ตอนที่ 16 อุดมการณ์
บรรดาปีศาจและเอลฟ์ล้วนรู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก ความตรึงเครียดพลันสลายหายไปในชั่วพริบตา ทันใดนั้นเองที่ไวท์เคลื่อนสายตาไปทางพวกเอลฟ์ แรงกดดันประหลาดแผ่ซ่านเข้าปกคลุม เอลฟ์ระดับสูงหลายตนต่างขนลุกขนพองโดยทั่วกัน
“เอลฟ์ทั้งหมดจงตายอยู่ที่นี่ ผู้นำของเ้าองอาจหมายชีวิตข้า”
สิ้นคำกล่าวของไวท์ประหนึ่งคำพิพากษาของพระเ้า เพียงดรากอสขยับไหวร่างเล็กน้อยพลันกลับกลายเป็เส้นประกายแสงพุ่งผ่านกองทัพเอลฟ์อย่างรวดเร็ว ในหนึ่งวินาทีถัดมา เอลฟ์ระดับสูงเกือบพันชีวิตล้วนตกตายจนหมดสิ้น ดรากอสกลับมาปรากฏกายอยู่ข้างๆไวท์ในทันที เื่ราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นไวมากจนมิอาจตอบสนองได้ทันกาล
เพียงสามลมหายใจ ดูเหมือนว่าเผ่าปีศาจจะรู้สึกตัวแล้ว จิตใจของพวกมันต่างจมดิ่งดุจตกเหวลึก กองทัพเอลฟ์ระดับสูงที่ว่ากันว่าเป็กองกำลังหลักที่สามารถรับมือกับผู้กล้าหรือจอมมารได้ข้ามวันข้ามคืน กองทัพที่น่าสะพรึงกลัวของเผ่าเอลฟ์กลับมลายสูญเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชราเฒ่า!!
ไวท์ไม่คิดลงมือเองั้แ่แรก เขาอยากสร้างภาพลักษณ์ที่สูงส่งจนมิอาจจินตนาการได้ขึ้นมา ถ้าหากเขาเป็คนลงมือสังหารเอง เกรงว่าดรากอสจะดูสูงส่งกว่าด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นสิ่งมีชีวิตใดกันจะเชื่อว่าเขาคือผู้นำ? ในทางกลับกัน ถ้าดรากอสที่แข็งแกร่งประหนึ่งเทพปีศาจเป็คนลงมืออยู่ฝ่ายเดียว มันสามารถคิดไปในทางที่ว่าไวท์นั้นแข็งแกร่งจนไม่จำเป็ต้องลงมือฆ่าด้วยตัวเอง ราวกับเสียเกียรติ…
เผ่าปีศาจนับแสนถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก พวกมันแทบจะกราบกรานขุนพลปีศาจที่ไม่ทำอะไรโง่เขลาเหมือนผู้นำเอลฟ์ระดับสูง แม้จะสูญเสียขุนพลปีศาจไปหนึ่งตนก็ตาม…
“แข็งแกร่งมาก…” เซนเทรียจับจ้องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ข้างในรถม้า บนใบหน้าของนางปรากฏแววตกตะลึงลานที่หาชมได้ยาก “แต่ดูเหมือนจะยังเทียบท่านพ่อไม่ได้…” เซนเทรียเคลื่อนสายตาไปทางสิ่งมีชีวิตสีขาวซีดดุจกระดาษ แววตาของนางฉายประกายเจิดจรัสดุจดารา “เ้านั่นเป็หัวหน้าของคุณตาสินะ จะแข็งแกร่งเทียบท่านพ่อได้ไหมน้า”
“ข้าจะยึดครองโลกใบนี้” ไวท์กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ ั์ตาสี่ดวงสีแดงฉานดุจโลหิตทอดสายตามองไปทางบรรดาปีศาจ แท้จริงแล้ว ไวท์ไม่ได้อ่อนแอเลย เขาแข็งแกร่งอย่างมากเสียด้วยซ้ำ ในบรรดากองทัพปีศาจนับแสน ค่าสเตตัสของไวท์ในตอนนี้สามารถสังหารทั้งกองทัพได้อย่างสบายๆ
ในสายตาของบรรดาปีศาจ ไวท์กลายเป็ตัวตนที่มิอาจแตะต้องราวกับพระเ้า แต่ในสายตาของเซนเทรีย ั์ตาคู่งามของัน้อยพาดผ่านด้วยความสนอกสนใจอย่างยิ่งยวด ไวท์ตัดสินใจจะเดินทางกลับวิหารปฐมอสูร เขาเตรียมใช้อาณาเขตเคลื่อนย้าย ทันใดนั้น เซนเทรียตัดสินใจเปิดประตูรถม้าพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ไวท์ด้วยความเร็วประดุจสายอัสนี
ไวท์เห็นเรือนร่างสีขาวบริสุทธิ์นั่นพุ่งทะยานมาอย่างแจ่มชัด ความเร็วของนางมันเหนือจินตนาการอย่างมากราวกับการตัดมิติ ไวท์เห็นนาง แต่เขามิอาจตอบสนองได้ทัน มือข้างขวาของเซนเทรียััเข้ากับหัวไหล่ของไวท์อย่างพอดิบพอดี
นี่แน่นอนว่าอยู่ในระยะสายตาของดรากอสเช่นกัน แต่ทว่า ดรากอสที่คิดจะปลิดชีวิตนางกลับต้องหยุดมือลง เมื่อพบว่า …นางก็เป็อสูรต้นกำเนิดเช่นเดียวกัน
ทันใดนั้น อาณาเขตเคลื่อนย้ายก็ทำงาน
………………………………………………………………………………….
ในขณะนี้เองภายในวิหารปฐมอสูร มันปรากฏเรือนร่างสามบุคคลขึ้น ณ ใจกลางห้องโถงที่ยิ่งใหญ่โออ่า ทันทีที่อาณาเขตเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น ไวท์ะโออกห่างจากเซนเทรียในทันที “หาญกล้านัก!!”
เซนเทรียเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ “เ้าน่ะ อ่อนแอสินะ” เพียงนางสังเกตอากัปกิริยาของไวท์ก็กระจ่างแจ้งได้โดยง่าย การที่เขาระมัดระวังตัวถึงขั้นะโเพื่อรักษาระยะห่าง นั่นไม่ใช่วิถีของผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ถึงกระนั้น นางได้แต่คาดการณ์เอาเอง เพราะเมื่อพยายามส่องค่าสเตตัสของเขา ทุกอย่างกลับขึ้นแต่คำว่าล้มเหลว
เอเลี่ยนไวท์แปรเปลี่ยนสู่อาการสุขุมเยือกเย็นในชั่วพริบตา เขาตระหนักรู้แล้วว่านางกำลังพิจารณาเขาจากกิริยาท่าทาง มิใช่เพราะเห็นค่าสเตตัสแต่อย่างใด ในฉายาเ้าผู้ปกครองจักรวาลนั้นบ่งบอกชัดเจน มีแค่สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าเ้าของฉายาหนึ่งหมื่นเท่าตัวถึงจะสามารถส่องค่าสเตตัสได้
เอเลี่ยนไวท์หันมองไปทางดรากอส ผู้เฒ่าักลับส่ายศีรษะจำนน “นางเป็อสูรต้นกำเนิด ต่อให้ท่านจะกลายเป็นายเหนือของวิหารปฐมอสูร แต่เจตนารมณ์ของข้าก็มิแปรเปลี่ยน ข้าไม่ทำร้ายอสูรต้นกำเนิดโดยเด็ดขาด ยกเว้นมันจะหมายปองชีวิตท่าน ตอนที่นางพุ่งเข้ามานั้นปราศจากจิตสังหารใดๆ สายตาของนางมีแค่ความสนใจประหลาด”
ั์ตาของเซนเทรียขยายโตกว้าง “เป็คุณตาที่น่ากลัวสุดๆ”
“ท่านั่นคือตัดมิติใช่หรือไม่? ใครสอนเ้า นั่นมันเป็ทักษะที่สาบสูญไปแล้ว กำเนิดขึ้นในยุคแรกเริ่มของโลกและสิ้นสุดในยุคแรกเริ่มของโลก” ดรากอสไต่ถามด้วยความสนอกสนใจ แม้นางจะดูไม่ชำนาญเท่าองค์ปฐมอสูร แต่นางมีคุณสมบัติที่จะใช้มัน ในขณะที่ ดรากอสมิอาจใช้ได้ ใช่แล้ว… ทักษะนี่ไม่ใช่ว่ามีคนสอนให้ก็ใช้กันได้ทุกคน มันมีสิ่งที่เรียกว่าผู้ถูกเลือกอยู่
เซนเทรียเหงื่อตก นางกลืนน้ำลายคำโต คุณตารู้จักกระทั่งชื่อทักษะนี้!! ไหนท่านพ่อบอกว่าไม่มีใครรู้จักไง!!
“ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายกับเ้าหรือคุณตา แค่พอได้ยินเป้าหมายจะยึดโลกเลยอยากเข้าร่วมด้วย” ท่าทางองอาจห้าวหาญของนางแตกต่างไปจากบุคลิกภาพภายนอกโดยสิ้นเชิง นางดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ถ้าไม่ได้เห็นความกล้าหาญนี้ด้วยกับตาตัวเอง คงคิดว่านางไม่กล้าแม้แต่จะฆ่าคนด้วยซ้ำ
“ข้าไม่้า” ไวท์กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าราวกับน้ำแข็งหมื่นปี เอเลี่ยนผิวขาวซีดดุจกระดาษนี้หันมองไปทางดรากอสพลางเอ่ยว่า “จับนางโยนออกไปไม่ได้รึ?”
“นายเหนือหัว ข้าไม่ทำเช่นนั้นกับอสูรต้นกำเนิด”
เซนเทรียขมวดคิ้วงามชิดมุ่น อย่างไรก็ตาม ในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งแววความพ่ายแพ้ นางไม่ใช่คนที่จะล้มเลิกความตั้งใจได้ง่ายๆ “ความจริงแล้ว ข้าเกลียดา แค่คิดว่าถ้าครองโลกไปเลยมันก็ดี”
คราวนี้เองที่ปลายหางของไวท์มีปฏิกิริยาตอบสนอง ปลายหางสีขาวซีดขยับไหวไปมา แต่ไวท์ยังคงไม่หันไปมองนางเพื่อแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้สนใจนางเลยสักนิดเดียว
“ถ้าเ้ามีอุดมการณ์แบบข้า ก็ช่วยรับข้าไว้ แต่ถ้าเ้าปรารถนาจะปกครองโลกเพื่อสร้างความวุ่นวาย ข้าก็จะจากไป” เซนเทรียแสดงสีหน้าขึงขังสุดขั้ว ไม่ใช่ไวท์คนแรกที่เอ่ยปากบอกจะยึดครองโลก นางเคยเข้าร่วมกับผู้นำหลากหลายรูแบบ ถึงกระนั้น ความปรารถนาที่จะครองโลกของพวกมันกลับเต็มไปด้วยความหลอกลวง นอกจากพวกมันจะไม่มีพลังมากพอจะยึดโลกได้ อุดมการณ์นั้นก็ไขว้เขวไม่สมกับเป็ผู้นำ
“อุดมการณ์ของเ้าและข้าล้วนตรงกัน”