“เสี่ยวเจีย เ้าไปที่ใดมา แม่เ้าเรียกหา”
หวังซื่อที่อยู่บ้านติดกับเด็กหญิงตัวน้อยรีบเข้ามาหา
“ท่านคือคุณหนูที่อยู่บ้านหลังใหญ่หรือไม่เ้าคะ”
“เรียกข้าว่าเสี่ยวชิงเถิดเ้าค่ะ”
“ต้องขอโทษแทนเด็กคนนี้ด้วยนะเ้าคะที่ไปรบกวนพวกท่าน พ่อกับแม่ของนางป่วย พี่ชายทั้งสองก็ขึ้นเขาไปเก็บผักป่า” กลัวว่าพวกตนจะทำให้คุณหนูบ้านหลังใหญ่โตขุ่นเคืองจนถูกขับไล่ออกไปจากหมู่บ้าน
“เด็กคนนี้หาได้ทำอันใดผิด นางเพียงแค่้าหางานทำ”
“เสี่ยวเจีย เ้าช่างกตัญญูยิ่งนัก” ลูบศีรษะเด็กน้อยผมแห้งกรัง
“อย่าถือสาหาความนางเลยนะเ้าคะ พ่อกับแม่ของนางป่วยไม่มีเงินไปเชิญท่านหมอมารักษา เลยมีใจคิดอยากทำงานแลกค่าแรง”
“พาข้าไปสนทนากับแม่ของเ้า”
สภาพบ้านดินสองห้องนอนดูซอมซ่อ หลังคามุมด้วยหญ้าคา ดูอัตคัดขันสนยิ่งนักในสายตาผู้ที่เคยพบเห็นความเจริญรุ่งเรืองของเรือนขุนนางชั้นสูงในฉางอัน ห้องเก็บฟืนในเรือนพวกขุนนางยังดูใหญ่กว่าบ้านหลังนี้เสียอีก
เพียงย่างก้าวเข้ามาภายในบ้านเสียงไอก็ดังติดต่อกันหลายครั้ง ฟังจากเสียงไอคนผู้นั้นน่าจะมีเสมหะเต็มลำคอ
“ท่านแม่ ข้าพาพี่สาวมาพบท่านแม่”
“เจียเอ๋อร์!” เอ็ดบุตรสาว “ข้าต้องขอโทษที่บุตรสาวข้าไปสร้างความเดือนร้อนให้คุณหนู”
แค่ก แค่ก
“เสี่ยวเจียหาได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ข้าไม่ ท่านน้ายื่นมือออกมาให้ข้าตรวจชีพจรให้เถิด ข้าเคยศึกษาวิชาแพทย์กับท่านหมอหลวงมาก่อน พอจะรู้การจับชีพจรอยู่บ้าง”
เสียงหืดหาดดังออกมาจากลำคอทำให้จ้าวลู่ชิงสงสารปนเห็นใจ
“เจียเอ๋อร์เ้าไปนำผ้าที่ซักสะอาดแล้วมาให้แม่หน่อยเถิด”
เด็กน้อยรีบวิ่งไปทำตามที่มารดาบอก
จ้าวลู่ชิงคราแรกก็ไม่เข้าใจแต่พอเห็นนางนำผ้าสะอาดมาเช็ดบริเวณแขนก็เข้าใจทันที
“ท่านน้ามิต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”
“มิได้เ้าค่ะ แขนข้าสกปรก กลัวจะทำให้คุณหนูติดโรคด้วย”
นางพลัดตกน้ำเมื่อสามเดือนก่อน มีคนช่วยขึ้นมาได้แต่ร่างกายนางไม่แข็งแรงดังเดิม ขยับตัวทำงานเล็กน้อยก็เหนื่อยหอบ
จ้าวลู่ชิงจับแขนเล็กจนหนังติดกับกระดูกวางนิ่ง ยื่นนิ้วไปตรวจวัดชีพจร ชีพจรมีลักษณะจมและเต้นช้า พิษความเย็นเข้าสู่อวัยวะภายในจนกลายเป็โรคเรื้อรัง
“ท่านน้าหายใจหอบเหนื่อยมากที่สุดคือ่กลางคืน?”
“ใช่เ้าค่ะ” ตอบคำถามเสร็จก็รีบยกมือขึ้นปิดปากหันหน้าไปทิศทางอื่นแล้วไอ
“ท่านแม่ข้าเคยพลัดตกลงไปในลำธาร จากนั้นมานางก็ป่วยมาตลอด”
“ท่านน้านั่งพิงกำแพงก่อน” ช่วยร่างผอมให้นั่งพิงกำแพงที่ติดกับเตียง เสียงหายใจหืดหาดทำให้นางรีบเร่งมือการรักษา
จ้าวลู่ชิงรีบบอกชื่อยาสมุนไพรที่นางเคยเก็บมาจากูเาแล้วนำมาตากแห้งเก็บรักษาเอาไว้ในห้องเก็บยา สาวใช้ทั้งสองรีบไปจัดเทียบยาตามสั่ง
“เสี่ยวเจีย เ้าต้มน้ำได้หรือไม่”
“ได้เ้าค่ะ”
“ไปต้มน้ำมาให้พี่สาวสักกา”
“ให้ข้าทำเองเถิด” หวังซื่ออาสาจะต้มน้ำให้
“ท่านป้าหยุดก่อน ท่านมาช่วยพยุงท่านน้าให้นั่งหลังตรงเถิด จ้าวลู่ชิงจะทำการรักษาโดยการฝังเข็ม เพราะคนตรงหน้าหายใจติดขัด
หวังซื่อช่วยจับตัวอวี้ซื่อนั่งตรง ถอดเสื้อส่วนบนออก เหลือไว้แค่เพียงแผ่นหลังผอมโซ
ห่อเข็มเงินถูกคลี่ออก จ้าวลู่ชิงลงมือฝังเข็มตามจุดต่าง ๆ บนแผ่นหลังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เสียงหายใจหืดหาดเหมือนจะหายใจไม่ออก
มิทำให้นางเสียสมาธิเลยสักนิด ทว่าหวังซื่อที่ช่วยประคองอยู่กลับใแต่พอเห็นสายตาจ้าวลู่ชิงปรามก็หยุด นั่งน้ำตาไหลกลัวว่าเพื่อนบ้านที่อพยพมาด้วยกันจะสิ้นใจลง
อวี้ซื่อที่หอบจนตัวโยนค่อย ๆ สงบลง เสียงหายใจยังหืดหาดแต่จังหวะการหายใจเริ่มกลับมาปกติ
มู่เจียถือกาน้ำใบเล็กอันเก่าแก่เข้ามาภายในห้องนอน เมื่อสักครู่เห็นมารดาหายใจแรงทำให้เด็กน้อยน้ำตาไหลจนทำน้ำร้อนหก ยังดีที่นางยกขาออกได้ทัน รีบวางกาน้ำร้อนไว้บนโต๊ะที่มีผ้ารอง
“รินน้ำร้อนใส่ถ้วย” จ้าวลู่ชิงบอก จากนั้นก็สนใจเข็มที่ปักอยู่บนหลังต่อ
เป็โรคปราณอุดในสมัยที่เครื่องมือทางการแพทย์ไม่ครบครันช่างอันตรายยิ่งนัก แผ่นหลังนางเต็มไปด้วยเหงื่อถ้าเกิดว่าเสี่ยวเจียไม่ตัดสินใจไปของานนางทำ นางไม่ได้ตามเสี่ยวเจียมาถึงที่บ้าน ท่านน้าคงต้องทรมานหนัก หายใจไม่ออกสามารถนำพาไปสู่การเสียชีวิตได้
โรคปราณอุดที่นางกำลังเผชิญมิได้เป็มาั้แ่กำเนิด น่าจะเป็่ที่พลัดตกลำธาร ่นั้นต้องเป็หน้าหนาวนางถึงได้มีอาการป่วยเรื้อรังบวกกับไม่มีเงินไปเชิญหมอมารักษาอย่างต่อเนื่องจึงมิหายขาด
เสมหะในลำคอมีอยู่เต็มอุดกั้นหลอดลม เวลาหายใจจึงได้ยินเสียงดังหืดหาด
จ้าวลู่ชิงถอดเข็มที่ใช้แล้วใส่ลงในขวดแก้วเล็ก ๆ ที่ด้านในมีสุราบรรจุอยู่ สวมเสื้อกลับให้ดังเดิม
“ท่านน้าดื่มน้ำอุ่น ๆ ก่อน” แตะขอบถ้วยเห็นว่าน้ำลดอุณหภูมิจากน้ำร้อนกลายเป็น้ำอุ่นจึงยกขึ้นจ่อปากคนป่วย
อวี้ซื่อค่อย ๆ ดื่มน้ำอุ่นด้วยสภาพหมดแรง เสียงหายใจดังหืดหาด
จ้าวลู่ชิงเห็นใจผู้ที่ป่วยโรคนี้ เสมหะเต็มลำคอไอแล้วบ้วนมันออกมาก็ไม่ได้เพราะจะทำให้เหนื่อยหอบ เทียบยาที่นางให้สาวใช้ไปนำมาวางอยู่บนโต๊ะ
จ้าวลู่ชิงลุกขึ้นไปตรวจสมุนไพรอย่างละเอียด จากนั้นก็วานให้ซูเจินไปต้มยากับเสี่ยวเจีย
“ท่านน้านั่งพิงกำแพงแล้วหลับดีกว่า นอนราบกับพื้นจะทำให้หายใจลำบาก”
หวังซื่อกับจ้าวลู่ชิงช่วยประคองให้คนป่วยนั่งหันหลังพิงกำแพงบ้านอยู่บนเตียง
ผ้าห่มถูกดึงมาคลุมขา
น้ำร้อนที่อยู่ภายในกาถูกเทลงบนถ้วย ไอร้อนของน้ำยังคงมี จ้าวลู่ชิงนำถ้วยมาจ่อจมูกอวี้ซื่อ
“ท่านน้าหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อยปลดปล่อยลมหายใจ ระหว่างควบคุมจังหวะการหายใจท่านไม่ต้องรีบร้อน ท่านหายใจเอาไอน้ำร้อน ๆ เข้าไปด้วยจะได้รู้สึกโล่ง”
อวี้ซื่อทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อสักครู่นางเกือบขาดใจตาย หายใจเข้าไปได้นิดเดียวก็ต้องปลดปล่อยลมหายใจออกมา
“ท่านน้าค่อย ๆ จิบน้ำอุ่นเพื่อล้างเสมหะที่ติดอยู่ในลำคอลงไป” ป้อนน้ำอุ่นจนหมดถ้วย “ถ้าเหนื่อยก็พักผ่อนเถิด มิต้องเกรงใจ บ้านท่านมีเสี่ยวเจียคอยดูแลอยู่” ผู้คนยุคสมัยนี้ช่างเกรงใจเสียจริง ขนาดป่วยจนเกือบไปเยือนประตูผียังพยายามทำตัวเป็เ้าบ้านที่ดี
“ยาเม็ดนี้ท่านกินลงไป มันจะช่วยขจัดความชื้น ละลายเสมหะที่เกาะกันเป็ก้อน ปรับสมดุลซี่ส่วนกลาง”
จ้าวลู่ชิงนั่งหลอมยาลูกกลอนเมื่อคืนไม่คิดว่าจะได้ใช้เร็วเยี่ยงนี้ ยาเม็ดนี้มีส่วนผสมของสมุนไพรหกชนิด คือ ปั้นเซี่ย ฝูหลิง เซิงเจียง อูเหมย จฺหวีผี และกันเฉ่า
นางหลอมยาชนิดนี้อย่างระมัดระวังเพราะปั้นเซี่ยเป็สมุนไพรมีพิษ ต้องผ่านกรรมวิธีการกำจัดพิษออกเสียก่อนจึงใช้ได้
มู่หานกับมู่เฉินกลับมาจากขุดผักป่าเห็นมีแขกอยู่ในบ้านก็ใ รีบทิ้งตะกร้าวิ่งเข้าไปภายในบ้านด้วยความหวาดกลัว พี่น้องทั้งสองกลัวว่าอาจจะมีผู้ใดเสียชีวิตเพราะท่านพ่อท่านแม่ป่วยทั้งคู่ และยังมีชาวบ้านอยู่ในบ้าน
“ท่านแม่” มู่หานพี่ชายคนโตรีบเข้าไปยืนข้างเตียงที่มีมารดานั่งหลับตาพิงกำแพง
“เสี่ยวหานเ้าอย่ารบกวนเวลาพักผ่อนของแม่เ้า” หวังซื่อดึงเด็กชายผอมโซที่อายุเพียงสิบสองก็ต้องรับหน้าที่เป็เสาหลักของครอบครัว เพราะบิดามารดานอนป่วย
“แม่ข้ามิได้เป็อันใดจริงหรือขอรับ” ไม่อยากจะเชื่อ ท่านแม่พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานเกือบทุกวัน ยิ่งตอนกลางคืนเสียงหายใจจะยิ่งดังกว่าปกติ
“ข้าจะโกหกเ้าไปไยกัน พี่สาวบ้านหลังใหญ่มารักษาอาการป่วยของแม่เ้า ขอบคุณพี่สาวเร็วเข้า”
มู่หานกับมู่เฉินมองพี่สาวตรงหน้า รู้ทันทีว่าคนผู้นี้คือคุณหนูสูงศักดิ์แห่งเมืองหลวง ทว่ามีข่าวลือจากชาวบ้านว่าตระกูลนางถูกฮ่องเต้ปลดให้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเดิมของบรรพบุรุษ สามปีก่อนนางก็เคยมาพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านก่อนจะกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างที่นางมาอยู่ที่นี่ก็ใช้ชีวิตอยู่เพียงภายในบ้านเป็ส่วนใหญ่ เพราะได้ยินว่านางป่วยจึงต้องกลับมารักษาตัว
“ขอบคุณมากขอรับคุณหนู” สองพี่น้องกล่าวขอบคุณ
“พวกเ้าอายุเท่าใดกันบ้าง”
“ข้าอายุสิบสอง ส่วนน้องข้าอายุสิบขวบ”
“พวกเ้าเรียกข้าว่าพี่สาวก็พอ มิต้องเรียกว่าคุณหนู” นางจะทำตัวสูงศักดิ์แบบเดิมได้อย่างไร นางและครอบครัวก็แค่ชาวบ้านธรรมดาต่อไปนางจะผูกมิตรกับชาวบ้านให้มากขึ้น ญาติอยู่ไกลมิสู้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน
“พี่สาว โปรดช่วยท่านพ่อข้าด้วย” มู่หานทิ้งตัวลงคุกเข่าขอร้อง
จ้าวลู่ชิงมองหาบิดาของเด็กพวกนี้
“ท่านพ่อนอนหลับอยู่ห้องข้าขอรับ” บิดาเขาได้รับาเ็ที่ขาจนลุกเดินไม่ได้ ที่ท่านพ่อท่านแม่ต้องแยกห้องกันนอนเพราะเวลากลางคืนท่านแม่จะหายใจเสียงดัง บิดาเป็ห่วงจนนอนมิหลับ หากบิดานอนไม่หลับก็จะรู้สึกเ็ปจนทนแทบไม่ไหว
หมายเหตุ
ปั้นเซี่ย คือ ลำต้นใต้ดินแห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pinellia ternata (Thunb.) Ten. ex Breitenb. วงศ์ Araceae
ฝูหลิง คือ เห็ดแห้งที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Poria cocos (Schw.) Wolf วงศ์ Polyporaceae.
เซิงเจียง คือ ขิงสด
อูเหมย คือ บ๊วยดำ
จฺหวีผี คือ กิ๊กพ้วย เปลือกผลสุกที่ทำให้แห้งของพืชที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus reticulata Blanco วงศ์ Rutaceae
กันเฉ่า คือ ชะเอมเทศ