....ดอกไม้สีน้ำเงิน ม้วนตัวอยู่ในอากาศ ตามแรงของกระแสลม ทั่วหุบเขาดาดาษด้วยต้นไม้สีน้ำเงิน ไล่ตามเนินเขาลงพื้นราบ เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีน้ำเงิน เช่นกัน
ฝีเท้าม้า แหวกให้หญ้าสีน้ำเงิน แตกเป็ทาง และกลับมารวมกันเหมือนเดิมเมื่อม้าวิ่งผ่านไป
ขบวนม้ากลุ่มหนึ่ง ไปหยุดหน้าปราสาทแห่งเถาวัลย์ ต้นเถาวัลย์ที่มีชีวิต ลำต้นเป็สีแดง ใบสีเขียว
ด้วยความสูงถึง 10 เมตร ทำให้สามารถขดถักเป็ผนัง และดัดเป็ที่อยู่อาศัย ความอลังการ ทำให้ขนาดของมัน ใหญ่โตราวปราสาท
ม้าสีดำดั่งนิล ต้องแสงตะวันยามเช้า ทำให้สีดำของมัน ยิ่งดำสนิท ผู้ขี่หลังของมัน ให้มันหยุดอยู่ที่ หน้าประตูทางเข้าปราสาท
ม้าตัวอื่นที่ตามหลังมา เป็สีดำเช่นกัน แต่ผู้ขี่ไม่ได้ตามเข้าไปในปราสาทด้วย
ชายร่างกำยำ ในชุดสีดำสนิท เช่นเดียวกับม้าของเขา เดินเขามาในปราสาทแห่งเถาวัลย์
กลางห้องโถงใหญ่ ชายหนึ่งยืนหันหลัง ผ้าคลุมกายสีน้ำเงิน สะท้อนแสงของลำต้นเถาวัลย์สีแดง
ผมสีขาวทั้งศีรษะ ยาวแค่ท้ายทอย ยิ่งซึมซับกับแสงสีแดง ของต้นเถาวัลย์ ทำให้ผมสีขาว สะท้อนเงาสีขาวมากขึ้น
" ท่านครับ กองทัพของเรา เตรียมพร้อมที่จะบุก เมืองคฑาหยก แล้วครับ" ชายชุดดำ รายงาน พร้อมกับคุกเข่าคำนับ
" แต่มีบางอย่าง ผิดปกติ ที่เมืองคฑาหยก คือมีกลุ่มคนแปลกหน้า มาจากแดนไกล มาพักอยู่ที่เมืองคฑาหยกครับ" ชายชุดดำ รายงานต่อ
ชายที่ยืนอยู่ หันหน้ามา ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม สะท้อนแสงเถาวัลย์สีแดง ทำให้ดวงตาสีน้ำตาล ต้องกลืนสีแดงไปด้วย และกล่าวว่า
" พวกนั้น จะเป็อุปสรรคต่อเรา ที่จะยึดเมืองคฑาหยก ไปตามธนูไฟ มาพบข้า เดี๋ยวนี้ "
ผู้มีอำนาจเหนือ ในชุดสีแดง ผ้าคลุมกายสีน้ำเงิน ออกคำสั่ง เมื่อชายชุดดำออกไปแล้ว เขามองออกไปทางหน้าต่าง ดอกไม้สีน้ำเงิน ปลิวร่วงหล่นตลอดเวลา
ในวัย 60 ปี ของเขา ทำากับคฑาหยก หลายครั้ง และพ่ายแพ้กลับมาทุกครั้ง เขาหมายปองคฑาหยก เพื่อมาเติมเต็ม ให้ปราสาทของเขา
ผู้มีนาม ธนูไฟ มายืนอยู่ข้างหลัง เ้าของปราสาท และกล่าวคำ คารวะ
" มีอะไรหรือครับ ท่านเ้าเมือง ข้ากำลัง เตรียมกองกำลังธนูไฟ พร้อมรบเเล้วครับ "
" มีสิ่งผิดปกติ ที่เมืองคฑาหยก มีคนแปลกหน้า มาพักอาศัย ข้าสังหรณ์ใจว่า พวกมาใหม่ จะเป็อุปสรรคต่อเรา ''
เ้าปราสาท กล่าว และหันหน้ามาประสานสายตา กับธนูไฟ
" ไม่ต้องห่วง ครับ กองกำลังของเรา ขณะนี้มีความกล้าแข็งขึ้นมาก ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อน เราเกือบได้คฑาหยก แต่ไม่สามารถถอนคฑาหยกได้ ครั้งนี้ ข้ามั่นใจ จะสามารถถอนคฑาหยก มาให้ท่านจงได้ " ธนูไฟ กล่าว
เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง ชูดาบที่อยู่ในฝัก ขึ้นเหนือศีรษะ และกล่าวว่า
" ด้วยอำนาจ แห่งข้า เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง จะต้องชนะศึกครั้งนี้ " สิ้นเสียง กระแสลมได้พัดมาทางหน้าต่าง พัดผ้าคลุมกาย ปลิวไปมา ดอกไม้สีน้ำเงิน ปลิวตามลม เข้ามาในปราสาท ร่วงหล่นบนพื้น รอบๆตัวของเ้าปราสาท
ดอกไม้สีม่วง ลอยขึ้นสู่อากาศ ตามลมเหนือที่พัดมา และร่วงหล่นตามพื้นหญ้าสีเขียว ที่รายล้อม บ้านของเ้าเมืองคฑาหยก
ตะนาว เ้าเมืองคฑาหยก เล่าให้อันโตนีโอ ทั้ง 7 ฟังว่า
" พวกหลังเขา ที่มี ผาแดง เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง ปกครองนั้น เคยเป็คนเมืองคฑาหยกมาก่อน แต่มีข้อขัดแย้ง ที่ ผาแดง้าคฑาหยก
คฑาหยก ถือเป็ สมบัติประจำเมือง ใครจะ ไม่ได้ ผาแดงจึงออกจากคฑาหยก ไปตั้งเมืองใหม่ ที่อยู่หลังเขานี้ "
" การรบครั้งนี้ ท่านมั่นใจไหม ว่าจะชนะเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา " อาร์มเมอร์ ถาม
" ทุกครั้ง ก่อนหน้านั้น ข้ามั่นใจ แต่ครั้งนี้ ข้าไม่มั่นใจ อาจเป็สังขารของข้า ที่แก่ขึ้นทุกวัน อีกอย่าง เราสืบทราบมาว่า ผาแดง มีบางสิ่งบางอย่าง มาช่วยเขา นอกจาก ธนูไฟ ขุนพลคู่กายแล้ว " เ้าเมือง ตอบ
" เพราะอย่างนี้ นี่แหละ ที่เรา้าให้พวกท่าน ช่วยเหลือ " วาสี กล่าว
" พรุ่งนี้ พวกหลังเขา จะบุกเมือง คฑาหยก อาร์ม มั่นใจไหมว่า พวกเราจะชนะ พวกหลังเขา ได้ " ไอริส ถาม อาร์มเมอร์ หลังจาก กลับมาจากการประชุม ที่บ้านเ้าเมืองแล้ว
ทั้งสองยืนอยู่ หน้าระเบียงชั้นสองของบ้านพัก อากาศยามค่ำเย็นสบาย แสงของเถาวัลย์เป็สีนวล คล้ายแสงจันทร์ สว่างไสวไปทั่วเมือง
"ผมมั่นใจนะว่า พวกเราจะช่วยชาวเมืองคฑาหยก รบชนะพวกหลังเขาได้ "
ปีกของเต่าทองั์ แหวกอากาศ และหุบลง เมื่อขาทั้งสอง จับลงที่ราวระเบียง
" เ้าเมืองบอกว่า ศึกครั้งนี้ ไม่มั่นใจว่าจะชนะ เ้ารู้ไหมว่า เป็เพราะอะไร" เต่าทองั์ ถาม
" ข้าไม่รู้หรอก ถ้าท่านรู้ ช่วยบอกเราหน่อยซิ จะได้เตรียมใจ ไว้ล่วงหน้า " อาร์มเมอร์ กล่าว
" ข้ารู้ แต่เพียงว่า เป็อำนาจลึกลับ ที่สามารถจะถอนคฑาหยกได้ " เต่าทอง ตอบ
" พี่เต่าทอง พอจะแนะนำได้ไหมว่า เราจะวางแผนรบกับพวกหลังเขา อย่างไร " ไอริส ขอคำปรึกษา
" ม้าทั้ง 6 กับอาวุธของพวกเ้า พอจะรับมือไหว แต่จะเอาชนะนั้น ข้าไม่มั่นใจ อย่างดีที่สุด เสมอกัน '' เต่าทอง กล่าว
" แล้วจะรักษาเมือง กับคฑาหยก ไว้ได้หรือ " ไอริส กังวล
" การรบครั้งก่อนๆ พวกเขาก็พึ่งคฑาหยก มาครั้งนี้ เขาจะพึ่งคฑาหยกอีก อาจจะไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้น พวกเ้าต้อง ช่วยเหลือชาวเมืองคฑาหยกก่อน แล้วที่สำคัญ ระหว่างการรบ พวกเ้าต้องให้ โอลิเวีย หาทางถอนคฑาหยกให้ได้ " เต่าทอง แนะนำ
...ตะวัน จับขอบูเา ดวงกลมโตกว่าทุกวัน สีส้มแดงสุกปลั่ง แสงยามเช้า ช่างสว่างไสว อะไรเช่นนี้
ชาวเมืองต่างอยู่ในบ้านของตัวเอง ต่างสวดภาวนา ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองเ้าเมือง บุตรสาว และเหล่านักรบ สามารถป้องกันเมืองคฑาหยก จากพวกหลังเขา ให้จงได้
เ้าเมืองบัญชาการ ให้นักรบ ประจำอยู่บนยอดเขา ทั้งสี่ด้าน อย่าให้กองกำลังของผาแดง เคลื่อนลงมาได้ เด็ดขาด
เ้าเมืองประจำทิศตะวันตก ซึ่งเป็ที่ตั้งของ เมืองเถาวัลย์ พร้อมกับบุตรสาว
อาร์มเมอร์กับม้าสีทอง อยู่ช่วยท่านเ้าเมือง โตเลโด้กับม้าสีเขียวประจำทิศเหนือ ช่วยเหลือผาหยก
อ๊อคคิวกับม้าสีน้ำตาล ประจำทิศตะวันออก เนฟวี่กับม้าสีน้ำเงินประจำทิศใต้
ส่วนม้าขาวคู่ กับหญิงสาวสามคน ให้ดูแลรักษาเมือง และเต่าทองั์
ที่ราบด้านล่าง ซึ่งอยู่หลังเขาของเมืองคฑาหยก ยังว่างเปล่า ไร้สรรพสิ่ง
พื้นหินกรวดสีดำอมแดง กลืนแสงตะวัน ยิ่งเวลาล่วงเลย แสงตะวันยิ่งแผดกล้า
เสียงอึกทึกครึกโครม ดังมาแต่ไกล ม้าศึกแผดเสียงร้อง ดังคับน่านฟ้า
กองทัพเถาวัลย์แดง เริ่มปรากฏจากเส้นขอบฟ้า โอบล้อมเทือกเขา ที่เป็ที่ตั้งเมืองคฑาหยก
ด้านตะวันตก ที่ประชันหน้ากันระหว่าง เ้าเมือง และกองทัพเถาวัลย์แดง มีผาแดง เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง คอยประจำอยู่
ด้านทิศเหนือ และตะวันออก เป็ทัพของธนูไฟ ด้านทิศใต้เป็ทัพของม้าดำ
อาร์มเมอร์ ให้วาสี คอยอยู่บนยอดเขา คอยป้องกันท่านเ้าเมือง
เขาเร่งฝีเท้าม้า ลงจากยอดเขา มาพื้นราบที่เป็หินกรวดสีดำ ประจันหน้ากับผาแดง เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง
ผาแดง นั่งอยู่บนหลังม้าสีดำ นักรบคนอื่นๆ ขี่ม้าสีน้ำตาลเกือบดำ
มือขวาของผาแดง ถือดาบคมเดียว มีสันดาบ ปลายดาบตัด ตัวดาบสีดำสนิท กลางดาบฝังทับทิมแดง 3 เม็ดเรียงเดี่ยว
ผาแดงส่งสัญญาณ ให้กองทัพทหารม้าของเขา บุกขึ้นเนินเขา เพื่อตีเมืองคฑาหยก ให้จงได้
" จับห่วงอาน ให้แน่นๆนะ ข้าจะเร่งฝีเท้า เพื่อให้เกิดเปลวไฟ '' ม้าสีทอง กล่าวกับอาร์มเมอร์
กองทัพม้า ของผาแดง ยังไม่ทันขึ้นเนินเขา ม้าสีทองกับอาร์มเมอร์ เร่งฝีเท้าจัด จนทำให้เกิด เปลวไฟที่ปลายเท้าม้า เป็เส้นขนานไปกับกองทัพม้าของผาแดง
เ้าปราสาท เถาวัลย์แดง เห็นเหตุการณ์ กองทัพม้าของเขา ไม่ใช่คู่ต่อสู้ ของเ้าหนุ่มคนนี้เสียแล้ว
เขาส่งสัญญาณ ให้กองทัพม้า โอบล้อมอาร์มเมอร์ ผาแดงเร่งม้ามายืน ประจันหน้ากับอาร์มเมอร์ และม้าสีทอง
อาร์มเมอร์ เพิ่งสังเกตเห็น ม้าดำของผาแดง ชัดๆนี่เอง ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
ม้าดำตัวนี้ อาร์มเมอร์ นึกในใจ
" ม้าดำตัวนี้ เป็ ม้าปีศาจ เ้าระวังให้ดี " ม้าสีทอง กล่าวเตือน อาร์มเมอร์
ผาแดง เร่งฝีเท้าม้า จนแผ่นดินะเืลั่นไปทั่ว พื้นราบหินกรวด
วาสี รู้สึกได้ว่า ม้าที่กำลังขี่อยู่ เกิดอาการตื่นใ เธอต้องกระชับสายบังเหียนม้า จนแน่นมือ
เ้าเมืองต้องคอย ใช้มือลูบที่คอม้า ไม่ให้ตื่นใ
อาร์มเมอร์ กระชับดาบคู่ ที่ต่อเข้าด้วยกัน เป็ดาบยาว เขาเร่งฝีเท้าม้าเข้าประชิด กับม้าดำของผาแดง
แสงตะวันยิ่งแรงกล้าขึ้น ในยามสาย าระหว่าง ผาแดง เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง กับ อาร์มเมอร์ ผู้ขี่ม้าสีทอง ได้เริ่มขึ้น
ประกายทับทิมแดง ของดาบสอเล่ม
ในมือของ ทั้งสองฝ่าย สะท้อนแสง แดงฉานไปทั่ว ทั้งที่ราบหินกรวดสีดำ
เสียงกระทบแรก ของดาบสองเล่ม เกิดขึ้นแล้ว ดั่งเสียงของ สายฟ้าผ่าปฐี ปลายเท้าม้าทั้งสอง ฝ่ายหนึ่งมีเปลวไฟ อีกฝ่ายหนึ่ง มีแผ่นดินะเื
แนวรบ ด้านทิศเหนือ โตเลโด้ กับม้าสีเขียว คอยรับมือกับธนูไฟ ผาหยกป้องกันทิศตะวันออก คอยรับมือกับ ทหารม้าธนูไฟ อีกส่วนหนึ่ง
โตเลโด้ เร่งฝีเท้าม้า ลงที่ราบหินกรวดสีดำ ผ่ากลางเข้าไป ในกองทหารม้าธนูไฟ
เขาประจันหน้ากับ ขุนพลธนูไฟ ซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าสีดำ มือของโตเลโด้ถือเชือกบ่วงบาศก์ แกว่งไปมาอยู่ในอากาศ คอยปัดป้องลูกธนู ที่ปลายลูกธนูมีเปลวไฟ ติดอยู่
แนวรบ ด้านตะวันออก ผาหยกควบม้า ถือดาบตะลุย ฝ่าฝูงทหารม้าธนูไฟ กระเจิดกระเจิงไป
เนฟวี่ ช่วยผาหยกรบ โดยควบม้าสีน้ำเงิน ปลายเท้าม้า เกิดประกายสายฟ้าฟาดฟัน ทหารม้าธนูไฟ จนแตกพ่ายไป
แนวรบ ด้านทิศใต้ อ๊อคคิวลาร์ ควบม้าสีน้ำตาล เกิดฝุ่นที่ปลายเท้าม้า จนทำให้ ทหารม้าดำ แตกพ่ายเหมือนด้านตะวันออก และทิศเหนือ
...ผาแดง ต่อสู้กับ อาร์มเมอร์ ตะวันเกือบลับขอบฟ้า เ้าปราสาทเถาวัลย์แดง จึงส่งสัญญาณ ยกทัพกลับ
การทำา ครั้งนี้ ของผาแดง ไม่สามารถ ยึดเมืองคฑาหยกได้ ยังสูญเสีย กำลังด้านทิศอื่นๆ
ยกเว้นด้าน ตะวันตก ที่ตัวเองสู้กับ อาร์มเมอร์
ตะนาว เ้าเมืองคฑาหยก สำรวจความเสียหาย หลังจากทำการรบกับ กองทัพของผาแดง
กองทัพของคฑาหยก เสียหายไปไม่มาก ภายในตัวเมือง ทหารของผาแดง ไม่สามารถตีฝ่า เข้ามาในเมืองได้
ผาหยก กลับมารายงาน สถานการณ์ ด้านทิศเหนือ ตะวันออก และทิศใต้ ให้ท่านเ้าเมือง ทราบ และกลับไปประจำ ด้านทิศตะวันออก ต่อไป
" ท่านคิดว่า ผาแดง จะกลับมาอีกไหม " ท่านเ้าเมือง เอ่ยถาม อาร์มเมอร์
" จากการรบ กับผาแดง ถึงแม้เขาจะอายุ 60 ปี แล้วก็ตาม แต่ยังมีพิษสง อยู่มาก ข้ารู้สึกว่า เขา ออมฝีมือ
อาจจะ ดูชั้นเชิงของข้า ก็เป็ได้ "
วาสี กลับมารายงาน สถานการณ์ภายในเมืองคฑาหยก ยังปกติ ม้าขาวคู่และสามสาว ยังป้องกันเมืองได้ดี
ตะนาว ตั้งค่ายรบ บนเนินเขาด้านตะวันตก
เถาวัลย์ ที่มีแสงในตัวเอง ส่องแสงสว่างในยามค่ำคืน ดอกตะแบกสีม่วง และดอกฟอร์เก็ตมีน้อท ซึมซับแสงเถาวัลย์ ทำให้สีม่วง เข้มขึ้น
" เมื่อสิบปีก่อน ข้ายังเด็ก พอได้เห็นการรบ ของผาแดง วันนี้เขามีพลังอำนาจ มากขึ้น อย่างไม่น่าเชื่อ " วาสี เอ่ย กับ อาร์มเมอร์
ขณะยืนอยู่ หน้าค่าย มองไกลไปที่ราบหินกรวดสีดำ ซึ่งมีแต่ ความมืดสนิท
อาร์มเมอร์ หันมามอง วาสี ซึ่งอายุมากกว่าเขาสองปี ผมสีน้ำตาลเข้ม ขณะนี้ถักเปียไว้ด้านหลัง เพื่อคล่องตัวในการรบ
ชุดนักรบหญิง ของเมืองคฑาหยก ที่วาสีสวมใส่อยู่ เหมือนกันหมด แตกต่างตรงที่ คอเสื้อ ซึ่งมีสี บ่งบอก ตำแหน่ง ของแต่ละคน
คอเสื้อสีม่วง หมายถึง ตำแหน่งสูงสุด ของนักรบหญิง ตัดกับตัวเสื้อสีเหลืองเข้ม ทอจากใยเถาวัลย์ ของเมืองคฑาหยก
กางเกงสีเดียวกับเสื้อ ปลายขากางเกง เก็บซ่อนอยู่ใน รองเท้าหนัง หุ้มข้อสีดำสนิท
" ข้า ปะทะดาบ กับเขา รู้สึกได้ทันทีว่า เขามีอำนาจลึกลับ คอยช่วยเหลืออยู่ แต่ ข้ายังมั่นใจ ว่าจะเอาชนะ เขาได้ วาสี ท่านไม่ต้องกังวล อะไร " อาร์มเมอร์ กล่าว ให้ หญิงสาว สบายใจ
ทั้งสองคน แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อรับมือกับ ผาแดง ในวันต่อไป...