“หน้าตา...ก็ไม่ได้ถือว่าย่ำแย่ รูปร่างก็...”เขาัักายเล็กดู ที่เห็นว่าบอบบางจนหากไปเจอลมกระโชกแรงๆแถวที่เขาอยู่คงจะปลิวไปง่ายๆ ก็ดูเหมือนจะหลอกตาไม่น้อย
“ถือว่าใช่ได้อยู่นะ”ตอนแรกก็ไม่คิดที่จะสนใจผู้หญิงใจั์ใจมารคนนี้หรอกนะแต่ใบหน้าที่แม้จะมอมแมมและอิดโรย บอบช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักถึงดวงตากลมโตจะหม่นหมองไม่สดใส แต่ก็ชวนมองไม่น้อยมันทำให้เขาที่ตอนแรกไม่คิดจะสนใจ ก็คิดว่าการจะสั่งผู้หญิงร่านอยากมีผัวจนตัวสั่นคงต้องเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วด้วย
“หน้าตาอย่างนี้เองไอ้ศรวัณถึงได้ดิ้น อยากได้นัก ถ้าไอ้ขี้หลีนั่นรู้ว่ามณีมณฑ์หายไปจากบ้านหายหน้าหายตาไปกับผู้ชายถึงสามคนด้วยกัน มันคงจะเสียดายแย่ถ้ารู้ว่าความสาวความสวยของเธอถูกผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่มันเป็คนได้ไป”
ถึงศรวัณจะยังไม่มีทีท่ากับผู้หญิงตรงหน้าแต่เท่าที่ลูกน้องเขาคอยจับตามองอยู่ชายหนุ่มเคยพยายามหลบเลี่ยงนิศามณีไปพบผู้หญิงคนอื่นอยู่ แต่คงเป็เพราะการแต่งงานทำให้ไม่ค่อยมีเวลาว่าง เพราะต้องจัดการอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ปลีกตัวไม่ได้ ส่วนตอนนี้ศรวัณต้องคอยดูแลนิศามณี แต่ใครจะรับประกันได้ละ ชายหนุ่มจะไม่แตกแถวมาหาแม่รีแม่แรดที่พยายามจับทอดสะพานคอนกรีตให้เดิน
เขาโน้มใบหน้าลงไปจนริมฝีปากร้อนแนบบนลำคอระหงของคนที่พยายามเบือนหน้าหนีขบเคลื่อนอย่างเชื่องช้าจวบจนถึงใบหูนุ่ม ขบกัดด้วยฟันแรงๆ จนร่างเล็กบางสะดุ้งเฮือกเขาสอดมือเข้าไปลูบไล้ผิวเนื้อที่นุ่มนิ่ม เนินเนื้อสล้างที่ตอนแรกดูเหมือนว่าจะเล็กแต่หลอกสายตาเพราะเมื่อได้ััไปเข้าจริง เขากลับรู้ว่ามันอวบอัดเต็มไม้เต็มมือ
“อื้อฮือ...หุ่นเธอนี่มันน่าฟัดจริงๆนะยายฆาตกร อย่างนี้คงจะทำให้ฉันมีความสุขได้ไม่น้อยเชียวละ”เขาเคล้นคลึงปทุมถันอวบอิ่ม ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้เวียนวนรอบปลายยอดถันนุ่มแ่เบา
“ปล่อยฉันนะไอ้บ้าปล่อย! ใครก็ได้ช่วยด้วย น้อยช่วยด้วย” มณีมณฑ์ดึงสติที่มีกลับคืนมาเธอพยายามดึงแขนและกายให้หลุดจากคนตัวใหญ่ที่บดเบียดอย่างแนบชิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ยิ่งขยับกายมากเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะใกล้ชิดเสียดสีกับกายใหญ่ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆมือที่มันยุ่มย่ามอยู่บนลำตัวทำให้เธอหายใจหายคอไม่คล่อง
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง พลางหลุดเสียงกรีดร้องออกมาเป็ครั้งคราวต่างจากคนที่บุกรุกเข้ามา พวกเขาต่างก็หัวเราะอย่างขบขันไม่ยอมหยุดหากสายตากลับเปล่งประกายวายจ้า น่ากลัวจนหัวจะเธอเหมือนจะหลุดออกจากร่าง
“ฮึ! นอกจากจะใจร้ายแล้ว อารมณ์ก็ขึ้นเร็วไม่น้อยเชียวนะยายฆาตกร” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหยามหยันลิ้นสากระคายลากไล้ในช่องหูนุ่ม ตวัดไล้หยอกล้อแรงๆ ในขณะที่มือก็บีบเคล้นปทุมถันอวบอิ่มอย่างรุนแรงไม่ปรานีก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขบเคลื่อนไปตามผิวกายเนียนนุ่มประทับบนกลีบปากอวบอิ่มที่ตอนนี้เย็นชืดและแตกระแหงเหมือนกับดินที่ขาดน้ำกดย้ำขบกัดลงไปอย่างไม่มีการปรานีแม้แต่น้อย
อึก...น้ำตาเอ่อล้นและไหลออกจากสองตากลัวจนตัวสั่น อับอาย...ที่ถูกกระทำอย่างไม่ให้เกียรติ ถึงเธอจะไม่ใช่คนดีเท่าไหร่แต่ก็ไม่ควรจะมาเจอกับเื่แบบนี้
มณีมณฑ์พยายามขบกับกลีบปากเอาไว้ไม่ยอมให้ลิ้นอุ่นล่วงล้ำเข้าไปภายใน เธอพยายามเบือนหน้าหนีแต่ทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างใจ้า กายเล็กเ็ปกับััที่รุมเร้าด้วยความหนักหน่วงปากก็เริ่มเจ็บเพราะถูกคนตัวใหญ่กัดเอา ไหนจะร่างกายที่ถูกแนบชิดที่ทำให้เธอไม่กล้าจะขยับร่างกายมากเกินไปเพราะััที่ได้รับทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง
“อื้อๆ ...” (ไม่น่ะ...)
ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ผิวเนื้อบริเวณสะเอวเล็กคอดไล่ไปถึงเต้าอวบอิ่มที่ไหวกระเพื่อมอย่างรุนแรงตามอัตราการหายใจของผู้เป็เ้าของเขาอยากจะรู้นักว่ามณีมณฑ์จะต้านทานความปรารถนาที่ที่ถูกปลุกเร้าขึ้นได้สักกี่น้ำ
ชายหนุ่มและบีบเคล้นคลึงจนบัวตูมเต่งตึงตั้งเต้าชูช่อริมฝีปากอวบอิ่มก็เผยออ้าให้เขาได้ส่งปลายลิ้นสากระคายล่วงล้ำเข้าไปภายในโถอุ่นนุ่ม
เขาหัวเราะกลั้วคอ“จะต่อต้านฉันหรือผึ้ง อย่างเธอนะ เอาชนะฉันไม่ได้หรอกแม่ตัวดี”
ก็คิดอยู่แหละว่ามณีมณฑ์ไม่น่าจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่ก็ดี เขาจะทำให้ยายตัวร้ายที่เกือบจะกลายเป็ฆาตกรฆ่าหลานสาวของเขาได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม
ชายหนุ่มขบกัดปากอิ่มสลับสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดเคล้าชิมรสหวานภายในโพรงปากนุ่มยิ่งมณีมณฑ์พยายามต่อต้านด้วยการผลักไล่สิ่งแปลกปลอมออกไปกลับยิ่งเป็การยั่วยุให้เขาอยากจัดการเธอให้เร็วขึ้น มือใหญ่บีบเคล้นปทุมถันสล้างอวบสลับไปมาทั้งสองฝั่งอย่างไม่ยอมให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเกินความรู้สึกน้อยใจว่าถูกเมินหนีอีกทั้งขาแกร่งก็ไม่หยุดนิ่งเริ่มขยับเคลื่อนทีละน้อย
อื้อ...อื้อ...
มณีมณฑ์พยายามต่อต้านดวงตากลมโตเบิกกว้าง คลื่นความร้อนแผ่กระจายจากท้องน้อยเหมือนกับท้องทะเลยามเจอพายุใหญ่จูบจากชายแปลกหน้าเป็เสมือนกรงกักขังเธอจนออกไปไหนไม่ได้ ยิ่งหนีก็เหมือนจะยิ่งถูกไล่ตาม ถูกบังคับให้ต้องรับััที่สูบเอาลมหายใจออกจากกายและร่างกายก็เริ่มจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากที่พยายามจะหนีก็จำต้องเอนกายหญิงร่างหนาอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจูบตอบและบดเบียดกระแซะกายนุ่มนิ่มเขาหาปากหนาก็หยักยกขึ้นเล็กน้อย
ใจง่ายกว่าที่คิดไว้เสียอีกโดยลูกล่อลูกชนของเขาเข้าหน่อยก็พร้อมจะนอนแบให้ถึงเขาจะไม่ชอบผู้หญิงใจง่ายแต่กับผู้หญิงตรงหน้าจำต้องยกเว้นถ้าไม่ลงมือเองมันก็ไม่สะใจ
“ฉันว่าเราไปกันดีกว่ายายฆาตกร”
เขาละมือจากทรวงอวบอิ่มยื่นไปด้านหลังและคนของเขาก็รู้ความส่งผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กเปื้อนคราบสกปรกกระด่างกระดำและมีกลิ่นเหม็นชวนอาเจียนมาให้เพื่อเขาจะได้ใช้อุดปากมณีมณฑ์จากนั้นก็มีเชือกเพื่อให้ใช้มัดมือเล็กเสียแน่นจนได้เห็นรอยสีแดงบนผิวนวลเนียน แต่ไม่ได้ทำให้คนมัดรู้สึกเห็นใจและสงสารเลยสักนิดถ้าเป็ไปได้ เขาอยากจะมัดให้มือขาดไปเลยจะได้ไม่ต้องคอยจับพวงมาลัยรถไปชนคนอื่นเขาอีก
มณีมณฑ์เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงไปกลับมาพยายามต่อสู้เพื่อจะให้ตัวเองหนีรอดจากเงื้อมมือคนตรงหน้าอย่างสุดความสามารถแต่ร่างกายที่อ่อนล้า ความกลัวที่มี ทำให้ลมหายใจก็เริ่มติดขัด เหนื่อยอ่อนจนแทบจะทรุดกองลงบนพื้นห้องแต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ไม่ยอมให้ความอ่อนแอมาขัดขวางเท้าที่ยังไม่ถูกมัดกระทืบไปบนเท้าใหญ่ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทันดึงหนีพร้อมกับหัวเราะกลั้วคอเหมือนกับว่าเื่ที่เธอทำนั้นเป็เื่ตลก
“อย่าต่อสู้ให้เหนื่อยเลยน่ายายฆาตกรยังไงเธอก็หนี้เงื้อมมือฉันไม่พ้นหรอกน่า ผู้หญิงร้อนเร็วอย่างเธอมาทำให้เตียงนอนของฉันเร่าด้วยความสุขดีกว่า”
ชายหนุ่มพูดเสียงกลั้วหัวเราะแต่หากน้ำเสียงกลับเย็นเฉียบและไร้ความรู้สึกเขาคงจะสนุกกับการเอาคืนที่ผู้หญิงคนนี้คนทำให้นิศามณีต้องเ็ปทั้งร่างกายและจิตใจไม่น้อยทีเดียว
“แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะบ้านฉันนะผู้ชายเยอะ เธอไม่เหงาเป็แน่ลูกน้องฉันนะกระเหี้ยนกระหือรืออยากมอบความสุขให้เธอแทบแย่แล้วละ”เอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนที่เขาย่อตัวลงช้อนร่างบางและเบาหวิวลอยจากพื้น
“อื้อๆ ”ดวงตามณีมณฑ์เบิกกว้าง ตอนนี้สมองเธอว่างเปล่าเพราะความกลัวที่มันปกคลุมกายก่อนจะคิดได้ว่า ต้องหาทางออกจากเื่นี้ให้เร็วที่สุด ถึงมือจะถูกมัดแต่เมื่อมันอยู่ด้านหน้าเธอก็ยังใช้ประโยชน์จากมันได้ ก็เลยกระหน่ำทุบไปบนแผ่นหลังกว้างใช้เข่าที่สามารถงอได้ก็กระทุ้งไปบนลำตัวกว้างอย่างแรงเท่าที่จะได้
“ยังมีฤทธิ์อีกเหรอเรามาลองดูกัน ใครจะเหนือกว่า” ไม่ได้เ็ปกับการกระทำของมณีมณฑ์หรอกนะแต่มันรำคาญ เขาเลยฝาดลงไปบนสะโพกกลมมนแรงๆ ไม่มียั้ง
“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!”
ถ้าเธอไม่หยุดที่จะทำร้ายชายหนุ่มอีกเธอคงจะโดนเขาตีจนนั่งไม่ได้
ทำไมถึงตอนที่มีเื่ร้ายแบบนี้ถึงไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอเลยสักคนพ่อ...ป่านนี้คงจะยังดูแลงานอยู่ต่างจังหวัด ส่วนแม่ก็คงจะเฝ้าดูผลนิศามณีที่โรงพยาบาลอยู่ในใจ สิ่งที่เธอก่อขึ้นทำให้แม่ไม่สบายใจมากพอแล้วถ้าเธอหายตัวไปอีกแม่จะรับได้ไหม แต่จะให้เธอทำยังไงถึงจะเอาตัวรอดจากผู้ชายคนนี้ได้มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด หาแสงสว่างไม่เจอ
อพอลโล่พามณีมณฑ์ไปโยนบนรถลีมูนซีนที่จอดอยู่หน้าบ้านหญิงสาวเขาก้าวตามติดไปก่อนที่จะยื่นมือไปรับกระดาษและปากกาที่ลูกน้องส่งมาให้อย่างรู้งาน
“เขียนจดหมายถึงพ่อแม่เธอด้วยเธอทนอยู่ที่บ้าน ทนเห็นสายตาทุกคนที่มองมาอย่างประณามหยามเหยียดด่าว่าเธอเป็ผู้หญิงหน้าด้านคิดจะฆ่าคนเพื่อแย่งคนรักของคนอื่นไม่ได้ ขอเวลาทำใจด้วยการไปอยู่กับเพื่อนสักระยะทำใจได้เมื่อไหร่จะรีบกลับมา”
หญิงสาวส่ายหน้า พลางรีบดึงมือหนีเพื่อจะเอาผ้าที่อุดปากออกอย่างน้อยจะได้ร้องขอความช่วยเหลือได้เท้าที่ไม่ถูกมัดอยู่ก็พยายามถีบและดันร่างหนาใหญ่ให้ถอยห่าง ถึงช่องทางให้เอาตัวรอดจะเพียงแค่เล็กน้อยแต่ก็ดีว่าไม่คิดจะทำอะไรเลยจะปล่อยให้ไอ้พวกคนบ้านี่จับเอาตัวไปง่ายๆ ได้ยังไง
อพอลโล่กระชากร่างบางกลับมาหาตัวในดวงตาเข้มเป็ประกายแข็งและดุกร้าว อีกทั้งน้ำเสียงที่ออกจากปากเยียบเย็นเหมือนกับน้ำแข็ง
“จะทำตามที่ฉันสั่งหรืออยากถูกลูกน้องจับเธอถ่างขา ให้พวกมันมอบความเป็ผัวให้เธอที่นี่ต่อหน้าพ่อและแม่ของเธอ หรือจะไปที่อื่น เลือกเอา!”
ทุกอย่างหยุดนิ่งเธอได้แต่มองคนที่พูด...ใบหน้าเขาเหมือนกับถูกหน้ากากเคลือบในดวงตาไร้ความเห็นอกเห็นใจ มีแต่ขู่เข็ญ
“ว่าไง”ชายหนุ่มถามเสียงลอดไรฟันอีกครั้งก่อนจะผุดรอยยิ้มตรงมุมปากด้านหนึ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ายอมแพ้แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่ไว้วางใจผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่น้อยการที่คนเราจะเป็ฆาตกรได้ จะต้องโเี้ แค่ถูกเขาขู่เล็กน้อยแบบนี้คงจะไม่ระคายหัวใจแข็งกระด้างได้หรอก
“ทำอย่างที่ฉันสั่งง่ายๆหรืออยากจะลองดี ก็เลือกเอานะ”
เธอมีทางเลือกด้วยเหรอแค่นี้ก็ทำร้ายแม่มากแล้ว ถ้าหากจะเกิดอะไรต่อหน้าต่อตาอีก...แม่คงได้เป็ลมไม่ยอมตื่นขึ้นมาอีกทั้งตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากลัว จะร้องไห้ ยิ่งเธอร้องไห้คร่ำครวญยิ่งแสดงความอ่อนแอ ขลาดกลัวไปจะยิ่งทำให้คนตรงหน้าสาแก่ใจและหันปลายมีดมาทิ่มแทงห้ำหั่นเธอหนักขึ้น
“ฉันจะทำอย่างที่คุณบอกแต่ช่วยคลายเชือกที่รัดมือให้ก่อนได้ไหม มันเจ็บ เขียนไม่ถนัด”เพราะเธอเอาผ้าเช็ดหน้าเหม็นๆ ออกจากปากได้แล้วจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะไม่ให้แข็งกระด้างจนเกินไป ถ้าอีกฝ่ายยอมปล่อยการจะหนีก็ทำได้ง่ายขึ้น เธอยื่นมือไปให้ชายหนุ่มช่วยแกะเชือกจะได้เขียนถนัดๆ ใบหน้างามเบ้เล็กน้อยเมื่อถูกอีกฝ่ายส่ายศีรษะปฏิเสธ
‘พูดยากจัง ทำไงดีละเรา’
“เสียใจด้วยผู้หญิงใจร้ายคิดฆ่าคนได้อย่างเธอ ไว้ใจไม่ได้”เขาบอกเหยียดยิ้มที่มุมปากด้านหนึ่งก่อนที่มันจะจางหายไปเหลือไว้เพียงแค่ความดุร้ายและแข็งกร้าวเขาตบใบหน้านวลไม่เบามากแต่ก็ไม่แรงมาก หากคนที่ถูกตบก็ร้าวไปทั้งหน้าได้เหมือนกัน
มณีมณฑ์ได้แต่มองมือที่ยื่นกระดาษและปากกามาให้อย่างกระแทกกระทั้นเธอเชิดขึ้นสูงอย่างไม่สนใจ เื่อะไรจะทำตามคำสั่งบ้าๆ ของคนเอาแต่ใจนี่ง่ายๆกันละ แต่ก็ไม่วายปรายสายตาไปมองด้วยความอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงกับเธอต่อไป
“อ๋อ...หยิ่ง...ก็ดีหยิ่งให้ตลอดนะ เพราะฉันอยากรู้ว่าเธอจะขัดขวางความ้าของฉันยังไง”
มณีมณฑ์เริ่มรู้ตัวว่าตัวเองคิดผิดก็เมื่อมือใหญ่ลูบไล้ลำแขนเสลา...แ่เบาประกายในดวงตาสีสนิมวาววับมีเลศนัยที่ไล่มองจากปลีน่องขาวเนียนไล่ไปอย่างเชื่องช้าก่อนจะหยุดตรงบางส่วนของกายสาว แล้ววกกลับขึ้นไปใหม่อีกครั้ง จนถึงบัวตูมเต่งตึงที่ไหวกระเพื่อมตามอัตรากายหายใจของผู้เป็เ้าของ
มณีมณฑ์ถึงกับสั่นสะท้านไหววูบจากศีรษะจรดปลายเท้าขึ้นมาทันควันอยากจะขยับหนีแต่ก็เหมือนกับถูกตรึงจนแข็งเป็หิน น้ำลายเหนียวๆ ไหลติดลำคอ เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกจึงรีบข่มกลั้นความกลัวในใจกัดฟันเอ่ยออกไปน้ำเสียงเข้มและกระด้าง
“หยุดนะยอมเขียนให้ก็ได้ ส่งกระดาษมาสิ อยากจะให้เขียนอะไรก็บอกมา ไอ้คนเฮงซวย”สุดท้ายมณีมณฑ์ก็อดเก็บปากไว้ไม่ไหวด่ากราดอีกฝ่ายไปสองสามคำ
เธอยื่นมือไปดึงกระดาษและปากกาจากมือใหญ่อย่างกระแทกกระทั้นใบหน้าหงิกงอใส่คนตัวใหญ่ที่ดูเหมือนว่าใบหน้าและแววตาสีสนิมวามวาวผุดรอยยิ้มพอใจขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปเหลือไว้เพียงแค่รัศมีแห่งความโกรธเกลียดและเคียดแค้น
มณีมณฑ์กดปากกาในมือพร้อมเหลือสายตามองคนที่คงจะเป็หัวหน้าในการกระทำครั้งนี้เป็คนปล้นจูบไปจากเธออย่างอาจหาญแล้วยังจะดูถูกเหยียดหยามให้ต้องเจ็บใจก่อนจะไล่มองไปคนอื่นแต่ละคนที่ดูเหมือนจะกระเหี้ยนกระหือรือในการจับตัวเธอครั้งนี้เสียเหลือเกินก่อนที่สายตากลมโตจะวามวาวขึ้นกับรอยยิ้มที่แต้มตรงมุมหนึ่งของริมฝีปากที่เห่อบวมช้ำเพราะแรงจุมพิตที่ได้รับก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว
อพอลโล่เริ่มจะแปลกใจเพราะดูเหมือนว่ายายผึ้งแสบใจร้ายนี่จะยอมง่ายจนเกินเหตุเสียแล้วมือใหญ่ยกขึ้นลูบไล้ปลายคาง ดวงตาคมกริบจับจ้องที่กายเล็กอย่างพินิจพิเคราะห์
‘นึกหรือว่าคนอย่างเธอจะยอมง่ายๆนะ ไม่มีทาง’
มณีมณฑ์กดปากกาลงไปบนกระดาษด้วยความแรงเท่าที่น้ำหนักมือจะทำได้จนกระดาษฉีกขาดก่อนที่เธอจะเคลื่อนตัวโถมเข้าหากายใหญ่ กดปลายแหลมคมของปากกาไปอย่างไม่เน้นว่าจะต้องถูกจุดใดของกายหนารู้เพียงแค่ว่าจะต้องทำให้อีกเจ็บตัวก่อน เธอถึงจะสามารถพาตัวเองหนีรอดไปได้แต่คนที่จับตามองอยู่ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองเพลี่ยงพล้ำถูกเล่นงานได้เหมือนกัน
เพราะเขาระวังตัวอยู่แล้วเมื่อกายเล็กโถมเข้ามา ก็คว้าแขนเรียวไว้ได้แล้วยังผลักจนร่างเล็กบางกระเด็นไปกระแทกกับประตูรถอีกฝั่งจนมีเสียงดังปึกจนมณีมณฑ์ถึงกับมึนงงปากกาที่ใช้เป็อาวุธก็หล่นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ยังไม่ทันจะได้หลบหรือพลิกกายหนีก็ถูกคว้าปลีน่องข้างหนึ่งแล้วลากกลับมา พร้อมกับแขนเรียวที่ถูกตรึงไว้เหนือศีรษะ
“เธอนี่มัน...เผลอเป็ไม่ได้เลยนะ”ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีสนิมคมวาววับเป็ประกายสีเพลิง“อยากลองดีกับฉันใช่ไหม” เขาวางมือบนทรวงอกสล้าง บีบเคล้นอย่างรุนแรง
“กรี๊ด! ไม่นะไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ ปล่อย! ช่วยด้วย แม่ขาช่วยผึ้งด้วยพี่น้อย...กรี๊ด!” สองมือที่ถูกมัดสองเท้าที่ไม่ถูกมัดต่างร่วมแรงแข็งขันกระหน่ำใส่ร่างใหญ่อย่างไม่เจาะจงว่าจะถูกตรงส่วนไหนบ้างรู้เพียงแค่ว่าจะให้เกิดเื่ร้ายแรงไม่ได้
“เสียงดีเหลือเกินนะเธอนี่อยากรู้จังว่าเวลาอยู่บนเตียงจะเสียงดีแบบนี้หรือเปล่า แล้วก็จะฤทธิ์มากแบบนี้หรือเปล่า”เขาพูดเสียงเหี้ยม ขณะขยำนวดปทุมถันอย่างแรง อีกมือก็เคลื่อนลงไปบนผิวกายเนียนนุ่มเพราะมณีมณฑ์นุ่งกางเกงขาสั้นที่ปลายบานแม้จะไม่มากแต่ก็เพียงพอให้ปลายนิ้วยาวเคลื่อนไล้เข้าหาบางส่วนของกายสาวที่มันไวต่อความรู้สึก
“ไม่นะไอ้บ้าปล่อยฉันนะ ปล่อย!” มณีมณฑ์หวีดร้องเพราะความกลัวจับขั้วหัวใจหูได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นมาจากทุกทิศทางทำให้เธอแทบจะกลายเป็บ้าไปในฉับพลันน้ำหูน้ำตาไหลอาบ กายบางสั่นไหวเหมือนกับเรือที่อยู่ท่ามกลางลาวาเดือดปุดๆที่มันพร้อมจะจมลงสู่ก้นปล่องูเาไฟ
“กลัวทำไมเธอเป็คน้าให้เื่มันเป็แบบนี้ไม่ใช่หรือไงเพียงแค่เปลี่ยนคนที่จะมีอะไรด้วยเท่านั้นเอง แต่รับรองน่าว่ามันจะสนุกสุดๆไปเลยทีเดียว” เขาแนบปากลงบนทรวงสล้างไล่ขึ้นไป้าขบกัดผิวเนื้อลำคอระหงจนแดงเป็จ้ำ นิ้วยาวไล้เป็วงกลมบริเวณต้นขาดวงตาสีสนิมแพรวพราวระยับด้วยความพอใจอย่างยิ่งยวด
มณีมณฑ์ได้แต่ส่ายศีรษะทุยไปมาอย่างแรงจนเส้นผมกระจายขนตามเรือนกายลุกชัน กลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น “ไม่...ไม่นะ ยอมแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลยยอมแล้ว” หญิงสาวบอกเสียงแหบพร่าและสั่นเครืออย่างคนหมดหวังน้ำตาไหลพรากเหมือนกับสายน้ำที่ตกจากน้ำตกไม่มีหยุด
“ได้คราวนี้จะหยุดแค่นี้ แต่คราวต่อไปเธอได้ผัวทีเดียวสิบคนแน่” เขาไม่ได้ขู่แค่บอกความจริงไปเท่านั้นก่อนจะยื่นมือไปรับปากกาและกระดาษกลับมางให้คนที่กลัวจนตัวสั่นสั่งความให้เขียนตามความ้าก่อนจะดึงไปส่งให้ลูกน้องรับไปจัดการเขายกมือขึ้นโบกให้ลูกน้องคนที่เหลือจัดการนำพารถออกไปจากบ้านมณีมณฑ์โดยเร็ว
มณีมณฑ์หันหน้าไปมองบ้านหลังน้อยอันแสนสุขผ่านกระจกสีชาด้วยน้ำตานองหน้า ‘แม่จ๋า ผึ้งขอโทษ ผึ้งผิดเองที่ไม่เชื่อฟังคำเตือนของแม่’ใบหน้านวลซีดเผือดเหมือนกับกระดาษมองร่างหนาที่นั่งสองมือสอดไขว้ไว้ด้านหลังศีรษะที่ดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งรอบข้างแต่รู้ดีว่าอีกฝ่ายคือเสือนอนหมอบ เพราะเพียงแค่เธอขยับแม้เพียงแค่นิดเดียวอีกฝ่ายก็จะสามารถคว้าตัวเอาไปทำร้ายได้ในทันที