1 ปีต่อมา
”ยัยพรีมมมมมม “ เสียงแหลมของเจ๊เลย์หวีดขึ้น พร้อมกับใบหน้าที่แต่งแต้มกับนมตู้มๆ ที่เจ๊แกพึ่งไปอัพซีซีมาใหม่
”อะไรยัยเจ๊“ ฉันฉีกยิ้มกว้างรับเพื่อนสาวคนสนิทเพียงคนเดียวของฉัน นางเดินมากอดคอแล้ว ถ่ายรูปเก็บความทรงจำ
วันนี้เป็วันรับปริญญาของฉัน เสียงกลอง เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันดังขึ้นก้องทั่วทั้งงาน
“น้องพรีม..” เสียงหวานของน้าลิละโเรียก โบกมือหยอยๆ ให้ น้าลิลรีบควงแขนพ่อ หอบดอกไม้ชุดใหญ่พร้อมกับโป่งที่สกีนหน้าฉันลูกบะเร่อ
“พ่อ!!!... ใครให้สกีนหน้าลูกไว้บนโป่งลูกเบอเร่องี้เนี้ย น่าอายชะมัด“ ฉันแกล้งบ่นพ่อ พลางดึงลูกโป่งมากอดแน่น
”เอ้า คนอื่นจะได้รู้ไงว่าลูกพ่อเรียนจบแล้ว“
”ให้ตายเถอะ…“ ฉันบ่นอุบเบาๆ แล้วปล่อยลูกโป่งให้ลอยละล่องในอากาศอีกรอบ
อ่อใช่สิ หลังจากที่น้าลิลสั่งสอนปรับทัศนคติไปชุดใหญ่ (โดยการขู่ขอหย่า) พ่อก็มาปรับความเข้าใจกับฉัน ขอโทษที่บังคับชีวิตฉันมากเกินไป แน่นอนว่าฉันก็ขอโทษพ่อที่เป็ลูกที่ไม่ดี และสัญญาว่าจะไม่โกหกอีก
ครอบครัวเราใช้เวลาพักใหญ่ กว่าจะกลับมาปกติสุข… ยิ้มเฮฮากันเหมือนเดิม… ยกเว้นเื่ของ เขา ที่ไม่มีใครเอ่ยขึ้นมาเลย จนฉันเกือบจะลืมชื่อไปแล้ว
หลังจบภารกิจอันน่ายินดี ฉันบอกกับพ่อว่าขอไปกินเลี้ยงกับเพื่อน.. ที่ร้านเดิม เพื่ออำลากัน ตอนแรกพ่องอแงจะขอไปด้วยเพราะอยากไปส่องสาวๆ แต่โดนน้าลิลหยิกจนหูเขียว เลยจำยอมต้องปล่อยฉันมา
”ชนโว้ยยยยยยย“
เสียงเจ๊เลย์ะโแข่งกับดนตรี พร้อมกับแก้วสีอัมพันขึ้นโชว์หลาสะท้อนแสงไฟ
”วิ้วววว เข้าโหมดวัยทำงานแล้วโว้ย“ ฉันะโสวน พลางโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเสียงเพลง สนุกสุดเหวี่ยงด้วยความโล่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
อ่อ ส่วนยัยแอม …เราตัดขาดกันั้แ่วันนั้น ร่วมคลาสก็ไม่ได้เกาะกลุ่ม เมาส์มอยกันเหมือนก่อน มีเพียงเจ๊เลย์ที่เลือกอยู่ข้างๆ ฉัน ยัยแอมก็ไปเกาะกลุ่มใหม่ของหล่อน
‘ถึงจะรู้สึกค้างคาแต่ว่า… ก็ดีแล้วมั้ง ต่างคนต่างอยู่’
”อ้ะ ยัยพรีม ผู้คนนั้นขยิบตาให้ฉันอ่ะ เดี๋ยวมาน้าาาา“
ฉันยิ้มแหยๆ ใส่อีเจ๊ เพราะรู้ว่า ทันทีที่นางเจอผู้โดนใจ อีเจ๊ก็จะเฉดหัวฉันทิ้งทันที หลังการหายตัวไปอย่างปริศนาของกะเทยสาวคนสนิท ฉันก็เรียกเช็คบิลและส่งข้อความทิ้งไว้
<เจ๊ ฉันกลับแล้วนะ ขอให้แซ่บหลุมะเิกับผู้ทั้งคืน>
ปล. ตื่นแล้วบอกด้วย จะได้รู้ว่ายังมีชีวิตรอด จุ๊ฟๆ
กึก กึก กึก
ฝีเท้าส้นสูง ดังตามจังหวะเดิน ฉันก้าวช้าๆ เหม่อมองดวงดาวที่ส่องระยิบระยับ ข้างๆ กับดวงจันทร์ที่โตเต็มดวงบนท้องฟ้า
“สวยจัง….ไม่ได้เดินมองดาวแบบนี้นานแล้วสินะ”
จู่ๆ ขอบตาก็ร้อนไม่ทราบสาเหตุ ฉันเงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์และลบภาพผู้ชายหัวสีทองคนนั้น
‘…เขา เป็ยังไงบ้างนะ’
พรึ้บ
“อ้ะ กรี้ดดด อุ๊ป” มือหนาจากมุมมืด ปิดปากฉันแน่น มันลากฉันไปตามแรงยัดเข้ารถที่จอดอยู่
ตุ้บ
“กรี้ดดด ช่วยด้วย!”
ฉันะโลั่นรถ เขาโยนฉันเข้าเบาะหลัง แล้วขึ้นมาคล่อมตัวฉันไว้ มือหนากดไหล่ฉันลงกับพื้นเบาะ ภายในรถมืดสนิท บวกกับคราบน้ำตาที่ยังนองหน้า ทำให้ฉันมองไอ้โจรโรคจิตนี่ไม่ชัด
“หยุดนะ ไอ้บ้า ฉันจะแจ้งความจับแกแน่!!” ฉันขู่ด้วยเสียงสั่น พยายามปัดป้องร่างกายจากมือหยาบนั้น
”กล้าแจ้งความจับผัวตัวเองหรอ“
‘ เสียง… คุ้นๆ’
“เจเดน!” ฉันถามทวนความคิดด้วยเสียงแหบสั่น ใจเต้นระรัวจนไร้เรี่ยวแรง
“ไม่เจอกันเป็ปี ก็ยังเรียกฉันเป็เพื่อนเล่นไม่เปลี่ยนเลยนะ”
เขาเคลื่อนตัวออกจากฉัน นั่งกุมขมับข้างๆ ฉันลุกขึ้นนั่ง จ้องเขาชัดๆ หัวสีทอง ตาสีฟ้าสะท้อนแสงนี่ ไม่ผิดแน่
”โผล่มาทำไม”
“คิดถึงเมีย”
“ใคร? ยัยแอมน่ะหรอ”
“ปากดี ...สรรหาจะอ้างถึงคนอื่นไปทั่วนะ“
”หึ ก็ล่าสุดเห็นกอดกันกลมนิ ใครจะไปรู้ว่าถึงขั้นไหนแล้ว“
”หึงหรอ“
”...“
”พรีม“
เขาเคลื่อนตัวเข้ามาหาฉัน เอื้อมมือมาลูบััใบหน้าเบาๆ พลางใช้นิ้วโป้งลูบพวงแก้มนุ่มๆ ไปมา
“ปะ ปล่อย.. จะคุยก็ลงไปคุยดีๆ อย่ามาทำแบบนี้”
“คิดถึง…”
เขาคว้าฉันไปกอดแน่น บอกความรู้สึกนั้นด้วยเสียงแ่เบา ััที่อบอุ่น หัวใจที่เต้นแรงจากทั้งสองร่าง ทำให้ฉันปล่อยน้ำตาลงมาเงียบๆ
“ฮึก.. พี่เจ ปล่อยพรีม”
“ไม่…ไม่ปล่อย และจะไม่มีทางปล่อย”
”เราเป็…“
”พี่รักพรีม“
”!!!“
คำว่ารัก หลุดออกจากปากชายตรงหน้า ฉันตาเบิกโพลง จ้องใบหน้านั้นด้วยความใ … เพราะนอกจากพ่อแล้ว บนโลกใบนี้ ฉันก็ไม่เคยใจเต้นแรงกับคำว่า ‘รัก‘ จากปากผู้ชายคนอื่นเลย ถึงแม้จะเคยฟังมาจากผู้ชายที่ฉันเคยอ่อยเล่นมานับไม่ถ้วน ..แต่กับเขามันต่างออกไป
ฉันนั่งเงียบอีกครั้ง สมองคิดซ้ำๆ ว่าจะทำยังไงต่อดี ถ้าไม่แตกหักกับพี่เจเดน.. ฉันต้องแตกหักกับพ่อและน้าลิลอีกแน่ และฉันไม่อยากกลับไปทะเลาะครั้งใหญ่กับครอบครัวอีกแล้ว
“พรีม..”
“พรีมอึดอัดใจค่ะ” ฉันกัดฟันพูดออกไปด้วยเสียงสั่น น้ำตาเอ่อล้น จนไหลเป็ทางออกมา
“...”
“พรีม อึดอัดใจกับเื่บ้าๆ ของเรา ..พรีมรู้สึกผิดต่อพ่อ ต่อน้าลิล การที่พี่ชาย น้องสาว ได้กันเอง… ท่านคงอับอายคนทั้งหมู่บ้าน ไม่สิ คนทั้งโลก ต้องแบกรับคำนินทาต่อครอบครัว ฮึก”
“ทำไมต้องคิดอย่างนั้น ..ถ้าพวกท่านยินดีล่ะ”
“จะยินดีได้ยังไง!!... ก็เราเป็ ”พี่น้อง“ กันนิ” ฉันเงยหน้าขึ้นพูดเสียงดัง จ้องั์ตาสีฟ้าของเขาผ่านม่านน้ำตา
”....“ เขาเงียบ รอฟังคำพูดที่ถูกระบายจากฉัน กุมแน่นที่มือ แววตาสั่นระริกจนเดาความรู้สึกของเขาไม่ออก
“อีกอย่าง ..ฮึก พี่ไม่คิดหรอว่า เื่ของเรามันผิดศีลธรรม“
”....“
”พรีมเป็น้องสาวพี่นะ“
”พี่เป็ลูกคนเดียว“
”!!!“
”พี่ไม่รู้หรอกไอ้ศีลธรรมประเทศพรีมนี่คือยังไง แต่พ่อแม่พรีม กับพ่อแม่พี่ คนละคนกัน เพราะฉะนั้น พี่ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรีมเลย…”
“....ฮึก”
“นั่นหมายความว่า พี่ก็แค่ผู้ชายคนนึง ส่วนพรีม ก็แค่ผู้หญิงคนนึง และเราทั้งคู่มีสิทธิ์ที่จะรักกันได้”
”!!!“
“พี่รอวันนี้มานานแล้ว เพราะฉะนั้น พี่จะไม่ถอยกลับไปจุดเดิมอีก“
“พี่พูดบ้าอะ.. อุ๊ป”
ริมฝีปากอุ่นถูกทาบทับลงมาอย่างแนบชิด ฉันพยายามสะกดกั้นความรู้สึกผิดของตัวเอง ยกมือดันหน้าอกเขาออก หันหน้าหนีลิ้นอุ่นที่พยายามแทรกเข้ามา
“พี่เจ ยะ หยุด”
จมูกโด่งซุกไซ้ลงซอกคอขาว ริมฝีปากจูบพรมทั่วผิวบาง ขยับลงเรื่อยๆ ทำตำหนิจ้ำแดงไว้ที่เนินอก
จู่ๆ แรงต้านที่คิดจะทำก็ถูกสูญหายไป เหลือเพียงความโหยหาต่อัั ความอุ่นจากร่างกาย จังหวะรักที่ฉันคำนึงถึงทุกค่ำคืน
เขาลูบััทุกสัดส่วนบนร่างกายฉัน บีบเคล้นเต้าอวบทั้งสองข้าง ถกเดรสสั้นขึ้นกองบนเอว แหวกตัวเข้าในหว่างขา ยกปลายเท้าฉันขึ้นจูบอย่างไม่รังเกียจ
“พะ พี่เจ ..อย่าทำแบบนั้น อ้ะ”
ลิ้นอุ่นถูกสอดเข้าช่องทางรัก นิ้วเรียวที่เย็นเฉียบของเขากำลังถูไถ กระตุ้นััแห่งความเร่าร้อนในกายฉัน ฉันขยำเส้นผมสีทองในหว่างขา แอ่นอกขึ้น เก็บความเสียวซ่านที่พึ่งเคยได้รับเป็ครั้งแรก
เสียงหอบสั่นโรยริน ทำให้น้ำลายฉันเหนียวจนกลืนไม่ลง ลิ้นของเขายังหยอกเย้ากับช่องแคบอย่างนุ่มนวล นานพักใหญ่กว่าจะยอมถอนปากออก ไล่พรมจูบจากสะดือมาหัวเต้าอวบ บีบเคล้น นวดคลึงเบาๆ แล้วประทับรอยจูบที่ข้างแก้ม
“พี่ไม่ไหวแล้ว..พรีม”