จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 47 — การทดสอบรวมกลุ่ม และเงาของเวทจำลอง

    "การฝึกเดี่ยว อาจทำให้เจ้ารอดตัว แต่การประสานกันอย่างไร้ช่องว่างเท่านั้น...ที่จะพากลุ่มหนึ่งไปสู่ชัยชนะในสนามจริง"

    เสียงของผู้อาวุโสเมิ่งจิวสะท้อนทั่วลานกลาง ขณะที่ศิษย์ภายในระดับต้นทั้งหมดกว่าแปดสิบคนยืนเรียงกันเป็นแถว

    รอรับคำชี้แจงสำหรับ "การทดสอบรวมกลุ่มเบื้องต้น" ที่จะกินเวลายาวนานถึงสิบวันเต็ม

    ตามคำสั่งของสำนัก การทดสอบนี้แบ่งเป็นสองส่วน:

    การแก้โจทย์ภารกิจร่วมกัน ที่ต้องใช้สายฝึกต่างกันประสานกันให้สมบูรณ์

    การจำลองการต่อสู้กับกลุ่มศิษย์สายตรงของผู้อาวุโส ซึ่งแต่ละกลุ่มมีฝีมือเหนือกว่าศิษย์ทั่วไป

    และผลคะแนนรวมจะตัดสินว่า ใครจะได้เข้าสู่ "หอฝึกขั้นกลาง" เร็วกว่ากำหนด

    เซียฉินและพรรคพวกถูกเรียกเข้ากลุ่มพร้อมกลุ่มของหลินซือเหยา เป็นหนึ่งในห้ากลุ่มที่ถูกจัดให้เป็น "ทีมรวมพิเศษ"

    เมื่อรวมกันแล้ว พวกเขามีสมาชิก 10 คน แบ่งเป็นสายฝึกหลักครบถ้วน:

    สายกระบี่: เซียฉิน, ไป๋อี้หาน

    สายเวทธาตุ: ฉู่เหยียน, เซวียนเหยียนจวิน

    สายโอสถ: หงเทียน, หลินซือเหยา

    สายค่ายกล/ยันต์: หลี่เหยิน, ถงเหวินอวี่

    สนับสนุน/กึ่งต่อสู้: หานหมิงเจียว, จ้าวไป๋หลง

    ภารกิจแรก: "เปิดทางสู่ใจกลางเวทจำลอง"

    สนามฝึกถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่เขาวงกตพลัง เต็มไปด้วยม่านเวทหลากสี และกับดักพลังที่ไม่สามารถทำลายได้ด้วยพลังเพียงอย่างเดียว

    "กลุ่มของพวกเจ้าต้องหาทางเข้าถึงแกนพลังเวทจำลองกลางสนาม

    และวางตรายันต์ควบคุมไว้ในตำแหน่งทั้งห้า ภายในหนึ่งชั่วยาม หากไม่สำเร็จ...ถือว่าล้มเหลว"

    ทันทีที่เสียงเริ่ม ภาพลานหินก็แปรเปลี่ยนเป็นผืนป่าหยินหยางแปลกตา หมอกจางพัดล้อม เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยผ่านมาราวกับมีคนเฝ้ามอง

    "เราต้องแบ่งเป็นสามชุด" เซียฉินกล่าวขณะกลุ่มทั้งหมดวิ่งหลบกับดักไฟเวทชุดแรก

    "กลุ่มแรกวางยันต์ กลุ่มสองคลี่ม่านพลังเวท กลุ่มสามคอยระวังและสนับสนุน"

    หลี่เหยินและถงเหวินอวี่รับหน้าที่กลุ่มแรกทันที พวกเขาเริ่มร่างยันต์บนแผ่นหินที่เตรียมไว้พร้อม

    เซียฉิน ฉู่เหยียน เซวียนเหยียนจวิน แยกออกนำหน้า ใช้พลังธาตุและทักษะกระบี่คลี่ม่านพลัง

    ระหว่างที่ฉู่เหยียนใช้เท้ากระโดดข้ามเส้นแสงวูบวาบอย่างแม่นยำ เขาปล่อยพลังลมสร้างแรงกระแทก ทำให้ม่านพลังบางจุดสั่นไหว

    "ตรงนั้น!" เซวียนเหยียนจวินปล่อยเวทน้ำแข็งแตะจุดอ่อนทันที ม่านพลังแตกเป็นวงเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปวางยันต์ได้อีกจุด

    ในอีกด้าน หงเทียนและหลินซือเหยาเตรียมโอสถต้านพิษและเสริมพลังวิญญาณคอยสนับสนุนเพื่อนที่เริ่มอ่อนแรงจากพลังเวทโดยรอบ

    "ทายาที่เท้าเจ้าก่อน พื้นดินเส้นนั้นมีพิษซึมผ่านผิวหนัง" หลินซือเหยาเตือนหงเทียน พลางยื่นโอสถสีเขียวหม่นให้

    ความซับซ้อนเริ่มเผยเมื่อกลุ่มศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสเดินเข้าสู่สนามจากอีกด้าน

    พวกเขาไม่ได้รับคำสั่งให้หยุดพวกเซียฉินโดยตรง แต่มีสิทธิ์ใช้เวทระดับกลางเพื่อขัดขวาง

    เสียงกระบี่ไฟฟาดผ่านม่านหมอกจนแตกกระจาย เซียฉินชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน

    "ระวัง พวกนั้นมาแล้ว!"

    ไป๋อี้หานแสยะยิ้ม "งั้นข้าขอลอง 'หอกสลายเมฆ' ที่เพิ่งคิดได้เมื่อคืนก็แล้วกัน!"

    เขาเปลี่ยนจากท่ากระบี่เป็นหอกทันที แทงออกตรงกลางม่านพลัง —

    ลำแสงหอกทะลวงทะลุม่านพลังเวท และชนกับดาบของศิษย์ตรงข้ามเสียงดังสนั่น

    ทั้งสองฝ่ายเริ่มการปะทะจำลอง แต่จำกัดไว้ไม่ให้ใช้อาวุธจริง

    เซวียนเหยียนจวินปักยันต์ล้อมพลังไว้เป็นเกราะเวทกลุ่ม

    ขณะที่หลี่เหยินใช้ยันต์ขยายเขตลวงตา ปิดบังตำแหน่งของจุดวางยันต์ที่เหลือ

    แม้จะถูกรุกอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขายังรักษาความเร็วและการวางแผนได้ดี

    เมื่อเสียงระฆังสุดท้ายดังขึ้น ตรายันต์สุดท้ายก็ถูกวางลงตรงจุดศูนย์กลางของสนาม

    พร้อมกับศิษย์สายตรงที่ยืนล้อมวงอยู่รอบนอกแต่ไม่ทันได้เข้าแทรก

    ผู้อาวุโสเมิ่งจิวปรากฏตัวท่ามกลางม่านพลังที่สลายไป

    เขามองกลุ่มของเซียฉินและหลินซือเหยา ก่อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม

    "ผ่าน"

    เซียฉินหอบหายใจ แผ่นหลังเปียกเหงื่อ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ไม่ได้เห็นนาน

    ไป๋อี้หานทิ้งตัวลงกับพื้น หงเทียนยื่นโอสถให้ฉู่เหยียนซึ่งสะบักสะบอมจากการควบคุมธาตุ

    พวกเขาอาจไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด แต่ในช่วงเวลานั้น — พวกเขาเป็น 'หนึ่งเดียว'

    และนี่...เป็นเพียงวันแรกของการทดสอบเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิกระบี่โอสถ ที่คุณอ่าน