ริสา วัย 28 ปี ยังโสด เป็แม่ค้าขายส้มอยู่ตลาด เธอใช้ชีวิตอยู่กับยายสนแค่สองคน พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตแล้วเนื่องจากอุบัติเหตุ ยายสนมีลูกทั้งหมด 5 คน แม่ของริสาเป็ลูกคนโต ท่านจึงรับริสามาเลี้ยง ส่วนลูกอีกสี่คนเป็ผู้ชายทั้งหมด แต่ก็พากันแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว ไม่เคยกลับมาเยี่ยมยายเลย
ยายสนมีปรารถนาอันแรงกล้าอยากจะถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เพราะความหวังที่แท้จริงก็คือ อยากให้ลูกๆ พาครอบครัวกลับมาเยี่ยมตนเท่านั้น และจะได้นำเงินที่ถูกรางวัลนี้เป็มรดกมอบให้ลูกหลานอย่างกับคนอื่นเขาบ้าง
ริสาเข้าใจยาย ดังนั้นนอกจากเธอจะออกไปขายส้มทุกวันแล้ว เธอยังแอบซื้อหวยหรือล็อตเตอรี่ด้วย แต่ทว่าก็ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่เคยถูกรางวัลใหญ่ๆ เหมือนใครคนอื่นเขา แต่ที่เธอมีความสามารถพิเศษก็คือ เธอสามารถหลบเลี่ยงตำรวจได้ในกรณีที่เธอแอบซื้อหวยใต้ดินบ้าง ดังนั้นเธอจึงเป็คู่กัดกับท่านสารวัตรชาติที่ประจำในเมืองนี้
“ผมรู้นะว่าคุณซื้อหวยใต้ดินผิดกฎหมายน่ะ” สารวัตรชาติกล่าว
“คุณตำรวจไม่มีหลักฐานนะคะ อย่ามาปรักปรำกัน ไม่เช่นนั้นฉันจะฟ้องร้องว่าคุณิ่ประมาทได้” ริสากล่าว
“ฝากไว้ก่อนเถอะ สักวันผมจะจับคุณให้ได้คาหนังคาเขา ไม่เชื่อคอยดู” สารวัตรชาติกล่าว
ริสารอให้สารวัตรเดินจากออกไป เธอค่อยแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างกับเด็กๆ
*****************************************
ณ บ้านของยายสน
“ยายจ๋า ทานข้าวเถอะ ริสากลับมาแล้วจ้า” ริสาหอบหิ้วกับข้าวมาให้ยาย
“เห้อ ริสา บรรดาน้าๆ ของหลานไม่ติดต่อหรือมาเยี่ยมพวกเราบ้างเลยหรอ” ยายสนเริ่มบ่น
“โถ่ ยาย ริสาถามพวกน้าๆ เขาบอกว่าเขาไม่มีเวลาจริงๆ จ้า ลางานก็ไม่ค่อยจะได้” ริสากล่าวตามจริง
“ยายอยากถูกรางวัลบ้างจัง เห็นยายฝนถูกหวย แล้วมีลูกหลานกลับมาเยี่ยมเต็มเลย” ยายสนอิจฉา
“ยาย แบบนั้นมันก็ไม่ดีนะจ้ะยาย มันแสดงให้เห็นว่า ลูกหลานยอมกลับมาเพราะเห็นแก่เงินรางวัลเท่านั้นเอง ไม่ได้กลับมาเพราะรักและเป็ห่วงยายของเขาเลยนะ” ริสาให้ความเห็น
“ยายไม่ได้คิดอย่างนั้น ยายก็แค่อยากมีมรดกตกทอดให้ลูกให้หลานบ้าง แต่ตอนนี้สิยายไม่มีอะไรให้ลูกหลานจริงๆ” ยายสนกล่าว
“นี่ไงยาย ริสาก็เล่นออกบ่อย สักวันริสาก็ต้องมีถูกรางวัลบ้างแหละ” ริสากล่าว
“เห้อ ริสาก็ไม่ค่อยโชคใหญ่ๆ บ้างเลยนี่สิ” ยายบ่น
“ทานข้าวเถอะจ้ะยาย เดี๋ยวริสาไปทำงานบ้านก่อนก็แล้วกัน” ริสากล่าว
*****************************************
ยายคิดถึงลูกชายจนทนไม่ไหวจริงๆ ยายนั้นเคยได้ยินเื่ราวของเรือนกาญจนา แต่ยายนั้นไม่เคยเล่าให้ริสาฟังเลย ยายไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบออกเดินทางไปในป่าที่เขาเล่าลือกัน แล้วออกตามหาเรือนกาญจนาทันที แม้จะไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ยายก็อดทนเดินต่อไป และแล้วอุไรก็รับรู้ได้ถึงความพยายามนั้น จึงยอมปรากฏตัวพร้อมกับเรือนกาญจนา
“โห เรือนกาญจนามีอยู่จริงๆ ด้วย อยู่มา 65 ปีเพิ่งได้เห็นประจักษ์แก่สายตานะเนี่ย” ยายสนกล่าว
“ยายสนใช่มั้ยจ้ะ ยายอยากจะถูกรางวัลที่หนึ่งมากขนาดนั้นเลยหรอ” อุไรกล่าว
“ใช่แล้วล่ะ แล้วหลานสาวเป็ใครล่ะ” ยายสนถาม
“ฉันชื่ออุไรจ้ะยาย ก่อนอื่นฉันต้องบอกเงื่อนไขกับยายก่อนนะ พรที่ยายขอจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ ยายยอมทำตามกฎของบ้านและยอมรับเงื่อนไขตามที่แม่บ้านที่อยู่ในนั้นสั่งเท่านั้น และยายจะต้องอยู่ให้ครบสิบวัน ถ้ายายอดทนได้ ยายก็จะถูกรางวัลที่หนึ่งจริงๆ และเมื่อยายออกไปจากเรือนหลังนี้แล้ว ห้ามยายบอกใครเื่ที่ยายประสบและห้ามบอกเื่เกี่ยวกับเรือนกาญจนานี้กับใครอีกเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นยายจะประสบภัยและไม่สมหวังอีกเลย” อุไรกล่าว
“จ้ะจ้ะ ยายยอมรับข้อกำหนดทุกอย่าง” ยายสนกล่าว
“งั้นยายตามเข้ามาสิ” อุไรกล่าว
ยายสนเดินตามอุไรเข้าไปในบ้าน ท่านจะต้องเดินผ่านหมอกควัน จนกระทั่งพบกับป่าที่มีต้นไม้มากมาย และมีแม่บ้านญินดายืนรออยู่แล้ว