“เดี๋ยวสิครับ มัทยังไม่บอกเลย ว่าฝันเื่อะไร แล้วมีผมอยู่ในฝันหรือเปล่า”
ปกติแล้วจักรภัทรไม่ค่อยได้กระเซ้าเย้าแหย่หญิงใด แต่ไม่รู้ทำไมถึงอยากทำขึ้นมา แถมยังรั้งแขนเรียวแรงขึ้น จนเ้าของแขนมายืนอยู่ใกล้ๆ แผงอก และยังก้มหน้าหนีอีก เขาเลยถือวิสาสะใช้มือเชยคางมนขึ้น เพื่อจะได้มองหน้าคนเพิ่งฝันหวานให้ชัดๆ
“ว่าไงครับ ตกลงแล้วในฝันของมัท มีผมอยู่ด้วยหรือเปล่า”
มัทรีไม่รู้จะบอกอะไร ได้แต่ยิ้มเอียงอายเท่านั้น และนั่นก็ทำให้หัวใจของหนุ่มหล่อเต้นตึกตักๆ ขึ้นมาอย่างรุนแรง จนต้องใช้หัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มขาวเนียนนวลไปมา ดวงตาคู่คม ก็จ้องมองใบหน้าสวยสะดุดตา แม้จะแต่งแต้มไว้แต่พองามเท่านั้น
“เคยมีใครบอกมั้ยครับ ว่าเวลามัทยิ้มแบบนี้ ทำให้มัทสวย น่ารัก น่ามองมากแค่ไหน”
คนถูกชมตรงๆ ไม่กล้าตอบอะไร นอกจากส่ายหน้าน้อยๆ หัวใจนั้นก็เต้นรัวเร็วราวกับจะหลุดออกมานอกอกให้ได้
“งั้นผมคงเป็คนแรก ที่บอกมัทใช่มั้ยครับ และผมคงได้เป็คนแรกที่ทำแบบนี้กับมัทด้วยใช่มั้ยครับ”
คนถูกถามไม่มีโอกาสได้ตอบใดๆ เมื่อเขาโน้มใบหน้าอันหล่อเหลาลงมาหา แล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากสีระเรื่ออย่างแ่เบา ไม่เคยคาดคิด ว่าจะถูกเขาทำแบบนี้อีกครั้ง เลยทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนแน่นิ่งอิงแอบอยู่กับแผงอกของเขาเท่านั้น
ส่วนหัวใจก็เต็มตื้นไปด้วยความสุข เมื่อมีสองวงแขนอันแข็วแกร่งของเขาโอบกอดเอาไว้ จนเผลอไผลยกสองแขนโอบกอดกายเขาไว้ด้วยเช่นกัน ในครั้งแรกที่เขาแจกจุมพิตให้นั้น
มัทรีมีความใระคนตื่นเต้น จนไม่อาจจะจับความรู้สึกของตัวเองได้ ว่าเป็ยังไง แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงจะหดหาย ยิ่งเขาเบียดกายเข้ามาหา ดูดดื่มริมฝีปากหนักหน่วงขึ้น
กายสาวก็สั่นสะท้านขึ้นได้ไม่ยาก เืในกายก็เหมือนกำลังแล่นพล่านไปทั่ว เมื่อปลายลิ้นของเขาชอนไชเข้ามาลิ้นที่ไม่ประสาของตัวเอง และแม้จะไม่ประสา
แต่เธอก็รู้ว่า รสจุมพิตของเขานั้นช่างหอมหวานเหลือเกิน กระดุมเสื้อค่อยๆ ถูกมือของผู้กำลังลุ่มหลงในความงาม ปลดออกช้าๆ จนท้ายที่สุด ได้ัักับความนิ่มนุ่มของปทุมงาม แม้จะมีบราเซียร์ลูกไม้ห่อหุ้มเอาไว้
ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ไม่ยากถึงแรงสะดุ้งตื่นของคนเป็เ้าของ ในทุกครั้งที่กอบกำและเคล้นคลึงก้อนพอดีมืออย่างเป็สุขใจ และเป็สุขใจจริงๆ หาใช่มีความใคร่นำทางไม่
ด้วยประสบการณ์ทางด้านนี้มีไม่น้อย ทำให้แยกแยะออกได้ไม่ยาก ว่าอยู่ใกล้หญิงไหนแล้วเป็สุขใจกับเป็สุขกายมากกว่ากัน และเธอคนนี้ก็เป็หนึ่งในไม่กี่คนที่เขาอยู่ใกล้แล้วมีความสุขใจ
จนเืในกายแล่นไปทั่วร่าง ริมฝีปากบางก็ถูกเขาดูดดื่มอย่างแ่เบา ค่อยเป็ค่อยไป หาใช่จะหักหาญเพื่อเอาชนะไม่ แม้จะมีความสุขกับการได้อิงแอบแนบชิด อยู่กับหญิงผู้ต้องตาต้องใจ ในระดับสูงขึ้นทุกวันสักแค่ไหน
แต่ชายผู้ประกาศว่าตัวเป็สุภาพบุรุษ ก็จำต้องฝืนระงับสติและอารมณ์สิเน่หาเอาไว้ให้ได้ เพราะถือคติที่ว่า ถ้ายังไม่ฟันธงว่าจะเป็ใคร ก็จะไม่ทำให้เธอคนนั้นต้องมัวหมองเพราะน้ำมือเขาเด็ดขาด
และแม้ว่าเธอคนนี้จะไม่มีทีท่าว่าจะหวงห้ามเขาเลยสักนิด แต่ก็คิดถึงความถูกต้อง กับคิดถึงปัญหาที่จะตามมาทีหลังอย่างถี่ถ้วน เลยจำใจต้องหยุดทุกการเคลื่อนไหวเอาไว้เท่านั้น ต่อให้เสียดายรสหอมหวานจากสองกลีบบุปผาสักแค่ไหน ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาก็ต้องทำให้ได้
และนั่นก็ช่วยดึงสติมัทรีให้กลับเข้าตัวได้ดียิ่งเช่นกัน ความอายนั้นมีมากมายจนไม่รู้จะทำยังไง นอกจากส่งมือบางขึ้นรวบสาบเสื้อที่หลุดออกเพราะน้ำมือเขา
แล้วเลี่ยงเดินไปหาห้องนอนของตัวเอง แม้ไม่รู้ว่าจะเข้าไปทำไม แต่ก็ขอให้ได้หนีไปไกลๆ เขาเอาไว้ก่อนก็เป็พอ ใบหน้าสวยใสยิ้มน้อยๆ เมื่อคิดถึงห้วงเวลาอันแสนวิเศษล้ำ มือบางก็ติดกระดุมเสื้อไปด้วย
กายก็ทรุดนั่งลงบนเตียง ใจก็ครุ่นคิดว่าจะมีหน้าออกไปหาเขาได้ยังไง เพราะมีความอายเอ่อล้นท่วมใจขนาดนี้ และไม่รู้ว่าเขาจะตีค่าผู้หญิงที่เข้าข่ายใจง่าย ทำตัวเสมือนพร้อมจะพลีกายให้เขาทุกเมื่อได้ไว้ยังไง
‘ก๊อกๆ ๆ’
เสียงเคาะประตูทำให้ใจนกายสะดุ้งโหยง “มัทครับ! เสร็จหรือยังครับ เราต้องกลับกันแล้วครับ”
ตามด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล ชวนให้หลงใหลของเขาดังเข้ามา ยิ่งทำให้หัวใจเต้นรัวเร็วและแรงมากขึ้น แต่หญิงสาวก็พยายามข่มความอายเอาไว้ แล้วเดินออกไปเปิดประตู และไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขา
“มัทครับ เราจะกลับกันแล้ว”
“ค่ะ”
หลังจากฝืนความอายตอบออกไป สาวหน้าใสก็รวบรวมความกล้า เงยขึ้นมองหน้าเขาเป็ครั้งแรก แล้วก็ได้เห็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาช่างหล่อเหลา ราวพี่เบยองจุนยังไงยังงั้น มันทำให้หัวใจดวงน้อยๆ เต้นเร็วขึ้นอีกเรื่อยๆ จนแทบจะก้าวขาตามเขาไปไม่ถูก
“ให้ผมช่วยถือนะครับ”
ยิ่งเขาหันมายื่นมือขอถุงเสื้อผ้า แล้วยิ้มให้อีกรอบด้วยแล้ว ก็แทบหัวใจละลายลงตรงนั้นด้วยซ้ำ ยังดีที่ตั้งสติได้ หลังยื่นถุงให้เขาแล้ว เลยเดินเคียงคู่ไปกับเขาด้วยท่าทีปกติ แม้สายตาของผู้คนในล็อบบี้จะเมียงมองมาหา
ระหว่างเขาพาเดินไปคืนกุญแจห้อง กับรอให้แม่บ้านเช็กสภาพห้องสักแค่ไหน แต่มัทรีก็พยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอาการประหม่ามากเกินไป
“ไปกันครับ เสร็จแล้ว”
กายสาวรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมาทันที เมื่อเขายื่นมือมาแตะแผ่นหลังบางอย่างสุภาพบุรุษ และแม้จะไม่ได้มองไปทางไหนนอกจากรถสปอร์ตหรูของเขา แต่ก็รู้ได้ไม่ยาก ว่ามีสายตาผู้คนหลายคู่ กำลังมองมาหา ชั่วขณะหนึ่งนั้น มัทรีเผลอคิดไปว่า ถ้าได้เป็ภรรยาของเขาจริงๆ จะมีความสุขมากแค่ไหนกันนะ
“มัทอยากซื้ออะไรไปฝากคุณยายมั้ยครับ ผมจะได้จอดให้”
“เอ่อ!”
คนกำลังฝันหวานถึงกับสะดุ้ง เมื่อเขาเอ่ยถามเสียงนุ่มนวล มือก็เปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ จนไม่รู้จะพูดหรือจะตอบออกไปยังไงดี
“ว่าไงครับ มัทอยากซื้ออะไรไปฝากคุณยายมั้ยครับ”
จนเขาเข้าไปนั่งฝั่งคนขับแล้ว ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะตอบอะไรออกไปดี เพราะไม่กล้าบอกยายแน่ๆ ว่ามากับเขา ยิ่งถึงขั้นนอนห้องเดียวกันขนาดนี้ ต่อให้ยายไม่ถามซอกแซก แต่ยายก็คงไม่ปลื้มแน่
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
เลยตัดปัญหาด้วยการกลับบ้านมือเปล่า และดีใจไม่น้อยที่เขาพากลับเร็ว จะได้ถึงบ้านไม่ค่ำ ซึ่งอาจคงจะก่อนยายกลับมา
ทว่าทุกอย่างไม่เป็อย่างที่คิดไว้ เมื่อรถเขาจอดเทียบหน้าบ้าน ก็เห็นยายออกมามองอยู่ตรงประตูแล้ว มัทรีรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง และไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาบอกยายดี เพราะชีวิตนี้แทบไม่เคยโกหกหรือปกปิดอะไรกับยายเลยด้วยซ้ำ
“สวัสดีครับคุณยาย”
มัทรีเห็นเขายกมือไหว้ยายและคุยด้วยท่าทีปกติ ก็รีบออกจากรถที่เขาอ้อมมาเปิดให้
“อ้าว! ไปไหนกันมาคะคุณเกียร์ ถึงมีมัทนั่งรถมาด้วย”
มัทรีเห็นว่ายายเองก็ยกมือรับไหว้เขา และคุยกับเขาด้วยท่าทีปกติเช่นกัน แต่ด้วยความที่รู้จักยายมาั้แ่จำความได้ ย่อมเดาได้ว่ายายคงสงสัยไม่น้อย
“เข้าบ้านก่อนค่ะ ยายเพิ่งกลับเมื่อครู่เอง มีข้าวหลามอร่อยๆ มาฝากด้วย”
“ครับ” มัทรีเดินมือเปล่าเข้าบ้าน ส่วนเขานั้นมีถุงผ้าจากหลังรถถือติดมือไป ท่าทีของเขายังคงดูสง่างามและปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังไงยังงั้น
“ผมได้รับเชิญไปเป็วิทยากรมาครับ เลยจ้างมัทไปเป็ผู้ช่วย อุ๊ยตายจริง! เกือบลืมจ่ายค่าเหนื่อยเลย”
มัทรีที่ยืนอยู่ข้างยายนั้น มองเขาล้วงมือลงเอากระเป๋าสตางค์เปิดออก ก่อนจะยื่นธนบัตรสีเทาให้ถึงสิบใบ เลยใไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะจ่ายมากขนาดนี้ ทั้งที่เป็แค่เื่สมมติขึ้นมาเท่านั้น
“ทำไมคุณเกียร์จ่ายมัทเยอะจังคะ มัทไม่ได้ทำอะไรเลย แค่เย็บกระดาษกับคอยคลิกเมาส์ให้ไม่กี่ชั่วโมงเองค่ะ”
เลยไม่กล้ารับ ยายบุญมีก็ไม่กล้าออกความคิดเห็น ได้แต่ยืนมองเขาเท่านั้น
“ไม่เยอะหรอกครับ ปกติถ้าผมให้เลขาไปช่วยงาน ต้องจ่ายมากกว่านี้อีก มัทเก็บไว้นะครับ ถ้ามีงานพิเศษอีก ผมผูกขาดจ้างมัทเลย” มัทรีมีท่าทีลังเล
“ผู้ใหญ่เมตตาก็รีบรับไว้สิมัท แล้วรีบไปหาน้ำท่ามาเร็วเข้า เอาข้าวหลามบนโต๊ะมาด้วยนะ” แม้ยายบุญมีจะเห็นว่าเงินที่เขาให้หลานสาวนั้นออกจะมากไปสักหน่อย แต่ก็อ่านออกว่าเขาคงเมตตาในความมเป็คนขยันและว่าง่ายของหลานมากกว่า เลยรีบสรุปให้
“จ้ะ”
คนเป็หลายเลยไม่กล้าขัด ได้แต่รีบยกมือไหว้ขอบคุณเขา ก่อนจะรับเงินมายัดใส่กระเป๋ากางเกงไว้ แล้วค้อมตัวเดินไปถือถุงผ้าที่เขาวางไว้ตรงชุดรับแขกเลี่ยงเข้าบ้านไป ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันตามลำพัง แต่ก็ยังได้ยินทุกเื่อยู่ดี ในเมื่อบ้านก็มีบริเวณแค่นี้เท่านั้น
“ข้าวหลามของทางอีสาน จะไม่เหมือนหนองมนนะคะคุณเกียร์ ลองชิมดูค่ะ”
พอเอาของว่างกับน้ำไปวางไว้ให้แล้ว มัทรีก็รีบเดินกลับเข้าห้องนอนเลย เพราะยังไม่ได้ซักผ้า รีดผ้าไว้ใส่พรุ่งนี้ อีกทั้งไม่อยากออกไปเกะกะสายตาผู้ใหญ่เวลาคุยกันด้วย
“มัทเอ๊ย! มาส่งคุณเกียร์เร็วเข้าลูก”
พอเอาผ้าลงเครื่องเสร็จ ยายก็ร้องเรียก เลยต้องรีบวิ่งมาจากหลังบ้าน
“มัทเอาข้าวหลามใส่ถุงให้คุณเกียร์ด้วย สักห้ากระบอก”
“จ้ะ” ไม่ถึงนาที หญิงสาวก็หิวถุงข้าวหลามเดินตามยายกับเขา ไปส่งถึงหน้าบ้านแล้ว
“ขอบคุณมากครับคุณยาย งั้นผมลาเลยนะครับ พรุ่งนี้เช้าต้องบินไปพม่าครับ” มัทรียกมือไหว้ พร้อมกับยิ้มบางๆ ให้ แต่ก็ไม่กล้ามองเขานาน ด้วยกลัวยายจะผิดสังเกต ใจก็รู้สึกโหวงๆ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบเขา ได้ใกล้ชิดเขาแบบนี้อีก แม้จะทำงานที่เดียวกัน แต่แทบไม่มีเลยที่จะได้พบเจอเขาโดยบังเอิญ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า ทำไมไม่เคยเห็นเขาเข้าๆ ออกๆ บริษัทเหมือนคนอื่นนั้นหมดไปแล้ว เพราะเขาก็คงจะใช้ลิฟต์ตัวที่เชื่อมกับห้องทำงานของเขานั่นเอง
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































