ห้าเดือนผ่านไป
ชายหนุ่มตระเวนออกไล่ล่าอสูรรอบเมืองจนปริมาณของพวกมันลดน้อยถอยลงเป็อย่างมาก แต่เขาก็ยังมิกล้าที่จะไปแตะต้องอสูรระดับสาม เพราะเขายังมิพร้อมเผชิญหน้ากับอสูรระดับสามฝูงใหญ่
ชายหนุ่มจึงได้แต่เลียบเคียงเลาะไปตามถิ่นที่อยู่ของมันแล้วเก็บเกี่ยวเอาทรัพยากรของพวกมันออกมา
หกเดือนที่ชายหนุ่มอยู่ที่นี่ เขาได้ส่งเสริมการฝึกฝนของผู้คนในเมือง จนเวลานี้ขั้นต่ำสุดอยู่ที่สร้างิญญาระดับสอง สูงสุดก็คือสร้างกายาระดับสองเช่นผอ.ศูนย์แลผู้กอง
ยิ่งฐานพลังของมนุษย์แข็งแกร่งมากเท่าใดอสูรทั้งหลายต่างก็หวั่นเกรง แต่ต้องไม่ทำให้พวกมันรู้ว่ากำลังถูกคุกคามไม่อย่างนั้นอาจเกิดาได้ทุกเมื่อ
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเสาสูงส่งสัญญาณ เขากวาดตามองทั่วผ่านกล้องติดปืนของเขา ชายหนุ่มกำลังมองหาฝูงกระทิงที่เขาหมายตามายาวนาน
“ พวกมันไปอยู่ที่ไหน “ เขาพึมพำ
“ หือ “ ชายหนุ่มคิ้วขมวดเมื่อพบเจอรถหุ้มเกราะล้อยางคันหนึ่งห้อตะบึงอยู่ในผืนป่า
เขาเร่งวิทยุบอกกับเหล่าทหารอย่างรวดเร็ว
“ รถหุ้มเกราะคันนี้ไม่ใช่ของที่นี่ แล้วมันฝ่าแนวของอสูรมาถึงที่นี่ได้ยังไง “ เขาพึมพำ
“ ช่างหางานให้ข้าแท้ๆ “ เขาพึมพำ
นักล่ามีกฎอยู่ว่าหากพบเจอความช่วยเหลือต้องทิ้งทุกสิ่งแล้วเร่งเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเก็บของแล้ววิทยุไปถามยังรถหุ้มเกราะว่า้าความช่วยเหลือหรือไม่
“ ไม่ต้องพวกเราป้องกันตัวเองได้ แล้วก็ไม่ต้องติดต่อมาอีกมีอะไรเราจะติดต่อไป “ น้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไรตอบกลับมา
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
เขาทะยานร่างลงไปยังพื้นแล้วเข้าพูดคุยกับผู้กอง
“ ผู้กองรู้หรือไม่ว่าเป็ผู้ใด “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ ข้าไม่รู้ แต่น่าจะเดาได้ไม่ยาก “ ผู้กองเอ่ยถาม
“ น่าจะเป็เหล่านักล่าที่ออกหาทรัพยากร “ ผู้กองเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ปราบเอ็งจะอยู่ที่นี่อีกนานเพียงใด “ ผู้กองเอ่ยถาม
“ อีกปีครึ่ง “ เขาเอ่ย
“ ข้าต้องไปแล้วอีกสามเดือน “ผู้กองเอ่ย
“ แล้วใครจะมาแทน “ ปราบเอ่ยถาม
“ ไม่มี “ ผู้กองส่ายหน้า
“ แต่เป็ผู้หมวดขึ้นเป็ผู้กองแล้วเข้ารับตำแหน่งของข้า “ ผู้กองเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ ที่นี่อีกไม่นานคงจะปิดตัว เพราะไม่สามารถทำอะไรกับซากของอสูรระดับเจ็ดได้ “ ผู้กองเอ่ย
“ ไม่หรอกมั้ง เวลานี้นักวิจัยก็รู้ความลับของมันมากขึ้น อีกไม่นานคงรู้ว่าพวกมันบุกโลกเราเพราะอะไร “ ปราบเอ่ย
“ เื่นั้นไม่มีใครสนใจแล้ว พวกเขาสนใจแค่ว่าเวลานี้สามารถทำอะไรกับซากของอสูรระดับเจ็ดได้ “ ผู้กองเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ เออ เื่กินเือสูรทางศูนย์ขอนแก่นรู้เื่แล้ว พวกเขาบอกว่าพวกเราบ้ามาก “ ผู้กองเอ่ยแล้วยิ้มออก
“ หึ “ ปราบยิ้มออก
“ มันเป็ทรัพยากรที่ล้ำค่ามาก หากทิ้งไปก็ให้เสียดายยิ่ง “ ปราบเอ่ย
“ เมื่อข้าดื่มมันเข้าไป ข้าได้รู้ว่ามันยอดเยี่ยมเพียงใด มันทรงคุณค่ามากเพียงใด มันไม่ได้มีเพียงปราณพลังที่ได้ มันยังสามารถรับรู้ถึงอสูรในระยะใกล้ได้อีกด้วย เสมือนมีเรดาร์ส่วนตัวยังไงยังงั้น “ ผู้กองเอ่ย
“ ใช่ แต่ดื่มมากก็ไม่ดี “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ว่ามันจะมีมาให้ดื่มบ่อยๆ เว้นเพียงเนื้อของมันที่เอ็งหามา “ ผู้กองเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นานปราบจึงขอตัวออกมา แลไปยังเสาส่งสัญญาณสูงแล้วนั่งเฝ้ายามอย่าที่นั่น
ชายหนุ่มลองกวาดััของตนออกไปตามตำราที่ชายชราสงส่งมาให้ มันเป็ตำราฝึกััหากฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้วสามารถรับรู้ได้ถึงทุกสิ่งในระยะของััที่รับรู้ได้
นับว่าเป็สิ่งที่ดียิ่งเพราะการอยู่ในป่านั้นััที่เฉียบคมเท่านั้นจึงจะสามารถเอาตัวรอดได้ ชายหนุ่มเองก็ลองใช้มาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เฉียบคมเท่าใด แต่สิ่งนี้ยิ่งใช้มากก็ยิ่งเฉียบคมมาก เพราะฉะนั้นการฝึกฝนเื่ััจึงเป็สิ่งจำเป็
เขาละจากการฝึกััแล้วเอาโทรฯมือถือออกมา เขาเปิดวีดีโอที่หลายคนส่งมาให้ เขาดูไปก็ยิ้มไป ทั้งยังถอนหายใจตาม
เวลานี้พ่อแลแม่ของเขาเป็จอมยุทธขั้นสร้างรากฐานขั้นสามแลสอง ส่วนพี่สาวทั้งสองของเขานั้นอยู่ที่ขั้นสร้างรากฐานระดับเจ็ดกับแปดแล้ว นั่นคือสิ่งที่เขายิ้มออก
ส่วนที่ทำให้ยิ้มไม่ออกก็คือสองสาวที่เวลานี้ร่ำๆอยากจะมาหาเขา เพราะพวกนางนั้นบอกว่าคิดถึงเหลือเกินทั้งยังเปิดเผยเนื้อหนังให้กับชายหนุ่มได้มอง
“ ครบปีกลับไปเยี่ยมสักครา “ เขาเอ่ย
“ ฝึกดีกว่า จะได้สร้างดาราดวงที่ห้า “ ปราบเอ่ย
เขาที่ฝึกฝนได้เชื่องช้ามิใช่ว่าเขาี้เี แต่เพราะเขาอยากไปช้าๆรากฐานจะได้มั่นคง แล้วจะไม่มีปัญหาในวันหน้า
ชายหนุ่มดูดซับเอาพลังฟ้าดินที่อยู่รายรอบเข้าสู่ตันเถียน แลควบรวมเข้ากับดาราดวงที่ห้าที่จวนสร้างแล้วเสร็จ
แต่ละวันของชายหนุ่มผ่านไปอย่างน่าเบื่อ เขาเองที่ต้องออกไล่ล่าสังหารอสูรอยู่ทุกวันเพื่อขัดเกลาตนเองแลลดปริมาณของพวกมันลง
แต่ยิ่งเขาฆ่ามันเท่าใดก็เสมือนพวกมันมิได้ลดลงเลยสักครา มีแต่จะเพิ่มขึ้นจนเขาสงสัย
ชายหนุ่มทะยานร่างขึ้นสูงแลบินออกสำรวจไกลขึ้นเพื่อดูให้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดอสูรจึงคล้ายกับเพิ่มจำนวนมากขึ้น
“ นั่นมันอะไร “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มรั้งกายไว้กลางอากาศ แลมองยังจานรับส่งสัญญาณดาวเทียมที่ถูกติดตั้งบนยอดเขา เขาเร่งถ่ายรูปแล้วส่งกลับศูนย์วิจัยอย่างรวดเร็ว
ที่ศูนย์วิจัยพลันวุ่นวายในทันใดเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในอาณา พวกเขาสั่งดาวเทียมเคลื่อนที่เข้าสู่พิกัดในทันใด
ผอ.ศูนย์มองยังจานรับส่งสัญญาณดาวเทียมแล้วงุนงง เขาเร่งส่งภาพกลับไปที่ศูนย์ขอนแก่นอย่างรวดเร็วเพื่อขอคำแนะนำ
ทั่วศูนย์ขอนแก่นพลันเกิดโกลาหลเมื่อรู้ว่าจานรับส่งสัญญาณดาวเทียนนั้นไม่ใช่ของทางการ แลไม่ใช่ของกองกำลังจอมยุทธพันธมิตรโลกา แล้วก็ไม่ได้เป็ของทางการประเทศใด แล้วก็ยังไม่ได้เป็ของสำนักวิจัยใดๆ
คำสั่งทำลายถูกส่งมาที่ชายหนุ่ม เขาสูดหายใจเข้าลึก “ มันเป็ไทเทเนียมผสมมีความแข็งแกร่งสูงมาก ยากยิ่งจะทำลายได้ในการโจมตีเดียว “ เขาเอ่ย
“ แต่หากมันถูกเผาด้วยความร้อนสูง มันก็จะละลาย “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มวาดมือออก “ พรึ่บ “ เพลิงสีส้มที่ได้จากแก่นเพลิงของอสรพิษเพลิงลุกโชนอยู่กลางฝ่ามือ
“ น้องชาย “ ชายวัยกลางคนทะยานร่างเข้าหา
“ พี่ชาย ผมแนะนำด้วยความหวังดี เก็บของแล้วไปซะ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ไม่เอาน่า “ เขาเอ่ยแล้วเอาขวดหยกออกมา
“ น้องชาย หากเ้าแสร้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ โอสถรวมปราณในขวดหยกนี้จะเป็ของเอ็ง “ เขาเอ่ย
“ หึ “ ปราบแสยะยิ้ม
“ กับข้าแล้วมันไม่ได้มีประโยชน์อะไร “ เขาเอ่ย
“ น้องชาย คิดให้ดี การที่จะเป็ศัตรูกับองค์กรัดำชีวิตของเอ็งและครอบครัวจะเป็ยังไง “ เขาเอ่ย
“ องค์กรัดำ “ ชายหนุ่มพึมพำ
ชายชราสงเคยเล่าให้เขาฟังอยู่บ้าง มันเป็องค์กรก่อการร้ายสากลที่รับงานทุกรูปแบบ แลงานของมันนั้นล้วนแล้วแต่ผิดกฎหมาย ทั้งยังเข่นฆ่าผู้คนไม่เลือกหน้าหากขัดขวาง
“ หึ “ ปราบแสยะยิ้ม