ร้อยวิถี วิถีที่ ๒ การจากไปของชายชรา
แววตาของหลงไป๋ฉายความแน่วแน่ออกมาอย่างชัดเจนกำปั้นที่อัดพลังยุทธ์ไว้อย่างเต็มเปี่ยมถูกซัดใส่ตงซูอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรตงซูเองก็ถือว่าเป็นักเลงมือดีคนหนึ่งมีหรือที่จะปล่อยให้โดนกดดันแต่โดยง่าย
เ้าเด็กนี่มีฝีมือที่ไม่เลวเลยหากปล่อยไว้เนิ่นนานคงเป็เราที่พลาดท่าเองเป็แน่ตงซูเบี่ยงตัวหลบหมัดของหลงไป๋ก่อนจะหมุนตัวฟาดลำแข้งเข้าใส่บริเวณเอวของหลงไป๋
ตูม ตูม ตูม
เสียงต่อสู้ดังออกมาอย่างไม่ขาดสายคล้ายดั่งเสียงกลองในสนามรบขณะนั้นเองหลงไป๋พลันหยุดร่างลงอย่างกะทันหันสร้างความประหลาดใจให้กับตงซูเป็อย่างมาก
“เป็อะไรไปเ้าหนู ฮ่าฮ่าฮ่าชีวิตของเ้าคงจบลงแค่นี้แหละ!”ตงซูพอเห็นว่าหลงไป๋จู่ก็หยุดร่างลงจึงคิดว่าเ้าเด็กน้อยคนนี้คงต่อสู้จนหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้วจึงได้หยุดนิ่งอยู่กับที่เช่นนั้น ประกอบกับหลงไป๋ค่อยๆทรุดร่างลงดังสิ้นคนกำลังจะขาดใจทำให้ตงซูละทิ้งความระมัดระวังจนสิ้นก่อนจะเดินเข้าไปหวังสังหารหลงไป๋ให้ตายลง
“ว่าก็ว่าเถอะเื่ที่เ้าปิดบังว่าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ ก็ถือว่าทำได้ไม่เลวสามารถตบตาข้าตงซูผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้ถือว่าร้ายกายพอตัว แต่ขยะก็เป็เศษขยะอยู่วันยังค่ำสุดท้ายก็ไม่หลงเหลือสิ่งใด” จู่ๆตงซูก็หยิบมีดสั้นที่แอบเหน็ดไว้ที่แขนเสื้อออกมาก่อนที่จะเงื้อมีดสั้นหวังฟาดฟันหลงไป๋ให้ตายลง
“ตายซะเถอะเ้าเด็กเหลือขอ!”
ตูมมมม
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตงซูที่กำลังจะลงมือสังหารหลงไป๋กลับลอยม้วนกลิ้งไปชนกับต้นไม้เื้ัอีกครั้ง
กว่าจะพยุงตัวลุกขึ้นมาได้ก็ต้องมาพบกับภาพเดิมๆอีกครั้งฟันจำนวนมากที่เกลื่อนพื้นปะปนกองไหลสีแดงตอนนี้ไม่เพียงแค่สองซี่แต่ฟันด้านหน้าของมันได้หายไปจนหมดสิ้นแล้วตงซุต่างเดือดดาลด้วยโทสะเสียงเสียงร้องะโโหวกเหวกโวยวายเสียงดังด้วยความอาฆาตแค้น
“เ้าพวกเศษสวะข้าจะสับพวกเ้าเป็หมื่นๆชิ้น”
“หากเ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดูข้าก็อยากจะรู้นักว่าใครกันแน่ที่จะถูกสับเป็หมื่นชิ้น” เสียงของชายราดังขึ้นแม้น้ำเสียงจะดูราบเรียบแต่ก็แฝงไว้ด้วยรังสีสังหารที่เย็นะเืตงซูเพียงได้ยินเสียงดังกล่าวก็ต้องขนลุกชั้นไปทั่วทั้งตัวขณะนั้นเองที่ตงตงเพิ่งตามมาถึงด้วยร่างกายที่ใหญ่ั์ของมันทำให้ความเร็วนั้นเทียบไม่ได้กับตงซูผู้เป็พี่เลย
“หนอยยยย...เ้าเฒ่าสวะ ตายซะเถอะแก!!!”
ตงตงเมื่อเห็นชายชราอยู่ตรงหน้าก็พลันทะยานร่างเข้าไปหาโดยทันทีด้วยไฟแค้นที่ปะทุแน่นในอกหวังจะฉีกทึ้งร่างของของปู่หลานให้เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตใบหน้าของตงซูเลยว่าบัดนี้ได้ซีดขาวราวกับไก่ต้มไร้สีสันประหนึ่งซากศพ แผ่นหลังหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา
“ตงตง ระวังเ้าแก่นั้นอยู่ขั้นก่อตั้ง!!!”
ตงซูพอตั้งสติได้ก็พลันส่งเสียงร้องออกไปเมื่อเห็นน้องชายผู้โง่เขลาของตนกำลังเงื้อหมัดใส่มัจจุราชเบื้องหน้ายิ่งเห็นสายตาเ็าจากชายชราแขนเดียวยิ่งรู้สึกเหน็บหนาวไปถึงหัวใจและก็เป็ไปคาดเมื่อร่างของตงตงถูกซัดด้วยฝ่ามือที่แข็งแกร่งจนปลิวไปตามแรงฝ่ามือนั้น
ปังงงง
ร่างกำยำแข็งแรงดั่งหินผากลับลอยละลิ่วไม่ต่างจากเศษกระดาษขณะที่ร่างของชายชรากำลังเดินเข้าหาร่างของตงตงที่กำลังพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากตงซูที่ได้แต่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่พลันรีบรุดไปหยุดตรงหน้าของชายชรา ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
“ท่านผู้าุโโปรดละเว้นพวกข้าสองพี่น้องมีตาหามีแววไม่ ขอท่านโปรดละเว้นชีวิตด้วย”ตงซูรีบก้มหัวร้องขอต่อชายชราไม่ต่างจากกิ้งก่าตัวหนึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตงตงผู้น้องเป็อย่างมาก
“ท่านพี่! เหตุใดต้องยอมก้มหัวให้กับเ้าแก่นี่ดะ....” แต่ไม่ทันที่ตงตงจะได้กล่าวจนหมดประโยดฝ่าเท้าของผู้เป็พี่ก็ลอยมากระแทกปากเข้าอย่างจังส่งให้ร่างของตงตงกลิ้งตลบไปด้วยความเ็ป แต่ตงซูหาได้สนใจไม่สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คือทำอย่างไรให้เขามีชีวิตรอดออกไปจากมัจจุราชที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขาในขณะนี้
“น้องชายของผู้น้อยสมองเลอะเลือนพูดจาไม่รู้ความขอผู้าุโอย่าได้ถือสาหาความ”ตงซูรีบกล่าวขึ้นเมื่อเห็นแววตาที่ปรากฏรอยขุ่นเคืองเล็กๆ ของชรายชรา
หลงชิงซวนหันมามองตงซูที่ก้มหัวจนหน้าแทบจะชิดดินแล้วกล่าวขึ้นว่า
“ก่อนหน้านี้ข้ามิเคยกระทำการตอบโต้ใดใดแม้พวกเ้ากระทำการหยาบช้ามากมายทั้งต่อตัวข้าหรือต่อหลานข้า ส่วย... ตัวเราผู้เฒ่าล้วนจ่ายไม่เคยบิดพลิ้วแม้ครึ่งคำแต่การต้องจากส่วยถึงสี่หนในหนึ่งเดือนไม่ดูเป็เื่ที่เกินเลยไปบ้างหรอกหรือ”
“ล้วนแล้วแต่เป็เื่ที่เกินเลยล้วนแล้วแต่เกินเลย” ตงซูรีบตอบเออออไปกับชายชราเพราะการขัดใจผู้ที่กุมชีวิตเขาไว้ในกำมือเช่นนี้คงไม่ใช่เื่ที่ดีมากนัก
“หากเ้าเข้าใจ เหตุไฉนยังกระทำ”น้ำเสียงของชายชราราบเรียบก่อนจะกลายเป็เย็นยะเยียบเมื่อรังสีสังหารแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณตงซูที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดมีหรือที่จะรอดพ้นไปได้ร่างกายสั่นสะท้านหัวใจบีบรัดจนยากจะหายใจแผ่นหลังเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบ
“คำพูดของคนล้วนเคยตัดสินเส้นทางชีวิตของคนมามากมายบ้างรุ่งโรจน์ บ้างโรยราตกตาย!!”
ตงซูชะงักร่างสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิมหลายเท่ารังสีสังหารที่ปกคลุมอยู่ประหนึ่งดังกลายเป็คมกระบี่กล้าพาดคอเข้าไว้เมื่อหันกับไปมองผู้เป็น้องเื้ัก็พบว่าสลบไปเพราะแรงกดดันจากพลังลมปราณของชายชราไปแล้ว
ตงซูรู้ดีว่าคำพูดของชายชราหมายถึงสิ่งใดต่อจากนี้หากเขาพูดปดแม้เพียงครึ่งคำ คงมีเพียงแต่คนไร้สมองเท่านั้นที่จะคิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ตงซูสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะตัดสินใจบอกสิ่งที่ตนเองรู้แก่ชายชรา คนตายไม่อาจกินข้าวเลิศรสหรือเสพความสุขอื่นใดได้อีกมีเพียงคนที่มีชีวิตอยู่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ และเขาไม่ปรารถนาจะเป็คนตาย
“เื่มันเริ่มขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน...ขณะนั้นข้าติดตามเถ้าแก่กวงไปยังที่แห่งหนึ่งเป็เป็หมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาอสูร ข้าไม่ทราบรายละเอียดมากมากนักรู้แต่เพียงว่าทุกๆเดือนเถ้าแก่กวงจะต้องส่งส่วยให้กับหมู่บ้านแห่งนั้นเป็จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็อาวุธ ยา สมุนไพรเสื้อผ้า หรือแม้กะทั้งผู้หญิงข้าได้ยินผู้คนรวมถึงเถ้าแก่กวงเรียกที่เ่าั้ว่า หุบเขาราชสีห์”
ตงซูเหลือบไปเห็นสายตายเ็าของหลงชิงซวนนึกกลัวว่าชายชราจะไม่เชื่อและลงมือสังหารตนจึงรีบกล่าวขึ้นว่า
“ข้าน้อยพูดความจริงทุกคำของผู้าุโได้โปรดเมตตาด้วย”
หลงชิงซวนเหลือบไปมองสองพี่น้องด้านหน้ามองดูไปตงซูก็ไม่น่าจะกล้ากล่าวโกหกกับตนในยามนี้ จึงได้กล่าวขึ้นว่า
“เอาละเ้าจะพูดสิ่งใดมันก็เื่ของเ้ามีเพียงสิ่งเดียวที่เ้าสองคนพี่น้องสมควรรู้ไว้ ว่าหากพบกันคราหน้าแน่ใจได้เลยว่าพวกเ้าสองพี่น้อง ได้กลายเป็เพียงร่างที่ไร้ิญญาแน่”หลังจากหลงชิงซวนพูดจบเขาเดินกลับไปพยุงร่างของหลงไป๋ขึ้นมาก่อนจะพาร่างที่ไร้สตินั้นลับหายไปในราวป่า
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนายน้อยจึงสิ้นสติไปเช่นนี้ต้องรีบพานายน้อยไปยังที่ปลอดภัย ตัวข้าในยามนี้หลงเหลือเวลาไม่มากนักแล้วโชคดีนักที่เ้าอันธพาลโง่เขลาสองคนนั้นไม่ได้ขยันหาความรู้ใส่หัวสักเท่าใดนัก
เป็อย่างที่หลงชิงซวนคิดเพราะหากตงซูมีความรอบรู้กว่านี้อีกเพียงนิดก็จะรับรู้ได้ว่าหลงชิงซวนนั้นฝืนปลุกพลังยุทธ์ขึ้นมาอีกครั้งโดยแลกกับการเผาผลาญพลังชีวิตไปมหาศาลแต่เดิมนั้นแม้ว่าหลงชิงซวนจะมีพลังการฝึกยุทธ์อยู่ในของเขตมนุษย์ระดับปราณจิตขั้นสามหากแต่หลังจากเหตุการณ์จันทร์สีเพลิงเพื่อพาหลงไป๋หลบหนีเขากลับยอมสูญสิ้นพลังยุทธ์ที่ฝึกฝนรวมถึงแขนข้างขวาอีกข้างก่อนจะระเห็จระเหินมายังเมืองชายแดนแห่งนี้
ดังนั้นแม้ว่าหลงชิงซวนจะฝืนปลุกพลังขึ้นมาได้ก็เป็ได้เพียงลมปราณขั้นก่อตั้งเพียงชั่วขณะเท่านั้นด้วยวัยชราทำให้แม้แต่พลังชีวิตในยามนี้ก็ยากที่จะรักษาไว้หากตงซูเกิดบ้าบิ่นคิดต่อสู้ขึ้นมาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคงมีเพียงความตายของสองปู่หลานตระกูลหลงก็เพียงเท่านั้น
......................................................................................................................................................................
ในขณะที่หลงชิงซวนได้พาหลงไป๋ไปหลบซ่อนแล้วนั้นตงซูที่อดทนต่อแรงกดดันมาเนิ่นนานก็ได้มีโอกาสผ่อนลมหายใจได้อย่างโล่งอกมันขยับตัวออกเดินไปทางตงตงผู้เป็น้องก่อนจะเหวี่ยงเท้าเตะเต็มแรงจนเ้าของร่างที่นอนสลบอยู่นั้นฟื้นคืนสติขึ้นมา
“ทะ...ท่านพี่ตงซู...แล้วสองคนนั้นหายไปไหน ท่านพี่สังหารพวกมันไปจนหมดสิ้น?” ตงตงเอ่ยถามผู้พี่อย่างอ่อนแรงตัวมันจำไม่ได้ว่ามันสลบไปตอนไหนรู้แค่เพียงว่ากำลังพยุงกายขึ้นยืนหากแต่ไม่ทันจะทำอะไรได้มากนักก็รู้สึกเหมือนถูกูเาลูกใหญ่กดทับก่อนที่ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างจะดับวูบไป
ตงซูที่ได้ยินดังนั้นก็เกิดโทสะขึ้นมาไม่หายหากเมื่อครู่เพียงหลงชิงซวนใจร้อนขึ้นอีกนิดเพียงคำพูดโง่เง่าของตงตงคงทำให้มันสองคนพี่น้องต้องทอดร่างไว้ที่นี่แล้วคิดได้ดังนั้นตงซูจึงลงมือทุบตีตงตงอย่างทารุณประกอบกับตนเองนั้นพลาดท่าถูกจัดการจนฟันแทบจะหมดปากถึงสองครั้งสองคราการลงมือครั้งนี้จึงรุนแรงกว่าปกตินัก
“เข่นฆ่าเช่นนั้นหรือ เ้าโง่!!!หากมิใช่ข้าเอาเท้าอุดปากเ้าไว้ได้ทันเราสองพี่น้องมีหรือจะยังหายใจอยู่ตรงนี้ได้ตัวเ้าเป็อันใด เพียงพลังลมปราณก่อตั้งขั้นที่เจ็ดเพียงแค่เ้าเด็กเหลือขอนั่นก็อัดเ้าจนตายได้แล้ว ไหนจะเ้าเฒ่านั่นอีกรู้หรือไม่มันเป็ตัวอันใด ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นลมปราณก่อตั้งน้ำหน้าอย่างเ้าหรือจะสังหารมัน น่าขัน!”
ตงซูทุบตีไปบ่นไป โหวกเหวกโวยวายอยู่พักใหญ่จึงสงบใจลงได้บ้างหลังจากอึดอัดมานานพอได้ระบายออกมาบ้างจึงโล่งใจขึ้นไม่น้อยส่วนตงตงนั้นรู้ดีว่าพี่ชายทำไปด้วยความโมโหทุกการลงมือทุบตีแม้ดูโหดร้ายหากแต่ไม่มีครั้งไหนที่ตงซูแฝงพลังยุทธ์เข้าไป ใช้เพียงแรงกายปกติเท่านั้นเทียบกับร่างมหึมาของตงตงแล้วกลับไม่ปรากฏาแอันใด
“ไปกันได้แล้ว ยิ่งไกลยิ่งดีลางสังหรณ์ของข้าถูกเสมอและครั้งนี้มันบอกกับข้าว่าให้รีบไปจากเมืองชายแดนแห่งนี้”
ตงตงหน้าซีดเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของผู้เป็พี่ชายไม่รู้ว่าเป็เพราะคำสาปหรือพรจาก์ ที่ทำให้ตงซูมักจะััถึงลางร้ายได้ก่อนเสมอและมันไม่เคยมีครั้งไหนที่ผิดพลาด และครั้งนี้ก็เช่นกันภาพเมืองชายแดนที่คลาคล่ำไปด้วยสัตว์อสูรเปลวเพลิงที่ลุกไหม้บ้านเรือนจนกลายเป็กองเพลิงขนาดใหญ่แม้เสียงร่ำไห้ของชาวบ้านกลิ่นคาวเืที่ตลบอบอวลยังคงเด่นชัดอยู่ในจิตสำนักของตงซู
เขาทั้งเกลียดชังและชื่นชมสิ่งที่เขาเรียกว่าลางสังหรณ์นี้เพราะมันทำให้เขามักจะหนีรอดจากสิ่งร้ายๆเสมอแต่ไม่ว่าเขาจะรู้สึกกับมันยังไงสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดเลยก็คือในอนาคตสิ่งที่เขาทั้งรักทั้งเกลียดนี้เองที่จะเป็ตัวกำหนดชะตาของอาณาจักรทั้งอาณาจักร
ตงซูตัดสินใจรีบออกเดินทางไปพร้อมกับตงตงน้องชายโดยไม่ได้ย้อนไปหาเถ้าแก่กวงอีก
..........................................................................................................................................................................
ภายในถ้ำลึกในหุบเขาแห่งหนึ่งที่ถูกซุกซ่อนไว้ระหว่างหน้าผาสูงชันสองฝั่งในถ้ำแห่งนี้ดูไปไม่คล้ายเป็ถ้ำที่เพิ่งถูกพบเจอ ภายในถ้ำสะอาดสะอ้านมีพร้อมทั้งเตียงโต๊ะน้ำชา เสื้อผ้า กระบี่และของใช้อื่นๆครบครันเป็หลงชิงซวนที่คอยดูแลและจัดการถ้ำแห่งนี้ เพราะเขารู้ดีว่าจะต้องมีสักวันที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น หากแต่เมื่อคิดว่าหลงชิงชวนทำเื่ทุกอย่างนี้ด้วยพลังกายเพียงอย่างเดียวเพียงแขนข้างเดียว คงหลงเหลือไว้เพียงคำว่าเลื่อมใสนับถือเท่านั้น
หลงชิงซวนเฝ้ามองหลงไป๋ที่ยังคงไม่ได้สติอย่างเป็กังวลเวลาผ่านมาถึงสองวันแล้วหากแต่หลงไป๋ก็ยังคงไม่ได้สติและแน่นอนว่าเวลาชีวิตของเขาก็หายไปอีกสองวันเช่นกัน หลงชิงซวนจ้องมองหลงไป๋ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่าง เขานำกระดาษพร้อมพู่กันออกมาก่อนจะเขียนจดหมายหนึ่งฉบับด้วยความประณีต เขาขยับไปนั่งสมาธิ ก่อนจะจ้องมองไปยังหลงไป๋อีกครั้งพลางพึมพำบางถ้อยคำออกมาอย่างแ่เบาก่อนจะพริ้มตาลงสงนิ่งอย่างสงบสง่างาม
“ัขาวท่องทะยานไปทั่วสามภพก้าวผ่านซากศพธารโลหิต แม้มิอาจเป็เทพราชัน์ ไฉนจึงโรยร่วงสู่วิถีมาร”