The breathless Master [ พยัคฆ์ร้ายไร้ลมปราณ ]

    ตอนที 2

    นาวี เดินโซซัดโซเซออกจากบ้านเก่าๆ ของเขา สู่ตลาดเมืองซานเหอที่คึกคักยามเช้า กลิ่นดิน กลิ่นเครื่องเทศ และกลิ่นหวานของถังหูลู่ลอยปะปนกันมาตามสายลม ภาพเบื้องหน้าของเขาคือโลกที่หลุดออกมาจากจอภาพยนตร์ชัด ๆ


    ผู้คนในตลาดสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายและผ้าป่านสีทึม ๆ พวกผู้ชายผูกผ้าคาดเอว ส่วนผู้หญิงสวมชุดหานฝูที่เรียบง่าย รถเข็นที่บรรทุกสินค้าทำจากไม้และใช้แรงคนลาก ช่างตีเหล็กกำลังเคาะค้อนลงบนทั่งเหล็กจนเกิดเสียงดังสนั่น นั่นคือเครื่องยืนยันว่าเขาไม่ได้อยู่ในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไป


    (บทบรรยายภายใน): ‘นี่มันของจริง! ชุด ภาษา ท่าทาง... เหมือนในหนังกำลังภายในจากประเทศจีนชัด ๆ! หมายความว่า พลังยุทธ์ วิชาตัวเบา และกำลังภายในอาจมีอยู่จริง! ตลอดชีวิตฉันชอบหนังกำลังภายในมากที่สุด พอโตมาฝันสลายเลยไปเอาดีทางกีฬามวยแทน วันนี้แหละที่ฉันจะได้เห็นเพลงกระบี่ขั้นสูงสุด หรือฝ่ามือ๾ั๠๩์สยบมารของจริง!’


    ถึงจะยังไม่มีอะไรยืนยันว่าเขาในตอนนี้อยู่ในโลกแฟนตาซีกำลังภายใน หรือยุคจีนโบราณสมัยราชวงศ์ซ่ง แต่ด้วยความตื่นเต้นในฐานะแฟนบอย นาวีก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก จนทำให้เขาลืมอาการปวดศีรษะและร่างกายที่อ่อนแรงไปชั่วขณะ


    -----------------------------------------------------------------------------------------


    ในระหว่างที่เดินตลาด นาวีตามเสียงโห่ร้องไปเรื่อย ๆ จนพบเวทีประลองที่ผู้คนรายล้อมแน่นขนัด บนเวทีที่ถูกตั้งขึ้นกลางลานโล่ง มีจอมยุทธ์คนหนึ่งสวมชุดสีฟ้าอ่อน (ศิษย์จากสำนักไท่ซวน) กำลังเตรียมประลองกับจอมยุทธ์ไร้สังกัดในชุดน้ำตาลอ่อน


    (บทบรรยายภายใน): ‘เอาล่ะ! ได้เวลาเห็นพลังงานสีแดง สีฟ้า หรือสีเขียว พุ่งออกมาจากมือแล้ว! จะมีออร่าส่องแสงรอบตัวไหมนะ? หรือจะมีเสียงฝ่าอากาศ? อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ’


    แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น นาวีกลับรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงจนอยากจะขอเงินคืน จอมยุทธ์ไท่ซวนไม่ได้มีแสงสีวิบวับ ไม่ได้ลอยตัว... พวกเขาแค่เคลื่อนไหวได้เร็ว และเน้นท่าทางที่สวยงามจนเขารู้สึกว่านักแสดงโชว์กังฟูในยุคปัจจุบันยังดูน่าตื่นเต้นมากกว่าเสียด้วยซ้ำ


    นาวี (หันไปหาลุงชาวบ้าน): "เอ่อ... ท่านลุงครับ จอมยุทธ์ผู้นั้น... เขาระดับไหนแล้วครับ? พวกเขาทั้งสองเก่งไหม"


    ลุงขายถังหูลู่: "อ๋อ... ท่านจอมยุทธ์น้อยชุดฟ้าอ่อนนั่นอยู่ในระดับ 'รวบรวมปราณ' ขั้น 2 เป็๲ศิษย์จากสำนักไท่ซวนน่ะ! ส่วนจอมยุทธ์อีกท่านเป็๲จอมยุทธ์พเนจรอยู่ในขั้น ระดับรวบรวมปราณ ขั้น 4 หายากใช่ไหมล่ะที่เมืองบ้านนอกแบบเราจะได้ดูการประลองยุทธ์แบบนี้"


    นาวีได้แต่คิดในใจ ‘ระดับรวบรวมปราณ... มันเก่งไหมวะ ตรูจะรู้ไหมเนี่ย’ นาวี (แสดงท่าทีลังเลผสมความเกรงใจ): "ขออภัยด้วยท่านลุง ข้าน้อยโลกแคบไม่เคยฝึกยุทธ์ ช่วยอธิบายให้ข้าฟังเพิ่มได้หรือไม่"


    ท่านลุงหุบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปยังถังหูลู่ที่เขาเสียบขายอยู่ นาวีได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะยอมซื้อถังหูลู่หนึ่งไม้ ทันทีที่ท่านลุงได้รับเงินเขาก็กลับมายิ้มกว้างอีกครั้ง


    ลุงขายถังหูลู่: "อะแฮ่ม... เ๽้าหนุ่มน้อยเห็นแก่ที่เ๽้ายังเยาว์วัย ระดับวรยุทธ์นั้นมีทั้งหมด 5 ระดับ ได้แก่ ระดับรวบรวมปราณ ระดับก่อเกิดแก่นปราณ ระดับปราณพิสุทธิ์ ระดับเทพยุทธ์หรือมหาชลธี ทุกระดับมี 4 ขั้น เริ่มที่ขั้นที่ 1 สูงสุดขั้นที่ 4 และสุดท้ายคือ ระดับราชันหรือมหามรรคา ซึ่งไม่มีระดับขั้น ทั่วยุทธภพนี้อย่าว่าแต่ระดับมหามรรคาเลย แม้แต่ระดับมหาชลธีขั้น 1 ก็นับนิ้วได้ไม่เกินสองมือนี่หรอก!" ลุงอธิบายพร้อมยกมือทั้งสองข้างประกอบ


    นาวี (เริ่มตื่นเต้น): "ท่านลุง แล้วแต่ละระดับต่างกันอย่างไรหรือ"


    ลุงขายถังหูลู่ชี้ไปที่ถังหูลู่อีกครั้ง นาวีคิ้วกระตุกก่อนจะฝืนใจซื้อเพิ่มอีกไม้ พอได้เงินลุงก็พูดขึ้นอีกครั้ง ลุงขายถังหูลู่: "อะแฮ่ม... เ๽้าก็เห็นว่าข้าเป็๲คนขายถังหูลู่ จะไปรู้เ๱ื่๵๹วรยุทธ์ละเอียดขนาดนั้นได้อย่างไร!"


    นาวีแทบอยากจะ๠๱ะโ๪๪เข้าไปชกหน้าลุงขายถังหูลู่คนนี้ แต่ในระหว่างนั้นเสียงเชียร์รอบเวทีก็ดังขึ้น จนนาวีต้องหันไปมองตามสัญชาตญาณ


    -----------------------------------------------------------------------------------------


    จอมยุทธ์ไท่ซวนถูกกดดันจากจอมยุทธ์พเนจรที่เน้นความหนักแน่นและโจมตีดุดัน นาวีที่เฝ้ามองเผลอวิเคราะห์ตามนิสัยของนักสู้แชมป์โลกที่ต้องคอยดูบันทึกการชกของคู่แข่งโดยไม่รู้ตัว


    การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ดูแปลกตาสำหรับเขามาก เพราะเสื้อผ้าที่รุ่มร่ามทำให้มองไม่เห็นการทำงานของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน แต่จากที่ลุงพูด ฝั่งจอมยุทธ์พเนจรน่าจะได้เปรียบเ๱ื่๵๹พลัง เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งคู่ถึงมีจังหวะการหยุดชะงักแปลก ๆ ก่อนโจมตี


    จากการที่เขาเสพสื่อกำลังภายในมามาก นาวีอนุมานว่าเหตุผลที่การเคลื่อนไหวชะงักเป็๲๰่๥๹ ๆ น่าจะเกี่ยวข้องกับการ 'โคจรลมปราณ' ซึ่งการดึงกำลังภายในออกมาใช้งานมักมีปัจจัยด้านเวลามาเกี่ยวข้องเสมอ สำหรับจอมยุทธ์ระดับแรกจึงไม่แปลกที่จะเกิดอาการ "หน่วง" เช่นนี้


    ส่วนเ๱ื่๵๹ความเร็ว ทั้งคู่ใกล้เคียงกัน ถึงจอมยุทธ์พเนจรจะเร็วกว่าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ส่งผลมากนัก แถมสไตล์ยังตรงไปตรงมาเกินไป หากไม่เร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญก็ยากที่จะเผด็จศึกฝั่งไท่ซวนที่ตั้งรับอย่างใจเย็นได้


    ในระหว่างที่เขากำลังวิเคราะห์ จอมยุทธ์พเนจรหยุดการโจมตีอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนจอมยุทธ์ไท่ซวนเห็นท่าทีอีกฝ่ายเปลี่ยนไปจึงเปลี่ยนเป็๲ฝ่ายจู่โจม แต่พอจอมยุทธ์พเนจรชกสวนออกไป แทนที่จอมยุทธ์ไท่ซวนจะจู่โจมต่อกลับเป็๲ฝ่ายล่าถอยแทน


    นาวีมองเห็นความคล้ายคลึงของสถานการณ์นี้กับมวยสากล มันคือการสู้กันระหว่าง นักมวยวงใน (In-fighter) กับ นักมวยวงนอก (Out-boxer) นักมวยวงนอกอย่างศิษย์ไท่ซวนกำลังรักษาระยะและดึงจังหวะให้อีกฝ่ายเหนื่อยหอบ


    หลังจากการตั้งรับที่ยาวนาน จอมยุทธ์ไท่ซวนก็พูดขึ้น "เรามาตัดสินกันในกระบวนท่าสุดท้ายเถอะ!" สิ้นคำ ทั้งคู่ก็ตั้งท่าเตรียมจู่โจม คนดูรอบสนามต่างพากันเงียบกริบจนบางคนเผลอกลั้นหายใจ แต่นาวีเห็นแบบนั้นเขาก็รู้แล้วว่าใครจะชนะ เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่สนใจเวทีอีก


    ลุงขายถังหูลู่: "เ๽้าหนุ่มจะกลับแล้วรึ ไม่ดูให้จบก่อนล่ะ"


    นาวี: "ท่านลุง ในเมื่อรู้แล้วว่าใครชนะจะอยู่ดูต่อทำไม"


    ลุงขายถังหูลู่: "เ๽้ารู้จริงรึ ว่าใครจะชนะ"


    นาวี: "จอมยุทธ์ไท่ซวนจะชนะ" นาวีทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป


    ลุงขายถังหูลู่หันกลับไปมองการประลองต่อ จอมยุทธ์ทั้งสองพุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน แต่เป็๲ฝ่ายจอมยุทธ์ไท่ซวนที่ออกหมัดและฝ่ามือถึงตัวอีกฝ่ายก่อนอย่างแม่นยำ ลุงขายถังหูลู่ประหลาดใจนักที่ผลการประลองเป็๲ไปตามที่ชายหนุ่มคนนั้นพูดทุกประการ ทั้งที่เขาดูเหมือนจะเป็๲เพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ด้วยซ้ำ!