบนี้ให้เขาลืมเื่ของซารีน่าทั้งหมด ไม่เช่นนั้นนมจากหยาดน้ำค้างจะไม่มีผลต่อการช่วยเหลือ
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
มิลลี่ออกเดินทางพร้อมผงสีทองเธอนำมันใส่ถุงและพกติดตัว บางทีเ้าชายเอ็ดมันน์คงกำลังจะตามหาซารีน่าอยู่เป็แน่และมิลลี่ก็ได้ยินคำประกาศนั้น เธอกลายร่างเป็มนุษย์ได้นานกว่า ซารีน่าและเธอต้องใช้เวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อทำให้เ้าชายเอ็ดมันน์ลืมซารีน่า เสีย
มิลลี่ได้สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลคลุมกายทั้งตัวไว้ไม่ต่างกับนักบวชลึกลับ เธอเข้าไปเข้าเฝ้าเ้าชายเอ็ดมันน์และกราบบังคมทูลฯ
“หม่อมฉันรู้จักทางไปเมืองแฟร์รี่เพคะ แต่พระองค์จะต้องไปกับหม่อมฉันเพียงลำพัง”พระาาและพระราชินี่ที่ได้ยินคำนี้ เริ่มไม่พอใจ ราวกับลวงลูกชายเขาไปสู่อันตราย
“ถ้าข้าไม่ยอมล่ะ?” เ้าชายเอ็ดมันน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขังอยากไปพบซารีน่าอีกครั้ง แต่ก็หวั่นจะถูกล่อลวงเช่นกัน
“ท่านไม่สามารถเดินทางไปกับข้าได้การเดินทางไปยังดินแดนแฟร์รี่ ยิ่งไปกันมากคนเท่าไหร่ ดินแดนนั้นย่อมเดินทางไม่ถึงและอาจจะพลัดหลงสู่เขาวงกตแห่งความตายซึ่งไม่มีทางออก ท่านต้องเลือกระหว่างไปกับข้า หรือ ไม่ไป”
[##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##][##+++##]
และในที่สุดเ้าชายเอ็ดมันน์ได้เลือกที่จะเดินทางกับหญิงนักบวชลึกลับ โดยที่นางมิยอมบอกอะไรกระทั่งมาถึงป่าลึกซึ่งมิใช่ทางเข้าดินแดนแฟร์รี่ หากเป็ป่าด้านนอกเมืองของเ้าชายเอ็ดมันน์ที่2
กระทั่งมิลลี่ซึ่งงปลอมกายอยู่นั้นเธอแปลงร่างสู่สภาพเดิม ทำให้เ้าชายเอ็ดมันน์ถึงกับอุทาน
“ซารีน่า นี่เ้าหรือ?” เ้าชายเอ็ดมันน์เอ่ยร้องด้วยความดีใจแต่ร่างแฟร์รี่ตัวน้อยนั้น กลับไม่ใช่ซารีน่า
“เปล่าหรอก ข้าคือ สหายของซารีน่าข้ามีอะไรจะให้ของขวัญเ้า” เ้าชายเอ็ดมันน์รู้สึกว่าจะไม่สู้ดีเขาจึงหยิบดาบขึ้นมาราวกับจะสู้กับมิลลี่
“เพราะเ้าเป็แบบนี้แหละซารีน่ากำลังจะตาย ข้าต้องจัดการกับเ้า”และมิลลี่ได้โปรยผงสีทองสู่ร่างของเ้าชายเอ็ดมันน์ และมันมีผลทำให้เขาหมดแรง
“นี่เ้าทำ... อะ... ไร...ขะ... ข้า” เ้าชายเอ็ดมันน์สิ้นสติและหลับไป
“ผงนี่จะทำให้เพลงที่ซารีน่าเคยร้องให้เ้าหมดฤทธิ์ และเ้าจะลืมเื่ของซารีน่า โชคดีนะ เ้าชาย”มิลลี่บินกลับไปดูแลซารีน่าอีกครั้ง นมจากหยาดน้ำค้างคงจะได้ผลแล้วล่ะ
เื่ราวของนางจึงจางหายไปจากใจพระองค์