บ้านฤทธิ์ไพศาล
ระหว่างที่สมาชิกซึ่งประกอบด้วย พ่อเลี้ยงทรงพล แม่เลี้ยงนาฏยาภูผาลูกชายคนโตและฐิสาลูกสะใภ้คนโตกำลังรับประทานอาหารเที่ยงกันอยู่ที่บ้าน
“นี่คุณตกลงไอ้ลูกชายตัวดีของคุณมันจะกลับบ้านวันไหน กลับไทยมาหลายวันแล้วนิ”
“ฉันเหนื่อยจะโทรตามเลยค่ะคุณแต่แกบอว่าจะมาทันงานวันเกิดคุณสัปดาห์หน้าค่ะ”
“แม่พิมพ์แล้วหนูสายน้ำละ จะมาร่วมงานวันเกิดฉันหรือเปล่าไม่ได้เจอหน้าแกก็หลายปีแล้วเนอะคุณ”พ่อเลี้ยงหันไปถามถามระหว่างทานข้าว
“จริงด้วยค่ะคุณตอนนี้คงจะเป็คุณหมอแล้วสิเนอะ เก่งมากเลย และคงจะสวยมากแน่ ๆไม่รู้ว่ามีแฟนหรือยังนะจ๊ะ”แม่เลี้ยงนาฏยาเสริมขึ้น
“ไม่ขนาดนั้นเหรอค่ะตอนนี้สายน้ำทำงานเก็บเงินอยู่ค่ะ เห็นว่ามาเปิดคลินิค”พิมพ์ตอบ
“เดี๋ยวฉันเปิดให้ก็ได้แม่พิมพ์บอกหนูสายน้ำเลย ดีเหมือนกันกลับมาอยู่บ้านเรากัน”พ่อเลี้ยงบอก
“ไม่หรอกค่ะแค่นี้พ่อเลี้ยงก็มีบุญคุณกับพวกเราสองแม่ลูกมาพอแล้ว”
“แต่ผมเห็นด้วยกับคุณพ่อนะครับน้องเป็ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไปอยู่กรุงเทพคนเดียวแบบนั้นอันตราย”
“แต่น้องสายน้ำโตแล้วนะคะควรไปหาประสบการณ์ชีวิตเยอะ ๆ บางทีน้องเขาอาจจะชอบชีวิตที่กรุงเทพก็ได้ใช่ไม่ค่ะน้าพิมพ์”ฐิสาพูดกับสามีตัวเองก่อนกันไปหาแม่สายน้ำด้วยสายตาไม่เป็มิตร
“ค่ะคุณฐิสา”
ระหว่างนั่งคุยกันอยู่โทรศัพท์ของแม่เลี้ยงนาฏยาดังขึ้น เป็สายวิดิโอคอลจากวายุลูกสายตัวแสบของเธอโทรมา เธอจึงรีบรับสาย
“ว่าไงไอ้ตัวแสบของแม่นั้นลูกอยู่ที่ไหนแล้วนั้นหัวไปโดนอะไรมา”แม่เลี้ยงใเมื่อเห็นว่าเขามีผ้าก๊อซพันรอบหัวและห้องที่อยู่ก็ไม่เหมือนโรงแรม
“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับตอนนี้อยู่โรงพยาบาล”
“ไม่นิดหน่อยนะแม่ว่าเดี๋ยวแม่ไปหา”
“ไม่ต้องครับแม่ผมเดี๋ยวก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผมแค่จะโทรมาบอกว่าผมจองไฟท์บินวันศุกร์ไว้ให้คนมารับผมด้วยนะครับ”
“จะไม่ให้แม่ไปหาจริงเหรอ”
“ไม่ต้องครับเดี๋ยวผมกลับไป ว่าแต่ทำอะไรอยู่เหรอครับ” วายุถามแม่ แม่เลี้ยงนาฏยาใช้กล้องหลังเพื่อให้เห็นทุกคนั้แ่พ่อเลี้ยงที่กำลังกินข้าวอยู่
“โห้....พ่ออย่ากินคำโตเกินไปครับเดี๋ยวติดคอ”
“แช่งฉันเหรอว่ะไอ้ลูกตัวแสบ”แล้วก็แพลนกล้องไปทางภูผากับฐิสาพี่สะใภ้ของเขาที่ตอนนี้กำลังป้อนอาหารให้กันอยู่วายุมองแล้วก็สีหน้าเปลี่ยนไป
“แม่ครับหมอมาตรวจอาการอีกรอบแล้ว แค่นี้ก่อนนะครับแล้วเจอกัน”วายุวางสายทันที
“หมอรบกวนเวลานิดนึงนะคะ”
“รบกวนเยอะๆก็ได้ครับ ผมชอบเอ้ยผมไม่ว่า”
“เห้ยๆ ๆ คนไข้จะจีบหมอไม่ได้นะ”โดมแซวั้แ่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับอเล็กซ์พิภพ และพราว
“หมอครับถ้ามันลุ่มล่ามมากก็เอาเข็มใหญ่ ๆ ปักกลางหัวมันเลยครับ”อเล็กซ์หันไปบอกหมอ
“พวกมึงนี้มารจริงๆ เลยนะ ทำไมเพิ่งมาว่ะ”
“พวกกูก็ตามไปเคลียร์ปัญหาให้มึงไงทั้งผับ ตำรวจ”พิภพตอบ
“เป็ไงบ้างวายุอาการมันหนักไม่ค่ะหมอ”พราวหันไปถามคุณหมอ
“ไม่เป็ไรมากค่ะที่หมอเข้ามาแค่จะมาบอกว่าพรุ่งนี้คนไข้กลับบ้านได้เลยนะคะ”
“หว่าพรุ่งนี้เราต้องจากกันแล้วเหรอครับ ผมยังไม่ได้ไลน์คุณหมอเลยนะครับ”
“ไลน์โรงพยาบาลอยู่ที่หัวเตียงแสกนคิวอาร์โค้ดได้เลยค่ะ หมดหน้าที่หมอแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
“พวกมึงได้ยินเสียงนกหรือเปล่าว่ะ555555”แล้วทุกคนก็หัวเราะที่เสือร้ายอย่างวายุจีบผู้หญิงไม่ติดทำให้วายุหงุดหงิดเป็พิเศษ นอนลงและคลุมโป่งด้วยความเสียหน้า
วันรุ่งขึ้นพยาบาลมาช่วยถอดสายน้ำเกลือและเช็คอาการก่อนออกจากโรงพยาบาลให้วายุ
“คุณพยาบาลครับแล้วหมอสายน้ำละครับ”
“อ่อวันนี้คุณหมอลาค่ะ”
“เหรอครับขอบคุณมากครับ”แล้ววายุก็ออกจากโรงพยาบาลเขาให้อเล็กซ์และโดมไปเอาของที่โรงแรมให้เขาก่อนมารับเขาที่โรงพยาบาล
“แล้วมึงจะให้กูไปส่งที่ไหน”
“สนามบิน”
“กลับเชียงใหม่เหรอ”
“ใช่อาทิตย์หน้าวันเกิดพ่อ ไม่กลับไปกูคงเหลือแค่ตัวแน่”
“ไม่มีมรดกพ่อมึงหุ้นที่มึงถืออยู่ที่ต่างประเทศ ชาตินี้ทั้งชาติจะใช้หมดหรือเปล่า”โดมพูด
“กูจะกลับไปเคลียร์ความรู้สึกตัวเองด้วย”วายุพูดพร้อมนึกถึงอดีตสมัยเรียนมัธยมฐิสาคือรักแรกของเขาเธอเป็ทั้งเพื่อนสนิท และผู้หญิงที่เขาแอบรักเขามักจะพาฐิสามาเที่ยวเล่นที่บ้านเสมอโดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าฐิสาหลงรักพี่ชายเขาและพี่ชายเขาก็ชอบฐิสาเหมือนกัน วันนั้นเป็วันที่เขากำลังจะจบม .6เขาถือดอกกุหลาบช่อโตพร้อมสร้อยคอที่เขาเอาเงินเก็บทั้งหมดไปซื้อเพื่อมาขอเธอเป็แฟนแต่เขากลับไปเห็นฉากที่พี่ชายของเขากับฐิสากำลังจูบกันและพากันเข้าไปในห้องนอน มันทำให้เขาใจแตกสลายไปนั่งร้องไห้อยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ริมน้ำที่บ้านและจะมีเด็กลูกสาวแม่บ้านที่น่าตาน่ารักที่พ่อเขาสละชีวิตปกป้องพ่อผมพ่อแม่ผมเลยรับเลี้ยงดูเธอและแม่ของเธอ เธอเดินมาปลอบเขา
‘พี่วายุเป็อะไรค่ะใครทำให้พี่เสียใจ’
‘ออกไปเลย ยัยกาฝาก’ เขาผลักเธอล้มลงไปโดยไม่ได้สนใจว่าเธอจะเจ็บหรือไม่เพราะตอนนั้นเขากำลังเสียใจเป็อย่างมากและหลังจากนั้นเขาก็ขออนุญาตพ่อกับม่ของเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและไม่ได้กลับมาที่เชียงใหม่อีกเลย
“มึงยังทำใจเื่พี่สะใภ้มึงไม่ได้อีกเหรอ”อเล็กซ์ถาม
“รอบนี้กูต้องจบความรู้สึกตัวเองและจะมองฐิสาเป็พี่สะใภ้จริงๆให้ได้”
“พวกกูเอาใจช่วยเดี๋ยวจะตามไปวันงานนะ”โดมบอก
เมื่อไปถึงสนามบินถึงเวลาที่เ้าหน้าที่สายการบินเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินแล้วเขาจึงรีบไปเช็คอินก่อนรีบเดินไปขึ้นเครื่อง เขาเดินไปนั่งที่ที่นั่งของตนเองโดยข้างๆ เขามีผู้หญิงนั่งอยู่ก่อนแล้ว
“ขอโทษด้วยนะครับ”วายุหันไปขอโทษเมื่อเขาเอามือไปโดนแขนเธอ
“ไม่เป็ไรค่ะ”ผู้หญิงที่นั่งข้างๆ กันหันมาบอกพร้อมถอดแว่นกันแดด
“อ้าวคุณหมอเจอกันอีกแล้วบุพเพสันนิวาสจริง ๆเลยนะครับ”วายุทักสายน้ำอย่างดีใจ
“แต่ดิฉันว่าบุพเพอาละวาดมากกว่าค่ะ”สายน้ำพูดอย่างเซ็ง ๆตอนเช้าอุส่าห์รีบออกมาเพื่อไม่ต้องไปเจอเขาบนเครื่องบินแถมต้องมานั่งใกล้กันอีก
“คุณหมอจะไปไหนเหรอครับ”วายุถามอย่างอยากรู้
“นี้คือไฟท์บินไปเชียงใหม่ดิฉันคงไม่ได้กำลังไปหาดใหญ่แน่ ๆ ค่ะ”สายน้ำตอบกวน ๆ
“หมอกำลังรำคาญผมเหรอหว่าผมยิ่งชอบนะครับ อะไรที่ได้มายาก ๆ ผมยิ่งอยากได้”วายุบอกพร้อมยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูพร้อมกับสูดดมกลิ่นของหญิงสาวอย่างหน้าเกลียด
“นี่คุณ”สายน้ำขยับไปนั่งเบียดหน้าต่างระหว่างการเดินทางสายน้ำนั่งเกร็งมาก เพราะกลัวว่าจะไปโดนตัวของวายุส่วนวายุนั้นนั่งหลับอย่างสบายใจ บางครั้งเขาก็เอียงไปซบกับไหล่ของสายน้ำซึ่งสายน้ำเองก็กำลังหลับอยู่ก็เอียงคอมาซบกับศีรษะของวายุเช่นกันทั้งสองเหมือนคู่รักที่กำลังเดินทางไปเที่ยวกันจนเครื่องบินลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ ทุกคนเดินลงจากเครื่องและออกไปรอคนมารับที่หน้าประตูทางออก
“คุณหมอครับผมยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไม่ครับ ผมไม่ได้แจ้งใครให้มารับ ตอนนี้แบตโทรศัพท์ก็หมด”วายุเดินทำสีหน้าตึงเครียดมาขอโทรศัพท์สายน้ำเธอจึงส่งให้เขาทันที่เมื่อปลดล็อคหน้าจอเสร็จ วายุรับไปแล้วกดเบอร์โทรแล้วเอาไปแนบหูแต่มีเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นในกระเป๋ากางเกง
“ไหนว่าโทรศัพท์หมดแบตไงค่ะ”
“อุ้ยนึกว่าแบตหมด นี่ผมคืนครับ ตอนนี้เราก็มีเบอร์กันแล้วถ้ามาเที่ยวแล้วเหงาก็โทรหาผมนะครับเดี๋ยวผมเป็ไกด์พาเที่ยวเอง”วายุพูดเสร็จก็เดินไปปล่อยให้สายน้ำยืนอึ้งกับวิธีการขอเบอร์โทรเธอ
“เ้าเล่ห์จริงๆ เลย แต่ไม่เ้าอารมณ์เหมือนตอนเด็ก ๆ เลยหรือเพราะไม่รู้ว่าเราคือยัยกาฝากที่เขารังเกียจเดี๋ยวพอเราไปเจอกันที่ไร่ คุณอาจจะลบเบอร์นั้นทิ้งไปเลยก็ได้” สายน้ำได้แต่พูดกับตัวเองวายุยังคงหันมาโบกมือให้กับสายน้ำก่อนที่เธอเดินไปขึ้นแท็กซี่เพื่อไปที่แห่งหนึ่งก่อนที่จะกลับไปหาแม่ของเธอที่ไร่ชาของพ่อเลี้ยง