ณ ห้องทำงานของแม่ทัพใหญ่หานชินหลง
ชินอ๋องหยางไท่หลงและแม่ทัพใหญ่หานชินหลง ยังคงเดินหน้าสืบคดีฆ่าล้างตระกูลเว่ยอย่างขยันขันแข็ง แม้มันจะดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลยก็ตาม
"ชินหลง เ้าว่าเื่นี้มันดูแปลกๆ หรือไม่ ข้ารู้สึกเหมือนพวกเรากำลังโดนปั่นหัวเล่นยังไงชอบกล"
หานชินหลงทอดถอนหายใจก่อนตอบตามตรง "กระหม่อมก็รู้สึกเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"
หยางไท่หลงนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น "ข้อมูลที่เรามีอยู่ตอนนี้มันย้อนแย้งเกินไป หากตระกูลซ่งฆ่าล้างตระกูลเว่ยจริง แล้วเหตุใดตระกูลจ้าวจึงได้ผลประโยชน์ทั้งหมดกันล่ะ"
"แต่เราไม่มีข้อมูลใดที่บ่งชี้ว่าการฆ่าล้างตระกูลเว่ยเกี่ยวข้องกับตระกูลจ้าว อีกทั้งสมบัติของตระกูลเว่ยก็ถูกถ่ายโอนให้ตระกูลจ้าวเมื่อเดือนก่อนเพียงแค่ยังไม่มีใครพูดถึงมันเท่านั้น ท่านอ๋องทรงคิดว่าอย่างไร"
หยางไท่หลงได้แต่ส่ายหน้าให้กับข้อมูลที่ย้อนแย้งเหล่านี้ ที่ไม่ว่าพวกเขาจะตามสืบอย่างไรข้อมูลต่างๆ ก็มักจะวกกลับมาที่เดิม จนแทบจะไม่มีอะไรคืบหน้าเลยด้วยซ้ำ "เฮ้อ! แม้แต่หอสดับจันทร์ยังมีข้อมูลเพียงเท่านี้ มันคงเป็เื่ยากหากจะให้ชี้ชัดถึงตัวผู้ร้าย"
และในขณะเดียวกันทหารรักษาการณ์อยู่หน้าห้องก็มารายงานถึงผู้ที่มาขอเข้าพบ "เรียนท่านอ๋อง ท่านแม่ทัพ รองแม่ทัพเจียงจื่อเหลียงขอเข้าพบขอรับ"
"ให้เขาเข้ามา"
จื่อเหลียงเดินเข้ามาภายในห้องด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ การโค้งตัวทักทายเล็กน้อยตามธรรมเนียมปฏิบัติ "ถวายบังคมท่านอ๋อง คารวะท่านแม่ทัพ"
"ไม่ต้องมากพิธี"ชินอ๋องกล่าวขึ้น
"ว่าแต่เ้ามีเื่อะไรหรือจื่อเหลียง"หานชินหลงถามขึ้น
"ข้ามารายงานเื่ความเรียบร้อยในกองทัพ ก่อนที่จะหยุดยาวห้าวันน่ะ"
ชินหลงขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าสหายตนใน่นี้ชอบทำตัวแปลกๆ นัก เมื่อวันก่อนแอบไปหอคณิกาพอมาวันนี้กลับคิดจะหยุดตั้งห้าวัน "เ้าจะลางานหรือจื่อเหลียง เหตุใดจึงคิดจะลาหยุดหลายวันนัก"
จื่อเหลียง "ไม่ใช่จะลา ข้ายื่นใบลาเมื่อห้าวันก่อนแล้วและเ้าก็อนุญาตแล้วด้วย"
ชินหลงขมวดคิ้วเหมือนจำไม่ได้ก่อนหาข้ออ้างให้อีกฝ่ายอยู่ช่วยเขาเสียก่อน "เ้าจะมาลาอะไรตอนนี้ มาช่วยข้าสืบคดีให้กระจ่างเสียก่อนแล้วค่อยลา"
จื่อเหลียงมองสหายตนอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนพูดเหน็บแนมอีกฝ่ายไปนิดหน่อยอย่างอดไม่ได้ "คดีอะไรที่ถึงขั้นทำให้ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่้าความช่วยเหลือกัน"
หยางไท่หลง "นี่เ้าไปอยู่ไหนมาจึงได้ไม่รู้เื่กัน ก็คดีฆ่าล้างตระกูลเว่ยอย่างไรเล่า ข้าและท่านแม่ทัพกำลังหารือกันอยู่พอดี หากมีเ้ามาช่วยอีกแรงก็คงจะดียิ่ง"
"อ่าา กระหม่อมก็เคยได้ยินเื่นี้มาบ้าง แล้วสืบรู้หรือยังพ่ะย่ะค่ะว่าเป็ฝีมือของผู้ใด"
"ยัง พวกเรามีข้อมูลน้อยเกินไป หลักฐานที่จะสาวไปถึงตัวผู้ร้ายก็ไม่มีเลยสักนิด นี่เป็ข้อมูลที่เราสืบได้ในตอนนี้ เ้าลองอ่านดู"หยางไท่หลงพูดพร้อมกับยื่นเอกสารข้อมูลที่มีให้กับจื่อเหลียง
จื่อเหลียงเปิดดูข้อมูลเ่าั้เงียบๆ พลางคิดว่าเขาจะใช้วิธีใดจบเื่ยุ่งยากพวกนี้ให้เร็วที่สุดดี "ตระกูลซ่งอย่างนั้นหรือ..อืมจากข้อมูลพวกนี้ก็น่าสงสัยอยู่พอสมควร แต่หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็คงไม่อาจชี้ตัวคนผิดได้"
ชินหลง "นั่นแหละคือปัญหา..ยิ่งตามสืบก็ยิ่งรู้สึกเหมือนโดนปั่นหัวเล่นอยู่อย่างไรอย่างนั้น"
จื่อเหลียงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนพูดชี้ช่องทางเพื่อทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้น "อืม อาจจะพอมีทางอยู่บ้าง ข้ามีสหายเป็ทหารรับจ้างที่ทำงานอยู่ในตระกูลซ่ง หากเป็ฝีมือของตระกูลซ่งจริงพวกเขาน่าจะรู้อะไรบ้าง"
หยางไท่หลง "เช่นนั้นก็ดี เ้ารีบติดต่อพวกเขาเถอะ"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ"จื่อเหลียงโค้งตัวลา แล้วเดินออกจากห้องไป และหลังจากที่ผ่านไปครึ่งชั่วยาม จื่อเหลียงก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับพยาน (ที่ถูกสร้างขึ้น)
"นี่คือสหายของกระหม่อมชื่อตงอี้พ่ะย่ะค่ะ"
"เล่าในสิ่งที่เ้ารู้มาให้หมด"
จากนั้นตงอี้ก็สร้างเื่เศร้าเล่าความเท็จเป็ฉากๆ ตามคำสั่งของจื่อเหลียง ทั้งการเรียงลำดับเหตุการณ์ ทั้งยังสร้างเหตุและผลที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งหลักฐานและพยานอื่นๆ ที่สามารถระบุชี้ชัดว่าตระกูลซ่งเป็ผู้ที่อยู่เื้ัเื่นี้อย่างแท้จริง
และเมื่อมีพยานยืนยันที่แน่ชัด การหาหลักฐานในจวนสกุลซ่งจึงเริ่มขึ้น ยอดฝืมือจากหอสดับจันทร์ทำงานได้อย่างรวดเร็วเป็ที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ไม่นานก็ได้ค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญของคดีนี้จนได้
ในเมื่อมีหลักฐาน (ที่ถูกสร้างขึ้น) แ่าพอที่จะชี้ชัดถึงผู้กระทำผิด การดำเนินการจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายจึงเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หลังจากที่สามารถจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ในที่สุดจื่อเหลียงก็สามารถหยุดงานกลับมาหานายท่านของตนเองได้เสียที
พร้อมทั้งเขายังสามารถกำจัดเสี้ยนตำเท้าที่มักจะสร้างความรำคาญใจให้นายท่านอยู่เสมออีกด้วย แบบนี้เรียกได้ว่ายิงธนูดอกเดียวได้นกอินทรีมาทั้งฝูง คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก..
.
จ้าวหานเหยียนยังคงตั้งหน้าตั้งตานั่งสะสางงานต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยสีหน้าดำคล้ำ บรรยากาศมืดมนดวงหน้างามงอง้ำ คิ้วขมวดเป็ปมจนไม่มีใครกล้าเข้ามาปรนนิบัติใกล้ๆ แม้กระทั่งพ่อบ้านเถา
บรรยากาศเย็นะเืถูกแผ่ขยายปกคลุมรอบจวนสกุลจ้าว พลอยทำให้คนในจวนรู้สึกหวาดหวั่น โดยที่จ้าวหานเหยียนไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ากำลังทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกหวาดกลัว เขาเพียงแค่รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยและอยากจะทำให้งานพวกนี้เสร็จเร็วๆ ก็เท่านั้น
เจียงจื่อเหลียงที่เพิ่งจะลางานได้ก็รีบเร่งมาหานายท่านของเขาที่จวนสกุลจ้าวทันที แต่หลังจากที่เขาก้าวขาเข้ามาในจวนสกุลจ้าว ก็ต้องรู้สึกขนลุกแปลกๆ กับบรรยากาศเย็นะเืที่ปกคลุมอยู่รอบจวน
..เฮ้อ! นายท่านคงกำลังโกรธอยู่จริงๆ ด้วย
เขารีบเดินเข้าไปหานายท่านที่ห้องทำงาน เพื่อหาวิธีดีๆ ที่จะทำให้นายท่านอารมณ์ดีขึ้น และเพื่อทำให้บรรยากาศแปลกๆ นี่หายไป "นายท่าน ข้าน้อยเจียงจื่อเหลียง เข้าไปได้หรือไม่ขอรับ"
"อืม เข้ามาสิ"
จื่อเหลียงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อย "คารวะนายท่าน"
เ้าหานเหยียนปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนก้มหน้าเล็กน้อยตรงหน้าเขา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงติดเ็านิดน้อย "ในที่สุดเ้าก็มาหาข้าสักที นั่งสิจื่อเหลียง"
"ขอบคุณนายท่าน"
จ้าวหานเหยียนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าคางอย่างเฉยชาก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "..เ้าคงเหนื่อยมากสินะที่ต้องจัดการอะไรหลายๆ อย่างกว่าจะปลีกตัวมาหาข้าได้"
"จื่อเหลียงไร้ความสามารถทำให้นายท่านต้องรอนาน"
"หากเ้าไร้ความสามารถจริงผลมันคงไม่ออกมาเป็แบบนี้..เื่นั้นจะอย่างไรก็ช่างมันเถอะ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเปลี่ยนแปลงไม่ได้"
"นายท่านโกรธข้าอยู่หรือขอรับ ข้าน้อยขออภัยนายท่าน.."
จ้าวหานเหยียนปรายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น "ใครโกรธเ้ากัน เ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเหตุใดข้าต้องโกรธด้วย ข้าเพียงเป็ห่วงเ้าต่างหาก การกระทำเช่นนี้มันเสี่ยงมากเ้าย่อมรู้"
จื่อเหลียงยิ้มอย่างสุขใจก่อนพูด "ขอนายท่านอย่าได้เป็กังวล ทุกสิ่งทุกอย่างของข้าเป็ของนายท่านนานแล้ว หากท่านไม่อนุญาตตัวข้าไหนเลยจะกล้าเป็อะไรไป"
"เช่นนั้นเ้าจะอยู่กับข้าได้อีกกี่วันหรือ ท่านรองแม่ทัพ"
"โถ่!นายท่าน..ข้าลางานในกองทัพมาอยู่กับนายท่านได้ห้าวันขอรับ"
จ้าวหานเหยียนยิ้มเล็กน้อย "ดียิ่ง วันนี้เ้าคงเหนื่อยมามากแล้วไปพักเถอะ อีกเดี๋ยวข้าก็จะทำงานพวกนี้เสร็จแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปพักที่นอกเมืองพอดี มีเ้าไปด้วยก็ไม่เลวเหมือนกัน"
"เช่นนั้นข้าจะปรึกษาแผนการเดินทางกับพ่อบ้านเถาให้เรียบร้อย"
จ้าวหานเหยียนรีบค้าน "ไม่ต้องมีแผนอะไรหรอก ทีแรกข้ากะจะไปคนเดียวแต่มีเ้าไปด้วยก็ดีเหมือนกัน พ่อบ้านเถามีงานเยอะแล้วข้าไม่อยากทำให้มันยุ่งยาก"
"แต่ข้าว่า…"
"หรือถ้าหากเ้าเหนื่อยไม่อยากไปกับข้า ข้าก็ไม่บังคับเ้าหรอกนะ"
"นานท่านอย่าได้เข้าใจผิด ข้าเพียงคิดว่าควรมีผู้ติดตามมากหน่อยเพื่อความปลอดภัยของนายท่านเท่านั้น"
"วุ่นวายเปล่าๆ แค่มีเ้าไปด้วยก็พอแล้ว ลูกรัก"
"อึก!นายท่าน…"
"ทำไมหรือ หรือว่าเ้าไม่อยากเป็ลูกรักของข้า"
"หาไม่นายท่าน คำเรียกเช่นนี้ดูไม่เหมาะสมยิ่งนัก..ตัวข้าหาคู่ควรไม่"
"ไม่อยากเป็ลูกรัก แล้วจะเป็อะไรดีเล่า ก็ข้ารักและเอ็นดูเ้าถึงเพียงนี้"
"...ข้า"
"หึๆ ช่างเถอะๆ เ้าไปพักได้แล้ว หรืออยากให้ข้ากล่อมเ้านอนดีเล่า ว่าอย่างไรจื่อเหลียง"
"ข้าโตแล้วนอนเองได้ ไม่รบกวนให้นายท่านต้องลำบากหรอกขอรับ.."
"ตามใจเ้า…"
"ข้าน้อยขอตัว"
"อืม.."
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
หากชอบอย่าลืม comment เป็กำลังใจให้นามิด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ