“เกิดอะไรขึ้น ศิษย์น้อง” น้ำเสียงศิษย์ชายผู้มีดวงตาเ้าเล่ห์ข้าง ๆ ดูวิตกกังวล
เหล่าศิษย์คนอื่น ๆ เลยพากันหันมาให้ความสนใจ แต่ศิษย์หญิงคนดังกล่าวทำเพียงส่ายหน้าที่ซีดเซียว
“ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกไม่สบายนิดหน่อย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ชายแววตาเ้าเล่ห์มีหรือจะหลงเชื่อ ใบหน้ายาวของเขาหันไปทางคนสวมหน้ากาก แล้วทำเสียงเยาะเย้ยไปยังอีกฝ่าย
“เพราะเ้านั่นเหรอ ทำเป็ใส่หน้ากากแสร้งทำเป็ลึกลับ ที่จริงมันก็แค่มดที่ยังไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกฝนด้วยซ้ำ ให้เป็หน้าที่ข้าจัดการเอง”
ศิษย์ชายเ้าเล่ห์กล่าวจบ ก็กำลังยกเท้าก้าวไปด้วยท่าทีคุกคาม แต่กลับเป็ศิษย์หญิงที่ใช้มือเล็ก ๆ ของนางห้ามเอาไว้
“ไม่นะศิษย์พี่ มันไม่จำเป็จริง ๆ”
ในชั่วขณะหนึ่งนางรู้สึกราวกับว่า หากปล่อยให้เกิดการต่อสู้ขึ้น ฝ่ายที่จะสูญเสียต้องเป็พวกนางอย่างแน่นอน
ส่วนทางผู้ตกเป็เป้าเสียงเยาะเย้ยที่เพิ่งผ่านไม่ได้คิดใส่ใจ หลังสวนทางกับกลุ่มศิษย์สำนักชิงหยุน ใบหน้าใต้หน้ากากเพียงยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย
พวกเ้าโชคดีรอดตัวไป ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าต้องเปิดตัว แล้วที่นี่ก็อยู่เขตชั้นในมันไม่เหมาะที่ข้าจะลงมือ
ร่างในชุดคลุมดำนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากนายน้อยสามแห่งตระกูลโจว
เหตุผลที่ทำให้โจวเฉินผ่านมาปรากฏตัวที่นี่ จนได้พบอริเก่า นั่นเพราะเขากำลังมุ่งหาโอกาสที่เคยได้ยินผ่านหูมาตอนชีวิตที่แล้ว
ในฐานะผู้ย้อนเวลา ขาดไม่ได้เลยคือการหาผลประโยชน์จากข้อเท็จจริงที่เคยเกิดขึ้น ด้วยข้อได้เปรียบของการรู้ล่วงหน้า
ไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะเข้าไปสกัดกั้นโชคลาภของผู้อื่น แล้วนำมาเป็ของตนเอง เพื่อการนั้นจึงทำให้นายน้อยสามเดินผ่านเมืองชั้นในมาทางนี้
ส่วนเขตเมืองชั้นในนั้น มิได้หมายถึงพื้นที่ที่ตั้งอยู่ด้านในของเมือง ความหมายของมันเป็การระบุพื้นที่เขตตามแนวเส้นเืิญญา
แม้ว่าทุกพื้นที่ภายในเมืองจะมีความหนาแน่นของพลังจิติญญาไม่ต่างกัน แต่ตำแหน่งที่ใกล้หรืออยู่เหนือเส้นเืิญญาก็มีข้อได้เปรียบไม่น้อย
ทั่วทุกเมืองไม่ใช่เฉพาะเมืองจันทร์เงิน เขตพื้นที่ประเภทนี้จึงมักถูกกลุ่มผู้มีอำนาจเข้ายึดครองโดยธรรมชาติ
ย่อมไม่แปลกที่จะมีคนแข็งแกร่งคอยดูแล การก่อเื่ขึ้นที่นี่จึงไม่ใช่ความคิดที่ดี
ที่นี่แน่นอน
ไม่นานนักโจวเฉินก็เดินทางจนมาถึงที่หมาย เบื้องหน้าเขายามนี้เป็ลานบ้านขนาดใหญ่ที่ไร้ผู้อยู่อาศัย แต่บริเวณรอบ ๆ ก็พอจะสังเกตผู้คนอาศัยอยู่บ้าง
ร่างในชุดคลุมหยุดสำรวจประตูเล็กน้อย ก่อนจะทะยานตัวพลิ้วกายข้ามกำแพงสูงไป
แล้วหลังจากเท้าััพื้น เขาพลันพรวดพราดตรงไปในทิศที่ไม่ใช่ทางโถงหลัก ไม่ช้าก็มาถึงห้องเก็บของติดกับคอกม้า
ในความทรงจำที่เขาเคยได้ยินมา ข้าง ๆ ห้องเก็บของซ่อนทางลับที่นำไปสู่เส้นทางใต้ดินเอาไว้
ตามข่าวลือมีผู้โชคดีได้พบเข้าด้วยความบังเอิญ เมื่อเข้าไปสำรวจด้านล่างพบว่าเป็ถ้ำใต้ดิน ที่เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่ามากมาย
แม้ว่าข่าวลือจะไม่เปิดเผยรายละเอียดว่ามีสิ่งใดบ้าง แต่โชคลาภในครั้งนั้นมากพอให้คนดังกล่าว สามารถเริ่มต้นตระกูลผู้ฝึกฝนของตนเองได้เลยทีเดียว
หวังว่าข้าจะไม่ถูกหลอก
ความจริงก่อนมาเขาค่อนข้างคาดหวังเอาไว้สูง อีกทั้งยิ่งใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจดูแล้วถูกปิดกั้น มันยิ่งผลักดันความหวังของเขาเพิ่มขึ้น
ใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะพบทางลงที่แทบจะไม่มีอะไรปิดทับ หรืออยู่ในลักษณะหลบซ่อนจากคนภายนอกเลย
ในความคิดโจวเฉินขณะนี้ ถึงแม้มีความสงสัยผุดขึ้นอยู่บ้าง แต่ในเมื่อมาแล้วก็คงไม่มีทางเลือกอื่น
ดังนั้นเขาจึงนำตัวเองผ่านลงไปตามทางวนที่ถูกทำขึ้นอย่างหยาบ ๆ โดยมือข้างหนึ่งถือสิ่งที่ช่วยให้แสงสว่างเอาไว้ด้วย
แต่แล้วหลังลงมาได้สักระยะ สายตาของเขาก็เจอเข้ากับประตูบานหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ชนิดเดียวกันกับหน้ากากของเขา
จากนั้นเมื่อดันประตูเข้าไป แสงสว่างจากด้านในทำให้เขามองเห็นเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน
สมบัติล้ำค่าตามที่คาดไว้ไม่มีแม้แต่เงา สิ่งแรกที่พบกลับกลายเป็คนกลุ่มใหญ่ราว ๆ สิบกว่าคน กำลังอัดแน่นในห้องเล็ก ๆ จับกลุ่มปรึกษาเื่บางอย่างกันอยู่
ในตอนนี้เขาเข้าใจดีแล้วว่า ข่าวลืออย่างไรก็คือข่าวลือ กลายเป็ตัวเขาเองที่โง่งมดันไปหลงเชื่อเื่ประเภทนี้เสียได้
บ้าเอ้ย ข้าโดนจนได้
“เ้าเป็ใคร”
ทันทีที่ประตูถูกเปิดจนสุด ทุกคนภายในห้องใต้ดินต่างหันขวับจ้องแขกไม่ได้รับเชิญกันอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งสองต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในอาการชะงักค้าง ด้านโจวเฉินที่หวังได้รับหม้อทองใบแรก เขาไม่มีอะไรจะพูดที่ต้องมาถูกหลอกข้ามกาลเวลาเช่นนี้
ส่วนอีกฝ่ายกำลังสนทนากันอย่างลับ ๆ แต่จู่ ๆ ก็มีคนน่าสงสัยที่ใส่หน้ากากสวมชุดคลุมดำบุกเข้ามา เพราะแบบนี้แล้วจะไม่ให้พวกเขาไม่ตกตะลึงได้อย่างไร
นี่ไม่ใช่แค่สถานที่รวมตัวของพวกเขาถูกเปิดเผย แต่อาจมีเื่ราวมากกว่านี้ซ่อนอยู่ หากบอกว่าอีกฝ่ายเพียงหลงเข้ามาใครเล่าจะไปเชื่อ
“เชิญพวกเ้ากันตามสบาย ข้าบังเอิญผ่านมาเฉย ๆ” โจวเฉินกล่าวขึ้นพลางใช้สายตา และััศักดิ์สิทธิ์ลอบตรวจดูรอบ ๆ
หลังไม่พบกับสมบัติ หรือสถานที่ที่น่าจะซ่อนสิ่งเ่าั้ เขาเพียง้าจะกลับถ้าเป็ไปได้
“เ้ากำลังหลอกใครอยู่ เร็วเข้าช่วยกันจับตัวมันไว้” ชายคนหนึ่งที่อดใจไม่ได้ะโขึ้นอย่างโกรธเคือง
ฝ่ายตรงข้ามเห็นพวกเขาเป็เด็กสามขวบหรืออย่างไร คิดจากไปง่าย ๆ ด้วยคำพูดพวกนั้นเนี่ยนะ นี่มันคือการดูถูกสติปัญญากันชัด ๆ
“รีบจัดการเร็ว มันต้องเป็สายลับที่ถูกส่งมาสืบเื่พวกเราอยู่แน่ ๆ”
สืบบ้านเ้าสิ เห็นกันชัด ๆ ว่าข้าก็เป็เหยื่อ
โจวเฉินอยากจะะโออกไปทั้ง ๆ อย่างนั้น แต่ฝ่ายตรงข้ามก็คงไม่เข้าใจ
ความจริงเขาไม่อยากลงมือกับคนพวกนี้เลย ต่อให้จะเดาตัวตนผู้ฝึกฝนชั่วร้ายของอีกฝ่ายจากรัศมีได้แล้วยังไง
เขาไม่ใช่ผู้ผดุงความยุติธรรมเสียหน่อย จึงไม่มีความจำเป็ให้ต้องเข้าไปยุ่งกับเื่ของคนอื่นเช่นนี้
“อยู่เฉย ๆ ยอมให้จับเสีย”
“ถ้ากล้าหนีอย่าโทษว่าข้าโหดร้าย”
ทันใดนั้น เงาร่างสองสายพุ่งหานายน้อยสามด้วยความเร็วสูง
นอกเหนือจากกลิ่นอายจาง ๆ เฉพาะที่พบได้ในผู้ฝึกฝนชั่วร้ายแผ่ออกมา ััศักดิ์สิทธิ์ของโจวเฉินยังรับรู้ได้ถึงเจตนาร้ายจากอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่้าจะปล่อยไป เขาเลยไม่คิดจะเจรจาต่อให้เสียเวลา
ชั่วขณะที่เงาร่างทั้งสองบุกเข้ามาในระยะ ผู้สวมหน้ากากทำเพียงยกเท้าขึ้นฟาดออกไปสองครั้งติดต่อกัน
ร่างที่ฐานพลังไม่ห่างจากเขาถูกส่งตัวปลิวภายใต้การเคลื่อนไหวนี้ จนกระทั่งหล่นลงไปยังทางทิศหนึ่ง ทุกคนจึงได้ทราบว่าทั้งสองถูกเตะตายในครั้งเดียว
แม้จะไม่ถือเป็เื่ใหญ่ แต่ก็สร้างความประหลาดใจให้คนเ่าั้ไม่น้อยเลย
“ดูเหมือนว่าเ้าจะมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พึ่งพา แต่ก็เท่านั้นแหละ”
ผู้ฝึกฝนรวบรวมพลังขั้นสามส่งเสียงคำราม พร้อมกับโยนของวิเศษออกมาชิ้นหนึ่งแล้วเริ่มแสดงวิชาทันที
ในความเข้าใจของเขา แม้ว่าชายสวมหน้ากากค่อนข้างจะแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ยังเป็แค่นักศิลปะต่อสู้ขั้นขัดเกลาอวัยวะภายในเท่านั้น
ต่อหน้าการโจมตีเต็มกำลังจากระดับรวบรวมพลัง บวกกับของวิเศษที่ใช้ได้เฉพาะผู้ฝึกตน มั่นใจได้ว่าอีกฝ่ายไม่มีวิธีที่จะต่อต้าน
“คิดใช้หม้อโง่ ๆ นั่นจัดการกับข้างั้นเหรอ ข้าว่าเ้ากำลังฝัน” น้ำเสียงขี้เล่นของชายในหน้ากากดังขึ้นจากข้าง ๆ
ผู้ฝึกฝนเ้าของหม้อลายตะขาบเกิดขนลุกในทันที ของวิเศษที่เขาโยนออกไปยังไม่มีโอกาสได้แสดงพลังเสียด้วยซ้ำ
แต่กลับถูกอีกฝ่ายเข้าประชิดโดยไม่ทันรู้ตัว บางทีครั้งนี้คงถึงคราวที่เขาจะต้องชะตาขาด
“ไม่ดี”
นี่คือคำพูดสุดท้ายก่อนที่ศีรษะจะถูกส่งปลิว ชายในหน้ากากไม่เปิดโอกาสให้ได้แก้ตัวแม้แต่น้อย
หลังจากตัดหัวศัตรูคนที่สามด้วยกระบี่เสร็จสิ้น ร่างชุดคลุมดำพลันเคลื่อนเข้าหาเป้าหมายใหม่อย่างคล่องแคล่ว ให้ความรู้สึกราวกับปลาในน้ำ
แล้วเมื่อประชิดตัวอีกฝ่ายได้สำเร็จ กระบี่ในมือก็จะวาดไปในอากาศสร้างเส้นทางของมัน
“อย่า”
จังหวะนั้น ผู้ฝึกฝนอีกคู่หนึ่งกำลังคิดจะหลบเลี่ยง แต่กระบี่นายน้อยคนที่สามแม่นยำและว่องไวเกินไป ร่างทั้งสองถูกแบ่งครึ่งด้วยการกวาดเพียงครั้งเดียว
“เ้าแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้อย่างไร” นี่เป็คำถามสุดท้ายของชายที่ลำตัวขาดเป็สองท่อน
“เอาไว้เ้าเดินทางไปหาคำตอบเองในนรก” ชายสวมหน้ากากพึมพำเล็กน้อย ก่อนจะมุ่งตรงสู่รายถัดไป
“ร่วมมือกันเร็ว เ้านี่มันแข็งแกร่งมาก”
ภายในห้องเล็ก ๆ ผู้ฝึกฝนที่มีระดับไม่เกินรวบรวมพลังขั้นสามต่างถูกจัดการทีละคน แม้ในคนพวกนั้นจะมีผู้ที่โดดเด่นเื่การป้องกันด้วยพลัง
แต่ก็กลายมาเป็การกระทำที่ไร้ประโยชน์ กระบี่ของชายสวมหน้ากากไม่ได้พบกับความลำบากใด ๆ เลย
ทุกการกวัดแกว่งดูเหมือนกับการหั่นผัก ร่างผู้ฝึกฝนภายในนั้นต่างล้มลงอย่างรวดเร็ว ไม่กี่ลมหายใจต่อจากนั้น สถานที่อันนองเืหลงเหลือผู้ฝึกฝนชั่วร้ายเพียงคนสุดท้าย
“อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้าเลย ข้ายอมทุกอย่างให้ข้าทำอะไรก็ได้ขอเพียงท่านไว้ชีวิตข้าก็พอ” ผู้รอดชีวิตแค่คนเดียวแทบคลานเข้าหาเหมือนสุนัข
ในความคิดขอเพียงเขามีโอกาสรอด จะให้ก้มหัวทำงานรับใช้หรืออะไรก็ยอมทั้งนั้น
“ผู้าุโ ไม่สิ นายท่านข้าทำได้ทุกอย่าง ให้เป็ทาสรับใช้ก็ได้โปรดไว้ชีวิตข้า”
“ข้ายอมรับเ้าเป็ทาสรับใช้ แต่ไม่ใช่สภาพนี้” โจวเฉินยกกระบี่ขึ้นแล้วสับดังฉับ และหัวสุดท้ายที่ตายังเบิกกว้างก็กลายเป็กลิ้งไปกับพื้น