แม้ว่าจะเตือนให้ตัวเองระมัดระวังร่างกายของเด็กสองขวบที่จะทำให้เสียการเสียงานแล้ว
แต่อย่างไรร่างกายของเด็กเล็กที่ไม่รู้ความก็ควบคุมได้ยาก เพียงแค่ได้ยินเสียงเพลงที่ถูกใจก็ขยับซ้ายขวาลุกขึ้นเต้นเสียแล้ว เช่นนี้กว่าจะรู้ตัวอีกที กู้เมิ่งเหยาจึงถูกแม่ป้อนโจ๊กธัญพืชและดื่มนมจนพุงกาง
เย่อวี่เฟยจับลูกสาวไปอาบน้ำจนตัวมีกลิ่นหอมฟุ้ง จากนั้นก็เกล้าแกละให้เด็กน้อยพร้อมกับผูกโบสีชมพูอันใหญ่ เมื่อเสร็จสิ้นกิจวัตรก็เธอก็ยกกล่องของเล่นออกมาให้ลูกสาวเหมือนอย่างทุกวัน
“วันนี้เราจะเล่นอะไรกันดี เหยาเหยาอยากจะขายขนมปังมั้ยจ๊ะ” เย่อวี่เฟยชวนคุย หยิบชุดทำครัวออกมาวางตรงหน้าเด็กน้อย
แต่กู้เมิ่งเหยากลับส่ายหน้า
เธอปีนขึ้นไปนั่งบนตักของเย่อวี่เฟย ใช้สองมือน้อยประคองใบหน้าของอีกฝ่ายให้มองตาของเธอตรงๆ
อยากจะพูดเหลือเกินว่าพวกเราพากันย้ายออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กันเถอะ
ในหัวของกู้เมิ่งเหยามีคำพูดมากมาย แต่เมื่อเปล่งเสียงออกมา ์กลับบังคับให้เธอพูดได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น
“แม่! แม่! บ้านใหม่!”
สายตาของสองแม่ลูกมองตากันปริบๆ
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณหลังจากที่กู้เมิ่งเหยาพูดจบ แต่แล้วจากนั้นเย่อวี่เฟยก็ร้องอ้อออกมา
“หนูอยากจะได้บ้านตุ๊กตาหลังใหม่เหรอ?”
เธอหันไปมองบ้านตุ๊กตาขนาดเล็กที่ประกอบเลียนแบบบ้านของจริงอยู่ด้านข้าง ขมวดคิ้วอย่างงุนงง “แต่บ้านตุ๊กตาหลังนี้ก็ยังเล่นได้อยู่เลยนี่นา”
กู้เมิ่งเหยาได้ยินก็ร้อนใจ เธอเขย่าแขนแม่แรงๆ
“ม่ายๆ เหยาเหยา หยาก หยาก ไปบ้านใหม่!”
“บ้านใหม่?”
เย่อวี่เฟยเลิกคิ้ว พยายามทำความเข้าใจคำพูดของลูกสาว แต่ประโยคของเด็กสองขวบนั้นก็พูดอะไรออกมาก็เข้าใจได้อยากจริงๆ
“หรือหนูหมายถึงบ้านที่สนามเด็กเล่น? อ้อ! อยากไปเล่นข้างนอกเหรอจ๊ะ? แม่ก็อยากพาหนูไปนะแต่พ่อน่ะ...”
เย่อวี่เฟยเกือบจะหลุดปากพูดว่าพ่อของกู้เมิ่งเหยาคงจะไม่อนุญาตเพราะเขาเพิ่งจะทะเลาะกับเธอไปเมื่อคืนนี้
โชคดีที่ยั้งคำพูดไว้ได้ทัน เธอเกือบจะทำพลาดเื่ที่ตั้งใจจะไม่พูดเื่บาดหมางให้ลูกฟังเสียแล้ว
เย่อวี่เฟยเฉไฉพูดถึงเื่อื่นทันใด “เอาไว้วันหน้าแล้วกันนะ วันนี้เราเล่นบ้านตุ๊กตาก่อนแล้วกัน หนูจะอยู่ชั้นไหนดี แม่จะนอนข้างล่างล่ะ...”
ถึงแม่จะเข้าใจความหมายของเธอผิด แต่กู้เมิ่งเหยาก็ใช่ว่าจะจับคำพูดผิดปกติของแม่ไม่ได้
ยิ่งเธอรู้ว่าเมื่อคืนนี้พ่อกับแม่ทะเลาะกันด้วย
แม่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกอีกแล้วเหรอ
หญิงสาวในร่างขนาดย่อมหวนนึกถึงเื่ในอดีต
ั้แ่เล็กจนโต พ่อกับแม่เพียงแค่แสดงท่าทีเฉยชาต่อกัน แต่เธอไม่เคยเห็นพวกเขาจะทะเลาะกันให้ได้ยินเหมือนเมื่อคืนสักครั้ง ทว่าก็ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าพวกเขามีปัญหา
เพราะเหมือนว่าบางครั้งแม่ก็ไม่สามารถไปข้างนอกได้ เคยมีครั้งหนึ่งแม่ยังต้องฝากเธอซื้อของใช้เข้ามาให้ด้วยซ้ำ
นี่จะต้องเป็เพราะพ่อของเธอมีคำสั่งให้กักบริเวณแม่แน่ๆ ! หัวคิ้วของกู้เมิ่งเหยาขมวดเป็ปมเล็กๆ
เย่อวี่เฟยเห็นว่าลูกสาวมีสีหน้าเหมือนจะไม่พอใจ เธอก็รีบคว้าตัวเด็กน้อยมากอด พยายามปลอบโยนให้อารมณ์ดี
“เหยาเหยา ไว้อีกสักสอง-สามวันแม่จะถามพ่อดูใหม่แล้วกัน ตอนนี้ลูกอยากจะเล่นอะไรดี หรือว่าจะไปเล่นชิงช้ากันดีน้า”
“แม่... แม่จ๋า”
กู้เมิ่งเหยารู้สึกโกรธเคืองพ่อของเธอขึ้นมา ทั้งยังรู้สึกเสียใจแทนแม่ของเธอด้วย
เด็กน้อยซบใบหน้าลงกับร่างของเย่อวี่เฟย พร้อมทั้งยกมือขึ้นมาตบบนหัวไหล่เบาๆ คล้ายอยากจะปลอบใจ
เย่อวี่เฟยมองการกระทำของลูกสาวแล้วรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่ไม่นานเธอกลับหัวเราะออกมา
“หนูกำลังปลอบใจแม่ เพราะว่าไม่ได้ออกไปเล่นที่สนามเด็กเล่น? หืม... เหยาเหยา แม่ไม่ได้อยากจะไปเล่นที่บ้านเด็กเหมือนลูกซะหน่อย”
กู้เมิ่งเหยาหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันควัน แม่เข้าผิดอีกแล้ว!
ใครอยากจะไปเล่นที่บ้านเด็กสีฉูดฉาด มีทางเข้าเป็บันไดลิงและมีทางออกเป็สไลเดอร์กัน เธอไม่ใช่เด็กสองขวบจริงๆ เสียหน่อย! แก้มยุ้ยๆ ของหญิงสาวพองขึ้น รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“อ๊ะ! นี่ลูกงอนแม่ซะแล้วเหรอ? เหยาเหยาหายโกรธเถอะนะ!” เย่อวี่เฟยหยอกเย้า ยื่นหน้าเข้าไปกัดแก้มกลมๆ ที่พองเหมือนปลาปักเป้า
ถูกเรียวปากนุ่มๆเย็นๆ ถูไถจู่โจมเช่นนี้ กู้เมิ่งเหยาก็อดที่จะจักจี้ไม่ได้ เธอเอียงหน้าหลบเป็พัลวัน ส่งเสียงหัวเราะก้องวังวานไปทั่ว ในบ้านตลบอบอวลไปด้วยความสุข
ชั่วขณะที่คนเป็แม่กำลังแกล้งหยอก คนเป็ลูกกำลังหัวเราะเสียงดังอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีหญิงคนหนึ่งเดินมาปรากฎกายที่ประตูบ้านหลัง้เล็กของพวกเธอ
ฉับพลันที่เห็นหน้าคนที่มาใหม่ บรรยากาศความสดใสก็หยุดชะงัก พร้อมกับรอยยิ้มที่เลือนหาย
สีหน้าของสองแม่ลูกก็เปลี่ยนไป เพราะนี่คือคนสนิทของภรรยาหลวงของกู้เส้าเฉิงนั่นเอง
“วันมะรืนที่คฤหาสน์จะมีงานเลี้ยง คุณนายจึงอยากให้คุณหนูได้ออกงานด้วยค่ะ อย่างไรคุณเย่ก็ช่วยเตรียมตัวให้เธอด้วยนะคะ” คนสนิทของหลี่หว่านหรงพูดธุระอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจากไปคล้ายว่าไม่อยากเสียเวลา
ดวงตาของกู้เมิ่งเหยาเหม่อลอย ภาพของภรรยาหลวงของพ่อเธอปรากฏขึ้นมาในความทรงจำ
‘แม่ใหญ่’ อยากจะให้เธอออกงานด้วยสินะ
จะว่าไปกลุ่มคนที่รวมตัวกันเป็แก๊งมาเฟียนั้น
อันที่จริงแล้วหากมองอีกมุมก็เหมือนกับการรวมตัวกันมาทำงานในบริษัท ด้วยเพราะมีการแบ่งแยกสาขาดูแลพื้นที่ มีหัวหน้าลดหลั่นกันไปเป็ระดับชั้น มีการทำธุรกิจเพื่อหาเงิน
เพียงแต่จะแตกต่างไปตรงที่กลุ่มคนที่มารวมตัวกันล้วนแล้วแต่เป็คนชั่ว มีคดีติดตัวและเคยทำร้ายคนบริสุทธิ์มากันถ้วนหน้า
และธุรกิจที่พวกเขาทำ ก็มีแต่ธุรกิจสีเทาจนเกือบจะดำ หากไม่ค้าอาวุธก็ค้ามนุษย์ ไม่ก็อาจจะค้ายาเสพติดหรือไม่ก็อาจจะรีดไถเรียกค่าคุ้มครองจากคนทำมาหากินสุจริตอื่นๆ
แน่นอนว่าธุรกิจในมือของแก๊งวานรคลั่งย่อมจะมีธุรกิจเช่นตัวอย่าง้าทุกประเภท
ตลอดชีวิตในชาติที่แล้วของกู้เมิ่งเหยา ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าธุรกิจพวกนี้ชั่วร้าย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอเกิดมาในครอบครัวแบบนี้เสียแล้ว
งานเลี้ยงที่มักจะจัดขึ้นที่คฤหาสน์หลังงามด้านหน้าบ้านหลังเล็กของกู้เมิ่งเหยา มักจะเป็งานเลี้ยงรับรองคู่ค้าของแก๊ง ภาพโดยรวมก็เหมือนงานเลี้ยงงานธุรกิจทั่วไป ทว่าเื่ที่เจรจากันก็ล้วนมีแต่เื่ไม่ดีทั้งสิ้น
เมื่อวันที่จะมีงานเลี้ยงมาถึง
เย่อวี่เฟยก็จับลูกสาวมาแต่งกายในชุดราตรีสีชมพูน่ารักสำหรับเด็ก กู้เมิ่งเหยาสวมแล้วเหมือนเ้าหญิงตัวน้อย กระโปรงที่ฟู่ฟ่องทำให้ร่างของเด็กหญิงเหมือนก้อนซาลาเปาเดินได้ ส่วนทรงผมก็ถูกแบ่งถักเป็หางเปียเล็กๆ สองอัน มองดูแล้วน่ารักเป็ที่สุด
“เหยาเหยาห้ามดื้อ จะต้องเชื่อฟังพ่อกับแม่ใหญ่นะคะ”
เย่อวี่เฟยตรวจสอบความเรียบร้อยของลูกสาวพลางพูดกำชับไปพร้อมกัน
ด้วยสถานะของเธอ แม้ว่าสำหรับคนที่มีบารมีใหญ่โตอย่างกู้เส้าเฉิงจะสามารถพาออกงานด้วยได้ แต่เพราะภรรยาหลวงของเขาที่ไม่อยากจะเห็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงหัวใจ เช่นนี้เย่อวี่เฟยจึงได้แต่ต้องทำตัวเป็เสมือนบุคคลไร้ตัวตน อาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กของตัวเองเท่านั้น
กู้เมิ่งเหยาสงสารแม่ของเธอ ปากน้อยห่อขึ้นอย่างไม่พอใจ “แม่ไปด้วย”
“แม่ไปไม่ได้ แม่ไม่สบายจ้ะ” เย่อวี่เฟยพูดโกหกลูกสาว
แต่มีหรือกู้เมิ่งเหยาจะไม่รู้ความจริง ก็เธอไม่ใช่เด็กเล็กจริงๆ นี่นา
“เหยาเหยาม่ายไป เหยาเหยาม่ายสบาย!”
เย่อวี่เฟยได้ยินแล้วก็หัวเราะ เธอรู้ดีว่าเ้าเด็กน้อยกำลังงอแงเสียแล้ว
“ใช่ที่ไหนกันล่ะ เหยาเหยาสบายดี แข็งแรงจะตายไป หนูแค่ต้องไปหาพ่อกับแม่ใหญ่แป๊บเดียวเองนะ แล้วที่งานก็มีของอร่อยให้กินด้วย”
“ตะ.. แต่ เหยาเหยา...”
“คุณเย่ ดิฉันมารับคุณหนูค่ะ”
ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังออดอ้อน คนสนิทของภรรยาหลวงกู้เส้าเฉิงก็มารับกู้เมิ่งเหยาพอดี ทำให้เย่อวี่เฟยจำใจต้องแกะมือเล็กๆ ของลูกสาวออกจากแขนของเธอ
“ไปเถอะ เดี๋ยวแม่จะรอหนูกลับมา”
กู้เมิ่งเหยาไม่อยากไปเจอแม่ใหญ่ คนที่ผลักเธอไปเผชิญโชคชะตาอันแสนเ็ปเมื่อครั้งอดีต
แต่ในเมื่อเป็เช่นนี้แล้วก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้
เด็กหญิงตัวน้อยถูกพาเดินมายังทางเชื่อมเล็กๆ ระหว่างบ้านสีขาวของเธอกับคฤหาสน์หลังใหญ่
สถานที่ที่พ่อของเธอกับแม่ใหญ่อยู่นั้นต่างกับบ้านเล็กของเธอราวกับฟ้าและเหว
คฤหาสน์ที่อยู่ตรงหน้านี้ มีขนาดใหญ่โต โอ่โถงทั้งยังกว้างขวาง การตกแต่งก็หรูหราอยู่ในระดับต้นๆ ของเอเชีย ของในบ้านล้วนแต่เป็ของเก่าและราคาแพง ทั้งยังมีเหล่าคนรับใช้เดินสวนในบ้านอย่างขวักไขว่ คล้ายว่าที่นี่เป็ที่พำนักของบุคคลในราชวงศ์อย่างไรอย่างนั้น
ร่างเล็กๆ ของกู้เมิ่งเหยายังไม่ทันจะได้เหยียบย่างไปถึงบริเวณในงาน เสียงดนตรีคลาสสิกและเสียงพูดคุยของผู้คนที่แว่วดังออกมาก่อนที่จะเข้าไปด้านใน งานเลี้ยงในวันนี้คงจะมีความครื้นเครงเป็อย่างมากแน่
คนสนิทของแม่ใหญ่พากู้เมิ่งเหยาเดินผ่านกลุ่มคนเข้าไปด้านใน ความน่ารักของเด็กน้อยดึงดูดให้เหล่าแเื่หันมองเธอกันถ้วนหน้า
ลูกน้องในแก๊งวานรคลั่งบางคนยังขานเรียกเธอว่า ‘คุณหนู’ อีกด้วย
เกียรติยศที่ได้รับ กู้เมิ่งเหยารับรู้ดีว่าแม้ว่าเหมือนจะได้รับการยกย่อง ทว่าอันที่จริงแล้วเธอกลับไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงและอำนาจใดอย่างแท้จริง
เพราะเ้าของอำนาจบารมีที่แท้จริงนั้น ก็คือชายหนุ่มหญิงสาวที่กำลังคล้องแขนเดินลงมาจากชั้นสองของคฤหาสน์ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ยกย่องนับถือพวกเขาต่างหาก
กู้เส้าเฉิงอยู่ในชุดสูทสีดำเคร่งขรึมเหมือนเคย คัฟลิ้ง[1]ที่ปลายเสื้อเชิ้ตสะท้อนกับแสงจากโคมไฟแชนเดอเลียร์บนเพดาน ทั้งใบหน้าของเขาในวันนี้ดูว่าจะเ็ากว่าที่เคย ทำให้บรรยากาศรอบกายของเขาดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
และการที่เขาควงมากับสาวสวยที่รูปร่างอรชรอีกหนึ่งคนก็ยิ่งทำให้สายตาของเหล่าผู้คนในงานพร่ามัวด้วยความอิจฉามากยิ่งขึ้น
หญิงในชุดกี่เพ้ารัดรูปสีแดงสดที่เดินลงมากับกู้เส้าเฉิงคือหลี่หว่านหรงหรือแม่ใหญ่ของกู้เมิ่งเหยานั่นเอง เธอเป็ลูกสาวของหัวหน้าแก๊งวานรคลั่งคนก่อน รูปโฉมทรวดทรงและกิริยาของเธอ เรียกได้ว่าแตกต่างกับเย่อวี่เฟยทุกอย่าง
งดงาม ดุดัน เร่าร้อน ใบหน้าของเธอเ็าไม่ต่างจากคนเป็สามี บรรยากาศรอบกายที่แผ่ซ่านความสูงศักดิ์ เหมาะสมกับกู้เส้าเฉิงกว่าเย่อวี่เฟยที่เหมือนดอกไม้กลีบบาง อยู่หลายขุม
กู้เมิ่งเหยาเงยหน้ามองพ่อของเธอกับภรรยาของเขาเสมือนมดตัวเล็กๆ เยี่ยงคนอื่น
นาทีนั้นหัวใจดวงน้อยในกายของเธอบีบรัด อยากจะวิ่งกลับไปกอดแม่เอาไว้แน่นๆ เสียแล้ว เธอรู้สึกว่าบุคคลตรงหน้าช่างอยู่ห่างไกลจากพวกเธอสองแม่ลูกเสียเหลือเกิน
กู้เมิ่งเหยายิ่งมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง ว่าอย่างไรก็จะต้องพาแม่หนีจากคนพวกนี้ให้ได้
และเธอก็จะได้ไม่ต้องถูกใช้เป็เครื่องมือในการปูทางให้ลูกชายของพวกเขาที่กำลังถูกพี่เลี้ยงอุ้มตามลงมาด้วย
[1]Cufflink เครื่องประดับที่ติดตรงปลายเสื้อเชิ้ต ทำหน้าที่เหมือนกระดุมข้อมือ มักจะถูกใช้ในโอกาสสำคัญ