บทที่ 10
ศัตรูที่ไม่คาดคิด
ฉึก !!!
“โฮกกกกกก…”
ร่างของคนนับสิบแทงกระบี่ใส่จุดตายของแรดเขี้ยวทมิฬพร้อมกัน เสียงร้องด้วยความเ็ปของสัตว์อสูรแดนดินแผดเสียงดังไปทั่วป่า เืสีแดงเข้มไหลออกจากลำตัวขนาดใหญ่เหมือนแม่น้ำล้นทะลัก เฉินฟงเห็นฉากนั้นแล้วขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ วินาทีที่หนึ่งคนในนั้นกำลังจะใช้กระบี่แทงทะลุจุดตายแรดเขี้ยวทมิฬ เฉินฟงก็ใช้วิชาท่าร่างเงาพรางตาพุ่งเข้าหาแรดเขี้ยวทมิฬด้วยความเร็วที่ทำให้คนเ่าั้ตกตะลึงพร้อมกับใช้หมัดทะลวงฟ้าขั้น 2 ซัดเข้าใส่จุดตายแรดเขี้ยวทมิฬเต็มแรงปลิดลมหายใจสัตว์อสูรแดนดินระดับ 2 ในหมัดเดียว !!
ตุบ !!
เสียงร่างใหญ่โตล้มลงกับพื้นในทันทีท่ามกลางความตกกตะลึงของทุกคนรอบข้างและยังมีกลุ่มคนที่แอบซุ่มมองการต่อสู้เพื่อรอจังหวะเข้าหาผลประโยชน์อีก เฉินฟงดีดตัวออกมาห่างจากร่างไร้ิญญาของแรดเขี้ยวทมิฬเล็กน้อยพร้อมกับในมือที่ถือแผ่นป้ายทองแดงจำนวนแปดอันที่เคยอยู่บนคอแรดเขี้ยวทมิฬเอาไว้ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
“ไอ้หน้าอ่อนนี่สังหารสัตว์อสูรแดนดินระดับ 2 ด้วยหมัดเดียวหรือ !!”
มีเสียงซุบซิบออกมาด้วยความใ แต่เฉินฟงไม่ได้สนใจกลุ่มคนที่แอบซ่อนตัวอยู่พวกนั้น เขาจ้องมองไปที่ผู้มาใหม่เกือบสิบคนที่เกือบจะเเย่งชิงผลประโยชน์ของตนไปด้วยท่าทีสบาย ๆ
ในความเป็จริงเฉินฟงตั้งใจใช้วิชาหมัดทะลวงฟ้าฆ่าเเรดเขี้ยวทมิฬเพราะ้าเเสดงความน่าเกรงขามให้ทุกคนได้รับรู้ เพราะนอกจากกลุ่มคนเบื้องหน้าที่คิดชุบมือเปิบจากเขา ยังมีคนที่แอบซุ่มดูอีกนับร้อยกำลังรอเข้าเเย่งชิงแผ่นป้ายทองแดงไป
ตอนนี้หลายคนเห็นถึงความเเข็งแกร่งของเฉินฟงพวกเขาจึงชั่งใจที่จะลงมือ ด้วยแต่ละคนไม่ได้จับกลุ่มเป็กลุ่มใหญ่นักพวกเขาจึงยังไม่คิดเข้าไปแย่งชิงผลประโยชน์กับคนที่เเข็งแกร่ง นอกจากนี้มีคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังแย่งชิงผลประโยชน์กับชายผมสีเงินอยู่แล้วนับสิบคน !
“น้องชายข้าว่าพวกเราตกลงกันได้ ถึงอย่างไรพวกข้าก็ช่วยเ้าจัดการเเรดเขี้ยวทมิฬ เ้าไม่คิดว่าควรแบ่งแผ่นป้ายทองแดงให้พวกข้าบ้างหรือ”
เฉินฟงยิ้มกว้างทันทีที่หนึ่งในนั้นพูด มันไม่ได้เกินความคาดหมายของเขา ตอนนี้ซูหยางจิงและซูลู่ที่าเ็จากการต่อสู้ลุกขึ้นมายืนอยู่เคียงข้างเฉินฟงแล้ว แต่ดูอย่างไรกลุ่มของเฉินฟงที่มีเพียงสามคน แถมสองในสามยังาเ็หนักก็เสียเปรียบคนอีกกลุ่มที่มีถึงสิบคน แถมแต่ละคนยังร่างกายสมบูรณ์พร้อมต่อสู้อีกด้วย
“ข้อเสนออย่างนั้นหรือ ?”
”ใช่แล้ว ! เ้าก็นำแผ่นป้ายทองแดงไปหนึ่งแผ่นในส่วนของเ้า และอีกเจ็ดแผ่นก็มอบให้พวกข้า ถึงอย่างไรเ้าก็ไม่จำเป็ต้องใช้ทั้งแปดแผ่นอยู่แล้วนี่”
หนึ่งในกลุ่มคนนั้นพูดข้อเสนอมา เฉินฟงยิ้มหยัน นี่ยังเรียกว่าข้อเสนออีกหรือ มันไม่ต่างจากการปล้นชิงกันชัด ๆ เป็ซูหยางจิงที่ทนไม่ได้เเม้ตัวเองจะาเ็เป็แผลยาวแต่เขาหาได้กลัวคนพวกนั้นไม่นี่มันเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว เขาะโออกไปด้วยอารมณ์โมโห
“เ้า ! ยังกล้าเรียกสิ่งที่พูดว่าข้อเสนออีกหรือ !!”
กลุ่มคนเบื้องหน้าไม่ได้สนใจซูหยางจิง จากความเเข็งแกร่งที่ได้เห็นซูหยางจิงอ่อนแอเกินไปจนไม่อยู่ในสายตาของพวกเขา คนที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าหันไปหาเฉินฟงแทน
“ว่าอย่างไรน้องชาย เพียงเ้ามอบอผ่นป้ายทองแดงที่เหลือมาพวกข้าก็จะจากไปแต่โดยดี ถึงอย่างไรในอนาคตพวกเราก็จะเป็ศิษย์สำนักเดียวกัน”
เฉินฟงเพียงยิ้มและส่ายศีรษะ เขาไม่สนใจข้อเสนอพวกนั้นเเม้แต่น้อยในความเป็จริงเขาไม่พอใจกลุ่มคนเบื้องหน้าเสียด้วยซ้ำ จะบอกว่าช่วยฆ่าแรดเขี้ยวทมิฬอย่างนั้นหรือ ช่างไร้ยางอายในการพูด !! พวกนั้นเพียงแค่รอจังหวะที่แรดเขี้ยวทมิฬอ่อนแอจากการโจมตีของเฉินฟงและอาศัยจังหวะชุบมือเปิบเข้ามาแทรกแซงทำเป็หวังดีเท่านั้นเอง แน่นอนหากเป็เฉินฟงที่เสียเปรียบคนพวกนั้นคงยังไม่ยอมปรากฏตัวออกมาแน่ เพราะเเรดเขี้ยวทมิฬแข็งแกร่งเกินไป
“เสียใจด้วย ข้าไม่สนใจข้อเสนออะไรของพวกเ้าทั้งนั้น อย่าเสียเวลาพูดเลยถอยออกไปซะ”
“น้องชายในเมื่อเ้าไม่รับความหวังดีของพวกข้า เช่นนั้นแผ่นป้ายทองแดงทั้งหมดพวดข้าจะขอรับไว้เอง !!”
หัวหน้ากลุ่มคนเ่าั้พูดจากนั้นจิตสังหารก็แผ่ออกมาจากคนทั้งสิบ แน่นอนว่าพวกนั้นไม่คิดปล่อยกลุ่มเฉินฟงไว้ั้แ่แรกอยู่แล้ว หลายคนที่ซุ่มดูอยู่มีบางคนที่ล่าถอยออกไป แต่บางคนยังคงเฝ้าดูชมการต่อสู้เบื้องหน้าเพื่อประเมินความสามารถของกลุ่มคนทั้งสิบต่อ
เฉินฟงไม่แปลกใจกับท่าทีคุกคามพวกนั้น ความจริงเฉินฟงคาดการไว้หมดแล้วว่ากลุ่มคนตรงหน้าไม่ได้มีไมตรีต่อตนเเม้เเต่น้อย ต่างกับซูหยางจิงและซูลู่ที่มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ซูหยางจิงคิดหนักในเื่ของจำนวนพวกเขาน้อยกว่ามากยังไม่นับว่าทั้งเขาและซูลู่าเ็จากการต่อสู้กับแรดเขี้ยวทมิฬมาก่อนหน้า มีเพียงเฉินฟงที่พอจะต่อสู้ได้เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่ต่างกับพวกเขากำลังโดนรุมกระชาก!! ที่นี่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่ากันเองก็จริงแต่ไม่ได้แปลว่าจะทำให้อีกฝ่ายกลายเป็คนพิการไม่ได้ !!
เฉินฟงไม่ได้คิดเช่นเดียวกับซูหยางจิงชายหนุ่มหยิบแผ่นป้ายทองแดงสองแผ่นส่งให้ซูหยางจิงและซูลู่คนละแผ่น ทั้งสองคนรับแผ่นป้ายทองแดงมาด้วยสีหน้าขอบคุณ ในความเป็จริงเฉินฟงไม่จำเป็ต้องมอบแผ่นป้ายทองแดงให้ทั้งสองคนก็ได้เพราะพวกเขาแทบไม่ได้มีส่วนช่วยในการสังหารแรดเขี้ยวทมิฬเลย หรือจะบอกว่าพวกเขาโดนตบร่วงั้แ่การโจมตีแรกแล้ว !!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของทั้งสองคนแดงเล็กน้อยเพราะรับรู้ถึงความต่างระหว่างเฉินฟงกับตัวเอง ขยะที่พวกเขาเคยกลั่นเเกล้งและยังดูถูกจนถึงเมื่อซักครู่ ตอนนี้พวกเขายังมีหน้าคิดเช่นนั้นได้อีกหรือ
“ขอบคุณเ้ามาก”
“ขอบคุณมาก”
ซูลู่และซูหยางจิงเอ่ยขอบคุณเฉินฟงจากใจจริงขณะที่รับแผ่นป้ายมาเก็บไว้กับตัว เฉินฟงเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ในความเป็จริงความสัมพันธ์ในอดีตของเขากับซูหยางจิงถือว่าอยู่ในขั้นย่ำแย่ ความคิดที่จะช่วยเหลือใด ๆ คุณชายน้อยคนนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในหัวเฉินฟงมาก่อน จนกระทั้งการทดสอบของสำนักศึกษาได้เริ่มขึ้น เขาคิดว่าซูหยางจิงจะหาช่องทางในการจัดการเขาหลังพ้นสายตาผู้าุโจากตระกูลซู แต่เปล่าเลย อีกฝ่ายเเสดงน้ำใจต่อเฉินฟงโดยที่เฉินฟงไม่คิดว่าจะได้รับ และเฉินฟงััมันได้ว่ามันไม่ใช่การเสเเสร้ง !!
ในการเดินทางครั้งนี้ หากเขาอ่อนแอกว่าซูหยางจิงอีกฝ่ายคิดที่จะช่วยเหลือเขาให้เข้าสำนักศึกษาเทียนเป่าได้จริง ๆ แม้การกระทำทุกอย่างของซูหยางจิงจะเป็ไปเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลซู แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่เฉินฟงจะให้โอกาสสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับอีกฝ่ายอีกครั้ง
“เื่เล็กน้อย แต่พวกเ้าก็ต้องใช้ความสามารถปกป้องแผ่นป้ายทองแดงของตัวเองเอาไว้”
“แน่นอน !!”
“แน่นอน !!”
ซูหยางจิงและซูลู่พูดพร้อมกับด้วยประกายตื่นเต้นในดวงตา พวกเขามองไปยังกลุ่มคนนับสิบด้วยสายตาแห่งการต่อสู้
เฉินฟงหันกลับมาให้ความสนใจกลุ่มคนเบื้องหน้าอีกครั้ง
“พวกเ้าพูดถูกแผ่นป้ายทองแดงที่เหลือเหล่านี้ไม่มีประโยชน์ต่อพวกข้าอีกแล้ว เพราะฉะนั้น…”
คนที่เป็หัวหน้ายกยิ้มเย้ยหยันเมื่อเขาคิดว่าจากคำพูดเมื่อครู่เฉินฟงจะยอมแพ้ แม้เฉินฟงจะแบ่งแผ่นป้ายอีกสองอันให้พวกพ้องที่อ่อนแอด้านข้าง แต่ยังไงพวกเขาก็สามารถ่ชิงมาได้ในที่สุดอยู่ดี
“เ้าคิดเช่นนั้นนับว่าฉลาดละ…”
ยังไม่ทันจบประโยคเฉินฟงยื่นมือที่ถือแผ่นป้ายทองแดงห้าชิ้นมาเบื้องหน้า และ…
บึ้ม !!!
เสียงะเิจากพลังิชี่ดังขึ้นพร้อมแผ่นป้ายทองแดงทั้งห้าที่แหลกละเอียดกลางอากาศ !!!
เขาทำลายแผ่นป้ายทองแดงทิ้ง !!!
นั้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ ต้องบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินทางของทุกคนตอนนี้คือแผ่นป้ายทองแดง แต่ชายตรงหน้ากลับทำลายแผ่นป้ายทองแดงทิ้งตั้งห้าแผ่นภายในพริบตา !!!
นี่มันน่าเ็ปใจเกินไปแล้ว !!
ไม่เพียงแต่ชายหัวหน้ากลุ่มเบื้องหน้าที่กำลังพูดอยู่ต้องหยุดชะงักด้วยความตกตะลึง ซูหยางจิงและซูลู่เองก็ตกตะลึงกับการกระทำของเฉินฟงเช่นเดียวกัน
เมื่อทำลายแผ่นป้ายทองแดงเ้าปัญหาเป็ที่เรียบร้อยแล้วเฉินฟงปัดมือไปมาเหมือนปัดฝุ่นออกจากตัว ท่าทีของเขาช่างยียวนนักในสายตาของทุกคน ใบหน้าหล่อเหลาเพียงยิ้มสบาย ๆ ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลายเป็เพียงท่อนไม้ไร้ค่าเท่านั้น
“ในเมื่อมันไม่มีค่าสำหรับข้า ทำลายทิ้งไปก็จบเื่แล้ว เอาละทีนี้พวกเ้าก็ไม่มีอะไรให้ต้องแย่งชิงอีกแล้ว” เฉินฟงพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ เพราะเขาได้ถ่ายเทพลังิชี่เข้าสู่แผ่นป้ายทองแดงั้แ่หยิบมาจากคอแรดเขี้ยวทมิฬแล้ว ส่วนซูหยางจิงกับซูลู่ทั้งสองคนก็ถ่ายเทพลังิชี่เข้าสู่แผ่นป้ายทองแดงเรียบร้อยแล้วเช่นกัน นั้นแปลว่าต่อให้คนอื่นได้แผ่นป้ายเหล่านี้ไปพวกเขาก็ไม่อาจแสดงความเป็เ้าของพวกมันได้ ไม่สามารถผ่านเข้าเป็ศิษย์สำนักศึกษาเทียนเป่าได้จากแผ่นป้ายพวกนี้
“เ้า !! เ้ากล้านัก ! ข้าห่าวชวนจะไม่ปล่อยเ้าไว้ !!” ใบหน้าของห่าวชวนเขียวคล้ำ สิ่งที่เฉินฟงทำเป็การท้าทายพวกเขาโดยตรง แม้เขาจะมาจากเมืองขนาดเล็กแต่ก็มาจากตระกูลใหญ่ภายในเมือง แน่นอนทั้งชีวิตห่าวชวนไม่เคยโดนขัดใจมาก่อนการกระทำของเฉินฟงจึงกระตุ้นต่อมโทษะของเขาเข้าเต็มเปา ตอนนี้แม้ไม่มีแผ่นป้ายทองแดงให้่ชิง เขาก็จะต้องกำจัดกลุ่มเฉินฟงให้พิการจนเรียกร้องความตายมากกว่าการมีชีวิตอยู่ !
พูดจบร่างคนนับสิบก็พุ่งมายังกลุ่มเฉินฟงทันที เฉินฟงที่รอคอยเวลานี้อยู่เเล้วไม่รอให้ตัวเองเสียเปรียบเขาใช้ท่าร่างเงาพรางตาเพิ่มความเร็วพุ่งเข้าไปหาคนที่อยู่ใกล้ที่สุดมีดสั้นสนิมเขรอะในมือถูกเรียกมาถือไว้ในมือขวาทันที ความเร็วนี้เกินกว่าจอมยุทธ์ระดับลี่จิงขั้น 3 จะมองตามทัน !
ฉึบ !!
ฉึบ!!
“อ๊าคคคค”
ยังไม่ทันได้เห็นอะไรคนที่อยู่ข้างกายห่าวชวนก็ล้มลงไปสองคนทันทีทำให้ร่างที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเฉินฟงต้องหยุดชะงักด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นว่าพวกพ้องข้างกายสองคนทรุดลงพร้อมกับเืที่ไหลออกมาจากข้อเท้าทั้งสองข้างนองเต็มพื้น !!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น !!”
“ความเร็วนี้มันอะไรกัน”
“ข้ามองตามเขาไม่ทันเลย”
“เขาตัดเอ็นขาทั้งสองข้างของพวกนั้นหรือ ?!”
“ไม่ฆ่าแต่แบบนี้พวกนั้นก็ไม่อาจเป็จอมยุทธ์ที่สมบูรณ์ได้อีก”
“เขาน่ากลัวนัก”
“คนที่ฆ่าสัตว์อสูรแดนดินระดับ 2 ได้ด้วยตัวคนเดียวไม่ใช่คนที่ควรมีเื่ด้วย”
“เขาเป็อัจฉริยะจากตระกูลใดกัน !”
หลากหลายเสียงพูดขึ้นมาด้วยความตกตะลึงหลายคนชื่นชม หลายคนอิจฉา และหลายคนหวาดกลัว ไม่เพียงแต่คนอื่นเท่านั้นซูหยางจิงและซูลู่เองก็ตกตะลึงเช่นกัน
นี่คือชายหนุ่มที่เขาเคยบอกว่าเป็ขยะและซ้อมเป็กระสอบทรายมาเกือบ 2 ปีอย่างนั้นหรือ เคล็ดวิชาพวกนี้ไม่ใช่ของตระกูลซูอย่างแน่นอน หรือความทรงจำของชายคนนี้กลับคืนมาแล้ว !!
เฉินฟงยืนควงมีดสั้นสนิมเขรอะในมือเล่นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน หยดเืจากการโจมตีเมื่อครู่ยังคงหยดจากปลายมีดเป็จังหวะเส้นผมสีเงินปลิวตามลม ท่าทางของเฉินฟงยังคงสบาย ๆ สายตาเขามองไปยังห่าวชวน เมื่อคลายความตกตะลึงโทษะได้บังเกิดกับห่าวชวนมากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้เขาอยากจะฆ่าเฉินฟงให้ตายอย่างทรมาน
“ทีนี้ก็ตาเ้าแล้ว”
สิ้นคำพูดเฉินฟงพุ่งไปหาห่าวชวนทันที อีกฝ่ายเองก็ตั้งรับไว้เเล้วเช่นกันคราวนี้เฉินฟงไม่ได้ใช้ความเร็วเท่าเดิมทุกคนจึงมองเห็นการเคลื่อนไหวของเฉินฟงอยู่ ชายหนุ่มเก็บมีดสั้นสนิมเขรอะกลับไปเพียงแค่นี้เขาไม่จำเป็ต้องใช้อาวุธ ก่อนหน้าเป็เพียงการละเล่นข่มขวัญศัตรูเท่านั้น !!
ห่าวชวนหลบการโจมตีของเฉินฟงได้หวุดหวิด พร้อมหมุนตัวตวัดปลายดาบเข้าสู่จุดตายบริเวณคอ เขาหน้ามืดจนไม่สนใจกฏการห้ามฆ่าของสำนักศึกษาเทียนเป่าเเล้ว แต่เฉินฟงหลบรัศมีดาบของห่าวชวนได้ นอกจากห่าวชวนที่สู้กับเฉินฟงพร้อมลูกน้องอีกสี่คนที่รวมกัน ‘รุม’ เฉินฟง คนที่เหลืออีก 3 คนก็พุ่งเข้าโจมตีซูหยางจิงและซูลู่ทันที
เฉินฟงปลดปล่อยพลังิชี่มายังหมัดข้างขวา เขาะโหลบปลายดาบของห่าวชวนอีกครั้งแล้วหมุนตัวใช้ท่าร่างเงาพรางตาถีบตัวเองให้ะโพุ่งกลับเข้าหาห่าวชวนด้วยความเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันที่จะเปลี่ยนกระบวนท่าได้ หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังิชี่ของเฉินฟงก็พุ่งเข้าใส่กลางอกห่าวชวนทันที
“หมัดทะลวงฟ้าขั้น 2 !!”
หมัดทะลวงฟ้าขั้น 2 กระแทกเข้าสู่กึ่งกลางอกเลยจุดตายของห่าวชวนไปเล็กน้อย ทันทีที่หมัดกระเเทกร่างของห่าวชวนก็กระเด็นไกลไปเกือบ 3 จั้ง ! พร้อมกระอักเืคำโตมือกุมหน้าอกเอาไว้สีหน้าบิดเบี้ยวเ็ป
“อั๊กก”
แม้จะพยายามลุกขึ้นก็ไม่สามารถทำได้ ห่าวชวนรู้สึกว่าอวัยวะภายในของตนเองได้รับความเสียหายจากการสั่นะเืของหมัดที่ส่งมา หากมันแรงกว่านี้เพียงเล็กน้อย แม้จะไม่โดนจุดตายแต่อวัยวะภายในเขาอาจจะบอบช้ำจนตายก็เป็ได้
“บอกให้คนของเ้าหยุดแล้วรีบไสหัวไปซะ ข้าให้โอกาสนี้เป็ครั้งสุดท้าย”
เฉินฟงเข้ามาประชิดตัวห่าวชวน เขาทำได้เพียงส่งสายตาเคียดเเค้นปนหวาดกลัวส่งไปให้เฉินฟงเท่านั้น ต้องขอบคุณกฏห้ามฆ่า ไม่เช่นนั้นเขาคิดว่าเฉินฟงคงไม่ปล่อยตนไป
ห่าวชวนหันไปพยักหน้าให้กับลูกน้องอีกคนที่โดนเฉินฟงต่อยกระเด็นมากระอักเือยู่ใกล้ ๆ ตน เขาไม่มีแม้แต่เเรงจะะโออกคำสั่งด้วยซ้ำ !
“ถอย !!” เสียงลูกน้องข้างกายะโแม้ไม่ดังมากแต่ก็ทำให้การต่อสู้ที่พัวพันกันอยู่ฝั่งของซูหยางจิงหยุดลงทันที หากการต่อสู้ไม่หยุดลง ในไม่ช้าซูหยางจิงและซูลู่ที่าเ็จะต้องพ่ายแพ้
เฉินฟงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แม้ตอนนี้ใบหน้าของเขายังคงไม่คลายจากความอ่อนโยนและรอยยิ้มบาง ๆ เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นนี้ไม่อาจคุกคามจิตใจของเฉินฟงได้เลย
ห่าวชวนที่กำลังจะให้ลูกน้องมาพยุงตัวเองหนีไปต้องชะงักเมื่อเฉินฟงที่หันกลับไปแล้วหันมาใหม่ พร้อมทั้งใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางที่มีคลื่นิชี่โอบล้อมทิ้มไปยังจุดกลางท้องและกลางศีรษะของห่าวชวน
“อ๊าคค เ้า !!”
ห่าวชวนร้องด้วยความเ็ปทันที สิ่งที่เฉินฟงทำคือการตัดเส้นลมปราณของห่าวชวน กล่าวคือห่าวชวนไม่อาจกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้อีก !!
มันคือศาสตร์การแพทย์ระดับสูงที่คนเป็หมอมักรู้เพราะการตัดเส้นลมปราณผู้อื่นได้เเม่นยำเช่นนี้ในครั้งเดียวจะต้องใช้ประสบการณ์อย่างมาก แต่เฉินฟงที่อายุยังน้อยและไม่ได้เป็จอมยุทธ์ระดับสูงกลับทำได้ ในเสี้ยวลมหายใจห่าวชวนรู้สึกเสียใจที่เขาไปเเตะหนวดเสือ แม้อยากกลับมาแก้แค้นแต่ตอนนี้เขาไม่อาจทำได้แล้ว เพียงแค่กลับมาเป็ผู้ฝึกยุทธ์ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้ !!
“เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เ้าเติบโตขึ้นแล้วมาแก้แค้นข้าหรือ”
เฉินฟงพูดเพียงเท่านั้นก็หันหลังเดินจากไป เขาเดินกลับไปหาซูหยางจิงและซูลู่ ตอนนี้สายตาคนตระกูลซูทั้งสองที่มองเฉินฟงแตกต่างไปจากเดิม แม้เฉินฟงจะมีท่าทางยิ้มแย้มและดูอ่อนโยนแต่การกระทำของเขาก่อนหน้าเรียกได้ว่าเด็ดขาดและโเี้ พวกเขาที่เป็นกน้อยเพิ่งเริ่มหัดบินยังไม่เคยฆ่าคนหรือเจอการต่อสู้จริงจัง เมื่อเห็นการกระทำของเฉินฟงเมื่อครู่แน่นอนต้องสร้างความหวาดกลัวในใจแน่
นี่คือชายหนุ่มที่เอาแต่เดินตามซูอิงอิงในตระกูลซูจริงหรือ ??
กลุ่มคนที่ซุ่มดูอยู่เมื่อเห็นเหตุการณ์และความเเข็งเเกร่งของเฉินฟงพวกเขาไม่กล้ามาหาเื่เฉินฟงอีก และยังไม่มีเหตุจำเป็ให้ต้องทำแล้วด้วยเพราะแผ่นป้ายทองแดงที่เหลือได้ถูกทำลาย ส่วนสามแผ่นนั้นก็มีเ้าของไปแล้ว พวกเขาจำเป็ต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอย่างนั้นหรือ ?
“นี่เป็ยาฟื้นฟูพลังระดับกลางพวกเ้ากินคนละหนึ่งเม็ด”
เฉินฟงหยิบยาฟื้นฟูพลังจากแหวนเก้าจันทราส่งให้ซูหยางจิและซูลู่ ทั้งสองรับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจยามกลืนเม็ดยาลงคอยิ่งััได้ถึงความวิเศษของคุณภาพเม็ดยาว่ามันมากยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยได้รับแม้แต่ในฐานะคุณชายรองตระกูลซูก็ตามที !!
แม้พวกเขาจะได้แผ่นป้ายทองแดงมาครองแล้วและกลายเป็ศิษย์สำนักศึกษาเทียนเป่าแต่มันก็เป็เพียงครึ่งทางเท่านั้น ตราบใดที่พวกเขายังออกจากป่าแห่งนี้กลับไปยังลานกว้างกลางสำนักไม่ได้พวกเขาก็ยังไม่ถือว่าเป็ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเเท้จริง แน่นอนว่ามีหลายคนได้แผ่นป้ายทองแดงแต่ไม่อาจพาตัวเองในสภาพสมบูรณ์กลับไปยังลานประลองได้ทันเวลา เวลาที่สำนักศึกษาเทียนเป่ากำหนดคือก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า !
สำหรับเฉินฟงแม้เขาจะช่วยเหลือและยอมรับในตัวซูหยางจิงบ้างแต่ก็ยังไม่นับว่าเป็สหายที่สนิทแต่อย่างใด
“พวกเราควรกลับสำนักศึกษากันได้แล้ว หวังว่าจะไม่มีพวกบ้ามาขวางพวกเราอีก”
ทั้งสองคนพยักหน้า แน่นอนพวกเขาอยากให้การเดินทางกลับราบรื่นที่สุด ยิ่งเวลาใกล้ถึงจุดสิ้นสุดมากเท่าไหร่ บางคนที่ไม่อาจหาแผ่นป้ายทองแดงพบคงรู้ตัวว่าตนเองไม่สามารถสอบผ่านในครั้งนี้พวกเขาอาจโจมตีคนที่ได้รับแผ่นป้ายทองแดงแล้ว เหมือนอย่างคำที่ว่าในเมื่อข้าไม่ได้ไปคนอื่นก็ห้ามได้ไปเช่นเดียวกัน
จังหวะที่กลุ่มเฉินฟง กลุ่มห่าวชวน และเหล่าคนที่ซุ่มแอบดูกำลังจะแยกย้ายจู่ ๆ ก็มีกระเเสลมแรงราวกับพายุพัดมาอย่างเเรง พร้อมเสียงร้องของนกชนิดหนึ่งที่ดังกังวาน
“ก๊าซซซ”
เฉินฟงมองไปบนท้องฟ้าปรากฏเป็วิหกทะเลทรายเกือบร้อยตัวที่บินอยู่บนฟ้า ร่างกายขนาดใหญ่ราว 3 ฉื่อ เมื่อกางปีกโบยบินแทบจะบดบังก้อนเมฆบนท้องฟ้าจากสีฟ้าสดใสกลายเป็สีน้ำตาลเข้มตามสีขนของมัน จะงอยปากยาวแหลมคมสีดำอ้าออกส่งเสียงร้องดังระงมไปทั่วท้องฟ้า เมื่อพวกมันกระพือปีกหมุนวนพลังิชี่พร้อมกันเกิน 20 ตัว จะสร้างพายุหมุนขนาดใหญ่ได้ และนั้นคือสิ่งที่พวกมันกำลังทำ !
“หนีเร็ว !!”
เฉินฟงร้องบอกแต่ช้าไปแล้ว พายุหมุนด้วยความเร็วเคลื่อนเข้ามาดูดพวกเขาและอีกเกือบร้อยคนเข้าไปด้านใน
เฉินฟงพยายามใช้วิชาท่าร่างเงาพรางตาในการทรงตัวแต่เขาไม่สามารถทำได้ระดับวิชาของเขายังต่ำเกินไปสำหรับสถานะการนี้ ! เขาทำได้เพียงพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้พายุพาไปชนกับต้นไม้หรือคนอื่นที่ถูกดูดเข้ามา ภายในพายุแทบไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้ชัดเจน ผ่านไปครู่ใหญ่ไม่รู้พายุได้พาเขามาที่ใด เสียงวิหกทะเลทรายยังคงดังก้องในโสนประสาทตลอดสลับกับเสียงลมหวีดหวิวและเสียงร้องโหยหวนของคนที่ถูกดูดเข้ามา
ฟิ้ว ๆๆๆๆ
จู่ ๆ ก็มีลูกธนูสีดำหลายสิบลูกพุ่งเข้ามาในพายุ หลายคนโดนธนูปักจุดตายกลายเป็ศพหมุนวนภายในพายุ สิ่งที่เกิดขึ้นข่มขวัญของผู้ทดสอบทุกคนได้เป็อย่างดี คนที่ยังตั้งสติได้จากคนนับร้อยน่าจะนับได้ด้วยนิ้วมือ และเฉินฟงคือหนึ่งในนั้น
เขาต้องออกจากพายุนี้
เฉินฟงใช้ท่าร่างเงาพรางตาพยายามดีดตัวหลบลูกธนูที่ยังคงพุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย นี่มันไม่น่าใช้การทดสอบของสำนักศึกษาแล้ว
มันคือเจตนาสังหารหมู่ชัด ๆ!
เฉินฟงรวบรวมพลังทั้งหมดในร่างเขาหยิบยาฟื้นฟูพลังระดับกลางที่หลอมเข้าปากหนึ่งเม็ดเเละยาเพิ่มพลังระดับต่ำจากแหวนเ้าจันทราเข้าปากอีกหนึ่งเม็ด ชั่งน่าขัดใจแม้จะเอายาเข้าปากยังยากในสถานการณ์เช่นนี้ !!
ตอนนี้ลูกธนูได้หยุดโจมตีแล้ว เฉินฟงพยายามมองไปรอบ ๆ หลายคนที่หมุนอยู่รอบตัวเขากลายเป็ศพไปเรียบร้อยแล้ว เืจากศพมีสาดกระเด็นเข้ามาโดนเฉินฟงบ้างทำให้ตอนนี้ตัวของเขาเปื้อนไปด้วยเื !
เมื่อยาผ่านลำคอ เฉินฟงเค้นพลังทุกส่วนและใช้ท่าร่างเงาพรางตาดีดตัวเองโดยอาศัยศพที่ลอยวนอยู่ในการดีดส่งตัวเองออกจากวงรัศมีของพายุ
มันไม่ง่ายเลย !
แต่นับว่าเป็โชคอยู่บ้างเมื่อเสียงร้องของวิหกทะเลทรายค่อย ๆ บางจางลงพร้อมกับกระเเสหมุนวนของพายุหมุนที่อ่อนแรงลงเช่นเดียวกัน จังหวะนั้นเฉินฟงใช้เท้าถีบส่งร่างไร้ิญญาที่อยู่ใกล้ที่สุดดีดตัวเองออกมาจากพายุหมุนได้สำเร็จ !!
เมื่อเท้าััพื้นสายตากลับมาเป็ปกติสิ่งที่เห็นก็ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ดวงตาหรี่ลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
นี่มันเกิดอะไรขึ้น !!!