น้องเมีย..ที่รัก (เรื่องเสียวสำหรับคนรักน้องเมีย)

    น้องฟ้า 6: ภารกิจตัดใบตอง


    แสงแดดอุ่นๆ ยามสายสาดส่องลอดผ่านกลุ่มกลีบเมฆครึ้มที่เพิ่งลอยสลายตัวไป หลังจากพายุฝนฤดูร้อนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงเกือบตลอดทั้งคืน ทิ้งร่องรอยความเปียกชื้นและหยาดน้ำฝนเกาะพราวอยู่ตามยอดหญ้าอ่อนสีเขียวขจีรวมถึงพืชพรรณไม้รอบบริเวณบ้านไม้สักหลังใหญ่ บรรยากาศยามเช้าในต่างจังหวัดยังคงสดชื่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายดินเปียกชื้นที่ลอยโชยมาพร้อมกับกระแสลมเย็น ฟ้าสูดหายใจเข้าลึกๆ รับอากาศบริสุทธิ์พลางทอดสายตามองหยดน้ำที่เกาะบนใบต้นแก้วหน้าระเบียงบ้านครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามกลิ่นหอมของเครื่องแกงและกะทิสดเข้าไปยังห้องครัวไทยที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังบ้าน ซึ่งในเวลานี้พี่สาวของเธอกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้อกลางวัน

    ภายในครัวปูพื้นไม้กระดานขัดเงา ฝนผู้เป็นพี่สาวคนโตกำลังนั่งง่วนอยู่บนกระต่ายขูดมะพร้าวไม้ตัวเก่า เสียงขูดดังเป็นจังหวะครูดแกรกๆ สลับกับเสียงนกร้องธรรมชาติที่บินว่อนนอกหน้าต่างครัวไม้ฉลุช่องลม ด้านข้างของฝนมีชามใส่ปลาช่อนแม่น้ำสดใหม่ที่หั่นเป็นชิ้นหนาพอดีคำเตรียมไว้สำหรับทำแกงคั่วห่อหมกปลาช่อนใบยอ เมนูโปรดที่บิดามารดาบ่นอยากกินฝีมือของลูกสาวคนโตมาหลายวัน เพื่อไม่ให้ห่อหมกมีรสขม ฝนยังจัดเตรียมใบยออ่อนที่เพิ่งเด็ดมาจากต้นใต้ถุนบ้านล้างทำความสะอาดเด็ดเส้นกลางใบออกเสร็จสรรพ กลิ่นเครื่องแกงคั่วและกลิ่นน้ำกะทิหอมฟุ้งตลบอบอวลชวนให้ท้องร้องตั้งแต่วันยังไม่เที่ยง

    "พี่ฝน มีอะไรให้ฟ้าช่วยไหมจ๊ะ" ฟ้าเอ่ยทักทายเสียงใส ร่างบางอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวพอดีตัวที่ช่วยขับเน้นทรวดทรงเว้าโค้งของทรวงอกอวบอิ่มชูชัน และนุ่งผ้าถุงลายดอกไม้ป่าสีส้มสดใสที่คาดเอวคอดกิ่วแล้วปล่อยชายผ้าลอยเหนือเข่ากลมกลึงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อให้เดินเหินลุยพื้นดินแฉะหลังฝนตกได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกโยบาย ขาเรียวขาวผ่องสะท้อนแสงแดดยามเช้าอย่างสะดุดตาจนชวนให้มองด้วยความชื่นชมในความเนียนผุดผ่อง

    ฝนเงยหน้าขึ้นมาจากกะละมังมะพร้าวขูด ใช้หลังมือซับเหงื่อที่ซึมตามไรผม "ฟ้ามาพอดีเลย พี่เตรียมผสมเครื่องแกงกับเนื้อปลาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เพิ่งนึกออกว่าลืมเตรียมใบตองกล้วยน้ำว้ามาทำกระทงห่อหมก ตอนนี้มือพี่เลอะกะทิไปหมดล้างยาก ฟ้าช่วยเดินไปเลือกตัดใบตองในสวนกล้วยหลังบ้านให้หน่อยได้ไหม เอามาสักห้าหกก้าน เลือกใบสวยๆ ที่ใบพัดกว้างไม่แตกนะจ๊ะ"

    "ได้จ้ะพี่ฝน เรื่องแค่นี้สบายมาก เดี๋ยวฟ้าจัดการรีบไปตัดเอามาส่งให้เดี๋ยวนี้แหละ" ฟ้ารับปากอย่างว่องไวพร้อมรอยยิ้มหวาน หญิงสาวหันไปเตรียมมองหาเครื่องมือ ก่อนจะก้าวขาตรงไปหวังจะหยิบจับมีดพร้าเล่มยาวคมกริบที่มีด้ามไม้ผูกเชือกซึ่งวางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ข้างระเบียงครัว ทว่ายังไม่ทันที่มือจะแตะถึงด้ามไม้ มือหนาใหญ่และแข็งแรงของเดชก็ยื่นเข้ามาคว้ามีดพร้าเล่มนั้นไปเสียก่อน

    "สวนกล้วยหลังฝนตกแบบนี้ดินแฉะแถมหญ้ารกขึ้นหนาแน่นเชียวล่ะ ทั้งยุงทั้งมดคันไฟชุมมาก เดี๋ยวพี่ตามไปช่วยฟันใบตองและคอยระวังให้ดีกว่า ขืนปล่อยฟ้าไปคนเดียว เกิดมดกัดหรือทำมีดพร้าบาดมือขึ้นมาจะแย่เอา พี่เขยคนนี้คงโดนพี่ฝนต่อว่าแน่ที่ปล่อยให้น้องสาวเดินลุยป่าลุยดินเพียงลำพัง" เสียงทุ้มต่ำของเดชดังกระซิบอยู่ด้านหลัง ฟ้าสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจปนประหม่า หันไปสบตากับพี่เขยหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันที่ยืนประชิดตัวในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปเน้นแผ่นอกกว้าง แแววตาคมกริบของเดชจ้องมองใบหน้าหวานก่อนจะเลื่อนต่ำมองเนินอกอวบใต้เสื้อกล้ามสีขาวและเรียวขาขาวผ่องใต้ผ้าถุงสั้นด้วยสายตาร้อนแรงวาบหวามแฝงความนัยลึกซึ้ง

    "ดีเลยพี่เดช รบกวนช่วยนำทางและดูแลน้องสาวของฝนด้วยนะจ๊ะ ป่ากล้วยช่วงหลังฝนตกแบบนี้ดินแฉะแถมหญ้ารกจริงๆ นั่นแหละ ฝนฝากด้วยนะพี่ เสร็จแล้วรีบกลับมาช่วยคั้นน้ำกะทิที่เหลือล่ะ" ฝนผู้เป็นภรรยาไม่ได้รับรู้ถึงสายตาโลมเลียที่สามีลอบมองน้องสาวสุดที่รักเลยแม้แต่น้อย เอ่ยฝากฝังด้วยน้ำเสียงแจ่มใสพลางหันไปกรองคั้นน้ำกะทิในกะละมังต่ออย่างขะมักเขม้น

    ฟ้าพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นรัว เม้มริมฝีปากแน่นหลบสายตาเร่าร้อนของเดช รีบพยักหน้ารับเบาๆ แล้วก้าวเท้าเดินนำออกจากหลังบ้านมุ่งหน้าไปยังสวนกล้วยน้ำว้าท้ายไร่ โดยมีเดชเหน็บมีดพร้าไว้ที่เอวสอบแล้วก้าวเท้าตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด ความคิดในหัวของฟ้าปั่นป่วนตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นใจกับบรรยากาศที่ปลีกวิเวกนี้ ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าใด ระยะห่างระหว่างเธอกับเดชก็ยิ่งหดสั้นลงจนแทบสัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าและจังหวะลมหายใจของกันและกัน

    สภาพโดยรอบของพงกล้วยน้ำว้าท้ายไร่แลดูเงียบงันและเต็มไปด้วยร่มเงาไม้หนาทึบ ต้นกล้วยขนาดใหญ่ขนาบสองข้างทางขึ้นเบียดเสียดหนาแน่นคอยบังแดดจนร่มครึ้ม เหลือเพียงแสงรำไรของแสงแดดสีทองที่ส่องลอดผ่านช่องใบตองสีเขียวแก่ลงมาต้องผิวดินเปียกชื้น กลิ่นไอดินชื้น ละอองฝนที่ยังค้างคา และยางกล้วยสดลอยอบอวลในอากาศชวนให้รู้สึกหวั่นไหว ทางเดินเฉอะแฉะเจิ่งนองไปด้วยโคลนและมีก้านใบกล้วยแห้งหักโค่นขวางทางอยู่เป็นระยะ ฟ้าต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ดึงผ้าถุงสั้นให้ร่นสูงขึ้นเลี่ยงโคลนตมไม่ให้กระเซ็นเปื้อนผิวเนียนละเอียด

    "ระวังลื่นนะฟ้า ดินตรงนี้มันแฉะมาก" เดชเตือนเสียงนุ่มพลางยื่นมือหนามาประคองจับต้นแขนบางของฟ้าเบาๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนุ่มทำให้ฟ้ารู้สึกตัวเกร็งหน้าร้อนผ่าว รีบขยับก้าวหลบแต่ทางเดินแคบแค่นั้นบังคับให้เธอต้องเดินใกล้ชิดกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

    "ฟ้าคอยระวังอยู่แล้วจ้ะ พี่เดชช่วยดูใบตองก้านนู้นให้หน่อยสิคะ ใบสวยยาวกว้างไม่แตกเลยจ้ะ" ฟ้าเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ชี้มือไปยังใบตองกล้วยน้ำว้าก้านสูงใหญ่ที่ชูช่อเด่นตระหง่าน หวังจะขยับตัวห่างจากพี่เขยที่เอาแต่รุกคืบประชิดตัวเข้ามา

    "ก้านนี้ใช่ไหม..." เดชกระซิบตอบชิดใบหูพลางขยับตัวเข้ามาทาบหลังอย่างรวดเร็ว ร่างกายกำยำเบียดชิดแผ่นหลังของฟ้าจนไม่มีช่องว่าง แขนแกร่งสองข้างสอดโอบรอบเอวคอดกิ่วรั้งเอาร่างบางเข้ามากอดประชิดจนบั้นท้ายกลมกลึงงอนงามบดเบียดเนื้อแนบเนื้อกับกึ่งกลางลำตัวของเขา เดชดึงมีดพร้าคมกริบออกจากเอวสอบแล้วยื่นส่งใส่ฝ่ามือบางของฟ้า จากนั้นจึงใช้มือใหญ่กุมทับมือเรียวของเธออีกชั้นเพื่อช่วยกันจับออกแรงฟันตัดแกนก้านใบตองกล้วยลงมาพร้อมกันอย่างช้าๆ เสียงใบตองขาดสะบั้นตกลงพื้นดังขวับ

    ในระหว่างขยับตัวฟันใบกล้วยนั้น ผ้าถุงผืนสั้นลายดอกไม้ป่าร่นลอยสูงขึ้นโชว์เรียวขาอ่อนขาวเนียนละเอียด เดชฉวยโอกาสใช้ฝ่ามือหนาอีกข้างเลื่อนลูบไล้ขึ้นลงตามแนวสะโพกอวบกลมกลึงลื่นไถลชวนสยิวซ่าน สัมผัสร้อนผ่าวจากมือชายหนุ่มลากผ่านเนื้อผ้าถุงบางเบา คลึงเคล้าเบาๆ ลงบนบั้นท้ายเต่งตึงและต้นขาอ่อนด้านในจนฟ้าวาบหวามสั่นระริกไปทั้งร่าง สมองอื้ออึงไร้เรี่ยวแรงต้านทานสัมผัสจาบจ้วงแต่เต็มไปด้วยกระแสสวาทรัญจวนใจ

    "พี่เดช... อย่าทำแบบนี้สิคะ... เดี๋ยวพี่ฝนเดินตามมาเห็นเข้าจะแย่นะ..." ฟ้าพยายามประท้วงเสียงสั่นเครือ ลมหายใจร้อนผ่าวของเดชเป่ารดต้นคอระหงและกกหูจนขนลุกเกรียวไปทั่วตัว ก่อนที่เขาจะก้มลงซุกไซ้สูดกลิ่นหอมจากซอกคอขาวดมกลิ่นเนื้อสาวสะท้านใจ

    เดชแกล้งใช้ริมฝีปากและฟันงับคาบดึงสายเสื้อกล้ามสีขาวของฟ้าให้เลื่อนหลุดร่นพ้นไหล่มนลงไปพาดอยู่ที่ข้อแขนกลมกลึง เผยลาดไหล่ขาวผุดผ่องเนียนละเอียดและเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะเต้นของหัวใจ ชายหนุ่มโน้มหน้าลงสูดดมกลิ่นกายสาวปนกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ลึกซึ้ง "ฝนไม่ตามมาหรอกจ้ะคนดี ตอนนี้กำลังง่วนคั่วเครื่องแกงหน้าเตาไฟร้อนๆ อยู่ในครัวโน่น ไม่มีเวลาละสายตามาสนใจหรอก" เดชกระซิบหยอกเย้าพลางฝังจมูกสันคมลงบนพวงแก้มขาวนุ่มของน้องเมียฟอดใหญ่ สูดเอาความหอมชื่นใจเข้าเต็มปอด "หอมเหลือเกิน ทำไมฟ้าถึงตัวหอมรัญจวนใจขนาดนี้ หอมจนพี่อยากจะฟัดอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวเลยรู้ไหมจ๊ะ"

    ผิวแก้มของฟ้าแดงระเรื่อฉ่าด้วยความเขินอายปนเสียวซ่านลึกล้ำ มือบางสั่นระริกพยายามยกขึ้นทุบหน้าอกแกร่งเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความว้าวุ่น "พี่เดชคนทะลึ่ง ปล่อยฟ้าได้แล้วจ้ะ รีบตัดใบตองไปส่งพี่ฝนเถอะ เดี๋ยวพี่ฝนจะรอนานจนผิดสังเกต"

    "จะรีบร้อนกลับไปทำไมล่ะจ๊ะ ป่ากล้วยแห่งนี้ออกจะกว้างขวาง ร่มรื่นเงียบสงบมีมุมส่วนตัวตั้งเยอะ" เดชกระซิบหยอกเย้าล้อเลียน แกล้งโอบกอดรัดบั้นท้ายกลมกลึงบดเบียดส่วนกลางลำตัวแกร่งร้อนที่เริ่มแข็งขึงดุนดันผ่านผ้าถุงบางเบา แล้วแกล้งชี้ชวนให้ฟ้าดูหัวปลีกล้วยตูมเต่งสีแดงเข้มที่ห้อยดิ่งลงมาและลำต้นกล้วยน้ำว้าต้นใหญ่ยาวอวบอัด "ฟ้าดูปลีกล้วยหัวใหญ่นั่นสิ ลำต้นกล้วยน้ำว้าก็อวบใหญ่ยาวได้ขนาดดีนะ ทั้งแน่นเต็มไม้เต็มมือสู้แดดสู้ฝนดีจริงๆ ว่าไหม..."

    คำพูดสองแง่สามง่ามแฝงนัยลึกซึ้งทำเอาฟ้าร้อนฉ่าไปทั้งใบหน้าและซอกคอ รู้ดีแก่ใจว่าพี่เขยจงใจเปรียบเทียบถึงแก่นกายตนเองที่กำลังเบียดประชิดสะโพกของเธออยู่เบื้องหลังอย่างเร่าร้อนท้าทาย

    "พี่เดชบ้า ทะลึ่งที่สุดเลย!" ฟ้าแหวใส่เสียงแผ่วกระซิบ สองมือเอื้อมบิดแขนแกร่งของเดชอย่างหมั่นเขี้ยวระคนเคอะเขิน เดชหัวเราะในลำคอชอบใจที่ล้อเลียนหยอกเย้าให้น้องเมียหน้าร้อนหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกได้ เขาโน้มหน้าลงซุกซอกคอหอมกรุ่นอีกครั้ง ตั้งใจจะฝากรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของบนลำคอระหงผุดผ่องนั้นให้ลึกซึ้ง

    ทว่าในวินาทีที่อารมณ์ความสยิวซ่านปนวาบหวามจวนเจียนจะเลยเถิดเตลิดเปิดเปิงชวนเสียวไส้นั้นเอง...

    "ฟ้าจ๊ะ! ได้ใบตองกล้วยครบหรือยังจ๊ะ! พี่ฝนตั้งเตาไฟฟืนไว้รอจนถ่านเริ่มมอดแล้วนะจ๊ะ รีบเอามาส่งให้เร็วเข้าเถอะจ้ะพี่ฝนรออยู่!"

    เสียงตะโกนเรียกดังแว่วของฝนทะลุผ่านหมู่แมกไม้และดงกล้วยน้ำว้าหนาทึบเข้ามาถึงจุดที่ทั้งสองคนยืนเบียดชิดกันอยู่ เสียงแว่วมาดังชัดเจนราวกับน้ำเย็นจัดสาดรดดับไฟสวาทลงกลางคันชวนตกใจ

    ทั้งสองสะดุ้งตัวโยนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับสปริงดีด ฟ้าหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด รีบเอื้อมมืออันสั่นเทาจัดแจงดึงสายเสื้อกล้ามสีขาวผ้ายืดที่หลุดร่นพ้นลาดไหล่ให้กลับคืนตึงเข้าที่ไหล่มน พลางกุมจับผ้าถุงผืนสั้นดึงรั้งปรับแต่งให้คลุมต้นขาขาวสะอาดไว้ตามเดิมอย่างเร่งร้อน ลมหายใจของเธอเหนื่อยหอบกระชั้นถี่รัวดุจเสียงกลองรบในทรวงอกด้วยความกลัวสะท้านและความเสียวซ่านปะปนระทึกในใจกับการลักลอบทำเรื่องลับๆ หวาดหวิวใต้จมูกพี่สาว ฟ้าช้อนสายตาสั่นไหวขึ้นสบตากับเดชที่ยืนหอบหายใจแรงไม่ต่างกัน แววตาของพี่เขยเต็มไปด้วยความแสนเสียดายขัดใจที่โดนขัดจังหวะ ทว่าแววตาคมกริบนั้นก็เป็นประกายระยับตื่นเต้นท้าทายสะใจที่ได้ลอบแซ่บลักลอบใกล้ชิดสนิทสนมกันในป่ากล้วยที่ลับตาคนเช่นนี้

    ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมป่ากล้วยอีกหน ได้ยินเพียงเสียงใบตองขยับไหวโอนอ่อนตามแรงลมโชยและเสียงหายใจสั่นกระเส่าของคนทั้งสองที่ค่อยๆ ปรับระดับเข้าสู่ภาวะปกติ รสสัมผัสอันหวามสยิวและกระแสความเร่าร้อนในดงไม้ร้างผู้คน ยิ่งโหมประโคมเชื้อไฟแห่งความต้องการและแรงเสน่หาลับระหว่างพี่เขยและน้องเมียให้ระอุพร้อมจะปะทุในอนาคตอันใกล้ สายตาของทั้งสองคนที่ประสานกันนิ่งเป็นพยานบอกเล่าความในใจได้อย่างดีว่า... ภารกิจเดินมาตัดใบตองกล้วยในเช้าวันนี้จะไม่มีทางจบลงเพียงแค่การนำเอาใบตองไปส่งทำกระทงห่อหมกธรรมดาของฝนแน่ๆ

    ---