เสียงเกือกม้าดังก้องบนถนนดินชื้น กลิ่นฝนเก่ายังอวลอยู่ในอากาศยามเช้า เมืองหลวงแห่งกรุงศรีอยุธยายังคงคึกคัก แต่ใต้ความคึกคักนั้น…บางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้นแล้ว
ภูผาและพันควบม้าเข้าประตูเมืองด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึม ฝุ่นทางไกลเกาะติดเสื้อผ้า แต่สายตาของเขาคมกริบยิ่งกว่าเดิม
หกเดือน…ไม่ใช่เวลานานพอสำหรับาใหญ่
เขาไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย มุ่งตรงสู่เรือนของพระยาบวรทันที
ภายในห้องประชุม บรรยากาศเคร่งเครียดั้แ่ยังไม่เอ่ยคำ
ขุนนางและแม่ทัพหลายคนจับจ้องไปที่ชายหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากแดนศัตรู
ภูผาคุกเข่าลงกลางห้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอย่างมั่นคง
“ข้าน้อยกลับมาพร้อมข่าวสำคัญขอรับ”
พระยาบวรพยักหน้าเบา ๆ
“ว่ามา”
เสียงของภูผาหนักแน่น ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“หงสาวดี…เตรียมศึกใหญ่ขอรับ มิใช่เพียงกองทัพย่อย หากแต่เป็การระดมกำลังทั่วแผ่นดิน ทั้งยังว่าจ้างทหารพิเศษ ทางตะวันตกมาด้วย”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที แต่ภูผาไม่หยุด
“ข้าน้อยเริ่มสืบจากเมืองอังวะ ไล่ลงมาตองอู จนถึงหงสาวดี ข่าวสารตรงกันทุกแห่ง—หลังฤดูฝนนี้…กองทัพใหญ่จะแบ่งเป็สามทางเคลื่อนกำลังพร้อมกัน จำนวนนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ต้องมากว่าที่ผ่านมามากนัก”
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
“ระยะเวลา…ประมาณหกเดือนรึ”
หนึ่งในแม่ทัพกำหมัดแน่น
“เร็วเกินไป…”
ภูผาหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งะเิลูกสุดท้าย
“และ…ที่สำคัญมีไส้ศึกอยู่ภายใน หากแต่ข้าไม่สามารถสืบรู้ได้ว่าเป็ใคร รู้แต่ว่ามีตำแหน่งใหญ่มากในวัง”
คราวนี้ไม่ใช่แค่ความเงียบ แต่เป็ความเย็นเยียบที่แผ่ไปทั่วห้อง
พระยาบวรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของภูผา ราวกับชั่งน้ำหนักคำพูดนั้น
“เ้ามั่นใจเพียงใด”
“ด้วยชีวิตขอรับ”
คำตอบสั้น…แต่หนักยิ่งกว่าคำสาบานใด
พระยาบวรหลับตาชั่วครู่ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง สีหน้ากลับมาแข็งกร้าว
“เตรียมการรับศึก…และเริ่มกวาดล้างภายในทันที”
เสียงรับคำสั่งดังพร้อมเพรียง
จากนั้น เขาหันมาทางภูผา
“เ้าทำดีมาก ไปพักเถิด เ้าและพัน…สมควรได้พัก”
ภูผาก้มศีรษะรับคำ
“ขอรับ”.
เรือนพักทหารในยามบ่ายเงียบสงบกว่าทุกวัน
ภูผานั่งพิงเสาไม้ ถอดหายใจยาวเป็ครั้งแรกั้แ่กลับมา
พันหัวเราะเบา ๆ
“รอดกลับมาจนได้นะเรา”
“ยังไม่รอดหรอก” ภูผาตอบเรียบ “ศึกจริงยังไม่มา”
“แต่ไปคราวนี้ สาแก่ใจข้ายิ่งนัก ได้ปะมือกับเ้าั์ซีหนานนั่น…ฮ่าๆ..ข้ายังคิดถึงมันอยู่เลย”
เสียงฝีเท้าเบาแทบไร้เสียงแทรกเข้ามา
ทองขาวปรากฏเงียบๆอยู่ด้านข้างตัวของพันราวกับเงา
“หึ…ข้ายังคิดว่าเ้าจะตายคาป่าตะนาวศรีเสียแล้ว”
พันสวนขึ้น รีบเหนี่ยวแขนให้นั่งลง แล้วเล่าบรรยาย แบบออกรสออกชาติ ให้ฟัง
ภูผายิ้มมุมปาก นี่แหละ ความสุขประสาพี่น้อง ข้าจะรักษามันใว้ให้ได้.
“ดีแล้วที่เ้ายังมีชีวิตรอดกลับมา”
“เสียดายหรือ”
“นิดหน่อย”
ทั้งสามนั่งล้อมวงกัน เสียงพูดคุยเริ่มคลายความตึงเครียด เื่ราวจากแดนหงสาวดีถูกเล่าทีละนิด—เส้นทางลับ กองกำลัง การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
แต่แล้ว
เสียงฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้น
“ภูผา!”
เรือนแก้ว
นางยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าแฝงความกังวลบางอย่าง
ภูผาลุกขึ้นทันที
“มีอะไรขอรับแม่หญิง”
“ข้ามีเื่จะคุยด้วย”
น้ำเสียงนั้น…ไม่ใช่เื่เล็ก
เขาหันไปมองทองขาวกับพัน ก่อนจะเดินออกไป
“เ้าลืมสัญญาแล้ว”
“เปล่าเลยแม่หญิง กลับตรงกันข้าม ข้ากำลังคิดหาทาง จะไปเจอแม่หญิงได้อย่างไร”
“ไม่เจอเพียงไม่นาน ไปเรียนช่างพูด มาจากที่ใดกัน ข้าได้ยิน เสียงหัวเราะ ั้แ่เดินเข้าเรือนมา”
“เอ่อ..เสียง ออพันกะทองขาวนะแม่หญิง”
“ช่างเถอะ ไม่ว่าแล้ว เอาเื่สำคัญนะ ข้าเห็นอาการท่านพ่อแล้ว ข้ารู้ว่า ต้องมีเื่ใหญ่ บอกข้ามา”
“ความลับทหาร บอกไม่ได้”
“แนะ ยังมาทำเล่นอีก”
ภูผาเลิกพูดเล่น แล้วทำสีหน้าจริงจัง ด้วยความเชื่อใจ เล่าทุกเื่ให้นางฟัง นางฟังอย่างตั้งใจ แล้วพูดเพียงประโยคเดียว “แล้วข้าจะมาหาใหม่” เท่านั้น ก็เดินจากไป.
เวลาผ่านไปนานกว่าที่ควร
ทองขาวนั่งนิ่ง ดวงตาหรี่ลงอย่างครุ่นคิด
พันเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“เ้าคิดอะไรอยู่”
ทองขาวตอบช้า ๆ
“กลิ่นมันแปลก…”
“อะไรแปลก”
“นินจา”
คำเดียว…แต่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที
“ข้าเจอร่องรอยมันั้แ่เมื่อคืนก่อนแล้ว พวกมันไม่ใช่โจรกระจอก…เป็มือสังหาร”
พันขมวดคิ้ว
“ของหงสาวดี?”
“หรือของใครบางคน…ในเมืองนี้”
ทันใดนั้น—
ภูผากลับเข้ามา
สายตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับผ่านบางอย่างมา
“มีอะไร”
ทองขาวไม่อ้อมค้อม
“มีกลุ่มนินจาซ่องสุมอยู่ในอยุธยาของเรา”
ภูผานิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มบาง
“ดีเลย”
พันเลิกคิ้ว
“ดี?”
“ถ้ามันอยู่ในที่นี้…เราก็แค่ให้มันตายในที่นี้”
ค่ำคืนนั้น
แสงจันทร์สาดลงบนหลังคาเรือน เงามืดทอดยาวไปตามตรอกแคบ
สามเงาเคลื่อนไหวเงียบเชียบ
ทองขาวนำทาง ััของเขาจับได้ถึง “บางสิ่ง” ที่คนทั่วไปไม่มีวันรู้สึก
“มันอยู่แถวนี้…”
ภูผาพยักหน้า ก่อนจะจงใจ “เปิดช่อง”
เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังขึ้นเล็กน้อย…มากพอให้ใครบางคนได้ยิน
แล้ว—
วูบ!
เงาดำพุ่งลงมาจากหลังคา
คมมีดสะท้อนแสงจันทร์
แต่ภูผา…ยิ้ม
“มาแล้ว”
การเคลื่อนไหวต่อจากนั้นรวดเร็วเกินสายตามนุษย์ทั่วไป
พันปัดการโจมตีแรก
ทองขาวหายไป—แล้วไปโผล่อีกด้าน
ส่วนภูผา…ก้าวเข้าใกล้
หมัดเดียว
“ปึก!”
ร่างนินจากระเด็นกระแทกพื้น แต่ยังไม่ตาย มันพยายามลุก—
ฉัวะ!
คมมีดของทองขาวจบชีวิตมันในพริบตา
เงียบ
ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีคำพูด
มีเพียงศพ…กับความจริงที่หนักอึ้ง
ภูผามองลงไป
“มันไม่ใช่ตัวเดียว”
ทองขาวเช็ดมีดช้า ๆ
“แน่นอน”
พันถอนหายใจ
“งั้นคืนนี้…เราคงไม่ได้นอน”
ภูผาหันหลัง เดินกลับอย่างไม่ลังเล
“ไม่…คืนนี้พอแค่นี้”
ทั้งสองมองหน้าเขา
“ปล่อยให้พวกมันรู้ว่า…เราเริ่มล่าแล้ว”
เรือนพักทหารกลับมาเงียบอีกครั้ง
แต่ความเงียบนั้น…ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะในค่ำคืนอันมืดมิดของอยุธยา
เกมล่า…ได้เริ่มขึ้นแล้ว
และครั้งนี้—ศัตรูไม่ได้อยู่แค่ภายนอก
แต่มันอยู่ในนครนี้เอง.