หนึ่งในตัวเลือกที่ปรากฏแก่เซียวเยี่ยเพื่อเปลี่ยนอาชีพคือเทพีผู้สวมชุดเกราะทองคำเจิดจ้าดุจเปลวเพลิงในหัตถ์ของเธอถือกระบี่ั์ที่สลักอักขระศักดิ์สิทธิ์เอาไว้
ใบหน้าอันบริสุทธิ์ภายใต้หน้ากากเหล็กอันน่าเกรงขามนั้นดูสูงส่งจนไม่สามารถล่วงเกินเื้ัมีตราสัญลักษณ์กระบี่และโล่ทอประกาย บ่งบอกถึงตัวตนของเธอ...เทพีแห่งา
เทพีแห่งาจ้องมองเซียวเยี่ยจากเบื้องบนด้วยสายตาหยิ่งยโสราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งซึ่งสร้างความรู้สึกไม่สบอารมณ์ให้แก่เขา
“ผู้ตื่นรู้ ฉันััได้ถึงความพากเพียรและความศรัทธาของนาย จงติดตามฉันแล้วฉันจะมอบเกียรติยศแห่งนักรบให้แก่นาย!”
ทันใดนั้นศิลาโบราณก็เปล่งแสงสีเทาหม่นออกมา
ตามมาด้วยตราสัญลักษณ์รูปกระบี่ั์ที่หักบิ่นค่อยๆลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ
เบื้องหน้าของเซียวเยี่ยปรากฏข้อความบรรทัดหนึ่งขึ้นมาทันที
[ทางเลือกที่ 1: ติดตามเทพีแห่งาเปลี่ยนอาชีพเป็... อาชีพระดับ D: นักรบ]
[ทักษะพื้นฐาน: ปัดป้อง, พุ่งแทง]
[ทักษะพร์: ไม่มี]
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง
เดี๋ยวนะแค่นี้หรือ?
เทพีแห่งาผู้วางมาดจองหององค์นี้ปากก็บอกว่าััได้ถึงความศรัทธาและความพากเพียรของฉัน อยากให้ฉันติดตามเธอไป
แต่ผลลัพธ์กลับยัดเยียดอาชีพนักรบตัวประกอบระดับDให้เนี่ยนะ?
ใครจะไปเชื่อแกกัน!
“ผมขอปฏิเสธ!”
เซียวเยี่ยส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล
จากนั้นจึงเบนสายตาไปหาเทพองค์ที่สองด้านข้าง
นั่นคือเทพที่สวมชุดคลุมและผ้าปิดหน้าสีดำสนิททั่วร่างโอบล้อมด้วยกลุ่มก้อนพลังสีดำที่เลือนรางจนแยกไม่ออกว่าเป็ชายหรือหญิงทว่ากลับแผ่ซ่านไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
เทพในผ้าคลุมดำดูเหมือนจะแอบดีใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเซียวเยี่ยปฏิเสธเทพองค์แรก
เขา(หรือเธอ) ยื่นมือมาทางเซียวเยี่ยพร้อมกล่าวว่า
“เป็การตัดสินใจที่ฉลาดมาก!”
“ผู้ตื่นรู้อันชาญฉลาด จงติดตามฉันและกลายเป็กระบี่ดำที่กรีดทะลวงห้วงมิติเถอะ!”
พริบตานั้นตราสัญลักษณ์รูปกระบี่สีดำสนิทก็พลันแหวกมิติออกมาจ่ออยู่ที่ลำคอของเซียวเยี่ย
มันดูคล้ายจะเป็ทั้งคำขู่และเป็การแสดงให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของพลังแห่งห้วงมิติ
[ทางเลือกที่ 2: กลายเป็ข้ารับใช้ของิญญาแห่งห้วงมิติเปลี่ยนอาชีพเป็... อาชีพระดับ S: มือสังหารเงา]
[ทักษะพื้นฐาน: ลบล้างมิติ, เร้นกายเงาพราย, เงาแยกตนเอง]
[ทักษะพร์: ลอบสังหารในเงา:สามารถเพิกเฉยต่อข้อจำกัดของอาคมเขตแดนทุกชนิดเข้าหาเป้าหมายในพริบตาจากระยะไกลเพื่อโจมตีจุดตาย]
..........
ในเวลาเดียวกัน
ท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่เฝ้ามองและพากันเย้ยหยันเซียวเยี่ยอยู่ใต้แท่นตื่นรู้ศิลาโบราณหลักนั้นกลับะเิแสงสีม่วงเจิดจ้าออกมาอีกครั้ง!
ผู้คนที่กำลังวุ่นวายพลันเงียบสงัดลงในชั่วอึดใจ
ทุกคนต่างถูกภาพตรงหน้าสะกดจนตกตะลึง
แสงสีม่วง!
มันคือสัญลักษณ์เฉพาะตัวของอาชีพสายต่อสู้ระดับS!
ทันใดนั้นกระบี่ดำพลันแหวกมิติออกมาอีกหนึ่งเล่มลอยวนเวียนอยู่รอบกายเซียวเยี่ยด้วยความเฉียบคมและรวดเร็ว
ตราสัญลักษณ์กระบี่ดำอันแปลกประหลาดนั้นบดบังรัศมีของตรากระบี่ั์ที่หักบิ่นก่อนหน้านี้ไปจนมิด!
ท่ามกลางความเงียบงันในที่สุดก็มีคนอดไม่ได้ที่จะกระซิบออกมา
“ทำไมเซียวเยี่ยถึงมีตราสัญลักษณ์อาชีพโผล่มาอีกอันล่ะ?”
“นั่นสิ? ทำไมถึงมีอาชีพที่สองโผล่มาได้!?”
“เซียวเยี่ยปลุกอาชีพที่สองขึ้นมา... นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย!”
“ทำไมเขาถึงมีอาชีพให้เลือกถึงสองอาชีพ?”
“แถมอาชีพที่สอง... ดูเหมือนจะเป็ระดับ S ด้วย!”
“อะไรนะ? เป็ไปไม่ได้!”
หวังเปียวที่รอยยิ้มยังคงค้างอยู่พลันใบหน้าถอดสีทันทีเขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วะโลั่น
“คนเดียวจะปลุกอาชีพขึ้นมาสองอย่างพร้อมกันได้ยังไง!?”
ขณะที่หลินเสวียิและหลิวหรูเยียนที่อยู่ข้างๆก็สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที หลินเสวียิกัดฟันเค้นเสียงออกมาได้เพียงไม่กี่คำ
“นี่มัน... นี่มันเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!”
สามเมล็ดพันธุ์อัจฉริยะต่างมีสีหน้าปั้นยากหันขวับไปมองยังอัฒจันทร์ประธานที่อยู่ข้างๆ ทันทีโดยเฉพาะหลินเสวียิที่ถึงกับวิ่งไปที่อัฒจันทร์ด้วยความตื่นตระหนกเพื่อถามท่านอธิการบดีว่า
“ท่านอธิการบดี! นี่ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆเซียวเยี่ยไม่มีทางปลุกอาชีพขึ้นมาได้สองอย่างหรอก!”
“เขามันก็แค่ไอ้ขยะที่ได้อาชีพกระจอกๆ เท่านั้น!”
ทว่าในตอนนั้นท่านอธิการบดีและคนอื่นๆ บนอัฒจันทร์ต่างก็ยืนอึ้งตาค้างกันไปหมดหัวหน้าจางรีบเข้ามาขวางหลินเสวียิไว้พลางปลอบว่า
“นักเรียนใจเย็นๆ ก่อนนะ!”
แต่ท่านอธิการบดีหลินเจิ้งหนานกลับตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะความตื่นเต้น
“เยี่ยมมากเ้าหนุ่ม! นี่มัน... อาชีพระดับ S ไม่ผิดแน่ฉันบอกแล้วไงว่าคนแก่อย่างฉันไม่เคยพูดจาเพ้อเจ้อ!”
หลินเจิ้งหนานพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจตลอดครึ่งค่อนชีวิตในอาชีพครูเขาไม่เคยเห็นใครปลุกอาชีพขึ้นมาให้เลือกสองอย่างพร้อมกันกับตาตัวเองมาก่อนแต่เขาก็เคยได้ยินมาบ้างว่ามีกรณีที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้เกิดขึ้น
นั่นเป็เพราะเขาถูกเทพหลายองค์เลือกพร้อมกันในคราวเดียว!
ทางด้านตัวแทนจากสี่สมาคมใหญ่ต่างก็มีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน
เมื่อครู่นี้พวกเขายังเพิ่งพากันเหน็บแนมเมล็ดพันธุ์อัจฉริยะคนนี้ที่ปลุกอาชีพระดับ Dขึ้นมาอยู่แท้ๆ
แต่ตอนนี้เซียวเยี่ยที่อยู่บนแท่นตื่นรู้กลับปลุกอาชีพระดับ S ขึ้นมาอีกอย่าง!
เมื่อมองไปยังตราสัญลักษณ์กระบี่ดำที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับกรีดห้วงมิตินั้น
ตัวแทนสมาคมอินทรีดำผู้าุโคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นอย่างครุ่นคิดว่า
“ดูจากตราสัญลักษณ์นี้แล้ว น่าจะเป็อาชีพระดับ S มือสังหารเงา!”
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำเอาตัวแทนสมาคมที่เหลือบนอัฒจันทร์นั่งไม่ติดเก้าอี้
อาชีพระดับSมือสังหารเงา ที่สามารถเคลื่อนที่ผ่านห้วงมิติได้นั้นคือตัวตนที่สามารถเด็ดหัวแม่ทัพท่ามกลางกองทัพนับหมื่นได้สบายๆ!
สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ใช่ว่าสี่สมาคมใหญ่จะเป็ฝ่ายเลือกเซียวเยี่ยอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับกันคือพวกเขาจะทำอย่างไรให้เซียวเยี่ยเลือกพวกเขากันแน่
ส่วนตัวแทนสมาคมอินทรีดำที่จำอาชีพมือสังหารเงาได้เป็คนแรกกลับรู้สึกเสียใจภายหลังที่ตนไม่ทำตัวให้เงียบเชียบกว่านี้ไม่ควรหลุดปากพูดออกมาเลย
ตัวแทนจากสี่สมาคมใหญ่ต่างหันมองกันด้วยความระแวดระวังในใจแอบคิดว่าต้องยื่นข้อเสนอดีๆ ขนาดไหนถึงจะดึงตัวเซียวเยี่ยมาได้...ไม่มีใครสนใจหลินเสวียิที่แทบจะสติหลุดอยู่ข้างๆ เลยสักคน
ทว่าในตอนนั้นเอง
เหล่าผู้มีอำนาจบนอัฒจันทร์ที่กำลังคิดแผนในใจต่างก็ได้ยินเสียงอื้ออึงจากฝูงชนด้านล่างอีกครั้ง
เสียงฮือฮาและเสียงอุทานนั้นดังเสียยิ่งกว่าครั้งก่อนเสียอีก!
“์! ดูบนแท่นตื่นรู้นั่นสิ!”
ท่านอธิการบดีหลินเจิ้งหนานและคนอื่นๆรีบลุกขึ้นมองตาม
และทันทีที่ได้เห็นแม้แต่ผู้ทรงคุณวุฒิบนอัฒจันทร์ที่มีประสบการณ์โชกโชนยังต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ
ศิลาโบราณบนแท่นตื่นรู้นั้นกลับะเิแสงเจิดจ้าออกมาอีกเป็คำรบที่สาม
แถมครั้งนี้ยังเป็เสาแสงสีส้มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาจนสุดสายตา!
“อาชีพที่สามของเซียวเยี่ย!”
“เทพถึงสามองค์พร้อมใจกันเลือกเขา!”
..........
สาเหตุที่ทำให้ศิลาโบราณะเิแสงออกมาอีกครั้งนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน
เพราะเซียวเยี่ยที่อยู่ท่ามกลางพิธีตื่นรู้ได้ส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง
อาชีพสายต่อสู้ระดับSมือสังหารเงา แม้เมื่อเทียบกับอาชีพสายมือสังหารทั้งหมดก็นับว่าติดอันดับต้นๆ ของโลก
แต่เซียวเยี่ยไม่รีบร้อน
ในเมื่อข้างหลังเขายังมีเทพเหลืออยู่อีกสององค์ไม่ใช่หรือ?
เซียวเยี่ยโบกมือให้เทพที่ซ่อนกายในผ้าคลุมดำพลางกล่าวว่า
“ผมรู้ว่าท่านรีบ แต่โปรดใจเย็นลงก่อนครับ”
“ขอผมฟังข้อเสนอจากอีกสองท่านที่เหลือก่อน!”
ิญญาแห่งห้วงมิติภายใต้ผ้าคลุมดำสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธเกรี้ยวทว่ากลับทำอะไรไม่ได้
และจากสายตาที่ิญญาแห่งห้วงมิติมองไปยังเทพองค์ที่สามเซียวเยี่ยกลับสังเกตเห็นถึงความหวาดกลัวและยำเกรงแฝงอยู่
เทพองค์ที่สามเป็ชายชราผมขาวโพลนถือไม้เท้าหัวไม้เท้าที่เป็กระดูกขาวมีเปลวไฟสีน้ำเงินครามลุกโชนชายชราดูน่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงอำนาจทว่าสายตาที่มองมายังเซียวเยี่ยกลับมีความชื่นชมแฝงอยู่เล็กน้อย
“ผู้ตื่นรู้ ฉันคือราชันยมโลก”
“จงยอมสยบต่อฉัน แล้วฉันจะมอบพลังที่ควบคุมความเป็ตายให้แก่นาย!”
ช่างเป็คำพูดที่สามหาวนักเป็ถ้อยคำที่โอหังเหลือเกิน!
เซียวเยี่ยคิดในใจดูเหมือนว่าท่ามกลางหมู่เทพด้วยกันก็ยังมีลำดับสูงต่ำสินะ!
วินาทีต่อมา
เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่สีขาวราวกับกระดูกลอยขึ้นมา
[ทางเลือกที่ 3: ยอมสยบต่อราชันยมโลกเปลี่ยนอาชีพเป็... อาชีพระดับ SSS มหันตภัยกองทัพอันเดด]
[ทักษะพื้นฐาน: อัญเชิญกองทัพอันเดด, โครงกระดูกตัวตายตัวแทน,ผลิบานความตาย]
[ทักษะพร์: ทูตแห่งราชันยมโลก ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของราชันยมโลกสามารถอัญเชิญข้ารับใช้อันเดดได้โดยไม่จำกัดจำนวน!]
ฉับพลันนั้นเมฆาดำแห่งขุมนรกพลันปรากฏขึ้นราวกับภาพลวงตาพุ่งทะยานเข้าหาเซียวเยี่ยอย่างบ้าคลั่ง!
เมื่อเพ่งมองให้ดีสิ่งที่ล่องลอยอยู่ในกลุ่มเมฆนั้นไม่ใช่หมอกควันหากแต่เป็โครงกระดูกขาวโพลนที่เรียงรายกันแน่นขนัดเมฆาดำนั้นแท้จริงแล้วคือกองทัพโครงกระดูกนับล้านล้านตัว!