ข้ามเวลามาเป็นน้องเพื่อน : สมาชิกในครอบครัว
สมาชิกในครอบครัว “ลูกเป็นยังไงบ้างเซียนเอ๋อร์ยังเจ็บหรือปวดตรงไหนอยู่อีกไหมบอกพ่อได้เลยนะ”เสียงของฟางหรงดังขึ้นด้วยความเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กของเขาเมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องแล้ว“ลูกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าคะ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง”ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสและไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้ผู้เป็นพ่อของเธอเพื่อความสบายใจของท่านฟางหรงที่เห็นว่าบุตรสาวคนเล็กยิ้มให้กับตัวเองก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าลูกสาวคนนี้ของเขานั้นทุกข์ใจแค่ไหนที่ขาทั้งสองข้างของตัวเองไม่สามารถเดินได้เขาก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกสาวของเขาหายเป็นปกติ แต่ทุกทางที่สามารถรักษาบุตรสาวของเขาได้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินในการรักษาแต่ครอบครัวของเขาไม่ได้มีเงินมากมายถึงเพียงนั้นทำให้เขาได้แต่โทษตัวเขากับความไม่เอาไหนของตัวเองที่ไม่สามารถหาเงินมารักษาลูกสาวและทำให้ครอบครัวของเขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้“เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เห็นแม่เจ้าบอกพ่อว่าเจ้าอยากออกไปนั่งเล่นที่หน้าบ้านเหรอ”เสียงท่านพ่อเอ่ยขึ้นทำลายบรรยายกาศอึดอัดที่เกิดขึ้นจากความคิดของตัวเขาเอง“เจ้าคะ ลูกอยากออกไปนั่งเล่นข้างนอกบ้างเพราะไม่อยากอุดอู้อยู่แต่ในห้องเจ้าคะ”“ดีแล้วล่ะเจ้าออกไปนั่งสูดอากาศข้างนอกบ้าง มาเถอะเดี๋ยวพ่อจะอุ้มเจ้าออกไปเอง”“เจ้าคะ”เธอเอ่ยตอบรับกลับไปพร้อมกับที่ยกมือขึ้นมากอดคอของบิดาที่โน้มตัวลงมาอุ้มเธอ‘ฟางหรง’ เขาเป็นลูกชายของครอบครัวพ่อค้าจากแคว้นอู๋ที่โดนคนในตระกูลใส่ร่ายทำให้ครอบครัวของเขาต้องเร่รอนมาข้ามมาที่แคว้นหลงจนโดนโจนป่าทำร้ายทำให้เขาต้องหนีเอาชีวิตรอดจนมาถึงหมู่บ้านเฟิ่งแห่งนี้ เขาโชคดีที่ได้ลีจิ่นช่วยไว้เขาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของนางจึงได้รู้ว่านางนั้นยากจนแต่ก็มีน้ำใจที่จะช่วยเหลือเขาพวกเขาทั้งสองอยู่ด้วยกันจนเกิดความรักและตกลงแต่งงานกันจนมีลูกด้วยกันห้าคน ฟางหรงมีพลังธาตุไฟกับธาตุลมเป็นธาตุประจำตัวซึ่งหาได้ยากมากในแผ่นดินนี้ที่จะมีคนเกิดมาแล้วมีพลังธาตุในตัวสองธาตุและผู้ชายคนนี้ก็คือบิดาของฟางเซียนนั้นเอง“เจ้านั่งเล่นอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ถ้าเจ้าร้อนก็บอกพ่อได้เดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าเข้าไปในบ้าน”ฟางหรงเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง เมื่อเขาวางบุตรสาวของตนให้นั่งลงที่แคร่หน้าบ้านแล้วเพราะบุตรสาวคนนี้ไม่เคยออกมานั่งข้างนอกเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้น“ท่านพ่อไปทำงานของท่านต่อเถอะเจ้าคะ ข้าดูแลตัวเองได้”“เอางั้นก็ได้ แต่ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเจ้าต้องตะโกนเรียกพ่อนะ”“เจ้าคะท่านพ่อ”ฟางหรงที่เห็นว่าบุตรสาวรับคำแล้วเขาก็เดินเอาตะกร้าที่เขาสานเสร็จแล้วกับอุปกรณ์เข้าไปเก็บในบ้านและจัดของที่จะเตรียมไปทำไร่ด้วยเลย“น้องเล็กเจ้าหายป่วยแล้วเหรอถึงออกมานั่งข้างนอกแบบนี้”เสียงของพี่ชายคนโตของเธอดังขึ้นพร้อมกับที่เจ้าตัวเดินมานั่งที่แคร่เป็นเพื่อนเธอ‘ฟางจิ้น’ หรือ ‘พี่ใหญ่’ พี่ชายคนโตของฟางเซียนอายุสิบปี เป็นเด็กชายที่ค่อนข้างเงียบขรึมแต่กับมีรอยยิ้มเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว พี่ชายคนนี้มีพลังธาตุดินเป็นธาตุประจำตัว“ข้าหายดีแล้วเจ้าคะ”ฟางเซียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไปให้พี่ชายคนโตของตน“น้องเล็กวันนี้พี่มีผลไม้มาฝากเจ้าด้วยนะ”เสียงของพี่สี่ดังขึ้นไม่ไกลจากเธอมากนักพร้อมกับในมือของเขาถือผลอะไรซักอย่างที่เธอเห็นไม่ชัดกำลังเดินมาหาเธอ‘ฟางเว่ย’ หรือ ‘พี่สี่’ พี่ชายคนที่สี่ของฟางเซียนอายุเจ็ดปี เป็นเด็กชายที่ร่างเริงและมีรอยยิ้มที่สดใส พี่ชายคนนี้ของเธอมีพลังธาตุไฟเป็นธาตุประจำตัว และเป็นคนที่ชอบมาเล่นกับฟางเซียนคนเก่ามากที่สุดในบรรดาพี่น้องคนอื่น ๆตอนที่ฟางเซียนนอนป่วย“นั้นพี่สี่ถืออะไรมาเหรอเจ้าคะ”เสียงของเธอเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“อ่อ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่พี่สามบอกว่ามันชื่อว่า หลงเหยี่ยน (ลำไย) นะและมันก็กินได้ด้วยพี่ก็เลยกินเข้าไป อร่อยมากเลยนะ และนี่พี่เก็บมาฝากเจ้าด้วย”เสียงของฟางเว่ยดังขึ้นด้วยความร่าเริงพร้อมกับยกผลไม้นั้นให้ดู“เจ้าจะเอาอะไรก็ไม่รู้มาให้้น้องเล็กกินแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าสี่”เสียงของฟางจิ้นดังขึ้นเพื่อดุน้องชายของตนที่เอาอะไรก็ไม่รู้มาให้น้องเล็กของตนกิน“ก็พี่สามบอกว่ากินได้และข้าก็กินแล้วด้วยถึงเอามาให้น้องเล็กกิน”เสียงของฟางเว่ยเอ่ยขึ้นเพื่ออธิบายให้พี่ชายเข้าใจเพราะเขากับพี่รองและพี่สามกินเข้าไปแล้วไม่เป็นอะไรเลยแถมยังอร่อยอีก“แต่เจ้าควรจะถามท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนว่าสิ่งนั้นมันกินได้หรือไม่ได้แล้วเจ้าค่อยเอาเข้าปาก”เสียงของฟางจิ้นเอ่ยสั่งสอนน้องชายคนที่สี่ของตัวเองด้วยความเป็นห่วง“ขอรับข้าเข้าใจแล้วต่อไปข้าจะถามท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนว่าอันไหนกินได้อันไหนกินไม่ได้”ฟางเว่ยก้มหน้าตอบรับกับไปอย่างสำนึกผิด“พี่ใหญ่อย่าว่าพี่สามเลยนะเจ้าคะ ไหนๆพี่สามก็เก็บมาแล้วแถมพี่สามก็กินไปแล้วไม่เห็นเป็นอะไรมันก็น่าจะกินได้นะเจ้าคะ”ฟางเซียนเอ่ยขึ้นเพื่อลดบรรยากาศที่ตึกเครียดตรงหน้า“เฮ้อ! ก็ได้แต่ต่อไปเจ้าต้องห้ามเอาอะไรเข้าปากโดยไม่ถามผู้ใหญ่ก่อนเด็ดขาดนะ”ฟางจิ้นถอดหายใจอย่างยอมแพ้กับเหตุผลของน้องเล็ก แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยห้ามน้องชายอีกครั้ง“ข้าสัญญาขอรับ”ฟางเว่ยเอ่ยสัญญาออกมาเสียงดังด้วยสีหน้าจริงจัง