รักอย่างมีเงื่อนไข (Love With Benefits)

    ตอนที่ 7 ย้อนความหลัง_[2]

            “คิดถึงเมื่อก่อนเนอะ” ชายหนุ่มเอ่ยแค่นๆ แล้วแหงนมองดาวประจำเมือง

            นรารินเงยหน้าขึ้นมองตาม สมองว่างเปล่าขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก แสงดาวทอประกายวาววับไม่จับสายตาเธอสักนิดเดียวเพราะถูกขโมยความสนใจทั้งหมดทั้งมวลไปยังคนข้างกายจนหมดจด

            เธอรู้สึกรังเกียจตัวเองเล็กน้อยที่แอบโล่งใจเมื่อปริณธวัฒน์นั่งข้างกายทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอจินตนาการว่าเขาคงมีความสุขดื่มด่ำกับคู่หมั้นบนเตียงนอนจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

            แว่นกรองแสงเข้ากับรูปใบหน้า พรางขอบตาช้ำๆ ของเธอไว้ และเขาคงไม่สังเกตเห็นภายใต้แสงสลัวเช่นนี้ ตอนเจอกันที่ลานจอดรถกับร้านสะดวกซื้อเธอก็พยายามซ่อนมันตลอดเวลา

            ...เขาต้องไม่รู้ว่าเธอเสียใจเพราะตระหนักได้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคนเป็๲เ๽้าของ

            คนตัวเล็กกว่าลอบมองเสี้ยวหน้าเมื่อชายหนุ่มดูดเครื่องดื่มผ่านหลอด

            น้องยูกิก็มีนิสัยแปลกคล้ายเขาเหมือนกัน แกไม่ค่อยชอบดื่มจากขอบแก้วหรือปากขวด เริ่มโตหน่อยยังอ้อนขอใช้หลอดดูดนมในแก้วแทนขวดนมด้วยซ้ำไป

            น้ำอิงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเขาปล่อยเวลาให้เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เหตุผลอีกข้อที่ทำให้ชายหนุ่มอยู่กับเธอแล้วสบายใจ

            เธอยกแก้วบรรจุโซจูผสมน้ำแข็งขึ้นจรดเรียวปากละเอียดรสขมปนหวานระหว่างแอลกอฮอล์กับผลไม้ช้าๆ

            อร่อยดีจัง

            หญิงสาวหยิบขวดสีเขียวมีหยดน้ำเกาะรอบๆ ขึ้นอ่านสลาก แต่เหตุผลใหญ่ไม่ใช่ว่าอยากรู้ส่วนผสมหากแต่ไม่รู้จะวางมือไม้ หรือทำตัวอย่างไรดีต่างหาก

            คนไม่ได้เจอกันนานย่อมมีอาการประดักประเดิดเป็๞ธรรมดา ยิ่งจบกันไม่ค่อยสวยนักยิ่งวางตัวลำบากชอบกล

            “อิงซื้อที่นี่เหรอ” เขาเริ่มชวนคุย นรารินพยักหน้า ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มอ่อนจาง “งานไปได้ดีเลยใช่มั้ย”

            “ก็… ดีค่ะ”

            เธอไม่เล่ารายละเอียดหรอกว่าปีแรกยังไม่ได้ทำงานเพราะอุ้มท้องรอคลอด ทำงานพิเศษเป็๲ติวเตอร์ภาษาออนไลน์หาค่าบ้านพัก ค่าเตรียมคลอดลูก ปีถัดมาต่างหากที่เธอฟิตตัวเองสมัครสอบอีกครั้งแล้วผ่านจึงได้รับการตอบรับเข้าทำงานสมความตั้งใจที่ย้ายไปไกลถึงญี่ปุ่น

            “พี่ดีใจด้วยนะ ดีใจจริงๆ ที่อิงประสบความสำเร็จขนาดนี้” เขามองเสี้ยวหน้าสวย ยิ้มจริงใจ มีความสุขราวกับความสำเร็จของนรารินเป็๞ของตัวเอง

            คนถูกชื่นชมทอดสายตาออกไปไกลหากแต่ดวงตาไม่มีจุดโฟกัส เธอไม่อยากหวั่นไหวกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็๲ของผู้หญิงคนอื่น

            ปริณธวัฒน์มาหาเธอก็จริง แต่เธอรู้ดีว่าเพราะขาดที่พึ่งพิงเขาจึงอยู่ที่นี่กับเธอตอนนี้

            “บริษัทพี่ปัณเป็๲ยังไงบ้างคะ” เธออยากรู้ความเป็๲ไปของเขาเช่นเดียวกัน

            “ก็ดีนะ พี่เพิ่งได้โปรโมตเป็๞บอร์ดบริหารเมื่อปีที่แล้ว งานยุ่งเลยล่ะ” ชายหนุ่มเขย่าแก้วพลางเล่าเ๹ื่๪๫ชีวิตการงานของตัวเอง

            “ยินดีด้วยนะคะ”

            เขาสั่นหน้าราวกับว่ามันไม่สลักสำคัญ

            การได้นั่งเคียงข้างนรารินเป็๲ความสุขสงบในชีวิตของเขาซึ่งย้อนกลับมาในรอบ 4 ปี

            เวลาเดินผ่านไปเกือบเที่ยงคืนตรง เขาไม่มีท่าทางเร่งร้อนเช่นเดียวกับคนข้างกาย นรารินยังคงนั่งที่เดิมแม้เกือบชั่วโมงที่ผ่านมาพวกเขาสนทนากันเพียงไม่กี่ประโยค

            ยิ่งดึกลมยิ่งโบกพัดแรงขึ้น

            นั่งตรงนี้ทั้งคืนก็ยังได้ เขาไม่อยากให้เวลาในคืนนี้หมดลงไปเลยเพราะไม่รู้ว่าต่อไปจะใช้อะไรเป็๞ข้ออ้างกับนรารินเพื่อขอมาพบเธออีก

            ปริณธวัฒน์ถอดแหวนหมั้นตรงนิ้วนางข้างซ้ายออก กำมันไว้ในมือ สันกรามขบแน่นจนหญิงสาวสังเกตได้

            หากการเลิกราง่ายดายเหมือนการถอดแหวนหมั้นออกคงดีไม่น้อย ชายหนุ่มมองกำปั้นตัวเองที่กำเครื่องพันธนาการระหว่างตัวเองกับปวริศาเอาไว้

            คนไม่รู้ปัญหาลึกตื้นหนาบาง เดาไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร

            “เกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นระหว่างพี่ปัณกับคุณปิ่นเหรอคะ” เธอลองถามอย่างระมัดระวัง ด้วยนิสัยเขาคงจำได้อยู่แล้วว่าเมื่อใดหากไม่อยากตอบก็เสชวนคุยเ๹ื่๪๫อื่นเสียเพราะเธอจะไม่คะยั้นคะยอถามให้เขายิ่งลำบากใจ

            เขามองเธอนิดคล้ายจะบอกขอบคุณที่เอ่ยปากถามเพราะเ๽้าตัวกำลังอยากระบายความอัดอั้น

            “พี่ไม่อยากมีลูก” เขาเล่าสาเหตุหลัก ไม่ได้ลงรายละเอียดหลายเ๹ื่๪๫ที่เป็๞ปัญหาคาราคาซังมานาน

            ถ้อยคำนั้นเสียดแทงกลางใจนราริน

            เขาไม่อยากมีลูก ไม่อยากเป็๞พ่อแล้วถ้าหากรู้เล่าว่าตัวเองมีลูกแท้ๆ เป็๞ตัวเป็๞ตนอยู่ตั้งคนหนึ่งแล้วจะเป็๞เช่นไร