ตอนที่ ๙
ตุ๊บ!!!
ก้นของชูเฉียงตกลงกระทบกับพื้นราบ หากเมื่อครู่ไม่ทันจักได้มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วเดินไปชนเข้าจนตัวเองต้องล้มลงไปเจ็บตัว
“เ้าเจ็บหรือไม่...”
น้ำเสียงที่ไม่เคยคุ้นหูของชูเฉียงดังขึ้นหากเขาแหงนหน้าขึ้นไปมองจึงพบว่าสิ่งที่เดินชนไปนั้นมิใช่สิ่งของแต่เป็บุคคลอื่น
“ขะ...ข้ามิได้เป็อะไรมาก”
ชูเฉียงเอ่ยตอบก่อนที่ตัวเขานั้นจะค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับปัดฝุ่นออกเขาเงยหน้ามองคนตรงหน้าก่อนจะโค้งหัวเล็กน้อยเพื่อจะกล่าวขอโทษ
“ข้าเดินมิได้ระวังข้าต้องขอโทษท่านด้วยขอรับ”
“ครั้งหน้าเ้าจงดูทางข้างหน้าบ้างหากไปชนอย่าอื่นเข้าเ้าจักเป็เช่นไร”
“ถ้าท่านมิได้เป็อะไรมากแล้วข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
“ดะ......”จะบอกกับอีกฝ่ายว่ารอประเดี๋ยวก่อน แต่ก็เรียกอีกฝ่ายไว้ไม่ทันชูเฉียงเดินกลับมาหาเจียงลี่ที่ยืนคอยอยู่นานแล้ว ก่อนจะช่วยนางถึงเป็ดคนตัว
“นี่เ้าหายไปไหนมา...ปล่อยให้ข้าก็นั่งคอยอยู่”
“ข้าไปเดินเล่นแถวโรงเตี๊ยมมา...ก็ข้ามิเคยเห็นสถานที่เช่นนี้”
“งั้นข้ากับเ้ารีบกลับจวนดีกว่า...”
หลังจากฝากฝังให้บ่าวรับใช้ไปซื้อเป็ดมาให้จินซิ่ว เหอนั้นจึงไปเตรียมตัวรออยู่ในโรงครัวแล้ววันนี้เขากะว่าจะตุ๋นเป็ดเอาไว้เพื่อใครสักคน
เมื่อไหร่ชูเฉียงจะมา...ข้ารอมาครึ่งชั่วยามแล้ว
ไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมาก...ชูเฉียงพร้อมกับเป็ดในมือก็เดินมาที่โรงครัวเขานำเป็ดไปล้างทำความสะอาดหากเพราะทางโรงเตี๊ยงได้ปลิดชีพไว้เรียบร้อยแล้ว
“องค์ชาย...รอประเดี๋ยวนะพะยะค่ะกระม่อมของล้างทำความสะอาดก่อน”
“เช่นนั้นหม่อมฉันของไปตั้งหม้อรอนะเพคะองค์ชาย”เจียงลี่เอ่ยบอกก่อนจะรีบนำหม้อไปตั้งไฟรอซิ่วเหอ
ซิ่วเหอมองดูชูเฉียงกับเจียงลี่พร้อมกับรอบยิ้มแต่ก่อนมีเพียงชูเฉียงที่คอยอยู่เป็เพื่อนคอยดูแลยามไม่สบายแต่ตอนนี้กับมีเจียงลี่คอยมาช่วยงานอีกแรง มันทำให้เขารู้สึกมีเพื่อนเพิ่มขึ้นอีก
แม้พวกเขาจะเป็เพียงบ่าวที่คอยรับใช้ผู้เป็นายแต่จินซิ่วเหอไม่เคยมองว่าพวกเขาเหล่านี้เป็เพียงบ่าวที่คอยรับใช้หากคิดว่าพวกเขาเหล่านี้เป็เพื่อนที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันต่างหาก
“องค์ชายเพคะ....หม่อมฉันอยากรู้ว่าเหตุใดจึงตุ๋นเป็ดถึงสองตัวในเมื่อองค์ชายทรงทำเพื่อเสวยเองเพียงพระองค์...”
“เป็ดอีกตัวข้า.....ข้า....ข้าจักตุ๋นเพื่อท่านแม่หลี่ซู”
จะตอบกับบ่าวว่าตุ๋นให้หลี่เฟยเย่ก็กระไรอยู่หากมีใครรู้เข้าคงได้หัวเราะเยาะเป็แน่ คนอย่างจินซิ่วเหอจักไม่ยอมเสียหน้าให้กับผู้ใด
รับรองว่าเฟยเย่ไม่มีทางรู้ว่าข้าเป็คนตุ๋นเป็นี้แน่กระมัง
“ท่านเสี่ยวฉีทางนี้เ้าค่ะ”เสียงของบ่าวรับใช้คนหนึ่งดังขึ้นไม่ห่างจากโรงครัวสักเท่าไหร่นักก่อนที่เสียงของผู้มาใหม่ทั้งสองจะก้าวเข้ามาในห้องครัว
หรูเสี่ยวฉี...นางผู้นี้เป็ลูกสาวของขุนนางชั้นผู้น้อยน้อยนักที่ผู้คนจะรู้จักนางเพราะพ่อของนางก็มิได้มีชื่อเสียงใดๆที่เป็ที่จดจำและนางก็เป็คนที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้แก่นางกับหลี่เฟยเย่
“เหตุใดพวกเ้าถึงยังนิ่งเฉย...ท่านผู้นี้เป็ถึงภรรยาของท่านแม่ทัพหลี่...พวกเ้ารีบๆโค้งคำนับเสีย”นางบ่าวรับใช้ผู้ติดตามเอ่ยขึ้นทุกคนต่างโค้งคำนับยกเว้นจินซิ่วเหอเพียงผู้เดียวที่ไม่ทำตามที่นางบอก
“บังอาจ...เหตุใดเ้าถึงยังคงนิ่งเฉย!”
“เ้า!...”เจียงลี่พยายามจะเอ่ยบอกว่าจินซิ่วเหอนั้นเป็ใครแต่นางก็ถูกซิ่วเหอห้ามเอาไว้เสียก่อน
“เจียงลี่...มิเป็ไรข้าต้องขออภัยด้วย คาราวะฮูหยิน”
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรที่จะปฏิบัติเช่นนั้นแต่ซิ่วเหอเองก็มิอยากบอกว่าตัวตนของเขาเป็ใครหากว่าอีกฝ่ายนั้นถามก็จะบอก แต่ถ้าไม่ถามก็ปล่อยนางไป
“เ้า....”ซิ่วเหอหันซ้ายหันขวาว่าอีกฝ่ายเรียกผู้ใด
“ข้าเรียกเ้า....เ้าจักมองหาผู้ใด”นางผู้เป็ภรรยาของท่านแม่ทัพหลี่เอ่ยเรียก นามของนางนั้นคือ หรูเสี่ยวฉี
“เรียกข้าหรือขอรับ....”ซิ่วเหอตอบด้วยความงุนงง หากเขาก็อยากรู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับเขาและถ้าเกินความจำเป็เขาก็ต้องบอกความจริงเสียตอนนี้
“ใช่...ข้าเรียกเ้าอีกอย่างเ้ามิควรทำกิริยาเช่นนี้กับข้าเพราะข้าเป็ถึงภรรยาของท่านแม่ทัพหลี่เ้าก็ควรให้ความเคารพข้า อ่อ...แล้วพวกเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่รึ”
“เรียนฮูหยิน...พวกบ่าวกำลังจัดเตรียมสำรับสำหรับตอนกลางวัน”
เสี่ยวฉีไม่ค่อยได้ฟังสิ่งที่ซิ่วเหอเอ่ยมาเลยสักนิดนางเดินดูรอบๆห้องครัวก่อนที่จะเดินไปเปิดดูหม้อที่กำลังตุ๋นเป็ดอยู่
“นี่เป็ดตุ๋นใช่หรือไม่”เสี่ยวฉีเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังซิ่วเหอที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ใช่ขอรับ...นี่คือเป็ดตุ๋น”
“งั้นดีเลยเ้าช่วยตุ๋นให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจักเอาไปให้ท่านแม่ทัพหลี่กับท่านแม่หลี่ซู”
“ได้ขอรับ...”
หลังจากที่ซิ่วเหอรับปากนางว่าจะตุ๋นเป็ดให้เสี่ยวฉีจึงเดินกลับออกไปจากห้องครัวเหลือเพียงซิ่วเหอกับบ่าวรับใช้คนสนิทแค่สองคน
หากแต่เหตุการณ์ครั้งนี้เจียงลี่กับชูเฉียงมิได้ยอมเป็แน่บังอาจสั่งองค์ชายของพวกเขาให้ตุ๋นเป็ไปให้ นางผู้นี้ช่างบังอาจยิ่งนัก
“องค์ชาย..ตอบนางผู้นั้นทำไมเพคะนางหารู้หรือไม่ว่ากำลังออกคำสั่งกับใคร?” เจียงลี่เอ่ยขึ้นด้วยความหัวเสียทั้งๆที่เป็ผู้ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่แล้ว ยังหารู้ไม่ว่ายังมีผู้ใดอยู่ในจวนบ้าง หากจะเบ่งอวดอำนาจก็ควรดูหรือไม่
“ช่างนางเถอะนางไม่รู้ย่อมไม่ผิดอันใดถ้านางต้อง การเป็ดตุ๋นนี้ข้าก็จะยกให้นาง”
“แล้วส่วนขององค์ชายล่ะพะยะค่ะ” ชูเฉียงแทรกขึ้นทันทีที่ฟังคนเป็นายจบ
“อย่างอื่นก็มีเยอะแยะเหตุใดข้าต้องเลือกด้วยเล่า..ข้าเกิดมาเพื่ออยู่มิได้อยู่เพื่อกิน...”
ผ่านไปเกือบสองชั่วยามกว่าซิ่วเหอตุ๋นเป็ดเสร็จพอดีไม่นานนางผู้รู้หน้าที่จึงมายกเป็ดตุ๋นไปยังเรือนใหญ่และวันนี้เองที่หลี่เฟยเย่นั้นกลับมาทานข้าวที่จวน
“ท่านพี่....วันนี้สีหน้าของท่านดูเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน...ข้าได้ตุ๋นเป็ดไว้ให้ท่าน...พอท่านพี่กินแล้วจะรู้สึกดีขึ้นเพราะตอนที่ข้าตุ๋นเป็ดนั้นได้ใส่สมุนไพรลงไปด้วย”
หลี่เฟยเย่มองไปยังหม้อเป็ดตุ๋นที่วางอยู่ตรงหน้าพลางคิดว่า...เสี่ยวฉีอนุภรรยาของเขาทำสิ่งนี้เป็เื่จริงอย่างนั้นรึ บางที่นางอยากจะทำขึ้นมาจริงๆก็เป็ได้แล้วจานไหนที่เป็ของจินซิ่วเหอกันเหตุใดจึงมีแค่เป็ดตุ๋น
“เสี่ยวฉี...วันนี้เ้าได้เจอกับฮูหยินหรือยัง”
“ท่านพี่...วันนี้ข้ายังมิได้เข้าพบฮูหยินเลยข้าไปยังเรือน ที่อยู่ใกล้กับโรงครัวถามบ่าวแล้วก็บอกว่าฮูหยินหลี่อยู่ในห้องครัวข้าจึงไปที่นั่นแต่ก็ไม่พบผู้ใด”
“ถ้าฮูหยินมิได้อยู่ห้องครัวแล้วจักอยู่ที่ใดเล่าเอาเถอะข้าหิวแล้ว...”
ทางด้านของจินซิ่วเหอ........พวกเขายังอยู่ในโรงครัวเหมือนเดิมเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือพวกเขากำลังทำอาหารที่เปลี่ยนใจจากเป็ดตุ๋นมาเป็....ซุบกระดูกวัว
“เสียดายนะพะยะค่ะที่องค์ชายมิได้เสวยเป็ดตุ๋น” ชูเฉียงเอ่ยขึ้น
“ช่างเขาเถิดชูเฉียงข้ากินอะไรก็ได้” หากเป็ดตุ๋นนี่ทำให้กับหลี่เฟยเย่แล้วสิ่งอื่นใดเล่าจะมีปัญหากับซิ่วเหอ
ซุบกระดูกวัวที่ได้จัดทำขึ้นมานั้นนับว่ามิได้ต่างไปจากรสชาติของเป็ดตุ๋นแต่อย่างใดหากแต่งรสชาติกลมกล่อมคนละแบบเท่านั้น
ซิ่วเหอทานสิ่งที่ตัวเขาเองได้ทำขึ้นและซดน้ำซุบด้วยความรู้สึกสบายใจร่างกายที่เคยหนาวตอนนี้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
“ชูเฉียง...ซุบที่ข้าทำยังเหลือไว้ให้เ้ากับเจียงลี่พวกเ้าไปเอามากินได้...”
“พะยะค่ะ/เพคะองค์ชาย”
ทางด้านคนที่อยู่เรือนใหญ่ยังทานเป็ดตุ๋นอย่างออกรสต่างก็ชมว่าหรูเสี่วฉีทำออกมาได้รสชาติที่กลมกล่อมสมกับใบหน้าที่งดงามของนางเสียจริง
“เสี่ยวฉี...เ้าไปเรียนการทำเป็ดตุ๋นมาจากที่ใดรึ”หลี่ซูแม่ของหลี่เฟยเย่เอ่ยถามด้วยความชอบใจในฝีมือการทำอาหารของนาง
“มิได้เ้าค่ะท่านแม่....ท่านแม่ของข้าเป็ผู้สอนให้ข้าทำแต่ก็มิอาจเทียมเท่าท่านได้”
“ดีจริงๆ..เ้ามิได้งดงามเพียงหน้าตาเท่านั้นหากงาม ทั้งกริยาท่าทางร่วมด้วย”
“มิได้เ้าค่ะ...”
ท่าทางกิริยาอ่อนน้อมของนางทำให้หลี่ซูรู้สึกเอ็นดูนางมากขึ้นยิ่งนางได้รับการเอ็นดูเช่นนี้นางยิ่งทำตัวเป็คนโปรด ต่อหน้าแล้วนางเป็หญิงสาวผู้งดงามและใจดีหากอยู่กับผู้อื่นแล้วนางมิได้เป็อย่างที่เห็นแม้แต่น้อย
“ท่านเสี่ยวฉีเ้าคะเหตุใด...่นี้ฮูหยินหลี่มิค่อยออกมาร่วมทานข้าวกับท่านแม่ทัพหรือท่านหลี่ซูเลยนะเ้าคะ...แปลกคน”
“หึ..ดีเสียอีกที่นางมิได้ออกมาข้าจักได้เป็คนโปรดแล้วชิงตำแหน่งฮูหยินมาเสียให้ได้ผู้ใดกันจะอยากเป็อนุภรรยาไปตลอดชีวิตกันเล่า”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นเ้าค่ะ...หากว่างๆท่านเสี่ยวก็แวะไปเยือนนางที่เรือนให้พอเป็พิธีจะดีกว่านี้เ้าค่ะ”
“ได้...เอาไว้เป็พรุ่งนี้เช้าข้าจักไปหานาง”
“เ้าค่ะ...”
เช้าของวันถัดมาลมหนาวนั้นมาเยือนนานแล้วหากแต่ซิ่วเหอนั้นมิได้นอนอุดอู้อยู่ภายในเรือน เขาออกมาที่โรงครัวเฉกเช่นทุกวันแล้ววันนี้ก็เป็อีกวันที่เขามา
“องค์ชายเพคะ...วันนี้จะจัดสำรับแบบไหนหรือเพคะ”เจียงลี่เอ่ยถาม
“วันนี้ข้าจักทำอาหารจำพวกเครื่องต้มและน้ำแกงอากาศเริ่มหนาวเช่นนี้มิได้มีสิ่งใดมากกว่าความอบอุ่นของน้ำแกงที่ได้กินเข้าไป...”
“เพคะ...”
สิ่งที่ซิ่วเหอต้องทำนั้นได้สั่งให้ชูเฉียงไปซื้อมาั้แ่เช้าแล้วส่วนตัวเขานั้นจัดเตรียมวัตถุดิบที่โรงครัวรอ..พร้อมกับเจียงลี่
“องค์ชายเพคะชูเฉียง..วันนี้เหตุใดจึงไม่เห็นมาที่โรงครัว”
“ชูเฉียงอย่างงั้นรึ...ข้าสั่งให้เขาไปซื้อวัตถุดิบั้แ่เช้าแล้ว...”
“มาแล้วพะยะค่ะ...ได้ตามที่องค์ชายสั่งทุกประการ”
ชูเฉียงรีบวิ่งมาที่โรงครัวก็กลัวว่าจะมาสายเพราะเ้าตัวมัวแต่ไปทำสิ่งอื่นมาโดยมิอาจบอกผู้อื่นได้เล่า หากเอ่ยกับ ซิ่วเหอด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยล้าที่กำลังหอบหายใจเข้าออก
“ดีมากชูเฉียง...เจียงลี่พวกเ้าสองคนรีบเอาวัตถุดิบไปล้างทำความสะอาดแล้วรีบนำเอามาให้กับข้า”
“พะยะค่ะ/เพคะ”
ทุกอย่างที่ได้จักเตรียมถูกจัดใส่สำรับเป็ที่เรียบร้อยเช้าวันนี้จินซิ่วเหอจะไปทานข้าวร่วมกับหลี่เฟยเย่ พร้อมกับท่านแม่หลี่ซู
“เ้า.....”
ซิ่วเหอหันกลับไปมองหาคนที่เอ่ยเรียก....