“คิดถึงเมื่อก่อนเนอะ” ชายหนุ่มเอ่ยแค่นๆ แล้วแหงนมองดาวประจำเมือง
นรารินเงยหน้าขึ้นมองตาม สมองว่างเปล่าขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก แสงดาวทอประกายวาววับไม่จับสายตาเธอสักนิดเดียวเพราะถูกขโมยความสนใจทั้งหมดทั้งมวลไปยังคนข้างกายจนหมดจด
เธอรู้สึกรังเกียจตัวเองเล็กน้อยที่แอบโล่งใจเมื่อปริณธวัฒน์นั่งข้างกายทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอจินตนาการว่าเขาคงมีความสุขดื่มด่ำกับคู่หมั้นบนเตียงนอนจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่
แว่นกรองแสงเข้ากับรูปใบหน้า พรางขอบตาช้ำๆ ของเธอไว้ และเขาคงไม่สังเกตเห็นภายใต้แสงสลัวเช่นนี้ ตอนเจอกันที่ลานจอดรถกับร้านสะดวกซื้อเธอก็พยายามซ่อนมันตลอดเวลา
...เขาต้องไม่รู้ว่าเธอเสียใจเพราะตระหนักได้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคนเป็เ้าของ
คนตัวเล็กกว่าลอบมองเสี้ยวหน้าเมื่อชายหนุ่มดูดเครื่องดื่มผ่านหลอด
น้องยูกิก็มีนิสัยแปลกคล้ายเขาเหมือนกัน แกไม่ค่อยชอบดื่มจากขอบแก้วหรือปากขวด เริ่มโตหน่อยยังอ้อนขอใช้หลอดดูดนมในแก้วแทนขวดนมด้วยซ้ำไป
น้ำอิงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเขาปล่อยเวลาให้เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เหตุผลอีกข้อที่ทำให้ชายหนุ่มอยู่กับเธอแล้วสบายใจ
เธอยกแก้วบรรจุโซจูผสมน้ำแข็งขึ้นจรดเรียวปากละเอียดรสขมปนหวานระหว่างแอลกอฮอล์กับผลไม้ช้าๆ
อร่อยดีจัง
หญิงสาวหยิบขวดสีเขียวมีหยดน้ำเกาะรอบๆ ขึ้นอ่านสลาก แต่เหตุผลใหญ่ไม่ใช่ว่าอยากรู้ส่วนผสมหากแต่ไม่รู้จะวางมือไม้ หรือทำตัวอย่างไรดีต่างหาก
คนไม่ได้เจอกันนานย่อมมีอาการประดักประเดิดเป็ธรรมดา ยิ่งจบกันไม่ค่อยสวยนักยิ่งวางตัวลำบากชอบกล
“อิงซื้อที่นี่เหรอ” เขาเริ่มชวนคุย นรารินพยักหน้า ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มอ่อนจาง “งานไปได้ดีเลยใช่มั้ย”
“ก็… ดีค่ะ”
เธอไม่เล่ารายละเอียดหรอกว่าปีแรกยังไม่ได้ทำงานเพราะอุ้มท้องรอคลอด ทำงานพิเศษเป็ติวเตอร์ภาษาออนไลน์หาค่าบ้านพัก ค่าเตรียมคลอดลูก ปีถัดมาต่างหากที่เธอฟิตตัวเองสมัครสอบอีกครั้งแล้วผ่านจึงได้รับการตอบรับเข้าทำงานสมความตั้งใจที่ย้ายไปไกลถึงญี่ปุ่น
“พี่ดีใจด้วยนะ ดีใจจริงๆ ที่อิงประสบความสำเร็จขนาดนี้” เขามองเสี้ยวหน้าสวย ยิ้มจริงใจ มีความสุขราวกับความสำเร็จของนรารินเป็ของตัวเอง
คนถูกชื่นชมทอดสายตาออกไปไกลหากแต่ดวงตาไม่มีจุดโฟกัส เธอไม่อยากหวั่นไหวกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็ของผู้หญิงคนอื่น
ปริณธวัฒน์มาหาเธอก็จริง แต่เธอรู้ดีว่าเพราะขาดที่พึ่งพิงเขาจึงอยู่ที่นี่กับเธอตอนนี้
“บริษัทพี่ปัณเป็ยังไงบ้างคะ” เธออยากรู้ความเป็ไปของเขาเช่นเดียวกัน
“ก็ดีนะ พี่เพิ่งได้โปรโมตเป็บอร์ดบริหารเมื่อปีที่แล้ว งานยุ่งเลยล่ะ” ชายหนุ่มเขย่าแก้วพลางเล่าเื่ชีวิตการงานของตัวเอง
“ยินดีด้วยนะคะ”
เขาสั่นหน้าราวกับว่ามันไม่สลักสำคัญ
การได้นั่งเคียงข้างนรารินเป็ความสุขสงบในชีวิตของเขาซึ่งย้อนกลับมาในรอบ 4 ปี
เวลาเดินผ่านไปเกือบเที่ยงคืนตรง เขาไม่มีท่าทางเร่งร้อนเช่นเดียวกับคนข้างกาย นรารินยังคงนั่งที่เดิมแม้เกือบชั่วโมงที่ผ่านมาพวกเขาสนทนากันเพียงไม่กี่ประโยค
ยิ่งดึกลมยิ่งโบกพัดแรงขึ้น
นั่งตรงนี้ทั้งคืนก็ยังได้ เขาไม่อยากให้เวลาในคืนนี้หมดลงไปเลยเพราะไม่รู้ว่าต่อไปจะใช้อะไรเป็ข้ออ้างกับนรารินเพื่อขอมาพบเธออีก
ปริณธวัฒน์ถอดแหวนหมั้นตรงนิ้วนางข้างซ้ายออก กำมันไว้ในมือ สันกรามขบแน่นจนหญิงสาวสังเกตได้
หากการเลิกราง่ายดายเหมือนการถอดแหวนหมั้นออกคงดีไม่น้อย ชายหนุ่มมองกำปั้นตัวเองที่กำเครื่องพันธนาการระหว่างตัวเองกับปวริศาเอาไว้
คนไม่รู้ปัญหาลึกตื้นหนาบาง เดาไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร
“เกิดเื่อะไรขึ้นระหว่างพี่ปัณกับคุณปิ่นเหรอคะ” เธอลองถามอย่างระมัดระวัง ด้วยนิสัยเขาคงจำได้อยู่แล้วว่าเมื่อใดหากไม่อยากตอบก็เสชวนคุยเื่อื่นเสียเพราะเธอจะไม่คะยั้นคะยอถามให้เขายิ่งลำบากใจ
เขามองเธอนิดคล้ายจะบอกขอบคุณที่เอ่ยปากถามเพราะเ้าตัวกำลังอยากระบายความอัดอั้น
“พี่ไม่อยากมีลูก” เขาเล่าสาเหตุหลัก ไม่ได้ลงรายละเอียดหลายเื่ที่เป็ปัญหาคาราคาซังมานาน
ถ้อยคำนั้นเสียดแทงกลางใจนราริน
เขาไม่อยากมีลูก ไม่อยากเป็พ่อแล้วถ้าหากรู้เล่าว่าตัวเองมีลูกแท้ๆ เป็ตัวเป็ตนอยู่ตั้งคนหนึ่งแล้วจะเป็เช่นไร