พรีมพยักหน้าตอบรับตามมารยาทแต่ไม่ได้ให้ความสนใจกับอคินมากนัก เพราะในสมองของเธอกำลังคำนวณแผนการขั้นต่อไปที่สำคัญกว่าเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้า เธอต้องรีบกลับคฤหาสน์สิริทรัพย์อนันต์เพื่อจัดการกับสิ่งที่ค้างคาอยู่ภายในใจ
“ขอบคุณสำหรับนามบัตรค่ะ หวังว่าในอนาคต เราจะได้ร่วมงานกัน” พรีมตอบกลับอย่างมีมารยาท
พรีมหมุนตัวเดินจากมาโดยไม่ได้หันกลับมามอง ทิ้งให้อคินมองตามด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ... เขารู้ดีว่าผู้หญิงที่มองข้ามเสน่ห์ของเขาไป แต่สนใจในตัวเลขที่ทำกำไรได้มากกว่า นั้นคือผู้หญิงที่อันตรายและน่าที่สุด
————
หลังจากออกจากงานเลี้ยงพรีมรีบกลับบ้านทันที เธอเข้าไปในห้องนอนปิดประตูลงกลอน ท่ามกลางความเงียบสงัดพรีมยืนจ้องมองใบหน้าที่สวยจัดของตัวเองในกระจกบานยาว
ท่ามกลางความสงบนั้น เธอััได้ถึงกระแสความเศร้าที่กรีดลึกอยู่ในใจ... มันเป็ความอ้างว้างที่ไม่ได้มาจากจิติญญาของเธอ แต่เป็พลังงานตกค้างของ รินลดา เ้าของร่างเดิมที่ยังคงยึดติดกับความผิดหวังซ้ำซาก
พรีมยกมือขึ้นััเงาในกระจก แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง
"รินลดา... ฉันรู้ว่าเธอเ็ปกับความรักเฮงซวยนั่นมามากพอแล้ว" พรีมพึมพำกับคนที่อยู่ในกระจก
"แต่วันนี้ฉันล้างมลทินให้เธอแล้วนะ ฉันประกาศให้โลกได้รู้ว่าเธอไม่ใช่ของตายที่ใครจะเขี่ยทิ้งก็ได้" เธอกระตุกยิ้มที่มุมปาก
"จากนี้ไป... ฉันจะใช้สมองและประสบการณ์ทั้งหมดของฉันจัดกานชีวิตเธอใหม่ ฉันจะสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่จนชื่อของเธอถูกจารึกเอาไว้ไม่ใช่ในฐานะนางร้าย... เธอเชื่อใจฉันได้ ไปสู่สุขคติเถอะนะรินลดา ต่อจากนี้ฉันจะจัดการให้เธอเอง" พรีมประกาศกร้าวต่อหน้ากระจก
ทันใดนั้นกระแสลมเย็นเฉียบก็พัดผ่านร่างเธอไปอย่างไร้ที่มา ความหนักอึ้งที่เคยกดทับอยู่ในอกมลายหายไปราวกับหมอกควัน พรีมสูดลมหายใจเข้าปอดได้เป็ครั้งแรก
หลังจากนั้นพรีมค่อยๆ สำรวจห้องนอนจนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับสมุดบันทึกเก่าๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักตู้เสื้อผ้า พรีมเปิดอ่านเนื้อหาข้างใน เธอนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่... ทุกตัวอักษรคือหยดน้ำตาและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจของพ่อกับแม่ที่มีต่อรินลดา
ในอดีตพ่อแม่ของเธอมัวแต่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการขยายส่วนแบ่งการตลาด จนหลงลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดในบ้าน
พวกเขาละเลยรินลดาในวัยเด็ก ปล่อยให้ลูกน้อยอ้างว้างเดียวดาย จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกือบจะพรากชีวิตเด็กน้อยไป และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด พวกเขาเลือกที่จะตามใจลูกทุกอย่างเพื่อไถ่บาปในใจ
"ที่แท้... พฤติกรรมแย่ๆ ของรินลดาก็คือผลผลิตจากความรักที่ผิดวิธีสินะ" พรีมวิเคราะห์เงียบๆ ด้วยความเวทนา
"มันคือการแก้ปัญหาระยะสั้นเพื่อซื้อความสบายใจของตัวเอง แต่กลับทำลายเด็กคนหนึ่งจนไม่เหลือชิ้นดี... พ่อแม่รังแกฉันเวอร์ชั่นนักธุรกิจชัดๆ"
พรีมกอดสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้แนบอก เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเปลี่ยนทัศนคติพ่อแม่ของรินลดาจากตู้เอทีเอ็มที่มีชีวิตให้กลายเป็แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
พรีมก้าวเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของพ่อด้วยย่างก้าวที่มั่นคง แววตาสวยจดจ้องไปที่บุพการีทั้งสองที่บัดนี้ดูตื่นตระหนก พวกเขาเตรียมจะเอ่ยปากถามถึงข่าวฉาวที่ลูกสาวไปก่อไว้ในงานหมั้นของธันวา แต่พรีมไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปาก
ตึก! เธอวางสมุดบันทึกเล่มนั้นลงบนโต๊ะ พ่อและแม่ของรินลดาเบิกตากว้างด้วยความใ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง
"การที่คุณพ่อคุณแม่พยายามชดเชยเื่อุบัติเหตุในอดีตด้วยการจ่ายเงินฟาดหัวปัญหาและสปอยล์หนูจนเสียคน... ในทางธุรกิจมันคือการบริหารความเสี่ยงที่ล้มเหลวที่สุด เพราะมันไม่ได้ช่วยเยียวยาแผลในใจหนู แต่มันกำลังทำให้แบรนด์สิริทรัพย์อนันต์พังพินาศลงด้วยน้ำมือของลูกสาวตัวเอง" พรีมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นเครือของพ่อ
"หนูไม่ได้มาที่นี่เพื่อเรียกร้องความรักแบบเด็กๆ แต่หนูมาเพื่อเสนอแผนกอบกู้สิริทรัพย์อนันต์ค่ะ... และหนูคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของบ้านนี้" พรีมพูดอย่างจริงจัง
"หนูไม่ได้้าแค่เงินในบัญชี แต่หนู้าอำนาจในการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ ในการบริหารห้างสรรพสินค้าและกิจการทั้งหมดของสิริทรัพย์อนันต์ หนูจะเปลี่ยนจากลูกสาวที่รอรับเงินเดือนอย่างเดียว มาเป็ผู้บริหารที่จะพาตระกูลเราไปอยู่จุดสูงสุด"
พ่อกับแม่นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความเงียบปกคลุมห้องทำงาน พวกเขาจ้องมองบุตรสาวราวกับเป็คนแปลกหน้า... ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมานานถูกแทนที่ด้วยความภูมิใจที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างประหลาด
"ลูกอยากให้พ่อกับแม่ซัพพอร์ตตรงไหน... บอกมาได้เลยริน พ่อพร้อมจะเชื่อใจลูก" พ่อตอบรับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยความหวังเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
"ดีค่ะ... ขั้นแรก หนูจะอายัดการทำธุรกรรมทุกอย่างกับตระกูลกิตติไพศาลสกุล และหนูจะดึงนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถืเเข้ามาเป็แนวร่วมของเรา"
พรีมยิ้มประจบ เธอรู้ดีว่าการมีแรงสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวที่เข้าใจเป้าหมายเดียวกัน คือ ข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่จะทำให้เธอไม่มีวันแพ้ในเกมของนิยายเื่นี้
พรีมกวาดสายตามองพ่อกับแม่ที่บัดนี้ไม่ได้มองเธอด้วยสายตาเวทนาอีกต่อไป แต่เป็สายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เธอรู้ดีว่าในโลกธุรกิจคอนเนกชั่นดีที่สุดคือครอบครัวที่ไว้ใจได้
—————-
วันรุ่งขึ้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องทำงานที่คฤหาสน์ของพรีม
เธอละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังแสดงกราฟดัชนีอสังหาริมทรัพย์ เพื่อมองข้อความจากเบอร์แปลกที่เพิ่งส่งพิกัดร้านอาหารลับใจกลางเมืองมาให้ พร้อมข้อความสั้นๆ
"ผมเตรียมข้อมูลวงในเกี่ยวกับข้อมูลทางการเงินของบริษัทธันวาไว้ให้คุณ... สนใจมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผมไหมครับ?"
พรีมขยับยิ้มที่มุมปาก เธอกดปิดหน้าต่างข้อมูลที่เธอเพิ่งหามาตลอดบ่าย ข้อมูลของ Akina Group ที่เธอพบนั้นน่าใกว่าที่คิด เพราะอคินไม่ใช่แค่นักลงทุนทั่วไป แต่เขาคือ ฉลามขาว แห่งวงการเทคโอเวอร์ ผู้ที่ชอบกลืนกินบริษัทที่บริหารผิดพลาดแล้วนำมาเจียระไนใหม่จนทำกำไรมหาศาล
"ประจวบเหมาะจริงๆ" พรีมพึมพำขณะลุกขึ้นเดินไปที่กระจกบานใหญ่
"ในเมื่อคุณยื่นข้อมูลสำคัญมาให้ถึงที่ มีหรือที่นักการตลาดอย่างฉันจะปฏิเสธดีลที่คุ้มค่าขนาดนี้"
พรีมยกยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอรู้ดีว่าในาธุรกิจ การมีครอบครัวเป็กำแพงเหล็กนั้นดีเยี่ยม แต่การมี อาวุธอย่าง Akina Group อยู่ข้างกายก็คือชัยชนะเบ็ดเสร็จ
ในสมองของเธอไม่มีพื้นที่ให้กับคำว่า ออกเดท หรือ ความรัก แต่มันคือการจับคู่ระหว่างทรัพยากรระดับแนวหน้าสองอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างผลกำไรสูงสุด
เธอกดนิ้วลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟน ตอบกลับอคินด้วยความรวดเร็ว
รินลดา: "เจอกันที่นั่นในอีก 30 นาทีค่ะ เตรียมข้อมูลของคุณให้พร้อม เพราะถ้ามันไม่พิเศษพอ ฉันอาจจะพิจารณาดีลอื่นแทน"
เธอก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์ด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่หลงเหลือภาพลักษณ์นางร้ายที่คอยวิ่งตามผู้ชายอีกต่อไป
———————-
เมื่อเธอไปถึงร้านอาหาร เสียงส้นเข็มกระทบพื้นปูนขัดมันดังกังวานไปทั่วร้าน บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความมืดสลัวที่ถูกตัดด้วยแสงไฟวอร์มไวท์
พรีมกวาดสายตาเพียงนิดก็เห็นร่างสูงใหญ่ของอคินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุด
ทันทีที่เธอทรุดตัวลงนั่ง กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขาก็พุ่งเข้าจู่โจมประสาทัั มันเป็กลิ่นที่บ่งบอกถึงอำนาจ ความลึกลับ และความอันตรายที่ชวนให้กระโจนเข้าหาอย่างน่าประหลาด
"คุณมาเร็วกว่าที่ผมคิดนะริน..." อคินเอ่ยเสียงทุ้มพลางเลื่อนแฟ้มเอกสารสีดำสนิทมาตรงหน้าเธอ
"นี่คือรายชื่อเ้าหนี้ทั้งหมดของธันวา... รวมถึงรายชื่อหุ้นส่วนที่กำลังขวัญเสียจนเตรียมจะถอนทุน เพราะวีรกรรมของคุณเมื่อคืน"
พรีมหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านอย่างใจเย็น ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายไปตามแผ่นกระดาษ เธอไม่ได้สนใจสายตาคมของอคินที่กำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
"สมกับตำแหน่งเ้าพ่อเทคโอเวอร์จริงๆ นะคะคุณอคิน" พรีมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอนิ่งแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ
"ข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือ อาวุธ ที่จะทำให้ธุรกิจของธันวาล้มละลายได้ในพริบตา... ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ยอดเยี่ยมนะคะ"
"แล้วคุณล่ะ... จะตอบแทนข้อมูลนี้ด้วยอะไร?" อคินโน้มตัวมาหา แววตาเต็มไปด้วยความท้าทาย
พรีมไม่ได้ถอยหนี เธอขยับยิ้ม สายตาเฉี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขาอย่างไม่ลดละ
"ฉันจะให้คุณเป็ พันธมิตรรายเดียว ในโปรเจกต์ The Empower Mall ค่ะคุณอคิน" เธอเว้นจังหวะพลางเชิดหน้าขึ้น
"กำไรจากมันมหาศาลกว่าบริษัทรถยนต์ห่วยๆ นั่นเป็ร้อยเท่า... ฉันจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าการทิ้งฉันไป คือความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของธันวา และคุณ... คือคนเดียวที่จะได้แบ่งเค้กก้อนที่ใหญ่ที่สุดนี้ไปจากมือฉัน"
อคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาของเขาซ่อนความกระหายที่มากกว่าเื่ธุรกิจไว้อย่างแเี รินลดาเวอร์ชันนี้มีมีมูลค่าสูงกว่าที่เขาประเมินไว้ จนเขาแทบจะอดใจรอ ชิม ผลกำไรไม่ไหว
"ข้อเสนอ Exclusive Partner ของคุณ... น่าสนใจจนผมปฏิเสธไม่ลงจริงๆ ครับริน" อคินเอ่ยพลางรินไวน์แดงสีเข้มลงในแก้วคริสตัลอย่างช้าๆ
"ผมยินดีจะทุ่มหน้าตักเพื่อซัพพอร์ตคุณ และผมสัญญาว่า... จะช่วยคุณขยี้บริษัทของธันวานั่นให้กลายเป็เพียง กรณีศึกษาของความล้มเหลว"
เขาชูแก้วขึ้นตรงหน้าเธอ "ยินดีที่ได้ร่วมดีลครับ... พาร์ทเนอร์ที่ร้ายกาจของผม”
พรีมยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเขา เสียงแก้วคริสตัลดังกังวานสื่อถึงการเริ่มต้นของพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในนิยายเื่นี้
พรีมละเลียดจิบไวน์รสเลิศอย่างใจเย็น ก่อนจะวางแก้วลงช้าๆ พลางเลื่อนแฟ้มเอกสาร Master Plan ไปตรงหน้าชายหนุ่มผู้กุมบังเหียน Akina Group
"สำหรับโปรเจกต์ The Empower Mall ฉันไม่ได้้าแค่ส่วนแบ่งการตลาด... แต่ฉัน้า การผูกขาดเบ็ดเสร็จ ในย่านธุรกิจใจกลางเมืองค่ะ" พรีมเน้นยำความ้าอย่างชัดเจน
อคินกวาดสายตามองแผนการลงทุนอย่างละเอียดถี่ถ้วน แผนที่ที่แสดงพื้นที่รอบโชว์รูมรถยนต์ของธันวาถูกแต้มด้วยสีแดง... สีของตระกูลสิริทรัพย์อนันต์ที่กำลังจะโอบล้อมศัตรูไว้ทุกทิศทาง
"คุณวางแผนจะกว้านซื้อที่ดินรอบโชว์รูมของเขาทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?" เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประทับใจที่ปิดไม่มิด
"ถูกต้องค่ะ...เมื่อที่ดินรอบข้างเป็ของเครือสิริทรัพย์อนันต์และอคิน่ากรุ๊ป เราจะเริ่มทำการก่อสร้างปิดล้อมทางเข้าออกโชว์รูมของธันวา ฉันจะทำให้โชว์รูมสุดหรูของเขากลายเป็เกาะร้างที่ลูกค้าเข้าถึงไม่ได้... จนกว่าเขาจะทนแบกรับต้นทุนไม่ไหว และต้องคลานมาอ้อนวอนขอให้เราเทคโอเวอร์ในราคาถูก" พรีมเอ่ยด้วยความมั่นใจ
อคินหัวเราะในลำคออย่างถูกใจ แววตาที่เขามองพรีมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ความชื่นชม แต่มันคือความหลงใหลในความร้ายกาจที่หาจากผู้หญิงคนไหนไม่ได้
"ร้ายกาจ... นี่มันไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการ กวาดล้างตลาดที่ขาวสะอาดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา" อคินโน้มตัวเข้าไปจนลมหายใจอุ่นร้อนเฉียดผิวแก้มเนียนของเธอ
พรีมััได้ถึงกลิ่นอายความดุดันและอำนาจที่แผ่ออกมาในระยะประชิด หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าสบตากับเขา
"ถ้าคุณประทับใจแค่แผนการกวาดล้างตลาด... ฉันเกรงว่าคุณจะรับความเสี่ยงไม่ไหวนะคะคุณอคิน" พรีมเอ่ยเสียงเรียบพลางขยับยิ้มท้าทาย
อคินจ้องมองริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่ขยับพูดห่างจากเขาเพียงไม่กี่เิเ
"ผมเป็นักลงทุนประเภท High Risk High Return ครับริน... ยิ่งอะไรที่มันรับมือยาก ผมก็ยิ่งอยากจะทุ่มงบเพื่อมันให้ได้เพียงคนเดียว"
เขาใช้ปลายนิ้วหนาเชยคางเธอขึ้นเบาๆ แววตาคมเข้มสื่อความหมายลึกซึ้งที่มากกว่าคำว่าพาร์ทเนอร์ ก่อนจะค่อยๆ ถอยห่างออกมาทิ้งไว้เพียงความร้อนผ่าวบนผิวแก้มของพรีม
"ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ... คุณนางร้าย"