เวลาก็ช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินมิทันไรวันนี้จูเฟยหยาก็ต้องเข้าเมืองไปตัดไหมให้คนป่วยเเล้วนางให้ซููซู่เตรียมอุปกรณ์ส่วนตนเองก็เข้าครัวในตอนเช้า ! ไปเยี่ยมคนป่วยชาติที่เเล้วนางไปตามบ้านเป็ประจำบางทีก็เป็จิตอาสาตรวจคนไข้เเถวชนบทและได้เรียนรู้วิธีทำน้ำเเกงไก่ดำใส่สมุนไพรสรรพคุณบำรุงรักษาลากหลายชนิด ! เเต่ที่นี่มิมีไก่ดำทำอย่างไรดี ?
จูเฟยหยาเดินออกจากโรงครัว บ้านที่มีไก่ก็ล้วนเป็ไก่เลี้ยงเเม้จะมาปรุงเป็น้ำเเกงบำรุงได้เเต่ก็ไม่เข้าขั่นจะเรียกว่ายาบำรุงสิ่งที่นาง้าคือไก่ป่าหรืออะไรที่คนสมัยนี้เขาเรียกว่าเขากวางอ่อน ! เเต่จะไปหาได้ที่ใดกันเล่า? จูเฟยหยาพยายามใช้หัวน้อยๆคิดพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเ้าย่งชีที่นอนอืดเป็หมูอยู่หน้าห้อง
นางเดินมาอุ้มมันเข้าในอ้อมกอดลูบหัวมันช้าๆ "ย่งชีเ้าฟังข้านะในป่ามีไก่ขนสวยงามอยู่เ้าเลือกเอาตัวอ้วนๆมาให้ข้าได้หรือไม่ ? เเน่นอนว่าเเลกกับปลาหมักที่อยู่ในไหสามตัว ! เป็อย่างไรเ้าฟังข้ารู้เื่หรือไม่" นางรู้สึกว่าจิ้งจอกเเคระตัวนี้มันเเสนรู้เป็อย่างมากเเม้ไม่สามารถสื่อสารกับนางได้เช่นกับเสี่ยวไป๋ก็ตาม ไม่ทำให้เฟยหยาผิดหวังย่งชีโดดลงจากอ้อมกอดของนางเมื่อขามันถึงพื้นก็วิ่งสบัดหางไปทางูเาทันที
นับว่าเลี้ยงไม่เสียข้าวสุกเ้าจิ้งจอกน้อยตัวนี้มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน ! นางเคยได้ยินพี่สามบอกว่ามันเป็ตัวเมียหากวันใดมันมีลูกจิ้งจอกขาวน่ารักๆอีกหลายตัวคงจะดีไม่น้อย
.เฟยหยาหมุนตัวเดินเข้าโรงครัวอีกครั้งนางลงมือทำอาหารหลายอย่างไว้ให้คนในครอบครัว ! รอไม่นานเ้าย่งชีตัวน้อยก็คาบคอไก่ฟ้าตัวอวบอ้วนมาหนึ่งตัวดูจากสีขนเเล้วมันน่าจะเป็ตัวผู้ "เก่งมากนี่ปลาของเ้า !" เฟยหยานำปลาหมักออกมาจากไหให้มันสามตัวถือเป็รางวัลเเล้วจึงเริ่มนำไก่ฟ้าลงไปลวกในน้ำเดือด ! จัดการถอนขนจนเกลี้ยงนำมาสับเป็ชิ้นก่อนจะนำลงไปตุ๋นในหม้อที่นางต้มเครื่องรอ ตอนนี้เริ่มสุกเเล้วนางนำเห็ดสนเเดงเเห้งกระชายไฟหอมเเดงกระเทียมทุบสมุนไพรเเห้งสามชนิดนอกจากนี้ยังใส่เนื้อหอยเป๋าฮื้อลงไปตุ๋นรวมกัน ! ในระหว่างรอน้ำเเกงตุ๋นได้ที่นางก็เข้ามาอาบน้ำเเต่งตัว
ในรถม้าเฟยหยานั่งไปกับซูซู่สองคนรวมกับคนบังคับม้ารวมเป็สามอากาศเริ่มเย็นเเล้วในเดือนเเปดเเม้ไม่มากจนทำให้คนเเข็งตายเเต่ก็พอทำให้มิสบายได้ ซูซู่เติมถ่านลงไปในกระถางไฟ "คุณหนูเ้าค่ะเอากระถางไฟนี่ไปใกล้สักหน่อยเถิดมือเย็นจะมิสบายเอา!" จูเฟยหยาเคยพบเจออากาศหนาวกว่านี้บ่อยๆยามไปช่วยผู้ประสบภัยหิมะถล่มในเขตถิ่นทุระกันดารความหนาวในตอนนี้ถือว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนางไม่หนาวเลยสักนิด ! เเต่ก็รู้ดีหากปฏิเสธซูซู่คงมิสบายใจ
หน้าเมืองตอนนี้นางเปิดหน้าต่างรถม้าออกไปก็พบกับชาวบ้านมากมายบางคนก็เนื้อตัวซูบผอมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง !
พวกเขาอยู่เป็กลุ่มบริเวณใกล้กำเเพงเมือง
" คนพวกนี้มาจากไหนกันหรือ?" ได้ยินนางถามซูซู่ก็มองออกไปนอกหน้าต่างนางถอนหายใจก่อนจะตอบออกมาเสียงเบากว่าปกติเล็กน้อย "พวกเขาเป็ผู้ลี้ภัยเ้าค่ะคุณหนูเเม้เป่ยหลินจะไกลจากด่านเหมยหลินที่กำลังสู้รบกันอยู่เเต่ว่าหากเดินทางทางน้ำนับว่าสดวกยิ่งเมืองเป่ยหลินเราใกล้กับเมืองหลวงมากผู้อพยพเล่านี้จึงรวบรวมเงินในมือที่มีขึ้นขบวนเรือสินค้าหากหวังมีชีวิตก็ต้องมาใกล้กับสายพระเนตรขององฮ่องเต้ให้ได้มากที่สุดนั้นหมายถึงหากพบผู้ลี้ภัยที่เเห่งนี้มากเท่าใดสถานะการที่ชายเเดนก็จะเลวร้ายขึ้นเท่านั้น !" จูเฟยหยาพยักหน้าเข้าใจหากยากมีชีวิตออกมาจากไฟาไม่ให้ต้องตกตายด้วยรอยกีบเท้าม้าของทหารศัตรูชาวบ้านเเถวนั้นจำเป็ต้องหนีซึ่งหากอยากหนีก็ต้องใช้เงินในการสัญจรทางน้ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากนักเพียงค่าเดินทางบนเรือก็เเทบจะไม่พอความหวังเดียวของพวกเขาจึงเป็การช่วยเหลือจากราชสำนักเเละการที่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนให้เร็วที่สุดคือมาให้ใกล้สายพระเนตรของฮ่องเต้เท่านั้น ! เเละเมืองเป่ยหลินที่ใหญ่เป็อันดับสองรองจากเมืองหลวงเป็เป้าหมายในอันดับเเรกใกล้กับท่าเรืออีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวง เพราะอย่างนี้ผู้อพยพที่เฟยหยาเห็นจึงมีมาก !
อาจเป็เพราะนางเเละซูซู่มองเหล่าผู้ลี้ภัยที่ข้างกำเเพงเมืองนานไปจึงไม่สังเกตเห็นหญิงสูงวัยผู้หนึ่งวิ่งมาทางด้านขวาของรถหญิงชรามองรถม้าที่กำลังชะลอเข้าเมืองก่อนจะวิ่งเข้าไปชนอย่างจัง !
"โอ้ย!!ขาข้า! ข้าขาหักเเล้วโอ้ยๆๆ"เสียงร้องราวกับหมูถูกเชือดของหญิงสูงวัยผู้นั้นเรียกสายตาของนางเเละซูซู่ในทันทียามนี้คนบังคับรถม้าหยุดลงเเล้วเขาตะวาดใส่หญิงชราเสียงดัง
"เ้ามาโวยวายทำไมกันเป็เ้าวิ่งมาชนรถม้าเอง ไป! หลบให้ไกล!" เห็นอยู่ว่าเขายังขับรถมาช้าๆอีกทั้งยังอยู่ในเส้นทางมิได้ออกนอกเลยสักนิดเห็นชัดๆว่าหญิงบ้าผู้นี้ตั้งใจชน
หญิงชราเห็นว่าคนบังคับม้าไม่่ใยดีนาง นางจึงยิ่งตบขาร้องไห้โวกเวกโวยวายจนคนที่กำลังเดินทางเข้าเมืองมองมายังรถม้าของจูเฟยหยามากขึ้น ! "พวกเ้า!คิดว่ามีเงินเเล้วจะรังเเกผู้ใดก็ได้หรือ ? พวกเ้ามาดูกันเร็วคนรวยรังเเกคนจนพวกเขามิเห็นผู้ลี้ภัยเช่นพวกเราเป็คน ดูสิ! ดูขาข้าโดนชนเจ็บจนลุกมิขึ้นเเล้ว!!" หญิงชราร้องโหยหวนมือก็จับที่ต้นขาภาพนี้หากเป็คนมิรู้อันใดคงคิดว่าหญิงชราเ็ปหนักจริงๆเสียเเล้ว
เเต่เพราะชุดที่สกปรกอีกทั้งยังมีเเต่รอยปะชุนของหญิงชราบวกกับคำพูดที่ว่าทางฝั่งของจูเฟยหยามิเห็นผู้ลี้ภัยอยู่ในสายตาทำให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆเริ่มจะรู้สึกมิพอใจ
"อันใดกันเดินทางรอนเเรมมาขอพึ่งก็ลำบากพอเเล้วยังมาโดนรถม้าชนอีกเเม่เฒ่าผู้นั้นน่าสงสารยิ่งนัก!"
"นั่นสิเห็นพวกเราเป็ผู้ลี้ภัยเลยจะทำอย่างไรก็ได้เชียวหรือ?เมืองเป่ยหลินยังมีกฏหมายอยู่อีกหรือไม่?"
"เ้าเห็นคนบังคับม้านั้นหรือไม่เขาหน้าดำเป็ก้นหม้อเสียเเล้วนี่มันหมายความว่าอย่างไรตนเองเป็คนชนคนเเท้ๆยังมีหน้ามามิพอใจอีกหรือ?" ถ้อยคำมากมายถูกพูดออกมาจากผู้ลี้ภัยที่อยู่บริเวณใกล้ๆทำให้คนบังคับรถม้าของจูเฟยหยาใบหน้าเขียวคล้ำ
เขาชี้หน้าหญิงชราที่ยังนั่งตีอกชกตัวอยู่บนพื้นก่อนจะะโเสียงดัง "หญิงเเก่ไร้ยางอายเ้าเป็คนวิ่งมาชนรถม้าเองเเท้ๆมาเเสดงให้ใครเขาดูกันไปให้พ้นทางเสีย!" หญิงชราเมื่อเห็นว่าคนบังคับม้ายังคงดุด่าตนไร้วี่เเววคนในรถนางก็โวกเวกโวยวายขึ้นมาอีกครา "ข้าจะไปได้อย่างไรขาช้าเจ็บเพียงนี้เงินก็ไม่มีจะหาหมอนายท่านที่อยู่บนรถม้ามิคิดจะออกมารับผิดชอบที่คนของท่านบังคับม้าชนข้าหรือในใจท่านมิเห็นกฏหมายบ้านเมืองเเล้วกระมัง!"
ในรถม้าซูซู่โมโหจนตัวสั่นทว่าสีหน้ากลับเก็บอาการได้อย่างดียิ่ง หญิงเเก่ผู้นี้ก็เเค่พวกต้มตุ๋นหาเื่ให้คุณหนูของนางชดใช้เงินมิใช่หรือเเล้วจะพูดถึงกฏเกณฑ์กฏหมายอันใดนั้นอีกตั้งใจให้คนในรถโดนผู้อื่นครหาชัดๆ "คุณหนูหญิงเเก่ผู้นั้นจะเกินไปเเล้วนะตนเองเป็คนวิ่งมาชนเองเเท้ๆเหตุใดจึงสาดโคลนใส่คนของเราด้วยนางชั่งไร้ยางอาย!"
เฟยหยามิได้โมโหเหมือนกับซูซู่ก็เเค่พวกต้มตุ๋นหัวหมออยากได้เงินของนางมิใช่หรือหญิงชรานางนั้นเห็นว่ารถม้าดูดีหน่อยจึงคิดว่าเป็เหล่านายท่านพวกนั่นที่พบเื่จุกจิกเล็กน้อยก็จะโยนเงินให้ไปพ้นๆหน้า!! เท่านี้ก็ได้เงินใช้้สบายหึ! ดูถ้าวันนี้หญิงเเก่คนนี้ต้องได้รับบทเรียนราคาเเพงเสียเเล้วคนเช่นจูเฟยหยารังเเกง่ายนักหรือ?
ด้านนอกผู้คนต่างมุงดูกันอย่างมากว่าเ้าของรถม้าที่อยู่ข้างในจะตัดสินใจเช่นไร เเม้กระทั้งรถม้าคันอื่นที่ติดเเง็กอยู่หลังรถม้าของจูเฟยหยาก็ไม่ได้มีทีท่าหงุดหงิดเช่นทีเเรกเเล้วพวกเขาล้วนอย่างดูเื่สนุกของผู้อื่นเปิดหน้าต่างรถม้าดูกันอย่างคึกคัก!
เฟยหยาก้าวออกจากรถม้าภายใต้เเสงอาทิตย์ในยามเช้าเด็กหญิงอายุราวก้าวขวบกว่าๆเดินลงมาจากรถม้าด้านหลังของนางมีสาวใช้หน้าตาธรรมดาอายุราวสิบสามปีติดตามมาด้านหลัง เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดสีชมพูอ่อนหมัดผมทรงซาลาเปาสองข้างประดับด้วยปิ่นดอกไม้ใบหน้างดงามหน้ารักผิวพรรณขาวใสราวกับหยกชั้นดีมุมปากนางประดับรอยยิ้มอ่อนโยน
จูเฟยหยาก้าวเดินมายังตรงหน้าหญิงชรา "ท่านยายผู้นี้ข้าต้องขอโทษจริงเป็เพราะข้าตื่นตระหนกที่รถม้าวิ่งชนคนจึงมิได้ลงมาขอโทษท่านในทันที....เเต่ว่่าท่านยายมิต้องห่วงหากขาท่านหักจนปวดเช่นนี้จริงทางข้าจะรับผิดชอบเอง!" คนบังขับรถม้าเห็นว่าคุณหนูกำลังหลงกลหญิงเเก่ผู้นั้นก็คิดจะเอ่ยปากห้ามเเต่กลับเห็นซูซู่หันมามองเขาเเล้วส่ายหน้าเสียก่อนจึงหยุดความคิดจะห้ามปรามเขาคิดว่าคุณหนูคงมีวิธีจัดการของนางเอง!
หญิงเเก่เห็นว่าคู่กรณีเป็เพียงคุณหนูตัวเล็กบอบบางก็ยิ้มเยาะในใจนางตีหน้าเศร้าพลางใช้มือเหี่ยวย่นของต้นเองลูบบริเวณต้นขา "ขาข้าหักจริงๆ ! คุณหนูได้โปรดเมตตาข้ารอนเเรมหนีภัยามาลูกหลานข้าก็มากหากข้าเป็ภาระในยามนี้พวกเขาจะต้องลำบากเพิ่มกว่าเดิมเเน่นอน"ในหมู่ฝูงชนที่มุงดูลูกหลานของหญิงเเก่ผู้นี้ก็ยิ้มเยาะอยู่ในใจ ท่านเเม่เเสดงดีจริงๆอีกฝ่ายเป็เพียงคุณหนูน้อยขี้สงสารเกรงว่าพวกเขาต้องได้เงินมากเเน่ๆ
จูเฟยหยาเเสร้งเดินไปจับบริเวณต้นขาของหญิงชราด้วยเเรงไม่มาก หญิงชราเห็นว่าจูเฟยหยามาจับต้นขาตนเองนางจึงเเสร้งร้องเจ็บ ! จูเฟยหยาหัวเราะในใจอีกเดี๋ยวเ้าได้เจ็บจริงเเน่ เเม้จะหัวเราะในใจทว่าใบหน้าของจูเฟยหยายามนี้กลับดูเศร้าสร้อยเป็อย่างยิ่ง "ซูซู่เอาเงินให้ท่านยายผู้นี้ไปหาหมอเถิดสิบตำลึง!"
สิบตำลึง!!หญิงชรารับเงินจากมือซูซู่เเล้วกำมันไว้ในมือเเน่น์นี้สิบตำลึงเชียวนะ! ชาวบ้านธรรมดามาสร้างบ้านใช้เงินสี่ตำลึงก็ต้องทำงานเเรมปีเเต่นี้นางเพียงถลอกเล็กน้อยเเต่ได้เงินถึงสิบตำลึง! ฮ่าๆ
เเม้จะดีใจเพียงใดหญิงชราก็สามารถรักษาสีหน้านางได้เเละเเสร้งมองจูเฟยหยาอย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณคุณหนูที่มีเมตตาเ้าค่ะ!"
เฟยหยายิ้มอย่างอ่อนโยน "ไม่ต้องขอบใจข้าหรอกท่านยายนำเงินไปหาหมอเถิด...ข้ามีธุระต้องทำอีกทั้งรถม้าด้านหลังก็ติดกันมาสักพักเเล้ว ! ข้าต้องขอตัวก่อน!" รีบไปเสียชิวๆหญิงชรามองหลังจูเฟยหยาเเล้วไล่ในใจเพราะยามนี้นางเเสร้งขาหักจึงต้องรอให้รถม้าเเละคนที่มุงดูหายไปก่อนจึงจะลุกได้
หญิงชรามองรถม้าหรูหราคันสุดท้ายที่ผ่านหน้าตนเองไปเเล้วคิดในใจ เมื่อกี้หากนางวิ่งใส่รถม้าคันนี้เสียก็ดีขนาดรถม้าที่นางวิ่งใส่ไม่ได้ดูหรูหราอะไรยังได้ตั้งสิบตำลึงหากวิ่งใส่รถม้าที่หรูหราเท่านี้จะได้มากเพียงใดกัน ? ชั่งเถอะยามนี้นางก็ได้ตั้งสิบตำลึงเเล้วไปไปใช้เงินได้เสียที หญิงชรามองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าปลอดคนนางจึงคิดจะลุกขึ้นทว่านางกลับพบว่าขาข้างซ้ายของตนขยับไม่ได้อีกทั้งหลังจากนางพยายามลุกเมื่อกี้ก็ดูเหมือนางจะเจ็บขึ้นมาเรื่อยๆหญิงชรากัดฟันใช้เเรงเฮืิอกหนึ่งที่จะลุก
กร็อบ! เสียงกระดูกของหญิงชราลั้นก่อนที่ร่างทั้งร่างจะล้มหงายหลังฉับพลันนางก็เข้าใจอะไรขึ้นมาตอนนั้นนังเด็กนั้นจับขานางไม่ใช่หรือ? ตอนนั้นนางเจ็บเเปลบหนึ่งมิได้สนใจยามนี้ขานางกลับหักจริงๆเสียเเล้ว!
"นังเด็กปีศาจขาข้าๆ ขาข้าหักจริงๆเสียเเล้วโอ้ย!นางเด็กสาละเลว!" ลูกหลานของหญิงชราที่เฝ้าดูอยู่เห็นหญิงชราโวกเวกร้องเ็ปก็เเปลกใจกันท่านเเม่ต้องเเสดงให้ผู้ใดดูอีกยามนี้ไม่มีคนเเล้ว ? เพราะกลัวความจะเเตกลูกหลานสี่คนที่คิดว่าหญิงชราจะเเสดงละครอีกคราจนผู้อื่นจับได้จึงพากันไปอุ้มหญิงชราผู้นั้นในทันที หญิงชราที่ถูกลูกชายสี่คนเคลื่อนไหวอย่างมิอ่อนยนเลยสักนิดจึงทำให้เจ็บขาที่หักยิ่งกว่าเก่านางร้องปวดราวกับวัวโดนเชือดอยู่บนหลังลูกของตนเอง
เพราะมาไกลเเล้วจูเฟยหยาจึงได้ยินเสียงของหญิงชราได้ไม่ดังเท่าใดเเต่ก็ดังพอให้นางรู้ว่าหญิงชราได้รับบทเรียนเเล้ว! บอกว่าคนของนางชนขาหักมิใช้หรือ? ก็หักสมใจเเล้วส่วนเงินสิบตำลึงนั้นก็ถือสะว่านางให้ค่ารักษาจริงๆหึเเต่มิรู้จะพอหรือไม่นะ ยามนั้นที่นางเเกล้งจับที่ต้นขาของหญิงชรานางก็ได้บิดกระดูกไว้เเล้วขอเพียงหญิงชราผู้นั้นขยับกระดูกที่โดนบิดผิดวิธีก็จะเ็ปหรือถ้าหากหญิงชราพยายามจะยืนให้ได้ด้วยเเรงมากๆกระดูกก็จะหักได้ทันทีคราวนี้ต่อให้ต่อกระดูกคืนได้ก็มิสามารถเดินได้เหมือนปกติเเล้วอีกทั้งเงิินสิบตำลึงที่ได้ไปอาจมิพอค่าใช้จ่ายก็เป็ได้!
"นางคงจะออกมาสร้างเื่เช่นนี้อีกไม่ได้ตลอดชีวิตเเล้วสินะเ้าค่ะ!"ได้ฟังสิ่งที่คุณหนูให้บทเรียนเเก่หญิงชราผู้นั้นซูซู่ยิ่งนับถือคุณหนูมากขึ้น
"เกรงว่าเเม้เเต่จะเดินยังเดินมิได้ด้วยซ้ำ!" นางสังเกตุเห็นในยามที่หญิงชราโวยวายนั้นมีคนอยู่สามสี่คนคอยดูลาดเลาอยู่คิดว่าคงเป็ลูกหลานกระมังลูกไม้มักจะล่นมิไกลต้นมีมารดาเป็คนนิสัยเช่นไรพวกเขาเ่าั้ก็คงนิสัยไม่ดีอย่างเเน่นอน ! คิดดูเถิดเงินสิบตำลึงนั้นพวกเขาจะยอมเรียกหมอดีๆมาต่อกระดูกจนต้องใช้เงินจนหมดหรือ? คิดว่าคงจะหาหมอกระเป๋ามาดูตามมีตามเกิดจนกระดูกมิได้ต่อกระมัง!
เพราะกลัวว่าคนบังขับรถม้าจะคิดมากซูซู่จึงไปกระซิบบอกเื่ที่คุณหนูจัดการหญิงชราให้ฟัง คนบังขับม้าเลื่อมใสคุณหนูอย่างเเท้จริงก็เป็เพราะเหตุการนี้เขาบังคับม้าเข้าเมืองตรงไปยังร้านยาเถ้าเเก่ตงอย่างอารมส์ดี
ในรถม้าคันหรูหาายหนุ่มอายุราวยี่สิบกว่าปีสวมชุดสีเเดงสดปักลายดิ้นทองหรูหราใบหน้าหล่อเหลาเปิดหน้าต่างมองไปยังรถม้าที่พึ่งเลี้ยวเข้าถนนอีกทางก่อนที่มุมปากจะกะตุกยิ้ม
"เป่ยหลินฮึๆ!ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนใจน่าสนใจจริงๆ" เหตุการณ์ที่หน้าประตูเมืองชายหนุ่มย่อมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคิดไม่ถึงเช่นกันว่าเด็กน้อยคนหนึ่งอายุไม่ถึงสิบขวบกลับลงมือหักขาหญิงชราคนหนึ่งได้อย่างไม่สะทกสะท้านอีกทั้งยังลงมือชำนาญจนคนที่โดนไม่รู้สึกยอดฝีมือหรือน่าสนใจน่าสนใจ
องครักษ์ผู้หนึ่งมองตามสายตาของชินอ๋องไปยังรถม้าคันนั้นที่ยามนี้ไปไกลจนมิสามารถมองได้ชัดเเต่ชินอ๋องก็มองไม่กะพริบตาอีกทั้งเดี๋ยวหัวเราะอย่างบ้าคลั้งเดี๋ยวพึมพำกับตนเองนี่ไหนเลยจะเป็ชินอ๋องเ้าสำราญที่วันทั้งวันเอาเเต่เที่ยวหอนางโลมใช้จ่ายสรุ่ยสุร่ายเสเพลมิเอาถ่านคนนั้นกันเห็นชัดๆว่าเป็คนหมกหมุ่นในสิ่งที่สนใจมากต่างหาก
องครักษ์ผู้นี้รู้จักนิสัยชินอ๋องเป็อย่างดีนิสัยเสเพลเ้าสำราญก็เเค่เปลือกนอกเเท้ที่จริงเเล้วเป็พวกย้ำคิดย้ำทำเเละโเี้ไร้หัวใจเป็ที่สุดสิ่งที่ชินอ๋องสนใจหากคิดอยากได้เขาก็ต้องได้เเละมิมีวันรามือภาวนามิให้คุณหนูน้อยผู้นั้นไปเป็หนึ่งในนั้นก็เเล้วกันมิเช่นนั้นก็ไร้หนทางเเล้ว
จูเฟยหยาที่เดินเข้าร้านเถ้าเเก่ตงมิรู้เลยว่าตนเองถูกชายหนุ่มผู้หนึ่งยกให้เป็ยอดฝีมือเสียเเล้วหรือหากนางรู้คงต้องตอบว่านางมิใช่ยอดฝีมืออายุน้อยอะไรเป็เพราะรู้เื่ร่างกายดีเเล้วนำมาปรับใช้เท่านั้น!
(ยังไม่ได้เเก้คำผิด)
*โรคย้ำคิดย้ำทำ*
สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการย้ำคิดประกอบไปด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ อาจมีการเรียนรู้มาก่อนกับสถานการณ์ทั่วไป แล้วนำไปเชื่อมโยงภายในจิตใต้สำนึกกับสถานการณ์ที่แย่และเลวร้าย ทำให้เวลาปกติก็สามารถเป็เื่ที่เลวร้ายได้ ส่วนอาการย้ำทำเป็การเรียนรู้ที่ว่าถ้าทำอะไรแล้วสบายใจขึ้น ก็จะส่งเสริมให้มีการทำสิ่งนั้นเพื่อเกิดความสบายใจต่อเนื่องมาเรื่อยๆ อาการของโรคย้ำคิดย้ำทำแบ่งออกเป็ 2 อย่าง ได้แก่ อาการย้ำคิด (Obsessive) และอาการย้ำทำ (Compulsion) โดยลักษณะของอาการย้ำคิด ผู้ป่วยจะมีอาการคิดเื่บางเื่ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เมื่อคิดแล้วจะเกิดความกังวลใจ ไม่สบายใจ อย่างเช่นการนึกคิดว่าเมื่อสักครู่นี้ล็อครถหรือยัง ซึ่งไม่มีเหตุให้ต้องคิด แต่อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาเอง ส่วนอาการย้ำทำ (Compulsion) ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมซ้ำๆ ที่จะทำขึ้นเพื่อคลายความกังวลของอาการย้ำคิดที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำหลายๆ ที อย่างการกลับไปเช็ครถอีกครั้งว่าล็อคหรือยัง ก็จะกลับไปเช็คอยู่อย่างนั้นซ้ำๆสำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการย้ำคิดประกอบไปด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านพฤติกรรมการเรียนรู้ อาจมีการเรียนรู้มาก่อนกับสถานการณ์ทั่วไป แล้วนำไปเชื่อมโยงภายในจิตใต้สำนึกกับสถานการณ์ที่แย่และเลวร้าย ทำให้เวลาปกติก็สามารถเป็เื่ที่เลวร้ายได้ ส่วนอาการย้ำทำเป็การเรียนรู้ที่ว่าถ้าทำอะไรแล้วสบายใจขึ้น ก็จะส่งเสริมให้มีการทำสิ่งนั้นเพื่อเกิดความสบายใจต่อเนื่องมาเรื่อยๆ