“ข้าไม่คิดว่าสตรีที่งดงามอย่างท่านจะมีวรยุทธสูงส่งเช่นนี้” เขาพูดพลางเช็ดคราบเืบริเวณมุมปากออก
เพราะแรงกระแทกสามครั้งติดมาพร้อมพลังปราณระดับสยบวารีทั่วธรณีของจิวซื่อซัดเข้ามาโดยที่ เหิงเยว่มิได้โคจรปราณคุ้มกันไว้เลยแม้แต่น้อย พลังปราณในร่างจึงได้รับความเสียหาย
“เื่นั้นมันแน่อยู่แล้ว” เหิงเยว่พ่ายแพ้อย่างหมดรูป เขาไม่สามารถสวนกลับกระบวนท่าเ่าั้ได้เลย ทำได้เพียงตั้งรับจนพ่ายแพ้ไปทั้งอย่างนั้น
แต่ที่น่าแปลกก็คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพลังปราณ ควรจะได้รับมากกว่านี้ แต่เพราะเหตุอันใด เหิงเยว่จึงรู้สึกว่าพลังปราณของเขาเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งยังััได้อีกว่าพลังปราณในร่างนั้นมีมากขึ้น
“ท่านเล่าเรียนวรยุทธพวกนี้มาจากสำนักใดกัน” เป็เพราะท่วงท่าการเตะที่ต่อเนื่องและเข้าจุดตายอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีทางเลยที่สตรีท่านนี้จะเป็เพียงผู้ฝึกยุทธทั่วไป นางจะต้องสังกัดไม่สำนักใดก็สำนักหนึ่งเป็แน่ เขาพยายามนึกหาสำนักที่เน้นวรยุทธการเตะเป็หลักอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็นึกไม่ออก
“เื่นั้นเ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก” นางหรี่ตาลงระหว่างสบตา ราวจะบอกเขาว่ารอให้แข็งแกร่งกว่านี้เสียก่อนถึงจะบอก ซึ่งเหิงเยว่ก็มิพูดสิ่งใดกลับไปเพียงแต่หัวเราะออกมาแห้ง ๆ เท่านั้น
ขณะที่นางหันหลังให้และมุ่งไปหาตระกร้าที่วางทิ้งเอาไว้ เสียงทุ่มต่ำเรียกจากคนแปลกหน้าก็ดังขึ้น
“ท่านจิวซื่อ… ท่านจิวซื่อ ท่านอยู่หรือไม่ขอรับ” เพียงชั่วอึดใจก็ปรากฏร่างของชายวัยกลางคน เขากวาดสายตาไปมาซ้ายสลับขวาเพื่อมองหาจิวซื่อ เมื่อพบตัวก็ดิ่งตรงไปหานางในทันที ซึ่งระหว่างทางเขาก็เดินผ่านเหิงเยว่และยกยิ้มให้
“ท่านมีธุระอันใด ต้าเหลียว” สตรีที่กำลังถือตระกร้าสมุนไพรตอบกลับไปเมื่อเห็นว่าชายคนนั้นมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
“สวัสดี ท่านจิวซื่อ” เขากระชับหมัดเข้ากลางฝ่ามืออีกข้างก่อนจะโค้งคำนับให้ “ข้านำจดหมายจากหัวหน้าพรรคพิรุณร่วงโรยมาให้” ต้าเหลียวหยิบจดหมายออกมาจากย่ามยื่นให้นาง
จิวซื่อฉีกซองจดหมายเพื่อเปิดอ่านเนื้อความภายใน
“ในเมื่อข้าเสร็จธุระของข้าแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าขอลา”
“ถ้าหากหัวหน้าพรรคของเ้า้าโอสถ เหตุใดเ้าจึงไม่นำมันกลับไปพร้อมกันเลยล่ะ”
ต้าเหลียวส่ายศีรษะ “ข้าต้องไปทำธุระในเมืองก่อน กว่าจะได้กลับหมู่บ้านก็อีกสองถึงสามอาทิตย์”
จิวซื่อได้ยินแบบนั้นถึงกับฉีกจดหมายในมือขาดเป็สองส่วนก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบ “นั่นไม่ใช่หน้าที่ของข้า โอสถข้าก็เป็คนทำ สักดวงจิตข้าก็ไม่เก็บจากหมู่บ้านของท่าน เหตุใดข้าจึงต้องเป็คนนำมันไปส่งให้อีกล่ะ”