"การฝึกเดี่ยว อาจทำให้เจ้ารอดตัว แต่การประสานกันอย่างไร้ช่องว่างเท่านั้น...ที่จะพากลุ่มหนึ่งไปสู่ชัยชนะในสนามจริง"
เสียงของผู้อาวุโสเมิ่งจิวสะท้อนทั่วลานกลาง ขณะที่ศิษย์ภายในระดับต้นทั้งหมดกว่าแปดสิบคนยืนเรียงกันเป็นแถว
รอรับคำชี้แจงสำหรับ "การทดสอบรวมกลุ่มเบื้องต้น" ที่จะกินเวลายาวนานถึงสิบวันเต็ม
ตามคำสั่งของสำนัก การทดสอบนี้แบ่งเป็นสองส่วน:
การแก้โจทย์ภารกิจร่วมกัน ที่ต้องใช้สายฝึกต่างกันประสานกันให้สมบูรณ์
การจำลองการต่อสู้กับกลุ่มศิษย์สายตรงของผู้อาวุโส ซึ่งแต่ละกลุ่มมีฝีมือเหนือกว่าศิษย์ทั่วไป
และผลคะแนนรวมจะตัดสินว่า ใครจะได้เข้าสู่ "หอฝึกขั้นกลาง" เร็วกว่ากำหนด
เซียฉินและพรรคพวกถูกเรียกเข้ากลุ่มพร้อมกลุ่มของหลินซือเหยา เป็นหนึ่งในห้ากลุ่มที่ถูกจัดให้เป็น "ทีมรวมพิเศษ"
เมื่อรวมกันแล้ว พวกเขามีสมาชิก 10 คน แบ่งเป็นสายฝึกหลักครบถ้วน:
สายกระบี่: เซียฉิน, ไป๋อี้หาน
สายเวทธาตุ: ฉู่เหยียน, เซวียนเหยียนจวิน
สายโอสถ: หงเทียน, หลินซือเหยา
สายค่ายกล/ยันต์: หลี่เหยิน, ถงเหวินอวี่
สนับสนุน/กึ่งต่อสู้: หานหมิงเจียว, จ้าวไป๋หลง
ภารกิจแรก: "เปิดทางสู่ใจกลางเวทจำลอง"
สนามฝึกถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่เขาวงกตพลัง เต็มไปด้วยม่านเวทหลากสี และกับดักพลังที่ไม่สามารถทำลายได้ด้วยพลังเพียงอย่างเดียว
"กลุ่มของพวกเจ้าต้องหาทางเข้าถึงแกนพลังเวทจำลองกลางสนาม
และวางตรายันต์ควบคุมไว้ในตำแหน่งทั้งห้า ภายในหนึ่งชั่วยาม หากไม่สำเร็จ...ถือว่าล้มเหลว"
ทันทีที่เสียงเริ่ม ภาพลานหินก็แปรเปลี่ยนเป็นผืนป่าหยินหยางแปลกตา หมอกจางพัดล้อม เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยผ่านมาราวกับมีคนเฝ้ามอง
"เราต้องแบ่งเป็นสามชุด" เซียฉินกล่าวขณะกลุ่มทั้งหมดวิ่งหลบกับดักไฟเวทชุดแรก
"กลุ่มแรกวางยันต์ กลุ่มสองคลี่ม่านพลังเวท กลุ่มสามคอยระวังและสนับสนุน"
หลี่เหยินและถงเหวินอวี่รับหน้าที่กลุ่มแรกทันที พวกเขาเริ่มร่างยันต์บนแผ่นหินที่เตรียมไว้พร้อม
เซียฉิน ฉู่เหยียน เซวียนเหยียนจวิน แยกออกนำหน้า ใช้พลังธาตุและทักษะกระบี่คลี่ม่านพลัง
ระหว่างที่ฉู่เหยียนใช้เท้ากระโดดข้ามเส้นแสงวูบวาบอย่างแม่นยำ เขาปล่อยพลังลมสร้างแรงกระแทก ทำให้ม่านพลังบางจุดสั่นไหว
"ตรงนั้น!" เซวียนเหยียนจวินปล่อยเวทน้ำแข็งแตะจุดอ่อนทันที ม่านพลังแตกเป็นวงเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปวางยันต์ได้อีกจุด
ในอีกด้าน หงเทียนและหลินซือเหยาเตรียมโอสถต้านพิษและเสริมพลังวิญญาณคอยสนับสนุนเพื่อนที่เริ่มอ่อนแรงจากพลังเวทโดยรอบ
"ทายาที่เท้าเจ้าก่อน พื้นดินเส้นนั้นมีพิษซึมผ่านผิวหนัง" หลินซือเหยาเตือนหงเทียน พลางยื่นโอสถสีเขียวหม่นให้
ความซับซ้อนเริ่มเผยเมื่อกลุ่มศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสเดินเข้าสู่สนามจากอีกด้าน
พวกเขาไม่ได้รับคำสั่งให้หยุดพวกเซียฉินโดยตรง แต่มีสิทธิ์ใช้เวทระดับกลางเพื่อขัดขวาง
เสียงกระบี่ไฟฟาดผ่านม่านหมอกจนแตกกระจาย เซียฉินชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน
"ระวัง พวกนั้นมาแล้ว!"
ไป๋อี้หานแสยะยิ้ม "งั้นข้าขอลอง 'หอกสลายเมฆ' ที่เพิ่งคิดได้เมื่อคืนก็แล้วกัน!"
เขาเปลี่ยนจากท่ากระบี่เป็นหอกทันที แทงออกตรงกลางม่านพลัง —
ลำแสงหอกทะลวงทะลุม่านพลังเวท และชนกับดาบของศิษย์ตรงข้ามเสียงดังสนั่น
ทั้งสองฝ่ายเริ่มการปะทะจำลอง แต่จำกัดไว้ไม่ให้ใช้อาวุธจริง
เซวียนเหยียนจวินปักยันต์ล้อมพลังไว้เป็นเกราะเวทกลุ่ม
ขณะที่หลี่เหยินใช้ยันต์ขยายเขตลวงตา ปิดบังตำแหน่งของจุดวางยันต์ที่เหลือ
แม้จะถูกรุกอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขายังรักษาความเร็วและการวางแผนได้ดี
เมื่อเสียงระฆังสุดท้ายดังขึ้น ตรายันต์สุดท้ายก็ถูกวางลงตรงจุดศูนย์กลางของสนาม
พร้อมกับศิษย์สายตรงที่ยืนล้อมวงอยู่รอบนอกแต่ไม่ทันได้เข้าแทรก
ผู้อาวุโสเมิ่งจิวปรากฏตัวท่ามกลางม่านพลังที่สลายไป
เขามองกลุ่มของเซียฉินและหลินซือเหยา ก่อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม
"ผ่าน"
เซียฉินหอบหายใจ แผ่นหลังเปียกเหงื่อ แต่ในแววตาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ไม่ได้เห็นนาน
ไป๋อี้หานทิ้งตัวลงกับพื้น หงเทียนยื่นโอสถให้ฉู่เหยียนซึ่งสะบักสะบอมจากการควบคุมธาตุ
พวกเขาอาจไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด แต่ในช่วงเวลานั้น — พวกเขาเป็น 'หนึ่งเดียว'
และนี่...เป็นเพียงวันแรกของการทดสอบเท่านั้น