ทันทีที่แอเรียสประกาศราคาประมูลดาบเล่มนั้นออกไปทั่วห้องประมูลก็กลายเป็เงียบลง ดาบเล่มนี้หากประเมินราคามันจริงๆแล้วมันไม่น่าจะเกินหกหมื่นเหรียญด้วยซ้ำ แม้มันจะเป็อาวุธเวทระดับกลางแต่สภาพมันก็ค่อนข้างย่ำแย่อยู่ไม่น้อย อาวุธเวทแม้จะมีระดับเท่ากันแต่คุณภาพของอาวุธก็ไม่ได้เท่ากันเสมอไป เช่นดาบผลึกอัคคีกับดาบเล่มนี้แม้จะเป็อาวุธเวทระดับกลางเท่ากันแต่ราคาและความแข็งแกร่งก็ต่างกันอย่างริบลับ ราคาเจ็ดหมื่นห้าพันเหรียญคริสตัลที่แอเรียสประมูลนับว่าแพงกว่าราคาที่แท้จริงอยู่ไม่น้อย นี่เป็สาเหตุที่ไม่มีผู้ใดประมูลราคาต่อ
“ถ้าเช่นนั้นดาบเล่มนี้ก็ตกเป็ของ…“
“ ช้าก่อน !! ข้าให้เจ็ดหมื่นแปดพันเหรียญคริสตัล“
ขณะที่คาร่ากำลังจะประกาศผู้ชนะการประมูลดาบเล่มนั้นก็มีเสียงดังก้องมาจากผู้ประมูลหมายเลขหนึ่งซึ่งอยู่ในห้องพิเศษดังเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เสียงนั้นแผ่แรงกดดันจางๆออกมาราวกับว่าจะข่มขู่ไม่ให้ผู้ใดประมูลแข่งด้วยอีก
“ แปดหมื่นเหรียญคริสตัล !! “
แอเรียสประกาศราคาที่สูงกว่าโดยทันที เขาหาได้สนใจแรงกดดันหรือตัวตนของผู้ที่อยู่ในห้องพิเศษหมายเลขหนึ่งไม่ ในใจเขามีเพียงจะต้องนำดาบเล่มนั้นมาให้ได้เท่านั้น
“แปดหมื่นสามพันเหรียญคริสตัล!! “
“เก้าหมื่นเหรียญคริสตัล“
ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครคิดที่จะยอมใคร ทั่วทั้งห้องประมูลต่างไม่มีใครกล้าที่จะยื่นมือเข้าไปสอดแทรก คาร่าได้แต่ยกยิ้มภายในใจราคาของดาบเล่มนี้มันเกินกว่าที่ควรจะเป็ไปกว่าเท่าตัวแล้ว นี่นับเป็กำไรจำนวนมากจริงๆ
“เก้าหมื่นห้าพันเหรียญคริสตัล น้องชายช่วยไว้หน้าข้าด้วย ! “
ทันใดนั้นชายที่อยู่ในห้องพิเศษหมายเลขหนึ่งก็เผยตัวออกมา เป็ชายวัยกลางคนที่สวมใส่ชุดเกราะสีน้ำเงินเข้มสลักลวดลายสีทองท่าทางดูสง่างามราวอัศวิน ทันทีที่ชายผู้นั้นเปิดเผยตัวทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ทุกคนจ้องมองไปยังชายผู้นั้นด้วยความเกรงขาม มีเพียงแอเรียสเท่านั้นที่ทำเพียงเหลือบหางตาไปมองยังชายผู้นั้นก่อนจะหันกลับด้วยความไม่พึงพอใจนัก มันเป็ใบหน้าที่เขาคุ้นเคยดีมันคือคาซัสผู้นำตระกูลฮอบสันนั่นเอง นี่ทำให้เขารู้สึกเกลียดชังชายผู้นี้มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว ‘ คิดจะใช้วิธีสกปรกเพื่อข่มขู่ข้าอย่างนั้นรึ หากเป็ผู้อื่นเ้าคงสามารถข่มขู่ได้แต่ไม่ใช่กับข้าผู้นี้‘
คาร่าในแต่ถอนหายใจอย่างเสียดาย ‘อีกฝ่ายเป็ถึงผู้นำตระกูลฮอบสันท่าทางหนุ่มน้อยผู้นั้นคงพ่ายแพ้เสียแล้ว ’ ลำดับของห้องพิเศษนั้นความจริงแล้วเรียงตามลำดับความสำคัญของผู้เข้าร่วมการประมูล ลำดับหนึ่งถึงสิบส่วนใหญ่จะเป็ห้องสำหรับเหล่าตระกูลใหญ่ ส่วนอีกสิบห้องที่เหลือมักจะเป็ของผู้ที่มีร่ำรวยเงินทองหรือมีอำนาจลดหลั่นลงมาจากตระกูลใหญ่ การที่คาซัสประกาศตัวออกมาเช่นนี้ย่อมจงใจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวเป็แน่
“หนึ่งแสนเหรียญคริสตัล!! “
เสียงของแอเรียสกลายเป็สร้างความตกตะลึงให้ทั่วทั้งห้องประมูลอีกครั้ง ผู้ที่ไม่สนใจแม้แต่ตัวตนของคาซัสมีเื้ัเป็ใครกันแน่ คาร่ามองไปยังห้องพิเศษห้องนั้นด้วยสายตาที่ซุกซนและสนใจอยู่ไม่น้อย‘หนุ่มน้อยผู้นั้นเป็ใครกันแน่นะเ้าทำให้พี่สาวรู้สึกสนใจเสียแล้วสิ คิกๆๆ ‘
“ เ้า.. !! “
คาซัสกัดฟันแน่นด้วยความโกรธแค้น การที่เขาประกาศตัวตนของผู้นำตระกูลฮอบสันออกไปแต่กลับถูกเมินเฉยเช่นนี้มันทำให้เขารู้สึกอับอายเป็อย่างมาก หากโรงประมูลแห่งนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลฮาร์เกนแล้วล่ะก็ เขาคงเข้าไปกระชากตัวมันออกมาสังหารแล้ว
“ที่นี่คือโรงประมูล หากเ้าไม่้าประมูลก็ไสหัวออกไปซะ ! “
คำพูดของแอเรียสกลายเป็สร้างความตกตะลึงให้กับทั่วทั้งห้องประมูลอีกครั้ง มีผู้ใดกันที่กล้าขับไล่คาซัสผู้เป็ถึงผู้นำตระกูลฮอบสันเช่นนี้
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ในเมื่อข้ายอมลดตัวลงมาพูดจาดีๆกับเ้าแต่เ้ากลับสามหาว ..ข้าให้ราคาหนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญคริสตัล “
คาซัสะโออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว คำพูดของแอเรียสทำให้คาซัสรู้สึกราวถูกตบไปที่ใบหน้าจนด้านชา ฟังจากเสียงแล้วอีกคนเป็เพียงผู้เยาว์เท่านั้น หากเขาสืบทราบว่ามันเป็ผู้ใดเขาจะต้องจัดการมันอย่างสาสมแน่นอน
“ หนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญคริสตัล “
“ หนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันเหรียญคริสตัล ”
“ หนึ่งแสนหกหมื่นเหรียญคริสตัล ! “
เสียงวิจารณ์อื้ออึงดังไปทั่วทั้งห้องประมูล
“ ดาบสนิมเขรอะเล่มนั้นราคามันสูงถึงเพียงนี้ได้อย่างไร นี่มันเป็การประมูลหรือการแข่งขันเพื่อเอาชนะกันแน่“
“ ข้าว่าท่านคาซัสคงไม่ยอมเสียหน้าเป็แน่ “
“ เ้าเด็กหนุ่มที่อยู่ในห้องหมายเลขสิบสามเป็ใครกันเหตุใดมันจึงกล้าสร้างปัญหากับผู้นำตระกูลใหญ่เช่นนี้ ? หรือมันจะเป็นักเดินทางจากต่างเมืองจึงทำตัวไม่รู้ความเช่นนี้“
ทั่วทั้งห้องประมูลต่างวิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ
ทันใดนั้นก็มีชายแก่ผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นด้านข้างของคาซัส พร้อมกับกล่าวเื่ราวบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเื่ราวนั้นสีหน้าของคาซัสก็เปลี่ยนไป ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างถึงที่สุด มันหันหน้ามาทางห้องพิเศษหมายเลขสิบสามด้วยสายตาที่อาฆาตก่อนจะรีบตามชายแก่ผู้นั้นไปทันที
ผู้คนต่างคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนั่น บ้างก็ว่าคาซัสทำเพื่อไม่ให้เสียหน้า บ้างก็คิดว่าคงมีเื่ราวสำคัญบางอย่างเกิดขึ้นกับตระกูลฮอบสัน แต่ส่วนใหญ่ก็คิดว่าคาซัสแสดงละครตบตาเพื่อให้ตัวเองไม่เสียหน้า คงจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าราคาของดาบเล่มนั้นมันเกินความจริงไปมากโข หลังจากที่คาซัสออกไปแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าประมูลต่ออีกในที่สุดดาบเล่มนั้นก็ตกอยู่มือของแอเรียส เขามองมันด้วยความตื่นเต้นและยินดี จากนั้นไม่นานเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเขาอยู่เขาก็รีบหายตัวออกจากห้องประมูลไปโดยทันที
“ เด็กหนุ่มผู้นั้นช่างน่าสนใจเสียจริง “
เด็กหนุ่มหน้าตางดงามราวกับสตรีจ้องมองไปยังห้องพิเศษหมายเลขสิบสามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้ เด็กหนุ่มผู้นี้แต่งกายด้วยชุดสีทองที่ดูหรูหราและสง่างาม ที่อกติดไว้ด้วยตราประจำตระกูลมัลเลอร์ ท่าทางราวกับคุณชายเ้าสำราญผู้หนึ่ง ที่รอบกายของเด็กหนุ่มมีสาวงามสองคนคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง มือสองข้างเด็กหนุ่มข้างโอบกอดไปยังเอวอันบอบบางของหญิงสาวทั้งสอง
“อย่าไปสนใจคนผู้โง่งมผู้นั้นเลยท่านลูเซียสเพียงสนใจพวกข้าก็พอแล้วคิกๆๆ “
เสียงหยอกล้อของหญิงสาวดังไปทั่วห้องเล็กๆห้องนั้น รอยยิ้มของนางช่างชวนให้หลงใหล อกอันกลมกลึงได้รูปที่มีเพียงเสื้อผ้าบางๆปกปิดเอาไว้ นางใช้มือเรียวลูบไล้ไปทั่วทั้งกายของเด็กหนุ่มอย่างเย้ายวน ก่อนจะลูบต่ำลงมายังแก่นกายของเด็กหนุ่มอย่างช้าๆ
“ข้าไม่เคยสนใจผู้ใดมากกว่าพวกเ้าหรอก “
ลูเซียสเลิกให้ความสนใจห้องพิเศษห้องนั้นแล้วหันหน้ากลับมามองใบหน้าของหญิงสาวผู้ข้างกายที่กำลังส่งยิ้มอย่างยั่วยวนมายังเขา เขาใช้มือจับไปที่ปลายค้างของนางก่อนจะจูบไปยังริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่มนั้นเบาๆ ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอย่างดูดดื่มราวกับว่าที่นี่เป็สถานที่อันไร้ผู้คน นี่ถ้าหากว่าลูเซียสและนางไม่ได้อยู่ในห้องพิเศษแล้วล่ะก็ผู้คนคงตกตะลึงที่มีหนึ่งบุรุษรูปงามและหนึ่งสาวงามกำลังหยอกล้อกันอย่างเผ็ดร้อนท่ามกลางงานประมูลเป็แน่
สองมือของนางยังคงซุกซนจนลูบไล้ลงไปจนถึงระหว่างขาของลูเซียส ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาเชิงดุไปยังนางราวกับจะบอกว่าที่นี่ยังไม่สมควร แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือรอยยิ้มอันซุกซนและยั่วยวนของนาง ในที่สุดบทเพลงรักก็เริ่มบรรเลงขึ้นระหว่างหญิงสาวนางนั้นและลูเซียสภายใต้สายตาของหญิงสาวอีกคนที่กำลังมองมาด้วยสายตาหยาดเยิ้มก่อนจะค่อยๆปลดเปลื้องผ้าของตัวเองออกเผยให้เห็นผิวกายอันงดงามแล้วเดินเข้าไปลูบไล้ทั่วกายของลูเซียส ทั้งสามทำราวกับห้องพิเศษในโรงประมูลเป็สถานที่ส่วนบุคคลก็ว่าได้
หลังจากมุ่งหน้ามาจากโรงประมูลแล้วแอเรียสไม่ได้ออกจากเมืองมาโดยทันที เขามุ่งตรงไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งแทน เขายังไม่แน่ใจว่าจะมีผู้ใดคอยติดตามเขามาหรือไม่ แม้จะดูหวาดระแวงจนเกินไปแต่มันคงจะดีกว่าหากรอบคอบเอาไว้
“ท่านลูกค้าไม่ทราบว่าจะพักห้องแบบไหนดีค่ะ เมี๊ยว “
“ เอ๋..ลูกครึ่งอสูรอย่างนั้นรึ เหมือนจะไม่เคยพบเจอนานแล้วแหะ “
ทันทีที่เห็นหญิงสาวเ้าของโรงแรมที่มีใบหูที่กระดิกไปมากับหางสีขาวที่ส่ายไปมาอย่างเอ็นดู ก็ช่วยไม่ได้ที่แอเรียสจะเผลออุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ โลกเวทมนตร์แห่งนี้ประกอบไปด้วยหลากหลายเผ่าพันธุ์ ไม่ได้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่เป็เผ่าพันธ์ที่มีสติปัญญา ทั้งเอลฟ์ ภูติ รวมถึงลูกครึ่งอสูรก็เป็หนึ่งในหลายเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา
“ใช่แล้วเมี๊ยว ข้าชื่อว่าชูก้าเป็ลูกครึ่งอสูรสายพันธ์แมวป่าน่ะเมี๊ยววว แล้วไม่ทราบว่าท่านลูกค้าจะพักห้องแบบไหนดี เมี๊ยว “
เ้าของโรงแรมตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี หางของนางยังคงส่ายไปมาอย่างน่าเอ็นดู
“ เอาห้องพักที่ดีที่สุดก็แล้วกัน แล้วก็ขออย่าให้ใครมารบกวนข้าก็พอ “
“ ห้องพักที่ดีที่สุดราคาวันละยี่สิบเหรียญคริสตัลไม่ทราบว่าท่านลูกค้าจะพักกี่วันดี เมี๊ยว “
“ หนึ่งวันก็พอแล้ว “
แอเรียสยิ้มตอบ เขาเริ่มรู้สึกว่าความจริงแล้วเผ่ามนุษย์แมวนี่ช่างดูน่ารักอยู่ไม่น้อย หลังจากจ่ายเงินเป็ที่เรียบร้อยแล้วชูก้าก็พาเขามายังห้องพักทันที มันเป็ห้องพักที่ค่อนข้างกว้างขวางและสะดวกสบายอยู่พอสมควร
เมื่ออยู่เพียงลำพังแล้วแอเรียสก็นำดาบเล่มนั้นออกมาจากแหวนมิติในทันที เขามองมันไปด้วยแววตาที่หวนระลึกถึงความหลัง ภายในใจปรากฏทั้งความตื่นเต้นและยินดี
“ผ่านมาถึงสองพันปีข้าไม่คิดจริงๆว่าจะเจอเ้าอีกครั้ง “
นี่เป็ดาบที่แอเรียสรู้จักมันเป็อย่างดีนั่นคือเหตุผลที่เขายอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ดาบเล่มนี้มันมีนามว่าดาบอสูรมายา มันถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของนักสร้างอาวุธอันดับหนึ่งเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว ตัวดาบสร้างมาจากโลหะล้ำค่าหลายชนิด แก่นอสูรระดับจักรพรรดิสามชิ้น และสิ่งสำคัญที่สุดในการหลอมสร้างมันขึ้นมาคือโลหิตและเศษเสี้ยวิญญาของแอเรียส และด้วยการที่มันมีจิติญญาของแอเรียสหลอมรวมอยู่ทำให้มันกลายเป็อาวุธที่มีเพียงแอเรียสเท่านั้นที่จะใช้มันได้ ดาบอสูรมายานั้นไม่ได้เป็อาวุธเวทระดับกลางหรือระดับปฐีอย่างที่ผู้คนเข้าใจ ในอดีตมันเคยเป็ถึงอาวุธระดับตำนาน และมันยังเป็อาวุธเวทที่มีจิติญญาเป็ของตัวเอง
อาวุธเวทที่มีจิติญญานั้นแม้เป็เพียงอาวุธระดับต่ำก็ยังมีค่ากว่าอาวุธเวทระดับสูงทั่วไปหลายเท่า ความแข็งแกร่งของพวกมันหาใช่สิ่งที่จะเปรียบเทียบกันได้ อาวุธเวทที่มีจิติญญานั้นแตกต่างกับอาวุธเวททั่วไปมันมีจิติญญาของมันเอง และมันจะยอมรับผู้เป็นายเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อมันยอมรับผู้เป็นายแล้วจิติญญาของมันจะเชื่อมต่อกับผู้เป็นายไปตลอดกาลจนกว่าผู้เป็นายจะตายลง
“ ทำไมดาบอสูรมายาถึงยังมีการเชื่อมต่อกับข้าอยู่ หรือจะเป็เพราะจิติญญาของข้าไม่ได้สูญสลายไปยังวัฏสงสารแต่มันกลับหายไปแล้วกำเนิดใหม่ในร่างนี้ “
การพบกับดาบเล่มนี้ทำให้เริ่มมองเห็นปริศนาเกี่ยวกับการตายของเขาบางส่วนออก การตายของเขาคงจะคล้ายกับการที่ดวงิญญาย้ายร่างไปยังอีกร่างจึงทำให้การเชื่อมกับอาวุธเวทยังคงเชื่อมต่อกันอยู่
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานก็ไม่มีผู้ที่สามารถใช้มันได้ ทำให้มันตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เพียงนี้ และเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดดาบอสูรมายาที่น่าจะอยู่ที่ใจกลางป่ามรกตถึงถูกพบที่เศษซากวิหารโบราณที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าทมิฬได้
“ถึงเวลาที่เ้าควรจะตื่นขึ้นมากได้แล้วสหายข้า“
แอเรียสมองไปยังดาบยาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผูกพัน เขามองไปยังมันราวกับว่ามันเป็สิ่งที่มีชีวิตหาใช่เพียงอาวุธชิ้นหนึ่งไม่ ราวกับพวกมันรับรู้ถึงคำพูดของแอเรียส มันสั่นไหวเบาๆเป็การตอบรับ แต่ดูเหมือนมันจะไร้ซึ่งพลังที่จะทำสิ่งใดได้มากกว่านี้
แอเรียสยกยิ้มขึ้นมาอย่างอบอุ่น สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เขากรีดไปที่นิ้วมือตัวเองก่อนจะใช้โลหิตเขียนวงแหวนเวทขึ้นมารอบๆดาบอสูรมายา วงแหวนเวทนี้เป็ประเภทเวทอัญเชิญโดยใช้การสังเวยโลหิตของผู้ใช้เพื่อปลุกพลังของบางสิ่งหรืออัญเชิญบางสิ่งออกมา แม้จะดูเหมือนแค่ขีดเขียนแต่แอเรียสก็ใช้สูญเสียพลังเวทไปเป็จำนวนมาก ผ่านไปไม่นานวงแหวนเวทก็ถูกเขียนจนเสร็จ แอเรียสค่อยๆใช้โลหิตหยดไปยังตัวดาบ ก่อนจะเอ่ยร่ายเวทบางอย่างออกมา วงแหวนเวทพลันสว่างขึ้นส่องแสงสีแดงเข้มไปทั่วห้อง ดาบอสูรมายาเริ่มดูดกลืนโลหิตของแอเรียสเข้าไปพร้อมกับพลังจากวงแหวนเวทนั้น
ดาบอสูรมายาลอยอยู่ใจกลางวงแหวนเวท เมื่อสนิมหลุดลอกออกไปแล้วจึงเผยให้เห็นดาบอสูรมายาที่แท้จริง ตัวดาบยาวเกือบหนึ่งเมตร ใบดาบสีเงินแผ่ออกด้วยรัศมีอันแข็งแกร่ง ที่กระบังดาบมีอัญมณีอันงดงามเม็ดหนึ่งประดับไว้ ภายในอัญมณีก้อนนั้นคล้ายกับมีเปลวไฟสีน้ำเงินลุกโชนอยู่ ด้ามดาบเป็สีดำสนิทความยาวกำลังพอทีมือ ทั่วตัวดาบฝังแน่นไว้ด้วยวงจรเวทอันสลับซับซ้อน แอเรียสจ้องไปยังมันด้วยสายตาไปเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
ทันทีที่ดาบอสูรมายาตื่นขึ้นมา ท้องฟ้าทั่วเมืองเบอเนียร์ปั่นป่วนไปทั่ว คลื่นลมโหมกระหน่ำราวเกิดภัยพิบัติ เสียงสายฟ้าที่ดังก้องไปทั่ว ผู้คนต่างแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัวและแตกตื่น นี่เป็ผลกระทบที่เกิดจากการตื่นขึ้นมาของอาวุธเวทอันแข็งแกร่ง
แอเรียสรู้ดีว่าไม่มีเวลาจะชื่นชมยินดีมากนัก เขาเองก็รับรู้ถึงความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นภายในเมือง เขาคว้าจับไปที่ดับอสูรมายาก่อนจะเก็บมันเขาแหวนมิติไป ในที่สุดเหตุการณ์ทั้งหมดก็สงบลง มันเป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น ผู้คนต่างตั้งข้อสงสัยไปต่างๆนาๆ หลายคนยังคงความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เมื่อครู่นี้
“พลังของข้าในยามนี้เหมือนจะไม่สามารถทำให้ดาบอสูรมายาตื่นขึ้นได้โดยสมบูรณ์“
ยามเมื่อจับไปยังตัวดาบเมื่อครู่เขาก็ััได้ว่ามันมีพลังเพียงอาวุธเวทระดับสูงเท่านั้น คงเป็เพราะพลังของเขายังมีไม่เพียงพอที่จะทำให้มันตื่นขึ้นมาได้โดยสมบูรณ์ดังเช่นกาลก่อน ดาบอสูรมายานั้นนอกจากจะเชื่อมต่อกับเขามันยังมีจิติญญาและโลหิตของเขาหลอมรวมอยู่หากพลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นนั่นก็ย่อมจะทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นตาม แต่ในยามนี้พลังของเขายังอ่อนแอเกินไปทำให้ไม่สามารถปลุกพลังของมันให้ตื่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์ได้