พอเจียงตั่วจ้องมองเธอด้วยสายตาคมกริบิจูพลันใจเต้นแรง
ท่าที‘แสร้งทำเป็มารยาทดี’ ของเธอนั้นแตกต่างจากเ้าของร่างเดิมมากเกินไปหรือ?
เธอรีบหุบยิ้มขมวดคิ้วมองเจียงตั่วที่กำลังสำรวจเธออยู่ด้วยความไม่พอใจ“มองอะไรนักหนา? เมื่อกี้คุณกลับไปแล้วนี่?วกกลับมาหาแบบนี้ มีเื่อะไรหรือ?”
เจียงตั่ว“...”
ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วจริงๆ
เขาเก็บงำความคิดนั้นก่อนจะพูดว่า “พรุ่งนี้บ่ายฉันจะหาเวลาพาเธอเข้าเมืองไปซื้อของจำเป็สำหรับงานแต่ง”
เมื่อได้ยินว่าจะเข้าเมืองดวงตาของิจูก็เป็ประกาย ตอบกลับอย่างกระตือรือร้นว่า“ได้ค่ะ!”
เธอจะพลาดโอกาสดีๆแบบนี้ไปได้อย่างไร ยุค 70 เป็่ที่เต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจเชียวนะ
ทว่าเมื่อเจียงตั่วได้ยินเช่นนั้นเขาก็ขมวดคิ้วมองเธออีกครั้ง ิจูอยากจะตบปากตัวเองจริงๆ
เลิกคุยดีกว่ายิ่งพูดยิ่งพลาด
“ฉันกะว่าจะไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ คุณมีอะไรจะคุยอีกไหมคะ?”
“ไม่มีแล้ว ขอตัวก่อน” เจียงตั่วพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ิจูมองตามแผ่นหลังของเขาแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยว่า “อ้อ จริงสิถ้าคุณไม่รังเกียจละก็ เย็นนี้มาทานข้าวด้วยกันที่บ้านสิคะคุณน่าจะรู้สถานการณ์ของฉันนะ ฉันอยู่กับป้า คุณป้าของฉัน... อืม สติไม่ค่อยดีคุณมาดูด้วยตัวเองเถอะค่ะ ถ้าคุณรับไม่ได้ เราก็ยกเลิกการแต่งงานแล้วฉันจะคืนเงินสินสอดให้”
พอได้ยินว่าจะยกเลิกการแต่งงานเจียงตั่วก็หันกลับมามองิจูด้วยความประหลาดใจ
คนอื่นบอกว่าเธอเอาแต่ใจและไร้เหตุผลแต่คำพูดที่เธอพูดออกมา... ออกจะปกติและมีเหตุผลพอสมควร
“ได้ ฉันรับทราบแล้ว เธอไม่ได้จะไปที่ริมแม่น้ำเหรอ? ฉันผ่านไปทางนั้นพอดีไปด้วยกันเลยก็ได้”
ตอนแรกิจูตั้งใจว่าจะกลับไปศึกษาดูว่าตัวเองมีพลังวิเศษอะไรบ้างไหมแต่ในเมื่อเจียงตั่วพูดมาแบบนี้ เธอก็ปฏิเสธไม่ได้
ิจูสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าสกปรกแล้วเดินเคียงข้างไปกับเจียงตั่ว
เจียงตั่วหันไปมองเธอแล้วเห็นว่าท่าสะพายตะกร้าดูแปลกๆหูตะกร้าไหลลงมาจากไหล่ของเธอ ิจูต้องคอยยกตะกร้าขึ้นเป็พักๆสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนแทน...
เขาทนดูต่อไปไม่ไหวหยิบตะกร้าจากอ้อมแขนเธอมาสะพายขึ้นไหล่ แล้วเดินต่อไปโดยไม่พูดอะไร
ิจูตาเป็ประกาย!
ตายจริงพ่อหนุ่มคนนี้ก็น่ารักอยู่เหมือนกันนี่!
เธอจงใจเดินช้าลงไปหนึ่งก้าวแล้วแอบเหลียวมองเจียงตั่วจากด้านข้าง ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ
แต่ดูจากอายุของเขาแล้ว...
“จริงสิ ผู้กองเจียง คุณอายุเท่าไหร่คะ?”
เจียงตั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตามตรง “ฉันเกิดวันชาติอีกสองเดือนก็จะอายุครบยี่สิบเจ็ดปีแล้ว”
อ่อนกว่าเธอตั้งสามปีแบบนี้... เรียกว่า ‘วัวแก่กินหญ้าอ่อน’ หรือเปล่าเนี่ย?
เจียงตั่วเห็นิจูไม่พูดอะไรก็คิดว่าเธอรังเกียจว่าเขาอายุมาก น้ำเสียงที่ตอบกลับไปจึงดูไม่ค่อยเป็ธรรมชาติ“ฉันแก่กว่าเก้าปี นับไปนับมา อายุไม่ค่อยเหมาะกันเท่าไหร่”
ิจูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่ิจู หมอหญิงอายุสามสิบอีกแล้วแต่เป็สาววัยรุ่นอายุสิบแปดปีแห่งหมู่บ้านเสี่ยวจิ่ง
เธอตอบกลับอย่างเร็ว“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันไม่รังเกียจคุณหรอก คุณอาน่ะเอาใจเก่งนี่นา”
คิ้วของเจียงตั่วขมวดเข้าหากันนี่เขาแก่ถึงขนาดที่เป็อาของเธอได้เลยหรือ?
ทั้งสองคนเดินเงียบๆไปตามถนนลูกรังที่เป็เส้นทางสู่ริมแม่น้ำลมร้อนของเดือนแปดพัดเอาเสียงจักจั่นมาด้วย ช่างน่ารำคาญเสียจริง
แต่เมื่อมองรอยยิ้มที่สดใสราวกับแสงอาทิตย์ของิจูหัวใจของเจียงตั่วก็รู้สึกสงบลงอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้
เขาพาิจูไปส่งถึงริมแม่น้ำช่วยหาบริเวณที่มีร่มเงาของต้นหลิวให้เธอ จากนั้นย้ายหินสองก้อนมาให้ก้อนหนึ่งสำหรับนั่ง อีกก้อนสำหรับขัดผ้า เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็จากไป
ิจูถอดรองเท้าแล้วนั่งลงปล่อยเท้าจุ่มในน้ำ แล้วหยิบเสื้อผ้าสกปรกออกมาซักทีละชิ้น
ในยุค70นอกจากอากาศจะสดชื่นแล้ว ท้องฟ้าก็ยังเป็สีครามสดใสด้วย
เธอจุ่มเท้าลงน้ำไม่นานก็มีปลาใหญ่สองตัวมาว่ายวนอยู่รอบตัว
ิจูเกิดความคิดบางอย่างเธอหยิบตะกร้าสานว่างข้างตัว แล้วตักลงไปในน้ำปลาสองตัวนั้นก็ติดขึ้นมาในตะกร้าอย่างง่ายดาย
ยอมให้จับง่ายเกินไปแล้ว!
ิจูชะงักไปครู่หนึ่งเธอมีความสุขมาก ตอนนี้บ้านของเธอยากจน แม้แต่แป้งขาวก็ยังไม่มี
จนขนาดนี้แต่เธอก็ยังกล้าชวนเจียงตั่วมาทานข้าวเย็นที่บ้าน!
ขณะที่ซักผ้าเธอยังคิดอยู่เลยว่าจะเลี้ยงอะไรแขกดี
ตอนนี้ดีเลยเอาปลามาทำอาหารด้วยฝีมืออันยอดเยี่ยมของเธอ รับรองอร่อยเหาะแน่!
ิจูใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่าซักเสื้อผ้าที่ปะชุน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่มจนสะอาด
การแบกเสื้อผ้าที่เปียกกลับบ้านมันหนักเกินไปเธอจึงตากเสื้อผ้าที่สนามหญ้าริมแม่น้ำตรงนั้นเลย
ขณะที่เสื้อผ้ายังไม่แห้งเธอก็ไปพลิกก้อนหินริมแม่น้ำ แล้วเจอกับหอยขมจำนวนมากจึงเอาเสื้อผ้าที่มีรอยปะชุนเยอะที่สุดมาห่อ
แปลกจังในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ชาวบ้านไม่เคยจับปลาตัวใหญ่หรือหาหอยขมในแม่น้ำได้มากขนาดนี้เลย ทำไมวันนี้เธอถึงโชคดีเป็พิเศษกันนะ?
เวลาผ่านไปจนถึงประมาณห้าโมงเย็นเสื้อผ้าก็แห้งดี เธอจึงแบกของที่เก็บมาได้กลับบ้านไปพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ
เพื่อที่จะกลับไปเตรียมกับข้าวที่บ้านให้เร็วที่สุดเธอใช้เส้นทางลัดจากความทรงจำเ้าของร่างเดิม ผ่านทางเล็กๆ หน้าแปลงข้าวโพดไป
บังเอิญว่าวันนี้กลุ่มบัณฑิตกำลังทำงานกันอยู่แถวนั้นพอดี
ที่บริเวณคันดินสวีข่ายกำลังนั่งพักคุยกับบัณฑิตหญิงคนหนึ่ง
เขาเห็นิจูกำลังเดินมาแต่ไกลพร้อมกับถือปลาตัวใหญ่สองตัวห้อยด้วยเชือกสานจากหญ้าอยู่ในมือดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาทันที!
แต่ก่อนไม่ว่าิจูจะทำอะไร ถ้าเขาเอ่ยปากขอ เธอก็จะแบ่งให้ทุกครั้ง
แม้ิจูในเช้านี้จะดูแปลกไปแต่ถ้าเขาพูดคำหวานกับเธอสักหน่อย ิจูต้องยอมอ่อนให้เขาอย่างแน่นอน!
คิดได้ดังนั้นเขาก็รีบลุกขึ้น ทิ้งบัณฑิตหญิงไว้ แล้วเดินตรงไปหาิจูทันที...