เรือนกาญจนา

    บทที่ 3 โชคลาภ (ตอนแรก)

    ริสา วัย 28 ปี ยังโสด เป็๲แม่ค้าขายส้มอยู่ตลาด เธอใช้ชีวิตอยู่กับยายสนแค่สองคน พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตแล้วเนื่องจากอุบัติเหตุ ยายสนมีลูกทั้งหมด 5 คน แม่ของริสาเป็๲ลูกคนโต ท่านจึงรับริสามาเลี้ยง ส่วนลูกอีกสี่คนเป็๲ผู้ชายทั้งหมด แต่ก็พากันแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว ไม่เคยกลับมาเยี่ยมยายเลย

    ยายสนมีปรารถนาอันแรงกล้าอยากจะถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เพราะความหวังที่แท้จริงก็คือ อยากให้ลูกๆ พาครอบครัวกลับมาเยี่ยมตนเท่านั้น และจะได้นำเงินที่ถูกรางวัลนี้เป็๞มรดกมอบให้ลูกหลานอย่างกับคนอื่นเขาบ้าง

    ริสาเข้าใจยาย ดังนั้นนอกจากเธอจะออกไปขายส้มทุกวันแล้ว เธอยังแอบซื้อหวยหรือล็อตเตอรี่ด้วย แต่ทว่าก็ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่เคยถูกรางวัลใหญ่ๆ เหมือนใครคนอื่นเขา แต่ที่เธอมีความสามารถพิเศษก็คือ เธอสามารถหลบเลี่ยงตำรวจได้ในกรณีที่เธอแอบซื้อหวยใต้ดินบ้าง ดังนั้นเธอจึงเป็๲คู่กัดกับท่านสารวัตรชาติที่ประจำในเมืองนี้

    “ผมรู้นะว่าคุณซื้อหวยใต้ดินผิดกฎหมายน่ะ” สารวัตรชาติกล่าว

    “คุณตำรวจไม่มีหลักฐานนะคะ อย่ามาปรักปรำกัน ไม่เช่นนั้นฉันจะฟ้องร้องว่าคุณ๮๬ิ่๲ประมาทได้” ริสากล่าว

    “ฝากไว้ก่อนเถอะ สักวันผมจะจับคุณให้ได้คาหนังคาเขา ไม่เชื่อคอยดู” สารวัตรชาติกล่าว

    ริสารอให้สารวัตรเดินจากออกไป เธอค่อยแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อย่างกับเด็กๆ

    *****************************************

    ณ บ้านของยายสน

    “ยายจ๋า ทานข้าวเถอะ ริสากลับมาแล้วจ้า” ริสาหอบหิ้วกับข้าวมาให้ยาย

    “เห้อ ริสา บรรดาน้าๆ ของหลานไม่ติดต่อหรือมาเยี่ยมพวกเราบ้างเลยหรอ” ยายสนเริ่มบ่น

    “โถ่ ยาย ริสาถามพวกน้าๆ เขาบอกว่าเขาไม่มีเวลาจริงๆ จ้า ลางานก็ไม่ค่อยจะได้” ริสากล่าวตามจริง

    “ยายอยากถูกรางวัลบ้างจัง เห็นยายฝนถูกหวย แล้วมีลูกหลานกลับมาเยี่ยมเต็มเลย” ยายสนอิจฉา

    “ยาย แบบนั้นมันก็ไม่ดีนะจ้ะยาย มันแสดงให้เห็นว่า ลูกหลานยอมกลับมาเพราะเห็นแก่เงินรางวัลเท่านั้นเอง ไม่ได้กลับมาเพราะรักและเป็๞ห่วงยายของเขาเลยนะ” ริสาให้ความเห็น

    “ยายไม่ได้คิดอย่างนั้น ยายก็แค่อยากมีมรดกตกทอดให้ลูกให้หลานบ้าง แต่ตอนนี้สิยายไม่มีอะไรให้ลูกหลานจริงๆ” ยายสนกล่าว

    “นี่ไงยาย ริสาก็เล่นออกบ่อย สักวันริสาก็ต้องมีถูกรางวัลบ้างแหละ” ริสากล่าว

    “เห้อ ริสาก็ไม่ค่อยโชคใหญ่ๆ บ้างเลยนี่สิ” ยายบ่น

    “ทานข้าวเถอะจ้ะยาย เดี๋ยวริสาไปทำงานบ้านก่อนก็แล้วกัน” ริสากล่าว

    *****************************************

    ยายคิดถึงลูกชายจนทนไม่ไหวจริงๆ ยายนั้นเคยได้ยินเ๹ื่๪๫ราวของเรือนกาญจนา แต่ยายนั้นไม่เคยเล่าให้ริสาฟังเลย ยายไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบออกเดินทางไปในป่าที่เขาเล่าลือกัน แล้วออกตามหาเรือนกาญจนาทันที แม้จะไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ยายก็อดทนเดินต่อไป และแล้วอุไรก็รับรู้ได้ถึงความพยายามนั้น จึงยอมปรากฏตัวพร้อมกับเรือนกาญจนา

    “โห เรือนกาญจนามีอยู่จริงๆ ด้วย อยู่มา 65 ปีเพิ่งได้เห็นประจักษ์แก่สายตานะเนี่ย” ยายสนกล่าว

    “ยายสนใช่มั้ยจ้ะ ยายอยากจะถูกรางวัลที่หนึ่งมากขนาดนั้นเลยหรอ” อุไรกล่าว

    “ใช่แล้วล่ะ แล้วหลานสาวเป็๲ใครล่ะ” ยายสนถาม

    “ฉันชื่ออุไรจ้ะยาย ก่อนอื่นฉันต้องบอกเงื่อนไขกับยายก่อนนะ พรที่ยายขอจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ ยายยอมทำตามกฎของบ้านและยอมรับเงื่อนไขตามที่แม่บ้านที่อยู่ในนั้นสั่งเท่านั้น และยายจะต้องอยู่ให้ครบสิบวัน ถ้ายายอดทนได้ ยายก็จะถูกรางวัลที่หนึ่งจริงๆ และเมื่อยายออกไปจากเรือนหลังนี้แล้ว ห้ามยายบอกใครเ๹ื่๪๫ที่ยายประสบและห้ามบอกเ๹ื่๪๫เกี่ยวกับเรือนกาญจนานี้กับใครอีกเป็๞อันขาด ไม่เช่นนั้นยายจะประสบภัยและไม่สมหวังอีกเลย” อุไรกล่าว

    “จ้ะจ้ะ ยายยอมรับข้อกำหนดทุกอย่าง” ยายสนกล่าว

    “งั้นยายตามเข้ามาสิ” อุไรกล่าว

    ยายสนเดินตามอุไรเข้าไปในบ้าน ท่านจะต้องเดินผ่านหมอกควัน จนกระทั่งพบกับป่าที่มีต้นไม้มากมาย และมีแม่บ้านญินดายืนรออยู่แล้ว