บทที่ 5 ความสนใจ
“เ้าเป็ใครกันแน่!! ด้วยพลังความกดดันของเ้า ไม่สมควรที่จะเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาแน่นอน”
“พวกเ้ามาบ้านผู้อื่น แต่กลับมาถามผู้อื่นว่าเป็ใคร เจตนาของพวกเ้าคืออะไรกันแน่” ทางนั้นไม่ตอบ ฝูเซ่าก็ยังไม่ยอมวางใจ ชิงหมินถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกว่าพวกเขาจะทำให้เื่ยืดเยื้อเกินไปแล้ว
ในบทไม่ได้ระบุรายละเอียดมากนัก แค่พูดถึง่ที่นางเอกกำลังรออย่างกระวนกระวายใจ เช่นนั้นพวกเขาไม่จำเป็ต้องสร้างบทสนทนาที่ไม่มีความจำเป็ต้องเสียเวลาเหล่านี้เลย
“ข้าได้ยินว่าเ้ามีเนื้อ เ้าอยากขายพวกมันให้ข้าหรือไม่?”
“...............” สายตาอำมหิตของทางนั้นเปลี่ยนเป้าหมายมาที่ชิงหมินทันที ฝูเซ่าอยากจะเข้าช่วยเหลือ แต่ชิงหมินก็ดันให้เขาออกไปจากตนเองได้สำเร็จ
“ข้ามาที่นี่เพื่อซื้อขายเท่านั้น เรียกเงินมาเถอะ” เห็นชิงหมินแสดงท่าทางไม่ใส่ใจมากนัก คิ้วของปีศาจร้ายก็คลายลงบ้าง ถึงจะแค่เล็กน้อย แต่ถ้าสังเกตดีๆก็จะได้เห็นล่ะนะ
“เนื้อนั่น ขายให้พวกเ้า 50 เหรียญ”
“เนื้อ 50 เหรียญ! ทั้งยังเป็เนื้อตากแห้งไว้ทั้งคืน เนื้อพวกนั้นมีคุณภาพดีมากกว่าเนื้อสดในตลาดหรือ? เ้าขายเช่นนี้ไม่เรียกว่าปล้นกันเลยเล่า!” ฝูเซ่าได้ยินก็ตาเหลือก อยากจะฆ่าคนทิ้งจริงๆ
“ได้ 50 เหรียญนี้เป็ของเ้า”
“แต่คุณชาย!”
“ข้าไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว เนื้อนี่ก็มีราคาเท่ากับสมุนไพร 2 ดาวเท่านั้น เ้าอย่าคิดมากไป”
“เนื้อที่ราคาเท่ากับสมุนไพร 2 ดาว แล้วบอกว่าไม่ต้องคิดมากเกินไป คุณชายขอรับ....นี่น่ะเป็การโกงเงินกันซึ่งๆหน้าต่างหาก!!” ฝูเซ่าอยากจะร้องไห้ สมุนไพร 2 ดาวเป็สมุนไพรหายาก แต่เนื้อพวกนี้หายากด้วยหรือ? ทำไมคุณชายของเขาจึงใช้เงินเช่นนี้กัน
หลี่ชิงหมินไม่ได้สนใจการแสดงออกของผู้ติดตามแม้แต่น้อย เขาโยนเงินไปให้อีกฝ่ายแล้วเตรียมจากไปทันที เดิมทีก็คิดว่าบทสนทนาของพวกเขาควรจะจบแล้ว ทว่าชายร่างใหญ่เ้าของฉายาปีศาจร้ายกลับไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ
“เนื้อ 50 เหรียญ รวมเนื้อที่อยู่ด้านหลังด้วย ทำไมพวกเ้าไม่เข้ามาเอาก่อนล่ะ”
“หืม?” ฝูเซ่าหรี่ตาลงอย่างอันตราย คำพูดของอีกฝ่ายนี่ไม่เท่ากับการลวงกันไปฆ่าทิ้งเลยหรือ? ท่าทางของเ้านั่น าแฉกรรจ์มากมายบนตัว หากบอกว่าเป็โจรูเาก็ยังเชื่อได้เลย
“ไม่เป็ไร ข้าเพียงแค่้าเนื้อด้านหน้าเท่านั้น”
“เช่นนั้นข้าก็ไม่ขาย”
“นี่เ้า!!” ฝูเซ่าอยากจะหยิบอาวุธขึ้นมาเต็มทน หากไม่ใช่เพราะคุณชายเคยพูดเกี่ยวกับการใช้กำลังตัดสินมาก่อนแล้ว มือของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธ คิดไม่ถึงว่าจะถูกคนเล่นลิ้นเช่นนี้กับตน
“ข้าไม่ทำการค้าขายที่ไม่ยุติธรรม เชิญ” เ้าพระเอกตัวร้ายผายมือไปด้านหลัง เห็นจากน้ำเสียงของเขาก็รู้ว่าชายคนนี้กำลังเล่นสนุกกับสองคนนายบ่าวอยู่
แม้ว่าหลี่ชิงหมินจะไม่เข้าใจบุคลิกของพระเอกมากนัก แต่เขาก็ไม่อาจจะคิดในทำนองที่ว่าเ้าตัว้าหยอกล้อให้พวกเขากลัวไปได้ ก็นะ....บุคลิกของพระเอกนิยายไม่ได้เป็เช่นนั้นอยู่แล้ว เขาเป็พวกคิดจริงทำจริง อยากฆ่าก็ฆ่า อยากไว้ชีวิตก็ไว้ ไม่มีท่าทางขี้เล่นกวนประสาทเช่นนี้แน่ อย่างนั้น...ความเป็ไปได้ที่เขา้าแสดงให้เห็นก็คือ “การข่มขู่”
ในภายภาคหน้าคงจะกลัวว่าพวกเขาจะมาวุ่นวายด้วยอีก การแสดงออกที่เป็ภัยคุกคามนี้จึงถูกเรียกนำมาใช้ ส่วนน้ำเสียงที่เจือไปด้วยเสียงหัวเราะ อาจจะเป็การเย้ยหยันกันเสียมากกว่า
“ฝูเซ่า เ้าไปนำมาเถอะ”
“แต่คุณชายจะอยู่คนเดียว...”
“ที่นี่ไม่มีปัญหาอะไร”
“คุณชาย!”
“ไปนำมา พวกเราจะได้ไปเสียที”
เพราะไม่อยากจะอยู่ที่นี่นานเกินไป กลิ่นอับของไม้ และกลิ่นซากสัตว์ทำให้เขารู้สึกรำคาญใจมาสักพักแล้ว ่นี้ชาวบ้านก็นิยมตากหัวมันเพื่อบดเก็บไว้กินด้วย ดังนั้นจึงมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไปทั่วหมู่บ้าน หากจัดการฉากนี้เสร็จ พวกเขาก็จะได้รีบกลับจวนไปพักกันเสียที เป็อันเสร็จภารกิจของวันนี้
ถ้าฝูเซ่ายังโต้เถียงกันไปมา รังแต่จะทำให้เสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อไปก็เท่านั้น
“ขอบอกเอาไว้ก่อน พวกข้ามาจากสกุลหลี่ ท่านนี้เป็คุณชายเล็กของพวกเรา หากถูกทำร้ายแม้เพียงปลายนิ้ว พวกเราสกุลหลี่จะไม่ปล่อยเอาไว้แน่ ชีวิตของเ้าสิบชีวิตก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยาแเล็กๆของคุณชายเลย”
ฝูเซ่าหันมาข่มขู่ปีศาจร้ายโดยไม่รู้ตัวเลยว่าถ้าเขา้าฆ่า แค่กระดิกนิ้ว ปีศาจร้ายที่อยู่รอบๆก็พร้อมจะโจมตีพวกเขาให้ตกตายไปแล้ว
เห็นฝูเซ่าหายไปด้านหลัง สายตาของปีศาจร้ายก็จับจ้องมายังเขาอีกครั้ง
“ที่แท้ก็เป็คนจากสกุลหลี่เขตขายสมุนไพรจริงๆ” คนพึมพำขึ้นมาราวกับว่ารู้จักครอบครัวของเขาเป็อย่างดี
ชิงหมินคาดเดาได้ว่าตอนที่ทางนั้นอยู่เมืองหลวง อาจจะได้เจอกับบิดาของเขาที่ต้องเดินทางไปขายสมุนไพรให้วังหลวงทุกๆสามเดือน เช่นนั้นควรจะได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง อย่างไรก็ตาม...เขาไม่ได้รู้เลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้รู้จักบิดาของเขาเป็การส่วนตัว แต่กลับรู้จัก “ชาโม่ลี่ฮวา” ของเขาเป็อย่างดีต่างหาก
กลิ่นหอมที่ติดตัวของชายหนุ่มทำให้ “ปีศาจร้าย” ตนนี้ลอบสังเกตเขามาั้แ่ต้นแล้ว เมื่อเห็นว่าอู่ซือหาเื่ให้เขามาถึงกระท่อมตนเองได้ เขาก็สั่งให้ปีศาจร้ายไปล่า “เสือ” ตัวใหญ่ในป่ามาอีกตัว เพื่อที่จะได้ตรวจสอบอีกฝ่ายนานขึ้นหน่อย
และใช่! กลิ่นโม่ลี่ฮวาที่รับรู้ผ่านภูตผี จะชัดเจนเท่ากับได้กลิ่นด้วยตนเองได้อย่างไร
ชาโม่ลี่ฮวาเป็ชาที่บิดาของเขาได้รับมาโดยบังเอิญ และมันก็ถูกส่งมอบเป็รางวัลให้เขาอีกทอดหนึ่ง คราแรกเขาไม่ได้คาดหวังกับชาดอกไม้มากนัก อย่างไรก็ตาม...เมื่อได้ลิ้มรสมันเพียงครั้งเดียว เขาก็ไม่อาจจะดื่มชาที่ไหนแล้วมีความสุขเท่ากับชาลึกลับนั่นอีกแล้ว
กว่าจะรู้ตัว ก็พบว่าชาโม่ลี่ฮวาไม่เคยมีขายในตลาด หมายความว่ามันเป็ชาที่ถูกทำพิเศษขึ้นมาเอง เขาสั่งให้บ่าวไพร่ลองทำชาโม่ลี่ฮวาขึ้นมาในจวนบ้าง แต่ไม่ว่าจะทำเช่นไร ก็ไม่อาจจะได้รสชาติที่เหมือนกัน
โดยไม่รู้ตัว ในขณะที่กำลังวิ่งไล่เส้นทางของนิยายเดิมอยู่ จุดเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆอย่างการชงชาไว้ดื่มเอง หรือการที่บิดาแอบขโมยชาของเขาไปเมืองหลวงครั้งนั้น จะทำให้บางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปั้แ่แรกแล้ว...
“เ้าพูดเหมือนว่ารู้จักข้ามาก่อน” เนื่องจากฝูเซ่ายังไม่มาเสียที ความเงียบที่น่าอึดอัดนี้จึงทำให้ชิงหมินต้องโต้ตอบกลับไป
“ข้าความจำเสื่อม จำหลายสิ่งหลายอย่างไม่ได้ แต่ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของสกุลหลี่มาบ้าง เพียงแค่ไม่กี่วันที่ผ่านมา คนในหมู่บ้านก็พูดถึงเ้าหลายต่อหลายครั้งแล้ว”
“โอ้.....” ชิงหมินได้แต่ลอบเบะปากกับตนเองเท่านั้น
บุรุษผู้นี้ยังจะโกหกหน้าตายได้อีก แม้จะเข้าใจว่าเื่ส่วนตัวที่้าปิดบัง แก้ไขง่ายๆด้วยการอาศัยจังหวะเจ็บป่วยแล้วบอกว่าตนเองความจำเสื่อมไปเลยก็เถอะ แต่หลุดพูดคำว่า “สกุลหลี่เขตขายสมุนไพร” ที่ชาวบ้านแถวนี้ไม่เรียกขาน และเป็แค่พวกเมืองหลวงเท่านั้นที่จะตั้งชื่อให้เขตอื่นๆตามใจชอบ แม้ว่าเขตต่างๆจะมีชื่อของมันเองก็ตาม...
“คุณชาย!” ฝูเซ่าที่หายไปเป็เวลานานกลับมาพร้อมกับท่าทางแตกตื่น หลังของเขามีศพของเสือตัวใหญ่อยู่ด้วย ทั้งยังมีร่องรอยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น การโจมตีศพของสัตว์ร้ายเช่นนี้ ทำให้ฝูเซ่าเป็กังวลมาก
เขาประเมินฝีมือของเ้าของกระท่อมต่ำเกินไปจริงๆ เสือร้ายที่ถูกโจมตีเข้าจุดตายทั้งหมดเพียงพอที่จะให้เรียกเขาว่าเป็พวกมืออาชีพได้แล้ว ดังนั้นโจมตีในตอนที่เสือร้ายไม่ทันตั้งตัว คนแบบนี้....ส่วนใหญ่แล้วก็มีอาชีพเป็พวกนักฆ่าเท่านั้น
“โอ้ ล่าได้แม้กระทั่งเสือหรือ? ตรวจสอบหรือยังว่ายังมีเครื่องในครบถ้วนหรือไม่”
“เอ่อ ยังขอรับ”
“ไม่เป็ไร ค่อยไปแยกเอาที่ร้าน ถือว่าการซื้อขายครั้งนี้ไม่ขาดทุนแล้ว” หลี่ชิงหมินประเมิน
ด้วยเครื่องในของเสือร้าย จะต้องขายได้ราคาพอๆกับเงินที่ใช้ไปแน่ หมายความว่าเนื้อกวางและหมูป่าแทบจะได้มาโดยไม่จ่ายเงินเลยด้วยซ้ำ
“ในเมื่อเ้าบอกว่าตนเองเสียความทรงจำไป อย่างนั้นระหว่างนี้...หากมีฝีมือดี ก็นำของป่าไปขายที่ตลาดได้ เครื่องในสัตว์ร้ายหลายอย่างขายได้ราคา แล้วถ้าเจอสมุนไพรก็ขายได้เช่นกัน ถ้าเ้ามีเงินแล้ว...ก็จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่นมากเกินไป”
คำของชิงหมินฟังเผินๆแล้วดูเหมือนจะ้าแสดงความช่วยเหลือ ทว่าในความเป็จริงแล้ว คนฉลาดจะเข้าใจทันทีว่าเขากำลังแสดงความหึงหวงออกมาตามแบบของผู้ดีอยู่ต่างหาก
ชิงหมินจงใจที่จะแสดงให้รู้เลยว่าเขาไม่ชอบใจมากนักที่บุรุษเช่นนี้ได้รับความใส่ใจจากอู่ซือ แม้ว่าพ่อพระเอกจะทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราว แต่ที่จริงแล้วเขาก็สืบเื่ของคนในหมู่บ้าน รวมถึงคนที่เข้าออกหมู่บ้านอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นย่อมเข้าใจว่าการที่ชิงหมินมาที่นี่ได้ เป็เพราะคำแนะนำของอู่ซือ และเขายอมจ่ายเงินมากมายก็เพื่อให้หน้าของนางต่างหาก
ปีศาจร้ายไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาแสร้งความจำเสื่อมและไร้เขี้ยวเล็บ หากโต้ตอบกลับไปว่าเขารู้ทั้งหมด นั่นก็เท่ากับการวางตัวเป็ศัตรูกันแล้ว
ฝูเซ่าอยากจะยกนิ้วให้คุณชายที่เข้าใจทุกอย่างได้เป็อย่างดี แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าของตนเองกลับเป็บูดบึ้ง เมื่อได้เห็นหญิงสาวผู้นั้นรออยู่ก่อนแล้ว
“เฉิงเซี่ยล่าเสือได้ด้วยหรือ? แล้วพวกท่านจ่ายเงินให้เขาเท่าไร แค่เสือตัวเดียวนี้ก็ควรจะได้ราคา 50 เหรียญแล้ว ไม่ได้เอาเปรียบเขาใช่หรือไม่?” ไม่เพียงแค่ไม่ขอบคุณที่พวกเขาช่วย กลับยังถามหาเอาเื่กับพวกเขาด้วยซ้ำ
“พวกเราจ่ายเงินไป 50 เหรียญ เนื้อหมูและกวาง...เขามอบให้เพราะพวกเราช่วยซื้อเสือที่ยังไม่ได้ชำแหละน่ะ” ชิงหมินคลี่ยิ้มออกมา พูดปลอบประโลมราวกับ้าแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่พวกที่จะโกงเงินคนอื่น
เมื่อซือซือได้ยินว่าเฉิงเซื่ยได้เงินไป 50 เหรียญ หญิงงามก็ยิ้มร่าอย่างมีความสุข ดีใจไปกับความสำเร็จของเขาด้วย โดยที่ไม่ได้สนใจท่าทางของสองนายบ่าวด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
เนื้อกวางและหมูป่าถูกส่งให้บ้านอู่อีกเช่นเคย มารดาและบิดาของซือซือแทบจะยกพวกเขาให้เป็บรรพบุรุษ กล่าวขอบคุณพวกเขาเสียจนลอยขึ้นฟ้า
แน่นอนว่าชิงหมินที่ทำหน้าที่แล้วก็้าขอตัวกลับไป ไม่วายเตือนว่าเนื้อเหล่านี้ 1 ใน 4 ต้องมอบให้เป็อาหารแก่ซือซือของเขาด้วย ซึ่งทุกคนก็ตอบรับอย่างใจกว้าง แต่นางจะได้กินของดีๆหรือไม่ล้วนแต่เป็โชคของนางแล้ว
ชิงหมินเดินทางกลับในทันที กลิ่นของหัวมันตากแห้งทำให้เขาแสบจมูกไปหมด ดีที่ยังเตรียมความพร้อมกันไม่น้อย พกถุงหอมที่ใส่กลีบดอกไม้ตากแห้งอย่าง “หลานฮวา (ดอกกล้วยไม้)” “ยี่หลานฮวา (ดอกจำปี)” “ดอกหอมหมื่นลี้ (กุ้ยฮวา)” และที่ขาดไม่ได้ก็คือ “โม่ลี่ฮวา (ดอกมะลิ)” ที่ผสมกันอย่างละเล็กละน้อย จนได้กลิ่นที่หอมพอดี
กลิ่นดอกไม้ที่มากมายเช่นนี้ หากไม่รู้วิธีการผสมให้ดีก็อาจจะกลายเป็กลิ่นฉุนได้ แถมดอกไม้บางชนิดยังต้องเลือกวันเวลาในการเก็บเกี่ยวให้ดีด้วย เพื่อทำให้พลังหยินหยางในถุงหอมเปลี่ยนเป็สมดุลให้มากที่สุด และคงจะมีเพียงชิงหมินเท่านั้นกระมังที่ทำมันออกมาได้ดีเยี่ยม
…………………………………………