ฟ้าว ฟ้าว ฟ้าว ปีศาจเงาตนหนึ่งกำลังบินอยู่เหนือหมู่บ้านเพื่อจะมารับตัวหญิงสาวชาวบ้านไป แต่นี่ไม่ใช่หญิงสาวรายแรกที่มันนำตัวไป แต่เป็รายที่ร้อยแล้ว
ใน บ้านของ คิโยมิ สาวน้อยสุดสวยกำลังตัวสั่น งันงก ไม่รุ้ว่าจะทำประการใดดี
" คิโยมิ เจ้าไม่ต้องกลัว พ่อกับแม่จะไม่ให้เจ้าปีศาจเงานั่น เอาตัวลูกไปเป็นเจ้าสาวของมันได้ " พ่อแม่ของคิโยมิกล่าว
ทว่า.....
สายลมแรงก็ดังเข้ามา ปีศาจเงา นามว่า ซาบุโร่ ได้พังประตูเข้ามา
" ว้าว สวยจริงๆแม่น้องสาว ข้ามารับเจ้าแล้วนะ มาคลอดลูกให้ข้าเถอะ " ซาบุโร่กล่าว พร้อมกับผลักตัวพ่อแม่ของ คิโยมิเบาๆ พวกเขาก็ลอยกระเด็นไปติดข้างฝา คิโยมิร้องไห้เบาๆ แต่ไม่สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของ ปีศาจเงา ซาบุโร่ได้
ฟ้าว ฟ้าว ฟ้าว จู่ๆ ก็มีแหวนวงหนึ่งวิ่งมาสวมที่นิ้วนางของคิโยมิ โดยที่เธอไม่อาจปฎิเสธได้ ในตอนนี้คิโยมิก็หยุดร้องไห้ราวกับเธอตกอยู่ในภวังค์ สายตาเธอมองไปยังซาบุโร่ ด้วยสายตาแห่งสาวแรกรุ่นที่กำลังมีความรัก แล้วพุดด้วยน้ำเสียงราวกับถูกสะกดจิต
" ค่ะ ท่านซาบุโร่ ข้าจะคลอดลูกให้ท่านเอง ไม่ว่าจะซักกี่สิบกี่ร้อยคน ถ้ากับท่านแล้ว ข้ายอมค่ะ " คิโยมิ กล่าว
" 55555+ มันต้องอย่างนั้นสิ " ปีศาจเงา ซาบุโร่ ว่าแล้วก็อุ้มคิโยมิด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิง และลอยหายไปในอากาศ ตอนนั้นเองที่คนรักของ คิโยมิ ที่หลบอยู่ในพงหญ้า มองด้วยความแค้นที่ถูกลักพาตัวแฟนสาวไป
3 วันต่อมา.....
ณ บ้านของ วาเนสซ่า เธอกำลังอาบน้ำอย่างสบายใจอยู่ แต่ก็ไม่นานนักเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูของ ไฮเนะ แฟนหนุ่มของคิโยมิ ที่มาขอความช่วยเหลือ ทำให้วาเนสซ่า ต้องรีบสวมเสื้อผ้าเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ ทว่า ตอนนี้นั้น วาเนสซ่า ดันลืมใส่ชุดชั้นในออกมาด้วย ทำให้ตอนนี้เธอ อยู่ในสภาพ โนบราอยู่ จนเห็น รอยหยักรูปหัวนมอยู่ใต้เสื้อผ้า
" ยินดีต้อนรับค่ะ อ้อ คุณไฮเนะ ที่อยู่หมู่บ้านข้างๆนี่นา มีอะไรให้ช่วยเหรอคะ? " วาเนสซ่ากล่าว พร้อมกับสั่งให้ริต้า รินชาอ่อนๆให้ ไฮเนะ ดื่ม
" ช่วยผมด้วยครับ ป่านนี้ คิโยมิ แฟนผมคงถูกเจ้าปีศาจเงานั่น ทำมิดีมิร้ายไปเสียแล้ว " ไฮเนะ กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนวาเนสซ่ารู้สึกสงสาร ตอนนั้นเองที่ โทจิเดินผ่านมา
" โทจิ นายว่างอยู่ใช่ไหม " วาเนสซ่า กล่าวเสียงแข็ง
" ใช่แต่นี่มันวันหยุดของตรูเฟ้ย วาเนสซ่า " โทจิกล่าว แต่ก็สุ้เสียงของวาเนสซ่าที่ดังกว่าไม่ได้ สรุปแล้วคือ วาเนสซ่า จะขอร้องให้ โทจิ ช่วยหญิงสาวที่ถูกจับไป
โทจิฟังหูทวนลมอยู่พักหนึ่งแต่เมื่อได้ยินว่าสาวๆที่ถูกจับตัวไปสวยมาก ทำให้เขาหูผึ่ง และเริ่มหยิบดาบเอ็กคาริเบอร์ ทันที โดยสวมปืนเวทย์มนต์ชลาเก้นไว้ที่เอว
" เราไปช่วยพวกสาวๆ กันเถอะ วาเนสซ่า " โทจิกล่าว แล้วเดินออกไปจากห้องทันที
30 นาทีต่อมา......
โทจิ วาเนสซ่า และ ริต้าก็มาถึงป่าหลังหมู่บ้านที่ถูกเจ้าปีศาจเงาโจมตี ตอนนี้ โทจิ ได้ให้ ริต้า เปลี่ยนชุดเป็นชุดเจ้าสาว และใส่น้ำหอมกลิ่นลาเวนเดอร์ ซึ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบ มายืนล่อเจ้าปีศาจเงาอยู่ในป่า ซึ่งมันก็ได้ผลในไม่ช้าเจ้าปีศาจเงา ซาบุโร่ก็ปรากฏกายออกมา
" โอ้ แม่น้องสาว มาเป็นเจ้าสาวของข้าเถอะ " ซาบุโร่กล่าว แต่เมื่อริต้าเห็นใบหน้าอันสยดสยองของ ซาบุโร่ เธอก็ร้อง กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด ออกมาเสียงดังจนแทบเป็นลม ทำให้เจ้าปีศาจเงา ซาบุโร่ โกรธ มาก
" ถึงข้าจะไม่ชอบใช้แหวนเจ้าสาวอสูรก็เถอะ แต่ผุ้หญิงก็แบบนี้ล่ะ พอเห็นหน้าข้าไม่ร้องไห้ ก็ร้องกริ๊ดดดดดดดดดดดดดด ทุกคน " เจ้าปีศาจเงาซาบุโร่ กล่าว แล้วเรียกแหวนออกมา มันพยายามจะจับตัวริต้า มาสวมแหวน
แต่ริต้ากลับวิ่งไปวิ่งมา ทำให้การจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก
" หนอย ถ้างั้นก็เจอแบบนี้หน่อย " เจ้าปีศาจเงา ซาบุโร่ กล่าว แล้วเขวี้ยงแหวนขึ้นไปในอากาศ ก่อนแหวนจะพยายามพุ่งเข้านิ้วนางของริต้า แต่ถูกโทจิ จับไว้ได้เสียก่อน
" ปีศาจเงา แกคิดจะใช้แหวนนี้ทำอะไร " โทจิกล่าว พร้อมหันไปสบตาวาเนสซ่า
" แหวนนั้น คงไว้ใส่ให้คนมาหลงรักคนให้ละมั้ง " วาเนสซ่า กล่าว แต่เธอ หารุ้ไม่ว่า แหวนนี้มีที่มาจากตำนานเทพ เนื้อเรื่องมีอยุ่ว่า
ยังมีเทพธิดาอยู่นางหนึ่งชื่อ เทริส เธอให้กำเนิดบุตรครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพ ออกมา มีนามว่า เธอุส แต่เขากลับมีหน้าตาอัปลักษณ์ มาก ทำให้วัยเด็กของเขาไม่สวยหรู อย่างที่คิด เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาทำอาวุธ เพราะอาวุธไม่ได้รังเกียจหน้าตาที่อัปลักษณ์ ของเขา เมื่อเติบใหญ่ เขาก็มาหลบอยู่ที่ถ้ำใต้ดิน และคอยทำอาวุธ กับเสื้อเกราะ ที่เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา มันเป็นงานที่เขารักมาก จนในที่สุดเขาก็ สามารถ ทำดาบกับ โล่ วิเศษได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง ก็ถึงวัยที่เธอุส จะต้องครองเรือน แต่เขาหน้าตาน่าเกลียด น่ากลัว หามีหญิงใดมารักไม่ ทำให้เขาต้องอยู่คนเดียว อย่างปล่าวเปลี่ยว เขาโศกเศร้าอยู่ทุกวัน และเฝ้าบ่นให้แม่ของเขา เทพธิดา เทริส ฟังอยู่เสมอ
ในที่สุดแม่ของเขาเทพธิดา เทริสก็ พบกับ ลูกสาวของสาวกคนหนึ่ง เธอมีหน้าตาสะสวยอย่างมาก เธอมีนามว่า ทิฟาและกำลังจะแต่งงานกับชายหนุ่มที่มีชื่อว่า ลูซิส ซึ่งลูซิสเป็นทหารกล้า ที่กำลังจะไปรบ เขาต้องการอาวุธ และชุดเกราะที่ดีในการทำสงคราม ลูซิสกับทิฟาหมั้นหมายกันแล้ว เหลือแค่รอวันแต่งงานเท่านั้น
เทพธิดา เทริส ด้วยความรักลูกชายของตน จึงได้ไปลักพาตัว ทีฟามาในคืนวันแต่งงาน และได้นำนางมาให้ลูกของเธอ โดยหารุ้ไม่ว่ามันจะเป็น เรื่อง นำว่าสู่ โศกนาฎกรรมบทหนึ่ง
" หลังจากนางตื่นขึ้นมาให้นาง ดื่มน้ำยาแห่งรักนี่แล้วสวมแหวนเจ้าสาวอสูรที่นิ้วนางของนาง แล้วนางจะรักจะหลงเสน่ห์เจ้าตลอดไปลูกรัก " เทพธิดา เทริส สั่งกำชับ เธอุสผู้เป็นลูกของเธอ กว่าเธอ จะขอน้ำแห่งรักนี้รวมถึงแหวนเจ้าสาวอสูร จากเทพแห่งความรักมาได้ ก็ต้องพยายามแทบตาย
เมื่อ เธอุสได้ ยลโฉมนางก็ตกหลุมรักนางทันที เขาหาได้ทำร้ายนางไม่เมื่อนางตื่นขึ้นมา รวมทั้งไม่ได้ให้นางดื่มน้ำแห่งรักนี้ด้วย ตอนแรกเขาคิดจะทำร้ายแหวนเจ้าสาวอสูรด้วยซ้ำไป เพราะเธอุสต้องการรักแท้
" ข้าอยู่ที่ไหนเนี่ย " ทิฟามีสีหน้างุนงง ที่อยู่ๆก็โดนลักพาตัวมา และมาโผล่ในถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง
" เจ้าอยู่ในถ้ำใต้ดินของข้า เธอุสผู้นี้ " เธอุสพยายามหลบหน้าเธอ เนื่องจากหน้าตาเขาน่าเกลียด น่ากลัวอย่างมาก
แต่ทิฟา หาได้รังเกียจ เธอุส ไม่ เพราะเขามีจิตใจที่ดี เธอุสจึงเล่าเรื่องที่แม่ของเขากำชับให้เธอดื่มน้ำยาแห่งรักนี่ รวมถึงสวมแหวนเจ้าสาวอสูร เมื่อเธอตื่น ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเรื่องไม่สมควรที่จะทำกับ ทิฟาแบบนี้
เรื่องนี้ทำให้ ทิฟานับถือ ความเป็นคนดีของเขา เนื่องจากเขาไม่ได้อาศัยอำนาจเวทย์มนต์ มาทำให้เธอหลงรัก
" เจ้าเป็นคนดี ถ้าเรื่องเป็นดังนั้น ข้าขอร่ำลาสามีของ ข้าก่อนที่ ข้าจะมาอยู่กับท่านที่นี่ได้ไหม " ทิฟากล่าว
เธอุส จึงได้นำ ดาบ กับ โล่ วิเศษ ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาให้ เป็นของขวัญให้กับ ลูซิส โดยยกของสองสิ่งนี้ให้กับทิฟา นำติดตัว กลับไปที่โลกมนุษย์ ด้วย
ทิฟาได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ก่อนตะวันรุ่งพรุ่งนี้เช้าเธอจะกลับมา
หลังจากเอาอาวุธวิเศษ ให้กับ ลูซิส เธอก็กล่าวร่ำลากับแฟนรัก ซึ่งเมื่อลูซิสรู้เรื่องราวนี้ เขาก็ร่ำไห้ เพราะเทพธิดา เทริส แท้ๆ ที่ทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อน เขาตระเวนไป ทั่ววิหารเทพเจ้า เพื่อขอความเห็นใจ จากเหล่าทวยเทพแต่ทว่า เหล่าทวยเทพมีกฏว่า เทพจะไม่ทำร้ายเทพด้วยกันเอง เพราะเรื่องของมนุษย์
แต่ก็มีทวยเทพบางองค์ที่เห็นใจ จึงได้ให้เมล็ดพันธ์ุพืช ให้กับลูซิส และบอกว่า จงเอามันไปปลุกใกล้ๆวิหารของ เทพธิดา เทริสสิ หลังจากนั้น ไม่ว่า วิหารของ เทพธิดา เทริส จะมีกี่วิหาร ก็ล้วนถูกพืชพันธ์ุที่ลูซิสเอามาปลูก ดันจนพังทลาย เป็นที่กลัดกลุ้มของเทพธิดา เทริสยิ่งนัก เนื่องจากฤทธิ์ อำนาจของตนอยู่ที่คนศรัทธา
เธอเลยลงมาพบ ลูซิส ลูซิสขอให้เธอ คืน ทิฟามาให้เขา แต่สิ่งที่ลูซิสหารู้ไม่คือ เวลาในโลกของเขา กับเวลาในโลกของเทพนั้นต่างกัน ตอนนี้ ทิฟา เป็นแม่ลูกสองไปแล้ว เธอ อยู่กินกับเธอุสมาได้สิบปีแล้ว
เทพธิดาเทริส ขอให้ลูซิส ตัดใจจาก ทิฟา ทำให้ลูซิส บังเกิดความแค้น
" ข้าจะทำลายวิหารทั้งหมดของเจ้า ทั้งในโลกนี้ และ โลกหน้า " เมื่อลูซิสพูดเช่นนั้น เขาก็เอา ดาบเชือดคอตนเองตาย
และกลายเป็นคำสาปที่สิงสู่ เทพธิดา เทริส ตลอดกาล ไม่ว่าเธอจะมีวิหารบูชากี่วิหาร ต้นไม้นั้นก็จะไม่หยุดเติบโต จนกว่าวิหารนั้นของเทพธิดา เทริสจะพังทลาย
จนในที่สุด มนุษย์ก็ลืมเลือนเทพธิดา เทริสไป ทำให้ตัวเธอสลายหายไปจากโลกใบนี้
และลูกหลานของเธอุสกับทิฟา ก็คือ ปีศาจเงา ซาบุโร่ตนนี้นี่เอง.....จบเนื้อเรื่องที่มาของแหวน
โทจิยืนมองหน้าเจ้าปีศาจเงา ซาบุโร่ อย่างเอาเรื่อง เขาพยายาม จะบีบแหวนเจ้าสาวอสูรให้แตกออก นั่นเป็นสาเหตุให้แหวนหลุดเข้านิ้วนางของเขา และแล้ว
" โอ้ว นายท่าน ของข้า ข้าพร้อมจะพลีกายให้ท่านในคืนนี้แล้ว " ผุ้กล้า โทจิกล่าวอย่างลืมตัว โทจิพยายามเดินเข้าหา ซาบุโร่ ด้วยความรักใคร่ แต่ซาบุโร่ กลับทำหน้ารังเกียจ และถีบหน้าโทจิ กระเด็นออกไป
"นายท่าน ใจร้ายอะ " โทจิ ส่งเสียงประหลาด จนวาเนสซ่า หลุดหัวเราะออกมา แต่ริต้าทำหน้าเครียด
" ข้าต้องการผุ้หญิงสาวสวย ไม่ใช่ผู้ชายอย่างเจ้า เลิกเล่นกันได้แล้ว " แล้วซาบุโร่ ก็ดีดนิ้ว ทำให้แหวนเจ้าสาวอสูร หลุดออกจากนิ้วของโทจิ ทำให้เขาได้สติ ทว่า แหวนนั้นกลับพุ่งเข้าหาวาเนสซ่าแทน เพราะวาเนสซ่า เป็นเป้าหมายต่อไป ของเจ้าปีศาจเงา เนื่องจากมันต้องตาในความสวยของวาเนสซ่า
วาเนสซ่า พยายามพุ่งตัวหลบ และวิ่งไปหลบหลังริต้า แต่เธอก็หนีไม่พ้นมือแหวนเจ้าสาวอสูร แหวนพุ่งเข้าใส่นิ้วนางของเธอ แล้วพลังของแหวนก็สำแดงเดช ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง เนื่องจากหลงรัก เจ้าปีศาจเงาซาบุโร่ เข้าให้แล้ว แม้มันจะน่าตาน่าเกลียดน่ากลัวก็ตาม
" นายท่านเจ้าขา ข้าอยู่นี่แล้วเจ้าค่ะ " วาเนสซ่า พูดอย่างใจลอย ราวกับถูกสะกดจิต แล้วเดินเข้าหา เจ้าปีศาจเงา ซาบุโร่ เนื่องจากตอนนี้ในสายตาของเธอ เขาเป็นผุ้ชายคนเดียวที่เธอหลงรัก ในขณะที่ริต้า พยายามขัดขวางแต่ไม่สำเร็จ วาเนสซ่าเดินสุ่อ้อมกอดของ ซาบุโร่ จนได้
" เจ้าบ้า ซาบุโร่ รับดาบ " โทจิ กระโจนเข้าใส่ ซาบุโร่ อย่างบ้าคลั่งเพื่อช่วยวาเนสซ่า แต่ซาบุโร่ ก็สามารถรับดาบของโทจิได้ทุกดาบ แม้ว่ามีบางคมดาบจะแหวกอากาศมาบาดผิวหนังของมันได้บ้างก็ตามที
" นายท่านขา สู้เขานะค่ะ " วาเนสซ่า กล่าวเชียร์ ซาบุโร่ ทำให้มันคึกจัดในทันที และไม่อยากอยู่สู้กับโทจิอีกแล้ว สู้เอาเวลาไป อินเลิฟกับวาเนสซ่า ดีกว่า มันจึงอุ้มวาเนสซ่าบินหนีไป
ในขณะที่ โทจิ พยายามจะตามไป ริต้าก็ได้ยั้งตัวเขาไว้
" ทำไมล่ะ ริต้า ทำไมไม่ให้ชั้นตามไป " โทจิกล่าว แล้วมองริต้า ที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนนางยักษ์ในละครน้ำเน่า ที่เคยดูในโลกเก่า
" ชั้นมีวิธีจัดการมันแล้ว เอาหูมานี่สิ " ริต้ากล่าวแบบเป็นกันเอง แล้วแอบกระซิบ วิธีจัดการปีศาจเงา
3ชั่วโมงต่อมา......
ซาบุโร่ ก็มาถึงรังรักของเขาโดย หอบเอาวาเนสซ่ากลับมาด้วย ข้างในวังของมัน มีสาวๆนับร้อยคนนั่งประจำที่ของตัวเองอยู่ โดยเฉพาะคิโยมิ ที่ดูจะสวยกว่าสาวคนอื่นๆ ทำให้เตะตาเลยทีเดียว เธอกล่าวต้อนรับ ซาบุโร่ สามีของเธอพร้อมกับสาวๆคนอื่นๆ
" โอการินาไซ โอนิจัง ( ขอต้อนรับกลับค่ะ พี่ชาย ) " ดูเหมือนว่า ซาบุโร่ จะชอบประโยคนี้จึงให้สาวๆกล่าวต้อนรับเขาเช่นนี้
" วาเนสซ่า ข้าให้เจ้าเป็นภรรยาหลวงนะ เพราะข้าชอบเจ้า " ซาบุโร่ กล่าว แล้วเริ่มเลียใบหน้าของ วาเนสซ่าไปมา ในขณะที่กำลังจะทำมิดีมิร้ายกับวาเนสซ่า ที่โดนแหวนสะกดจิตอยุ่ ตอนกำลังจะขึ้นสวรรค์อยู่นั้น ก็ได้มีเสียงผุ้หญิงดังขึ้นจากทางหน้าวังของมัน
" ขอโทษ เจ้าค่ะ ข้าหลงทางมา ขอค้างที่นี่ได้ไหมเจ้าคะ? " โทจิ พยายามดัดเสียงให้เหมือนผุ้หญิง และใช้หมวกผ้าคลุมปิดหัวไว้ ไม่ให้เจ้าซาบุโร่จำได้ ที่เขาต้องทำเช่นนี้ก็เพราะแผนที่ริต้าบอก เมื่อซาบุโร่ ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งออกมา เพราะมันกำลังหื่นจัดราวกับก็อบลินก็ไม่ปาน
" โอ้ว สาวน้อย ข้าชอบเจ้ามาเป็นภรรยาของข้าเถอะ " ซาบุโร่กล่าว ก่อนจะกระโดดเข้าไปกอดโทจิที่ปลอมตัวอยุ่ แต่กว่ามันจะรุ้ตัวก็ ถูก โทจิใช้เชือกเวทย์มนต์รัดเข้าให้เสียแล้ว
" กะ..แกมันผุ้ชายคนนั้นนี่นา " ซาบุโร่ กล่าวอย่างหงุดหงิด มันพยายามดิ้นรนจากเชือกเวทย์ที่พันธนาการตัวมันอยู่ แต่กลับไร้ผล เพราะเชือกนี้ ถูกทำโดยเทพนักสร้างในสมัยอดีตที่เป็นบรรพบุรุษของริต้า
" แกไม่รอดแล้วซาบุโร่ " โทจิกล่าว เขาไม่นึกเลยว่าจะสามารถ จับ เจ้าปีศาจเงาซาบุโร่ได้โดนละม่อมขนาดนี้ เขามัดมันไว้กับต้นไม้ และเข้าไปช่วยหญิงสาวทั้ง 101 คนได้สำเร็จด้วยการใช้ดาบเอ็กคาลิเบอร์ ตัดแหวนเจ้าสาวอสูรให้ขาดออกจากกัน ทำให้สาวๆพากันได้สติ โชคยังดีที่ทุกคนยังบริสุทธิ์อยู่ เพราะ เจ้าปีศาจเงา ซาบุโร่ มัวแต่รวบรวมสาวๆมาเก็บไว้เป็นคอลเล็กชั่น ยังไม่ได้ทำมิดีมิร้ายกับพวกเธอ เพื่อหาความสุข
"ขอบคุณนะ โทจิที่มาช่วยฉันไว้ " วาเนสซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแห้งๆ เพราะตอนนี้เธอถุกถอดเสื้อผ้าออก เหลือเพียงผ้าขนหนูพันกายไว้เพียงตัวเดียว
และแล้ว โทจิ ก็สามารถปราบ ซาบุโร่ได้ด้วยแผนการของริต้า ทำให้ชื่อเสียงลือกระฉ่อนไปทั่วแคว้น ไม่มีใครที่ไม่รุ้จักเขา และในครั้งนี้เขายังสามารถทำให้ วาเนสซ่า ติดหนี้บุญคุณได้อีกด้วย ไม่มีอะไรจะคุ้มเท่านี้แล้ว
30 นาทีต่อมา.....พวกโทจิก็ส่งสาวๆทั้ง 101 คนกลับบ้าน โดยมี ไอริมารับตัวซาบุโร่ ไปขังคุก
ไฮเนะ เมื่อได้รับแจ้งข่าวจากริต้า เขาก็รีบมาหาคิโยมิในทันที แล้วสวมกอดเธออย่างเป็นห่วง
" ไม่เป็นไรแล้วนะ คิโยมิ " ไฮเนะกล่าว ก่อนจะหันมาผงกหัวให้กับ โทจิ แล้วมอบเงินรางวัล 12000 เหรียญทองให้ กับโทจิ พร้อมเชิญเขาไปงานแต่งงานที่ใกล้จะถึงในวันมะรืนนี้ และทุกสิ่งทุกอย่างก็จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เรื่องวุ่นๆในวันนี้ ก็จบลงอย่างสันติ....จบ
นิทานแถม....
เรื่องมีอยู่ว่า อูซาร์ส เกิดมาเป็นชาวอาดาร์ส ตั้งแต่เด็กเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวัน จนกระทั่งเมื่อเขาโตจนอายุได้ ยี่สิบปี เขาก็ขอแฟนแต่งงาน แต่แฟนของเขากล่าวว่า " ข้าต้องการสามี เป็นวีรบุรุษ " ทำให้อูซาร์ส อดแต่งงาน เขาเลยต้องไปรับราชการทหาร โดยขอคำมั่นจากแฟนของเขาว่า จะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็นวีรบุรุษ
ซึ่งเธอก็รับปากจะรอเขาตลอดไป จนกว่าเขาจะได้เป็น วีรบุรุษ แล้วกลับมาแต่งงานกับเธอ
ในระหว่างที่เขาจะออกเดินทาง ได้มีนักทำนาย คนหนึ่ง นามว่า พีเกล มาทำนายดวงชะตาให้กับเขาว่า
" ถ้าท่านรับราชการทหาร ท่านจะได้เป็นใหญ่ในวันข้างหน้าและได้เป็น วีรบุรุษสมใจหมาย โดยต้องแลกกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า" ซึ่งอูซาร์สก็ได้มอบเงินให้กับนักทำนายผู้นี้เป็นเงิน 30 เหรียญทอง
ทว่าผ่านมาสองปีเศษแล้วเขาก็ยังเป็นทหารต๋อกต๋อยเหมือนเดิม เป็นทหารม้า มือธนูถึงแม้ว่าเขาหมั่นฝึกยุทธทุกวันด้วยความมุ่งมั่นว่าสักวันจะกลับไปแต่งเมีย ที่รอเขาอยู่ซึ่งแฟนของเขาได้ให้คำมั่นว่าจะรอตลอดไป
เขาเฝ้ารอการเลื่อนยศของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวการเลื่อนยศของเขามาเลย ซึ่งทำให้เขาน้อยใจอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ได้รับจดหมายจาก แฟนของเขาอีก
แต่แล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อกองทัพอาดาร์สถูก กองทัพราโดล้อม ทหารเมืองอาร์ดาร์สถูกฆ่าตายจนเหลือแค่สามสิบกว่าคน แม่ทัพกลับสั่งให้ทุกคนฆ่าตัวตาย เพื่อไม่ให้ถูกจับเป็นเชลย ซึ่งเป็นความอัปยศ อดสู ว่าแล้วแม่ทัพก็ชิงเชือดคอตัวเองตาย เป็นคนแรก
ทว่า......
อูซาร์สกลับไม่ยอมฆ่าตัวตายตามแม่ทัพ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าเพื่อนๆของเขาทำให้เหล่าเพื่อนพ้องเลยพยายามจะฆ่าเขา
" ข้ามาที่นี่เพื่อเป็นวีรบุรุษ ไม่ได้มาตาย " อูซาร์สกล่าว อย่างองอาจ
เพื่อนพ้องของเขาสามสิบกว่าคน เข้ามาหมายจะฆ่าเขา ทั้ง ดาบ หอก กระบี่ ธนู เขาร่ายรำกระบี่ฆ่า เพื่อนพ้องสามสิบกว่าคนของเขา จนในที่สุดก็เหลือเขาเป็นคนสุดท้าย
ทำให้ข่านแห่งราโด ชื่นชมเขามาก ที่เห็นเขาแสดงฝีมือกระบี่อันเฉียบขาด เขาเอากระบี่ที่เปื้อนเลือดชี้หน้าท้าข่านแห่งราโดให้ลงม้ามาสู้กันให้รู้ดำรู้แดง ตัวต่อตัว
ข่านแห่งราโดตบมือให้เขา และลงจากหลังม้าแล้วพูดว่า
" น้องชายเจ้าไม่อยากกลับบ้านแล้วเหรอ "
" ข้ายังกลับบ้านได้อีกเหรอ "
" ได้สิ แค่มารับใช้ข้าเป็นเวลาสิบปีข้าจะปล่อยเจ้ากลับไป "
อูซาร์ส ดีใจมาก เขาจึงก้มลงคำนับ ข่านแห่งราโด และหลังจากนั้นเขาก็รับใช้ข่านแห่งราโดมาเป็นเวลาสิบปี ตามคำสัญญาที่ข่านแห่งราโด ได้ให้ไว้กับเขา
บัดนี้ เขากลายเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งราโด ที่มีผลงานมาก มีทหารในมือถึงสองแสนคน วันหนึ่งข่านแห่งราโดก็ได้เอ่ย ปากยกองค์หญิงราเธียให้ ( เป็นน้องสาวของข่าน )
" จงแต่งงานกับองค์หญิงราเธีย และเป็นว่าที่ข่านแห่งราโดคนต่อไป "
องค์หญิง ราเธีย นางมีพระสิริโฉมที่งดงามกว่า แฟน ของอูซาร์สเสียอีก แถมยังอายุแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้นเอง
ซึ่งอูซาร์ส รักองค์หญิง ราเธีย แบบน้องสาว และเรียกราเธียว่า เหมยเม่ย จึงไม่คิดจะแต่งงานด้วย
ทว่า อูซาร์สอยากกลับบ้าน เพื่อไปแต่งงานกับแฟน ของเขาเขารับใช้ ข่านแห่งราโดมาเป็นเวลาสิบปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอให้ข่านรักษาสัญญา
ข่านแห่งราโด จึงอนุญาติให้เขากลับบ้าน แต่แอบปล่อยข่าวให้ทหารอาดาร์สได้รู้ว่า ที่แล้วๆมา ทหารราโดเอาชนะทหารอาดาร์สได้เพราะผลงานของ อูซาร์ส เพื่อให้ทหารอาดาร์ส สังหารพ่อแม่ของอูซาร์สซะ เขาจะได้กลับไปไม่ได้ เนื่องจากนึกแค้นใจที่ชาวอาดาร์สสังหารพ่อแม่ของเขา จะได้เป็นศัตรูกัน
และแล้วความปรารถนาของข่านแห่งราโดก็เป็นจริง เมื่อ ประชาชนชาวอาดาร์สรุมประชาทัณฑ์ พ่อแม่ของ อูซาร์สจนถึงแก่ความตาย
เมื่อ อูซาร์สได้ข่าวเขารีบกลับบ้านไป โดยการปลอมตัวเป็นพ่อค้าและพบว่าบ้านได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว โดยโดนประชาชนชาวอาดาร์สมาทุบเผา ทำลาย จนไม่เหลือซาก
พ่อแม่ก็ตายจากไปแล้ว เขาเสียใจอย่างมาก แต่ก็ยังกัดฟันทน ไปหาแฟนสุดที่รักของเขา ที่จะรอเขาตลอดไป
ปรากฏว่า แฟนของเขาแต่งงานไปแล้ว และตอนนี้เป็นแม่ลูกสอง ซึ่งเธอกำลังอุ้มท้องลูกคนที่สองอยู่
อูซาร์ส เสียใจอย่างมาก ไหนบอกว่าจะรอตลอดไปไง
เขาร้องไห้ คร่ำครวญที่หน้าหลุมศพพ่อแม่ เขาน่าจะตายตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ด้วยความเสียใจ เขาจึงชักกระบี่ ฆ่าตัวตาย ตัดอนาคตที่จะเป็นว่าที่ข่านแห่งราโด เขาไม่อาจทำใจแต่งงานกับ องค์หญิงราเธีย เพราะไม่มีหน้าจะกลับไป
สุดท้ายทางราโด จึงขอศพของเขากลับมาที่ราโด แลกกับสนธิสัญญาสันติภาพกับอาดาร์ส ข่านแห่งราโดได้พูดกับ อูซาร์สเป็นครั้งสุดท้าย
" เจ้าไม่ใช่ชาวอาดาร์ส แต่เจ้าเป็นชาวราโดต่างหาก "
ถ้าหากชะตาฟ้าไม่กลั่นแกล้งอูซาร์ส แล้วใครเล่าจะขืนลิขิตสวรรค์ได้ จบ....
================================================เย้ๆ จบไปกันแล้วนะครับ กับ เรื่องของ โทจิกับวาเนสซ่า ขอบคุณทุกกำลังใจเลยครับที่อุตส่าห์สนับสนุนผมมา และพบกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับ อยากจะบอกว่าตอนต่อไปสนุกกว่านี้อีกครับ 55555+