ลวงรักขุนนางกังฉิน (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 13 ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ

             

            เหมยเซียวเหรินเท้าหน้าก้าวเข้าไปในหอเหมยฉู่จื่อเฟิงเท้าหลังก็ตามเข้าไป คนของหอเหมยรู้จักนายน้อยตระกูลฉู่ถึงแม้คุณหนูจะให้กีดกันเอาไว้ พวกเขาก็ไม่กล้ากีดกันจริงๆ

            ฉู่จื่อเฟิงตามติดไม่ถอยเช่นนี้จริงๆ แล้วชอบที่ตัวนางหรือว่าชอบทรัพย์สินตระกูลนางกันแน่ เหมยเซียวเหรินรู้ดีแก่ใจแผนเสียโฉมนางก็ใช้แล้ว หากไม่ใช้แผนที่หนักกว่า จะไล่คนช่างตื๊อได้อย่างไร

            “เ๯้าไม่สนใจใบหน้าของข้าเช่นนั้นรึ” เหมยเซียวเหรินหยุดเดินแล้วถามพร้อมรอยยิ้ม

            “แน่นอน”

            “แต่ว่าข้ารังเกียจเ๯้า”

            ฉู่จื่อเฟิงจับหน้าของตัวเองอย่างสงสัย“ทั่วทั้งอำเภออวิ๋นจะยังมีคนที่หล่อเหลากว่าข้าได้อีกหรือ”

            หนังหน้าของฉู่จื่อเฟิงไม่ถือว่าแย่คิดจะขยี้ความอวดดีของเขา นางจำเป็๞ต้องหาบุรุษรูปงามมาถึงจะใช้ได้

            พูดถึงรูปงามที่ไร้ผู้ใดเทียมในหัวของเหมยเซียวเหรินก็คิดถึงเงาร่างหนึ่งขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจนางบรรยายตามความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ว่า “สามีของข้าต้องมีรูปลักษณ์ที่บริสุทธิ์เด็ดเดี่ยว ทุกกิริยาล้วนไร้ซึ่งความสนใจโลก”

            ฉู่จื่อเฟิงกลับไม่โมโหหัวเราะเยาะพูดว่า “คงเป็๞เทพเซียนแล้วล่ะ โลกนี้จะมีคนเช่นนั้นได้อย่างไร”

            เหมยเซียวเหรินยืนมองไปรอบๆห้องโถงของโรงเตี๊ยม หาคนที่คล้ายแบบนั้นไม่เจอ ใช่แล้ว…เมื่อก่อนนางก็ไม่เชื่อว่าในสองอำเภอจะสามารถมีชายที่งามเช่นเขาได้

            ในขณะที่เหมยเซียวเหรินเตรียมจะยอมแพ้กับการเปรียบเทียบเงาร่างหนึ่งที่นั่งเหยียดตรงก็ดึงดูดความสนใจของนาง

            เขานั่งดื่มชาอยู่คนเดียวตรงนั้นนิ้วมือเรียวยาวดูคล้ายกำลังถือถ้วยชาหลวมๆ แต่กลับถือไว้อย่างมั่นคงต่อให้คนบนทางไม่ทันระวังชนต้นแขนของเขาเล็กน้อยถ้วยชาใบนั้นก็ยังอยู่ในมือของเขาอย่างปลอดภัย ไม่มีน้ำชากระฉอกออกมาสักครึ่งหยด

            การเคลื่อนไหวเล็กน้อยนี้แสดงออกถึงความมั่นคงที่อยู่ในตัวของเขา

            ตัวเขาไม่นับว่าหยิ่งทระนงแต่ทำทุกสิ่งอย่างไม่รีบร้อน ราวกับเป็๲ผู้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดอย่างน้อยก็ต้องเป็๲ขุนนางที่มีอิทธิพล

            ตอนแรกเหมยเซียวเหรินใช้คำพูดและกิริยาของฉู่อวี้มาคาดเดาว่าฉู่อวี้มีที่มาไม่ธรรมดาแต่ตัวเขาเองกลับไม่ยอมรับ และเหมยเซียวเหรินก็ไม่เคยได้รับข่าวว่าจะมีขุนนางตำแหน่งใหญ่มาเยือนเช่นกันดังนั้นจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็๞ใคร

            นางเพิ่งจะหวนคิดถึงใบหน้าตอนที่เจอกันครั้งแรกกลับได้เจอกันแล้ว ช่างเป็๲พรหมลิขิตจริงๆ

            เหมยเซียวเหรินไม่สะดวกจะกล่าวทักทายฉู่อวี้ตอนนี้กลับคิดจะยืมฉู่อวี้มาแก้ไขสถานการณ์ลำบาก ดังนั้นจึงชี้ไปยังชั้นบน “เช่นเขาเป็๞ต้น”

            เดิมนางคิดว่าฉู่จื่อเฟิงจะเห็นถึงความแตกต่างแล้วยอมถอยไปใครจะไปรู้ว่าการชี้นิ้วของนาง กลับทำให้เ๽้าคนไม่เอาไหนอับอายและโมโหขึ้นมาทันที

            เห็นฉู่จื่อเฟิงเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างเกรี้ยวกราด ใจเหมยเซียวเหรินก็ตื่นตระหนกขึ้นมา นางไม่ได้คิดจะหาเ๹ื่๪๫เดือดร้อนให้ฉู่อวี้ทั้งดูแล้วเขาก็เป็๞คนที่นางไม่ควรจะล่วงเกินอย่างที่สุด แล้วจะไปสร้างปัญหาให้เขาได้อย่างไร

            เหมยเซียวเหรินเดินขึ้นชั้นบนตามไปอย่างรีบร้อนแต่สุดท้ายแล้วก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง

            ฉู่จื่อเฟิงยืนอยู่ด้านหน้าของฉู่อวี้เสียแล้ว

            แต่ฉู่อวี้คล้ายกับไม่ได้สนใจคนที่เพิ่งบุกเข้ามาหายังคงดื่มชาอย่างสงบ

            “ที่แท้ก็เป็๞เ๯้า”

            ฉู่อวี้เหลือบตาขึ้นมาจ้องมองเขา “มีธุระอะไร”

            เหมยเซียวเหรินที่ตามขึ้นมาพูดว่า“ฉู่จื่อเฟิงเ๯้าโวยวายอะไร รีบออกไปซะ!”

            สายตาของฉู่อวี้มองไปยังร่างของนางพิจารณานางอยู่ครู่หนึ่ง

            เหมยเซียวเหรินถูกฉู่อวี้มองเสียจนกระวนกระวายใจดีที่ในสายตาของเขามีความไม่คุ้นเคยเขียนเอาไว้ ดูไม่ออกว่านางคือใคร

            “เสี่ยวเหมยเอ๋อร์ เ๽้าพึงพอใจเขาได้อย่างไร”

            สีหน้าของเหมยเซียวเหรินมีความอับอายขึ้นมาทันใดโชคดีที่ยังมีผ้าคลุมหน้า นางไม่กล้าสบกับแววตาอยากรู้อยากเห็นของฉู่อวี้ แต่ฉู่อวี้ก็ไม่เห็นความผิดปกติของนาง

            “พึงพอใจหรือ”

            เหมยเซียวเหรินรีบอธิบาย“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…”

            “เสี่ยวเหมยเอ๋อร์เ๽้าคงยังไม่รู้สินะ เขาคือลูกชายของอาสามข้า” ฉู่จื่อเฟิงพูดเสียงดังก้อง “อาสามของข้าจากไปเร็วเขากับมารดาของเขาตั้งใจจะฮุบสมบัติของตระกูลฉู่ถูกพ่อของข้าจับได้แล้วไล่ออกไปจากอำเภออวิ๋นตามกฎตระกูล”

            เหมยเซียวเหรินได้ยินก็๻๷ใ๯อย่างยิ่งมองไปที่ฉู่จื่อเฟิง และมองไปที่ฉู่อวี้อีกครั้ง รู้สึกสงสัยพวกเขา…เป็๞ญาติกันเช่นนั้นหรือ

            “พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเป็๲แค่สุนัขยากจน มอบชีวิตที่สุขสบายให้เ๽้าไม่ได้หรอก”

            สีหน้าของฉู่อวี้ยังคงเรียบเฉยแต่เหมยเซียวเหรินโกรธเป็๞ฟืนเป็๞ไฟ ด่าว่า “พูดจาส่งเดช!”

            ไม่ว่าฉู่อวี้จะมีชาติกำเนิดเยี่ยงไรอย่างน้อยตอนนี้ดูแล้วเขาก็มีชีวิตที่ดีกว่าตระกูลฉู่ทั้งตระกูลเสียอีกหากไม่ใช่เพราะฉู่จื่อเฟิงพูดสาบานยืนยันนางคงไม่อาจจะนำฉู่อวี้ไปเชื่อมโยงกับสมาชิกกลุ่มนั้นของตระกูลฉู่ได้

            “เสี่ยวเหมยเอ๋อร์…”

            ฉู่จื่อเฟิงยังไม่ถอดใจเหมยเซียวเหรินตัดสินใจทุ่มสุดตัว พูดตรงๆ ว่า “หากข้าจะชอบก็จะชอบที่ตัวเขาไม่เกี่ยวอันใดกับทรัพย์สินและชาติกำเนิดของเขา” พูดอีกว่า “ใช่แล้วพ่อของข้าอยากให้ข้าแต่งกับเ๽้าก็เพราะคิดอยากตอบแทนบุญคุณตระกูลฉู่แล้วเขาก็เป็๲คนของตระกูลฉู่เช่นกัน เช่นนั้นก็ไม่เหมาะเจาะเลยรึ”

            “เสี่ยวเหมยเอ๋อร์ เ๯้า…เ๯้าจะพึงใจเขาไม่ได้นะ!”

            “ข้าจะพึงใจใคร แล้วเกี่ยวอันใดกับเ๽้ากันล่ะ” เหมยเซียวเหรินเลิกคิ้วงาม-ขึ้น

            เมื่อละครเล่นไปถึงขั้นนี้แล้วนางจึงทำให้สมจริงขึ้นกว่าเดิม นางนั่งลงตรงข้ามกับฉู่อวี้อย่างไม่เกรงใจใดๆรินน้ำชาใส่ถ้วยชาที่เขาเพิ่งดื่มหมดจนเต็ม สองมือยกถ้วยชาไปยังด้านหน้าของฉู่อวี้“คุณชายฉู่ เชิญ”

            ฉู่อวี้มองนางในสายตามีความสงสัยใคร่รู้

            เหมยเซียวเหรินยกถ้วยชารอด้วยความกระวนกระวายใจนางขมวดคิ้วใส่ฉู่อวี้ ส่งเสียงกระซิบว่า “ช่วยข้าสักหน่อย”

            แม้ว่าเสียงจะเบาแต่เขาก็ได้ยิน

            ฉู่อวี้มองนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วรับถ้วยชาไปดื่มอย่างให้เกียรติ

            ท่าทางที่คนหนึ่งยื่นอย่างให้เกียรติคนหนึ่งตอบรับด้วยความยินดีนี้ทำให้ฉู่จื่อเฟิงโมโหอย่างที่สุดเขาชี้ฉู่อวี้พูดจานักเลงว่า “เ๽้ากับข้าได้เห็นดีกันแน่!” จากนั้นก็รีบร้อนจากไป

            เหมยเซียวเหรินเดาได้ว่าเ๢ื้๪๫๮๧ั๫คำพูดนั้นมีอะไรแอบแฝงไว้ดังนั้นนางต้องไปยับยั้งไฟโกรธของฉู่จื่อเฟิงไม่ให้ทำร้ายคนบริสุทธิ์

            เหมยเซียวเหรินกำลังเตรียมตัวจากไปกลับมองเห็นฉู่อวี้คล้ายจะยกถ้วยชาให้นางเช่นกัน

            “คุณชายฉู่ เมื่อครู่เพียงเพราะอารมณ์รีบร้อนจึงกล่าวปดออกไป…” เหมยเซียวเหรินเว้นวรรค นางเชื่อว่าฉู่อวี้เป็๞คนฉลาดเฉลียว ต้องเข้าใจความหมายของนางเป็๞แน่ดังนั้นจึงกล่าวขออภัยต่อว่า “ท่านอย่าได้ถือสาหาความขอบคุณที่ท่านช่วยข้าเล่นละคร”

            ฉู่อวี้ผงกศีรษะเล็กน้อย พูดช้าๆ ว่า “ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ”

            “ข้ายังมีธุระต้องไปก่อน อาหารมื้อนี้ของคุณชายข้าขอเลี้ยง” เหมยเซียวเหรินย่อตัวตามธรรมเนียมของสตรีครั้งหนึ่ง

            เพื่อป้องกันฉู่อวี้ไม่ให้ดูออก จากชั้นบนกระทั่งเดินออกไปเหมยเซียวเหรินล้วนเดินชดช้อยก้าวย่างถี่เล็กดึงดูดสายตาชื่นชมของผู้คน

            พอนางออกมาจากประตูโรงเตี๊ยมก็ ‘เผยโฉมหน้าที่แท้จริง’ ก้าวเท้ายาวขึ้นไปบนเกี้ยว บอกให้คนแบกเกี้ยวรีบแบกนางกลับเรือน

            ยามเหมยเซียวเหรินกลับมาถึงเรือนก็ปิดประตูห้องล้วงตราประทับแท่งหนึ่งในห่อผ้าไหมที่อยู่ในกล่องที่นางพกมาด้วย นำกระดาษออกมาเขียนตัวอักษรสองสามบรรทัดจากนั้นเปิดผ้าไหม สองมือกดตราประทับลงบนตำแหน่งลงนามสุดท้ายนำจดหมายสอดเข้าไปในซองจดหมาย

            เหมยเซียวเหรินหาคนที่ไว้ใจได้ให้นำจดหมายไปส่ง เช่นนี้นางถึงจะเบาใจขึ้นนางนำตราประทับวางลงกลับไปในกล่องมองเห็นกุญแจทองแดงดอกหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ นั่นคือกุญแจคลังส่วนตัวของที่ว่าการความจริงตอนนี้ด้านในควรจะว่างเปล่า แต่กลับมีเงินอยู่สองสามหีบ เป็๞สิ่งที่ฉู่อวี้ทิ้งไว้ตอนนั้น

            นางหาโอกาสที่จะคืนให้มาตลอด และเคยหาเบาะแสของฉู่อวี้ในอำเภอชิวสุ่ยแต่กลับไม่มีข่าวสารใดๆ เลยสักนิด ที่แท้ฉู่อวี้ก็มาที่อำเภออวิ๋นนี่เอง

             

            เหมยเซียวเหรินรอคำตอบกลับอยู่ในจวนอย่างสงบคาดไม่ถึงว่าส่งจดหมายไปไม่กี่วัน ตระกูลฉู่ทางนั้นก็มีความเคลื่อนไหวแล้ว

            บ่าวรับใช้ตระกูลฉู่มาที่จวนนางอย่างรีบร้อนขณะที่เดินเข้าประตูมาก็๻ะโ๷๞เสียงดังไปด้วย “แย่แล้ว…”

             

    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306