เงาร่างสายหนึ่งไหววูบตามเงามืดของแนวเขา มันรวดเร็วจนปรากฏเพียงเงารางพร่าเลือนประดุจภาพหลอน แล้วจึงหยุดยั้งบนหน้าผาชัน .. คนทอดตามองลงไปเบื้องล่าง
แสงจันทร์ส่องสว่างเผยให้เห็นบุรุษอายุราวสามสิบเศษในชุดรัดกุมสีทึม มันมีลักษณะโดดเด่นเป็พิเศษด้วยรูปร่างโปร่งสูงราวสี่ศอก ผมยาวถักเป็เปียรัดรึงไว้ติดศีรษะ รวบเปียยาวเล็กๆ หลายร้อยเส้นลงกลางหลัง รูปหน้าได้ลักคณา หน้าผากกว้าง ั์ตาแหลมคม นับเป็บุคคลที่มีขวัญเทียมฟ้า
มันจ้องมองไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเห็นเป็จุดดำห่างไปไกลลิบ .. ภายในใจนิ่งสงบดุจผิวน้ำใสกระจ่าง คนไหววูบลงไปตามแนวผาหายกลืนไปกับความมืดดุจภูตพราย
จุดดำแห่งนั้นคือเทวสถานร้าง เป็สิ่งปลูกสร้างสุดท้ายที่แสดงอาณาเขตของมนุษย์ ถัดไปสิบเส้นก็จะเข้าผืนป่าาของยอดเขา 'มหากัสสปะ'
ภายในเทวสถานมืดมิดถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน มีเพียงแสงจันทร์สาดลอดหลังคาเก่าผุทาบผ่านเทวรูป รูปปั้นเทวาแปดกรยืนแยกเขี้ยวตระหง่านรอผู้คนมากราบสักการะ
ในความมืดมีบางสิ่งมองดูคล้ายคนสวมชุดคลุมหลวมยาวสีดำสนิทปกคลุมั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า มันยืนสงบนิ่งกลางลานสักการะไร้การเคลื่อนไหวใด ประหนึ่งคงอยู่มาแล้วนานนับปี
'!!!' ร่างนั้นพลันสะท้านตื่นจากภวังค์ ..
ห่างไปห้าวามีเงาไหววาบ .. ผู้มาในชุดรัดกุมสีทึมยืนนิ่งจ้องมองมา
ไม่รอให้ผู้มาเอ่ยปาก ... คนในชุดคลุมชิงเคลื่อนไหวแผ่พลังกดดันตรึงไว้ สองมือโผล่ออกมาจากแขนชุดคลุม คนร่ายมนตร์ก่อเกิดประกายวิชชุสีม่วงดัง "เปรี๊ยะ-ปร๊ะ" วิ่งวนอยู่รอบกรงเล็บมือทั้งสอง
ทันใดมันขยับมือวูบ .. เกิดแสงสว่างวาบ .. สายวิชชุสีม่วงพลังรุนแรงสองสายสะบัดพุ่งเข้าหาผู้มาเยือน
.. วิชชุชำระหล้า !
เปรี๊ยะ !!! เปรี๊ยะ !!! สายวิชชุทั้งสองสายสาดสะบัดมาถึงด้านหน้า .. บุรุษผู้เพิ่มมาถึงยังคงสีหน้าเรียบเฉย มันส่งหมัดขวาออกหนึ่งหมัด
.. อรุณโรจน์เปิดฟ้า !
ที่ไหล่ขวา-ท่อนแขน-หมัดของมันปรากฏอักขระยันต์ เป็ลวดลายเปล่งแสงรัศมีสีทองสุกใส ก่อเกิดพลังชกอย่างรุนแรง
เปรี้ยงงงง !!! ภายในเทวสถานเกิดแสงสีม่วงเรืองรองกระจายไปทั่ว
ทั้งสองหยุดยืมมองกันและกัน .. ทุกอย่างเงียบงัน .. ผ่านไปห้าลมหายใจ
"ฮ้า ฮ้า ฮ้า ฮาาา ..." ชายในชุดคลุมพลันหัวเราะดังคนคลุ้มคลั่ง
แล้วจึงกล่าวต่อ "สมใจนัก .. เมฆา เ้ายอดเยี่ยมยิ่ง ไม่เจอกันหกปี พลังฝีมือสูงล้ำถึงขั้นจิตต์พิสุทธิ์ .. ฮา ฮ่า ฮาาา .."
ผู้มามีนาม 'เมฆา' แห่งเมืองพุทธปฐม แคว้นอโยธยา มันมิได้พกพาอาวุธทั้งร่างกายมิได้แผ่ปราณยุทธ์อันใด แต่ด้วยพลังและท่าร่างที่สำแดงนับเป็ยอดยุทธ์ผู้หนึ่ง
'มวยอรุณโรจน์' คือวิชาประจำกายของมัน เป็วิชามวยมีต้นกำเนิดมาแต่ยุคา โดยเน้นกระบวนท่าร่าง ใช้ออกด้วยอวัยวะของร่างกายมีอานุภาพดุจศาสตรา ผนวกด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของการบำเพ็ญจิต ดำเนินพลังในทางแกร่งกร้าวรุนแรงทั้งการรุกและตั้งรับ
บุคคลในชุดคลุมเปิดส่วนที่ปกปิดศีรษะไปด้านหลัง เผยให้เห็นบุรุษอายุราวสี่สิบเศษ ใบหน้ายาวซูบซีด จมูกงองุ้ม ดวงตาเรียวยาว ปากเชิดแสยะยิ้ม ผมถักเป็เปียยาวเส้นหนึ่งพันรัดไว้รอบคอ ตัวเตี้ยกว่าเมฆาครึ่งศีรษะ
มันคือ 'จอมเวทเดโช' จอมทักษะเวท ระดับ ‘จิตต์พิสุทธิ์’ ่ปลาย .. นามนี้เคยลือเลื่องแม่แต่ภูตปีศาจยังต้องเตลิดหนี กระบวนท่าที่มันใช้เมื่อครู่คือ 'วิชชุชำระหล้า' เป็เวทมนตร์ทำลายล้างชั้นสูงจากคัมภีร์ 'วิชชุเวทเอกอุ' .. ผู้ชำนาญวิชาเวทนี้สามารถชักนำพลังสายฟ้าบริสุทธิ์มาผนึกใช้ในการต่อสู้ได้
วิชชุเวทเอกอุคือหนึ่งในคัมภีร์ 'เอกอุเบญจะเวท' .. เวทมนตร์ที่ควบคุมพลังธาตุธรรมชาติทั้งห้าได้แก่ ธรณี วารี วายุ อัคคี และวิชชุ
เมฆากล่าวอย่างนอบน้อม "คารวะท่านอาเดโช .. จากกันเนิ่นนานท่านอายังคงสนุกสนานเช่นเดิม"
เดโชกล่าวพลางหัวเราะ "ชีวิตก็เท่านี้ .. หัวเราะไว้ก่อนเป็ไรเล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..."
ทั้งคู่มีความสัมพันธ์แแ่ดังญาติสนิท เมฆาในวัยเด็กเคยได้รับการอภิบาลจากเดโชผู้นี้ .. แต่ด้วยภารกิจมากมาย ทำให้นานๆ ครั้งจึงจะได้พบเจอกัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เดโชทุ่มเทกำลังกายและกำลังทรัพย์เพื่อการค้นคว้าเื่ราวของทวยเทพที่แท้จริง จนเมื่อหกปีก่อนมันได้บันทึกโบราณเก่าแก่มาเล่มหนึ่ง ในบันทึกระบุถึงหนทางที่มนุษย์จะได้เป็ส่วนหนึ่งของเทวาผู้สร้างโลก .. นับั้แ่นั้นมามันก็หายหน้าออกเดินทางตามหาสิ่งของวิเศษมากมาย
เมฆากล่าว "หลังจากที่ได้รับบัญญัติมนตร์นัดหมาย ข้าก็ทิ้งภารกิจทั้งมวลเร่งรีบเดินทางมา"
เดโชอารมณ์ดียิ่งนัก "ฮ่า ฮ่า เ้ามาได้ทันเวลาพอดี ความลับแห่งขุนเขามหากัสสปะกำลังจะถูกเปิดเผยแล้ว .."
"ขุนเขามหากัสสปะ !!! " เมฆาร้องเสียงหลง แล้วจึงเอ่ยถาม "ท่านอาได้สิ่งนั้นมาแล้ว !!!"
เดโชหัวเราะ ฮ่า ฮ่า .. แล้วตอบอย่างภูมิใจว่า "ถูกต้อง ! .. เมื่อหลายเดือนก่อน ข้านำมาจากพระราชวังหลวง .. กรุงนพเทพ"
ราวมายากล .. ในมือเดโชปรากฏหีบเงินลงยาอันหนึ่ง .. กว้างครึ่งคืบยาวหนึ่งคืบ ประดับพลอยสีล้ำค่า สลักลายประณีตงดงาม .. เมื่อเปิดออกพบเห็นภายในบุกำมะหยี่สีแดงมีแท่งแก้วแท่งหนึ่งวางอยู่ แท่งแก้วนั้นส่องแสงเปล่งประกายทำเทวสถานร้างสว่างไสว
'ผลึกนพรัตน์'
ผลึกแท่งแก้วแปดเหลี่ยม สิ่งล้ำค่าหนึ่งในเครื่องนพเทพทั้งเก้าประจำราชวงศ์นพเทพแคว้นมัธยะปุรา ถูกเก็บรักษาไว้ในราชวังหลวงกรุงนพเทพธานี .. ตามตำนานเล่าว่าเป็สิ่งของที่ตกทอดมาจากทวยเทพเทวายุคแรกสร้างโลก
เดโชกล่าว "ใช่แล้ว .. สิ่งนี้คือ ผลึกนพรัตน์ .. เพื่อให้ได้สิ่งนี้มา ข้ากลับล่วงเกินผู้คนมามากมายนัก ฮ่า ฮ่า"
เมฆากล่าว "ท่านอาช่างทุ่มเท สามารถ่ชิงของวิเศษมาจนได้"
เดโชกล่าว "มันคือกุญแจดอกหนึ่ง .. กุญแจที่จะไขไปสู่เทวาผู้สร้างโลก .. สิ่งที่เ้าตามหาก็อาจพบเจอได้ที่นั่น" เดโชกล่าวด้วยแววตาแน่วแน่บ่งบอกถึงปณิธานของมัน
"สิ่งนั้น !!! วารีแห่งชีวิต .. ท่านอาทราบแล้วหรือ ว่าจะหาได้จากที่ใด .." เมฆาโพล่งออกมา
"ข้าก็ไม่มั่นใจนัก .. ได้แต่เสาะหาตามบันทึกแห่งา .. ได้กล่าวไว้ว่าอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งบนยอดเขามหากัสสปะ .. สมควรอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก" เดโชกล่าวตามเบาะแสที่มันรับรู้มา
"์ !!! นี่ข้ามิได้ฝัน ไปใช่หรือไม่" เมฆากล่าวด้วยความตื่นเต้น
"ใช่แล้ว มันอยู่บน์ ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เดโชกล่าวด้วยอารมณ์ดียิ่ง
เมฆาครุ่นคิดหลังจากมันได้รับแจ้งจากเดโช ว่าอาจได้พบเจอ 'วารีต้นกำเนิดแห่งชีวิต' มันก็ละทิ้งกิจการทั้งปวงรีบติดตามมาถึงมัธยปุระ หรือจะมีความหวังแล้ว
ทั้งคู่ต่างกำลังเสาะหาสิ่งของวิเศษที่มิอาจพบเจอบนพิภพของมันเอง
เมฆากล่าวต่อ "... ตัวท่านเก็บงำความลับมากมาย มีผู้คนตามหาท่านแทบพลิกแผ่นดิน"
เมฆาอดห่วงคนผู้นี้มิได้ ด้วยภูมิปัญญาและของวิเศษที่เดโช ทำให้มันคือบุคคลที่ทั้งทวีป้าตัว
เดโชหัวเราะร่วน "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... ใครจะมาหยุดยั้ง เดโช ผู้นี้ได้” .. มันหัวเราะโอ้อวด
แต่อยู่ๆ สีหน้ามันเปลี่ยนเป็จริงจัง กล่าวว่า “แต่ .. จนถึงบัดนี้ข้ายังไม่สามารถสลัดหลุดบุคคลผู้หนึ่ง คาดว่ามันต้องมาถึงโดยเร็ว"
กล่าวสืบต่อ ".. ภายในระยะห้าร้อยเส้นมีทั้งจอมทัพ ยอดยุทธ์แกร่ง แลปรมาจารย์ยุทธ์ สถานการณ์ไม่เรียบง่ายยากจำแนกเจตจำนงที่แท้ ... เร่งเดินออกทางกันเถิด"
"ท่านอา ข้า ....." เมฆาหยุดพูดกะทันหัน .. มันนิ่งงันเหมือนมันรับรู้อันใดได้
ไม่ถูกต้อง !!! มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง !!!
มีคนมา !!! เดโชและเมฆาััถึงปราณพลังจำนวนมาก กำลังมุ่งหน้ามายังเทวสถานร้างแห่งนี้
เดโชกล่าวว่า "พวกมันมากันแล้ว !!!"
เมฆากล่าว "เป็ผู้ใด ! กลับมาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ ..."
แล้วจึงย่อกายลงััตรวจสอบการสั่นะเืที่ส่งผ่านมาทางพื้นดิน หน้าตาของมันเคร่งเครียด กล่าวกับเดโชว่า "ยังมีทัพม้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งพัน อยู่ห่างไปยี่สิบห้าเส้น"
เดโช "..." มันหลับตายื่นขยายปราณจิตออกตรวจสอบ แล้วจึงกล่าวว่า "... ยอดยุทธ์อีกกว่าสามร้อยคน ห่างเพียงสิบเส้น"
.. ทันใดนั้นเอง !!!
"ฮ้า ฮ้า ฮ้า ฮ้า ฮาาา ..." เสียงหัวเราะปริศนาดังกึกก้อง
พลังเสียงถูกส่งออกมา เริ่มต้นเสียงคล้ายยังอยู่ห่างห้าสิบกว่าวา แต่ไม่ทันหัวเราะจบคนผู้นี้ก็มาถึงหน้าเทวสถานแล้ว
เมฆาและเดโชไม่ต้องรอให้คนผู้นั้นเข้ามาภายใน ทั้งสองทลายหลังคาเทวสถานขึ้นไป้าในทันใด
.. ตู้มมมม !!!
พวกมันขึ้นไปยืนบนหลังคาเทวสถาน มองลงมาเห็นชายชราเคราขาวผู้หนึ่ง
"ท่านราชครูสบายดี" เดโชกล่าวทักทายราวพบพานสหายเก่า
"เราคิดถึงท่านทุกค่ำเช้า ... ฮ้า ฮ้า ฮ้า" ชายผู้ที่ถูกเรียกว่าราชครูหัวเราะ มันกล่าวราวรักเดโชมากมายปานนั้น
มันคือราชครูแคว้นมหาการีย์ .. 'มหาเวทดาวดึงส์' สุดยอดทำเนียบยอดยุทธ์ของสหพันธรัฐ เป็ชายแก่ผมขาว คิ้วเคราขาวยาว ดวงตากล้าแกร่งมีอำนาจ รูปร่างสูงสวมชุดขาวยาวเรียบหรู มองดูดั่งเทพเซียนจุติลงมาจากสรวง์
"ฮ้า ฮ้า ... เพียงท่านส่งมอบสิ่งของออกมา เราก็จะกลับไป ไม่ตอแยท่านอีก" ราชครูมหาเวทกล่าวราวไม่มีเื่ราวใด
"ชิ ! ข้าเคยบอกแล้วว่ามันมิใช่ของของท่าน จะมาทวงถามได้อย่างไร" เดโชกล่าวตอบ
"สิ่งของของราชวงศ์นพรัตน์ ตอนนี้ก็คือสิ่งของของมหาการีย์แล้ว .. ข้ามีสิทธิในการทวงถาม ฮ้า ฮ้า ฮ้า" ราชครูมหาเวท
"..." เดโชกล่าวอันใดไม่ออก ด้วยความดื้อด้านของตาเฒ่าผู้นี้ มันไม่มีอะไรจะกล่าวอีก
.. สิ่งที่ชายชราผู้นั้นทวงถามก็คือ 'ผลึกนพรัตน์' ที่เดโชอยู่นั่นเอง
เื้ัซ้ายขวาของราชครูกลับเพิ่มบุคคลสองคน คนหนึ่งล่ำสันหัวล้านแต่งกายดังนักบวช มันคือ 'สมณะโลกันตร์' สวมจีวรแดงเข้มมือถือพลองทองเหลืองยาวสี่ศอก อีกคนหนึ่งสูงผอมแต่งกายด้วยชุดพรางสีดำ ปิดหน้าโผล่เพียงลูกตาชั่วร้าย คือมัน 'จอมตรีภูต' ผู้บัญชาการกองจารชน 'ภูตทมิฬ'
"มันกำลังถ่วงเวลา ..." เมฆาเร่งกล่าว "หากถูกกองกำลังที่ติดตามมาโอบล้อม ต่อให้มีชีวิตมากกว่านี้ก็ต้องตายแล้ว"
เมฆากล่าวถูกต้อง .. การเจรจาของราชครูมหาเวทเพียงแค่ถ่วงจอมเวทเดโชไว้ จุดประสงค์เพื่อรอกำลังหลักที่ประกอบด้วยยอดยุทธ์กว่าสามร้อยคนเข้าปิดล้อม และยังมีทหารม้าอีกหนึ่งพันสองร้อยนายที่กำลังเดินทางมาเป็กำลังเสริม
ด้วยกลยุทธ์เช่นนี้ มันมั่นใจว่าสามารถ่ชิงสิ่งที่มันทวงถามจากซากศพของเดโชได้อย่างแน่นอน
มองออกไปไกลตา .. พวกมันมากันแล้ว !!!
ห่างไปราวห้าเส้นยอดยุทธ์นับร้อยกำลังเคลื่อนที่ผ่านแนวป่าและจัดกระบวนเพื่อโอบล้อม และห่างไปอีกยี่สิบเส้นเสียงฝีเท้าม้า ฝุ่นผง และคบเพลิงของทัพม้ากว่าหนึ่งพันกำลังมา จุดหมายของพวกมันคือเทวสถานร้างแห่งนี้
ไม่ไปตอนนี้แล้วจะไปเมื่อใดอีกเล่า .. เดโชกับเมฆาสบตากันวาบ .. สิ่งที่ต้องทำคือหลบหนีออกจากสถานที่นี้ก่อนการโอบล้อมจะกระทำสำเร็จ
เดโชและเมฆาชิงเคลื่อนไหวก่อน ะโลอยตัวโค้งลงจากหลังคามุ่งหน้าสู่แนวป่าาทางทิศเหนือ
ขณะเดียวกันราชครูมหาเวทท่าร่างวูบไหวด้วย 'ท่าเท้าเงาเทวา' พุ่งเรี่ยเป็เส้นตามแนวราบ คนวิ่งผ่านผนังอิฐของเทวสถานอย่างไร้เสียงราวกับทะลุมิติ
สมณะโลกันตร์และจอมตรีภูตต่างชักช้าวูบหนึ่ง ทั้งสองะโลอยตัวขึ้นหลังคาติดตามมา เมฆาและเดโชยังลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ดั่งมายาภาพ !!! ราชครูมหาเวทใช้ท่าร่างความเร็วประดุจภูตเทพ ทะลุเทวสถานร้างมาปรากฏกายสกัดขวางอยู่ตรงหน้า .. มันทั้งสองอยู่กึ่งกลางระหว่างราชครู และเทวสถานพอดี
ราชครูมหาเวทคำนวณเป็มั่นเหมาะ จุดที่มันหยุดอยู่คือที่ที่ทั้งคู่จะต้องหยั่งเท้าลงมา หากมันร่อนลงมาจุดนี้รังแต่จะรอรับการทุบตีแล้ว
ราชครูมหาเวทเสื้อผ้าโป่งพองพลิ้วไหวพลังปราณแผ่ไพศาล เหยียดแขนคู่ปล่อยพลังฝ่ามือเบาบาง กระแสมิติรอบกายราชครูสั่นกระเพื่อมดังระลอกน้ำ
.. รุทระภูผา์ !!!
ราชครูมหาเวทสร้างม่านพลังปราณเป็ปราการขวางกั้น เกิดเป็ภาพหลอนว่าสรรพสิ่งทั้งปวงไม่อาจเล็ดลอดผ่านไปได้ .. ทางด้านหลังมีสมณะโลกันตร์และจอมตรีภูตะโพุ่งจากหลังคาปล่อยกระบวนท่าสังหารโดยพร้อมกัน
พลองทองเหลืองในมือสมณะโลกันตร์เหวี่ยงฟาด พลังอัคคีสีแดงร้อนแรงสายหนึ่งแผ่พุ่งออกมาอย่างรุนแรง ทำอากาศรอบข้างร้อนผ่าว
.. อัคคีโลกันตร์ชำระบาป !
จอมตรีภูตสะบัดแขน ก่อเกิดสายโซ่พุ่งตวัดดังงูพิษสีดำสนิท เสียงิญญาภูตร้ายอาฆาตร้องระงม
.. ตัดิญญาภูตคร่ำครวญ !
เหตุการณ์แปรเปลี่ยน .. เมฆาและเดโชถูกกลุ้มรุมทั้งหน้าหลัง ด้านหน้าคือปราการพลังของราชครูมหาเวทฯ ด้านหลังคือกระบวนท่าคร่าชีวิตรุนแรงถึงสองสาย ...