เรวัตถึงบ้านใน่ค่ำ ห่างจากเวลาที่ใบหลิวกลับมาหลายชั่วโมง
ทันทีที่สามีก้าวเข้ามาในบ้าน กรกนกก็เงยหน้าขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะโดยอัตโนมัติ เธอใช้ชีวิตคู่กับผู้ชายคนนี้มานานเกินกว่าจะมองไม่ออก และวันนี้บางอย่างก็สะดุดตาของเธอเข้า... บางอย่างไม่เหมือนเดิม
“กลับมาแล้วเหรอคะ”
“อือ”
เรวัตตอบสั้น ๆ ขณะวางนาฬิกาข้อมือกับกุญแจรถลงบนโต๊ะ น้ำเสียงของเขาปกติ ท่าทางก็ปกติ แต่ในสายตาของคนมองมันกลับดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้มากเกินไปราวกับความสุขกำลังจะทะลักออกมาจากปากอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ถูกต้อง งานที่บริษัทจะทำให้เขามีสีหน้าอย่างนี้ได้ยังไง
กรกนกขมวดคิ้วมุ่น สามีของเธอแบกเื่งานเอาไว้เต็มบ่าอยู่เสมอ ยิ่ง่หลังจากที่กลับมาจากพักร้อนยิ่งหนักกว่าเดิม แต่วันนี้ไม่ใช่... ทั้งที่ต้องไปทำงานในวันหยุดแท้ ๆ แต่รอยตึงเครียดบนสีหน้ากลับไม่มีให้เห็นเลยสักนิด แม้แต่แววตาก็อ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาดใจ
“งานเรียบร้อยดีเหรอคะ”
เธอลองถามหยั่งเชิง
“ก็ดี” เรวัตตอบสั้นสไตล์เขา แต่ถ้ามันจบแค่นั้นก็ดี ใครจะคิดว่าเขาจะยิ้มออกมา แม้จะแค่แวบเดียวแต่เธอก็เห็นมัน
ร่างอวบอิ่มชะงัก หัวใจพลันเต้นผิดจังหวะไปครั้งหนึ่ง ผู้หญิงมีสัญชาตญาณบางอย่างที่อธิบายไม่ได้โดยไม่้าหลักฐานอะไรเลยก็สามารถรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น และตอนนี้สัญชาตญาณที่ว่านั้นก็กำลังกรีดร้องอยู่ในหัวของเธอ
ผู้หญิงเหรอ? ความคิดนั้นผุดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
สามีของเธอ... มีบางอย่างทำให้เขามีความสุข และมันอยู่ข้างนอกนั่น เธอไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ผู้หญิงแบบไหน ชั่วคราวหรือถาวร ใกล้ตัวหรือแปลกหน้า เธอไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคิดมากไปเองรึเปล่า
ที่รู้ชัดคือความหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน... ราวกับเธอกำลังจะสูญเสียบางอย่างหรือไม่ก็อาจจะเสียมันไปแล้ว
และทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอ... ไม่ทันได้ตั้งตัวเลย
...
เช้าวันจันทร์มาถึงอย่างเร่งรีบเช่นเคย
กรกนกเช็กมือถือซ้ำอีกครั้งขณะเดินตามลูกชายออกมาหน้าบ้าน พอเห็นลูกสาวเดินสวนไปเหมือนมองไม่เห็นกัน จู่ ๆ ความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
“จริงสิ...”
เธอชะงักฝีเท้าพลางลดโทรศัพท์มือถือลง เมื่อวันก่อนใบหลิวมีอะไรจะบอกเธอกันนะ ตอนนั้นเธอไม่ทันได้สนใจเพราะมัวแต่ดีใจเื่อื่น
“หลิว” ก่อนที่ลูกสาวจะก้าวเท้าขึ้นรถของคนเป็พ่อเลี้ยงไปเธอก็เรียกอีกฝ่ายเอาไว้
ใบหลิวหันกลับมามองนิ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
“วันก่อนลูกจะบอกอะไรแม่นะ”
หญิงสาวชะงักเล็กน้อย คนตรงหน้าต้องใช้เวลาถึงสี่วันด้วยกันกว่าจะนึกถึงเธอขึ้นมาได้
“อ๋อ เื่นั้นเหรอคะ”
“แล้วมันเื่อะไรกันล่ะ” บางอย่างในน้ำเสียงของลูกสาวทำให้กรกนกรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย
ใบหลิวจับสายกระเป๋าเอาไว้หลวม ๆ แล้วบอกด้วยน้ำเสียงราบเรื่อยไม่ต่างจากการบอกว่าวันนี้อากาศดี สีหน้าเรียบเฉย “หลิวสอบชิงทุนได้ค่ะ วันนั้นเพิ่งได้เอกสารยืนยันจากมหาลัย”
กรกนกนิ่งค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน
ร่างเล็กพูดจบก็เปิดประตูรถเตรียมตัวจากไปทันที ไม่ตื่นเต้น ไม่รอคำชม ไม่้าฟังถ้อยคำแสดงความยินดี ไม่มีท่าทีของเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งประสบความสำเร็จครั้งใหญ่เลยแม้แต่น้อย
่เวลานั้นผ่านไปแล้ว... ตามลำพังในคืนนั้น
“เดี๋ยว หลิว” กรกนกเรียนกลูกสาวไว้ แต่ใบหลิวทำเพียงส่งยิ้มให้แล้วบอกว่าเธอกำลังจะสาย รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน สุภาพ และห่างเกินจนน่าใจหาย
“หนูไปก่อนนะคะ” เธอโบกมือให้คนเป็แม่ครั้งหนึ่งจากนั้นประตูรถก็ถูกเลื่อนปิด
กรกนกยืนมองรถคันหรูของสามีเคลื่อนออกไปจากหน้าบ้านช้า ๆ หัวใจพลันหนักอึ้งขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ--- ความรู้สึกเดียวกันกับเมื่อคืนไม่มีผิด
เธอพลาดบางอย่างไปอีกแล้ว
รถหรูเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านได้ไม่นาน เรวัตก็เอ่ยขึ้น “เมื่อกี้หนูไม่เ็าไปหน่อยเหรอ”
ใบหลิวเหม่อไปครู่หนึ่ง “คะ?”
“กับแม่เขาน่ะ ไม่เ็าไปหน่อยเหรอ”
“หนูเหรอคะ” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “หนูไม่ได้เ็านะ หนูก็แค่ทำตามที่ตัวเองรู้สึก... เหมือนตอนที่แม่เลือกจะดีใจกับเื่ของน้องจนลืมหนูไงคะ”
น้ำเสียงของเธอราบเรียบจนน่าใ เรวัตเดาว่าลูกเลี้ยงสาวคงหมดหวังไปแล้วจริง ๆ
ใบหลิวทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดต่อ
“วันนั้นแม่กำลังมีความสุขกับเื่ของน้อง แม่เลยเลือกที่จะสนใจสิ่งนั้นมากกว่า ส่วนวันนี้หนูเองก็ไม่ได้ตื่นเต้นอยากจะเล่าให้ฟังแล้ว หนูก็เลยเลือกที่จะทำตามความรู้สึกตัวเอง”
เรวัตกำพวงมาลัยแน่นขึ้น... สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความโกรธ แม้แต่ความน้อยใจก็ยังง้อด้วยสิ่งของหรือความรักได้ แต่การที่คนคนหนึ่งผิดหวังจนเลิกคาดหวังต่างหากที่ไม่สามารถแก้ไขได้อีก
“แต่หนูไม่ได้เอาคืนนะคะ หนูไม่ได้โกรธหรือน้อยใจแล้ว เพราะ...”
“...”
ระหว่างที่พูดสาวน้อยก็ค่อย ๆ เอนหัวซบไหล่หนาอย่างออดอ้อน “เพราะป๊าไงคะ หนูได้รางวัลเรียนดีจากป๊าจนเกินพอแล้ว”
สิ้นคำนั้นของเธอบรรยากาศในรถพลันสดใสขึ้นทันตา
เอาเถอะ ขอแค่เธอไม่เสียใจก็พอ
ส่วนความสัมพันธ์แม่ลูก... ไม่ใช่เื่ที่เขาจะไปก้าวก่ายได้จริง ๆ