ระหว่างที่นาตาลีปลีกตัวออกมากังหัน อินผา และยีรัน สามสหายของมาคินได้แอบสะกดรอยตามมาห่างๆด้วยเหตุผลเดียวที่ว่า..อยากช่วยจับโจร
“ไม่ได้! มันอันตราย”
แต่พวกเด็กๆยืนยันความตั้งใจเต็มที่ แถมบอกอีกว่า้าเป็นักรบผู้เก่งกล้าในภายหน้าถึงพี่สาวไม่ประกาศปาวๆ ว่าจะจับโจรให้ได้ พวกเขาก็ต้องลงมือเองในสักวัน
“แต่มันอันตรายมากพวกเธออย่ามาเดือดร้อนเพราะพี่เลย”
“ก็เพราะอย่างนั้นสิเราถึงต้องช่วยกันไง ลำพังพี่คนเดียวจะทำได้อย่างไร ถึงพี่จะเก่งการต่อสู้อยู่พอตัวแต่เชื่อเถอะว่าเื่พื้นที่แถบนี้พี่ไม่เก่งไปกว่าพวกข้าแน่” นาตาลีเบิกตาตะลึง
จริงแฮะ
จนแล้วจนรอดต้องยอมตกลงและนั่นนำมาสู่การวางแผน ‘กับดักล่อ’
เวลาล่วงผ่านจนพลบค่ำอากาศเริ่มเย็นขึ้นทุกที หญิงสาวคิดว่าควรยุติการซุ่มรอไว้แค่นี้ดีกว่า ถึงอยากจะดำเนินตามแผนที่ได้วางไว้แค่ไหนแต่สวัสดิภาพของทุกคนสำคัญกว่า เธอจึงบอกให้เด็กๆ ล่วงหน้ากลับบ้านไป
“กังหันพี่ฝากไปบอกทางบ้านมาคินด้วยนะว่าไม่ต้องเป็ห่วง”
เด็กชายแวะบอกตามนั้นแต่พบแค่พันนากับมาคิน เพราะเชนออกไปข้างนอกสักพักหนึ่งแล้ว
พันนาถึงกับตบอกผางหลังฟังเหตุการณ์อย่างละเอียดนึกตำหนิด้วยความเป็ห่วงว่าผู้หญิงตัวคนเดียวจะจับโจรได้อย่างไร มันอันตรายเกินไปมาคินอาสาไปตามพี่สาวที่ริมน้ำ แต่พันนาห้ามไว้เพราะเกรงจะได้รับอันตราย
ที่ริมน้ำ นาตาลีนั่งทอดอาลัยตายอยากอยู่เพียงลำพังก่อนพ่นลมออกปากหวังเรียกกำลังใจ นึกอยู่เหมือนกันว่าจะมีไอ้โจรหน้าโง่ที่ไหนกล้าโผล่มาอาละวาดติดๆกันให้คนอื่นรู้แกว อีกอย่างเหตุการณ์ก็เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ พวกชาวบ้านต้องเตรียมตั้งรับกันเต็มที่อยู่แล้ว
พลันต้องหยุดคิดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้า
ใครล่ะเนี่ย
“เฮ้ย! หรือว่าโจรจะมาจริงๆ” เธออุทานกับตัวเองอย่างคาดเดา“นี่พวกมันยังกล้าย้อนกลับมาอีกเรอะ”
ไม่น่าใช่แต่ไม่แน่!
หญิงสาวได้ยินเสียงพวกมันสั่งการลั่นๆอยู่นั่น แต่ไม่ว่าจะเป็พวกไหน ยังไงก็ต้องระวังตัว
เอาไงดีล่ะชุดดำๆ เหมือนกันแบบนี้ เหมาว่าเป็โจรไปก่อนละกัน
พิจารณาแล้วว่าควรรอก่อนฟ้ามืดลงทุกที อาวุธก็ไม่มี..เสียเปรียบเปล่าๆ
“สงสัยต้องล่อให้มาติดกับดักดีกว่ามั้ง”บ่นพึมพำพลางกรอกตาขึ้นฟ้า นึกเวทนาตัวเอง
ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะคุณพระคุณเ้าช่วยลูกช้างด้วยนะเ้าคะ
เสียงกุกกักใบไม้ดังทำคนร่างสูงบนหลังม้าหันขวับ
“ใคร!...”
นาตาลีเบิกตากว้าง กัดริมฝีปากจนแทบฮ้อเื
ชัดเลย! นั่นชักดาบรอท่าแล้วด้วย
เธอเห็นไอ้คนนั้นเหวี่ยงตัวลงจากหลังม้าอย่างรวดเร็ว
เข้าทาง..ตามมาเลย
ท่ามกลางความมืดมิด ร่างเล็กเคลื่อนไหวตัวอย่างคล่องแคล่วหากอีกฝ่ายก็ปราดเปรียวตามติด สองร่างพากันโฉบซ้ายปาดขวามิลดละ เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร
ทุกฝีก้าวยังคงกระชั้น
ทุกฝีก้าวเหมือนเป็การเดิมพัน
หากใครพลาดคือแพ้
“อ่ะ!”
ตุ๊บ!
คนร่างเล็กใช้อุบายอันแยบยลลวงว่าทิ้งน้ำหนักตัวลงพื้นสม่ำเสมอบริเวณพื้นที่เป้าหมายประกอบกับโชคคงเข้าข้างเธอด้วยกระมัง จึงทำให้ทุกอย่างสมใจหมาย
แม้มองอะไรไม่ถนัดตานักแต่เธอแน่ใจว่าคนข้างล่างคงสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว แม้จะแค่่ระยะหนึ่งก็เถอะ ขณะกำลังเร่งนำใบไม้มาคลุมอำพรางปากหลุมอยู่นั้นพลันสะดุดตาบางสิ่งที่ตกอยู่ใกล้ดาบของมัน
“อะไร?”
เสียงคนดังขึ้นอีกทางทำให้เธอต้องหย่อนมันลงกระเป๋าเสื้อไว้ก่อนพวกมันอีกคนคงรู้ตัวแล้วถึงได้รีบควบม้าออกไปอย่างนั้น
เสียงฝีเท้าม้าห่างไกลออกไปให้นึกโล่งอกแต่ก็เพียงอึดใจ
ถ้ามันไปตามพรรคพวกมา ตายล่ะ! ต้องรีบตามยัยปากเสียนั่นมาดู ขืนช้าเดี๋ยวพากันหนีไปหมดละแย่
“มายา! มายาล่ะ” นาตาลีกระหืดกระหอบมาแต่ไกลอาการนั้นทำให้กาย่าและผู้เป็มารดารู้สึกใไม่น้อย
“ฉันมาตามให้ไปดูอะไรหน่อยตอนนี้เลยนะ เดี๋ยวไม่ทันการ” กาย่าส่ายหน้า
“นางไม่อยู่หรอกตามไปสมทบกับพวกของท่านเซออน เห็นรีบร้อนกันไปข้าเลยไม่ทันถามว่าจะกลับเมื่อไหร่” ทำคนฟังแทบหมดแรง
“เ้าคงต้องรอ...” ภรรยาอาทีแนะ พลันชะงักคำ “...ว่าแต่...มีเื่สำคัญอะไร”
นาตาลีถอนใจก่อนบอกว่าตัวเองน่าจะจับโจรได้แล้ว..อยากให้ไปดูกัน สองแม่ลูกถึงกับตาค้างก่อนจะประสานเป็หนึ่งเดียว
“จับโจรได้!” พลางหันมามองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหู
เป็ไปได้อย่างไร
หญิงสาวทนนั่งรอได้จนเกือบสว่างมาเหนื่อยใจเอาตอนที่ไม่เห็นวี่แววว่าใครจะกลับมานั่นแหละ จึงตัดสินใจกลับไปหาเชนและพันนาอย่างเสียดายโอกาส..ก็อุตส่าห์วางแผนจับจำเลยตัวเป็ๆได้แล้วนี่นา
ทันทีที่หญิงสาวโผล่หน้าให้ทุกคนเห็นจึงไม่พ้นถูกรุมซักความเป็การใหญ่ก่อนจะจบการสนทนาอันยาวเหยียด เชนเข้ามาสรุปด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
“เ้านี่ทำอะไรไม่รู้จักคิดบ้าบิ่นเกินตัว พวกโจรน่ะไม่ได้จับง่ายๆ หรอก”
“แต่ว่า ฉันจับได้จริงๆ นะมันตกลงไปใน…”
เธอพยายามอธิบายแต่อีกฝ่ายกลับยกมือห้ามแล้วบอกให้เตรียมตัวไปหมู่บ้านป่าไผ่กับพันนาและมาคินดีกว่าส่วนเื่ราวที่นี่เขาจะจัดการให้เอง
“อะไรนะคะ! ไปหมู่บ้านป่าไผ่” นาตาลีท้วงเสียงหลง “แต่ว่า…”
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแค่นี้ก็ยุ่งยากมากพอแล้ว ข้าอุตส่าห์หาทางออกที่ดีที่สุดให้ อย่าเื่มาก!”เชนเค้นเสียงจนพันนาต้องเข้ามาประคองต้นแขนคล้ายเตือน
หญิงสาวทรุดตัวลงกองกับพื้นอย่างอ่อนแรง นึกทบทวนเื่ราวที่ผ่านมา..รู้สึกแย่เหลือเกินเวลานี้เธอนึกถึงทุกคนที่บ้านขึ้นมาจับใจ
พี่ยุทธ นัทจะทำยังไงดี
ถึงตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจาก..
“ฉันขอโทษ ฉันจะทำตามที่คุณบอกค่ะ”
“ก็เท่านั้นแหละ” เชนประชด ก่อนหันพรืดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ ทิ้งให้พันนายืนทำหน้าไม่ถูกอยู่นั่น
“อย่าถือสาเลยนะ สามีข้าก็เป็แบบนี้เอง”นาตาลียิ้มฝืด
“ไม่หรอกค่ะคุณเชนทำถูกแล้ว ฉันต่างหากที่คอยแต่ก่อเื่”
“อย่างนั้น ข้าช่วยเ้าเก็บของนะ”นาตาลีพยักหน้ารับน้ำใจอันดีนั้นตั้งใจว่าต่อจากนี้จะไม่สร้างปัญหาให้พวกเขาอีก
ม้าลากรถเตรียมไว้เรียบร้อยโดยมี ‘ทิวลม’ พี่ชายของกังหันเป็ผู้กุมบังเหียนเชนกำชับให้ปาหลงดูแลภรรยาและลูกชายของเขาให้ดีที่สุด
นาตาลีหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลังเหลียวมองไปทั่วบริเวณด้วยความรู้สึกเศร้าใจ
ต้องไปจากที่นี่แล้วซินะ
เชนมาที่บ้านอาทีหลังจากส่งครอบครัวออกเดินทางเสร็จเรียบร้อยเพราะอยากพบท่านเซออนั้แ่เมื่อคืน กลับต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าท่านถูกทำร้ายแถวริมน้ำเมื่อคืน
ถึงอาการาเ็ไม่มากจนน่าเป็ห่วงแต่ที่สำคัญกว่านั้น คือโทษร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้กระทำ
กาย่าสบตาแม่และเชนอย่างใคร่ครวญทำไมอะไรๆ มันคุ้นคล้ายกันนัก ‘นาตาลีมาเมื่อคืนเพื่อบอกว่านางจับโจรได้ท่านเซออนถูกทำร้ายตกลงไปในหลุมกับดัก หรือว่า...’ คนจับต้นชนปลายเข้าหากันโดยบังเอิญเผลอครางออกมา
“นาตาลี นี่เ้า..คงไม่ได้เป็เ้าหรอกนะ..” มายาหันขวับ
“ว่าอะไรนะเ้ารู้อะไรบอกมา เกี่ยวอะไรกับนางนั่น”
“ข้าไม่รู้หรอกเพียงแต่เมื่อคืนนาตาลีมาบอกว่านางจับโจรได้แล้ว อยากให้เ้ากับชาวบ้านไปดู”คนฟังถลึงตาเขียว
นั่นไง!
“นี่ฝีมือนางนั่นเรอะ เห็นไหมล่ะ! เชื่อกันนักว่ามันเป็คนดี ทีนี้ได้หายโง่กันสักที”
“ข้าไม่ได้พูดอย่างนั้นสักหน่อยข้าไม่รู้เื่ด้วยซ้ำว่ามันยังไง..อาจจะไม่ใช่ก็ได้”
“ยังจะแก้แทนกันอีกเ้านี่โง่ไม่เลิก ก่อนพลบค่ำนางนั่นบอกจะจับโจรมาให้ได้แล้วอะไร๊โผล่มาตอนดึกบอกว่าจับโจรได้แล้วเนี่ยนะทำไมช่างง่ายดายและบังเอิญขนาดนั้น เชอะ! น่าขัน”
“มายา ระงับอารมณ์หน่อยเถอะ”ผู้เป็มารดาปรามก่อนหันไปทางเชน
“เ้าไปตามนาตาลีมาที่นี่จะได้ถามให้รู้เื่ ไม่ใช่มัวมานั่งเดากัน”
“แต่นางไม่อยู่แล้ว เดินทางไปหมู่บ้านป่าไผ่พร้อมภรรยาและลูกชายของข้าั้แ่เช้าตรู่”มายาตาโต
“น้าเชนปล่อยมันไปได้อย่างไรเดี๋ยวเกิดมันทำร้ายน้าพันนากับมาคินขึ้นมาล่ะ” เชนมุ่นคิ้วเริ่มเป็กังวล
ท่ามกลางเสียงถกเถียงอื้ออึงท่านแม่ทัพพร้อมคณะก็มาถึง เป็ที่รู้กันดีว่าเมื่อยามใดที่ท่านมาเยือน..ยามนั้นท่านจะเป็ดั่งน้ำดับไฟอันรุ่มร้อนทุกก้าวที่ท่านเหยียบย่าง ทุกแห่งหนนั้นต้องพบกับความร่มเย็นและเป็สุข
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ขณะที่กาย่าและแม่ไปเตรียมเครื่องรับรองมายาจึงเริ่มเล่า..
..ผู้รับฟังจนจบความหันมาถามเชน
“ตกลงหญิงแปลกหน้านั่นใช่ญาติของพันนาหรือไม่” คนออกอาการกระสับกระส่ายอยู่ก่อนแล้วถึงกับตกตื่นราวจะถูกปะาชีวิต
“เชน..เ้าไม่ได้ยินที่ท่านเนเรนถามหรือไง”อลันท้วงเรียกคนสติแตกกระเจิงให้คืนมา
“เอ่อ..ท่าน นางไม่ได้เป็ญาติของพันนาและพวกข้าก็ไม่เคยรู้จักนางมาก่อน แต่ที่นางมาอยู่บ้านข้าเพราะภรรยากับลูกชายข้าช่วยเหลือนางไว้หลังจากนางฟื้นขึ้นมาข้าได้ซักความอยู่หลายคำ แต่ก็ไม่ได้เื่อะไร นางเพ้อเจ้อเหมือนคนเสียสติพอข้าถามว่ามาจากแผ่นดินไหนก็ตอบว่าแผ่นดินไทย แผ่นดินที่ไหนก็ไม่รู้ไม่เคยได้ยิน ข้าเองไม่ค่อยไว้ใจนางแต่ภรรยาข้าสิ..ไม่คิดอย่างนั้น” เชนก้มหัวลงแนบพื้นเพื่อสารภาพความจริงที่ทำให้เขาต้องอึดอัดใจแทบเป็บ้าตาย
“มันเป็ความผิดของข้าเองที่ยอมรับนางเข้ามาอยู่ในบ้านขอท่านเนเรนอภัยให้ข้าและครอบครัวด้วย” มายาลอบเหยียดยิ้ม ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางเสียจริง
ต่อไปนางนั่นคงไม่ได้อยู่ดี
“เห็นไหมท่านนางคนนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเื่ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด” คำบอกเล่าของเชนเปิดโอกาสให้มายาได้แต่งเติมสีสันให้เผ็ดร้อนขึ้น
เพียงเพื่อหวังกำจัดให้‘พ้นทาง’
แต่ในทางกลับกันคนฟังกลับรู้สึกอัศจรรย์ใจจนอยาก ‘หาทาง’ ให้ได้ตัว ด้วยเหตุผลว่าจะมีสตรีนางใดหาญกล้าถึงเพียงนี้
ไม่น่าเป็ไปได้หรือแค่ ‘อาจจะ’ เพราะลำดับของเหตุการณ์เอื้อให้สอดคล้องกันพอดี
“อลัน เ้าว่าอย่างไร”ท่านเนเรนหันมาถามความเห็น หากแต่มีเพียงสีหน้าจนมุมของนักรบผู้สุขุมนิ่งราวแท่งน้ำแข็งแห่งต้องฟ้ากับอาการทอดถอนใจเบาๆเขาไม่ตอบสิ่งใดนอกจากเสชวนดูอาการเซออน
ภายในห้อง คนเจ็บลุกขึ้นมานั่งแทนการนอนเสียแล้ว อลันโบกสัญญาณมือให้คนอื่นออกไป
“เป็อย่างไรบ้างล่ะ”ท่านเนเรนถามให้คนนั่งหัวโด่ได้แต่ทำหน้าฝืด
“เจ็บตัวไม่เท่าไหร่เจ็บใจนี่สิ! ไม่น่าเสียท่ามันเลย ตราประจำตัวข้าก็หายไปด้วยตอนนี้พวกชาวบ้านกำลังช่วยกันหาอยู่”
“นางคงนำไปด้วย” คนฟังหันขวับ
“นาง!คนที่ทำร้ายข้าน่ะผู้หญิงเรอะ”
“นึกว่ารู้แล้ว” คราวนี้คนเจ็บทิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างหมดท่า
“ผู้หญิงที่ไหนกันข้าไม่ทันเห็นซะด้วย”
“หญิงแปลกหน้าชื่อนาตาลี คนที่เพิ่งเข้ามาในหมู่บ้านนี้ไม่กี่วันน่าแปลก..อยู่ดีๆ ทำไมถึงมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นได้เห็นเชนบอกว่าตอนนี้นางไปหมู่บ้านป่าไผ่แล้ว” อลันเฉลยเสียงเรียบส่งผลให้เซออนลุกพรึบขึ้นมาอีกครั้ง
“พวกเ้ารู้ได้อย่างไรว่านางเป็คนทำร้ายข้า”
“กาย่าเล่าว่าหลังจากที่เ้าออกไปริมน้ำได้สักพักนางก็กลับเข้ามาพร้อมกับบอกว่าจับโจรได้ โจรน่ะตกลงไปอยู่ในหลุมกับดักของนาง” อลันเน้นคำท้ายประโยคดั่งจะตอกย้ำว่า ‘เ้านั่นล่ะโจรเจินที่ไหนกัน’
เซออนนิ่วหน้า
“ข้าจะไปตามนาง ตกลงว่าเื่มันเป็อย่างไรแน่”แทนที่จะหัวฟัดหัวเหวี่ยงเช่นทุกครั้ง กลับคลายสีหน้าคล้ายไม่เอาความ
ท่านเนเรนรั้งบ่าคนที่เกิดใจดีกะทันหันทั้งที่‘ไม่เคย’ ไว้แบบไม่ยั้งมือ
“ใจเย็นสิ เ้าควรพักอยู่ที่นี่ล่ะดี” พลางเหลือบมองทางอลันที่เหมือนกำลังรอฟังอยู่แล้ว “เ้าเตรียมตัวกลับต้องฟ้าไปก่อนส่วนข้าจะไปหมู่บ้านป่าไผ่” คนรับคำสั่งน้อมรับ
ทว่าอีกคนกลับแย้ง
“แต่…” ท่านเนเรนยกมือปรามเซออน
“ไม่มีแต่ สภาพอย่างนี้จะไปตามใครได้พักให้อาการดีขึ้นแล้วค่อยไปเจอกันที่โน่น ส่วนหญิงนางนั้นข้าจะจัดการให้เองหากมีอะไรเปลี่ยนแปลงข่าวจะมากับมิว บางทีข้าหายตัวไปสักพักก็น่าจะดี” จอมทัพหนุ่มเผยดวงตานิ่งกราดมองดังจะย้ำว่าให้เป็ไปตามนั้นอย่างเคร่งครัด
ไม่มีใครกล้าหือ
ส่วนข้างนอกเชนยืนรออยู่อย่างกระวนกระวายใจ
“ขอโทษท่านเนเรน ข้าได้ยินว่าท่านจะไปหมู่บ้านป่าไผ่ข้าเป็ห่วงพันนากับลูกชาย อยากจะขอติดตามท่านไปด้วย” คนร้องขอเผยสีหน้ากังวลเด่นชัด
ครอบครัวใครใครก็รักเป็ธรรมดา
“งั้นรีบเข้า”
เมื่อถึงบริเวณริมน้ำเนเรนพิจารณาสถานที่เกิดเหตุและกับดักที่ทำให้เพื่อนนักรบคนเก่งของเขา ‘พลาด’ ถึงกับส่ายหน้า
“หลงกลกับดักตื้นๆ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”
เซออนนั่งนิ่งอย่างชั่งใจ อลันเห็นแล้วอดหัวเราะฮึในลำคอไม่ได้
ดูเอาเถอะขนาดคนนิ่งๆอย่างนั้น ยังมิวายเก็บอารมณ์ไม่อยู่
“ไม่ต้องมาเยาะเย้ยข้าเสียทีสตรีน่าอายที่สุด”
“ไม่หรอกเป็ไปได้ว่านางอาจไม่แผกจากบุรุษชาย ตัวล่ำสันบึกบึนจนทำให้เ้าตกอยู่ในสภาพนี้ได้”
“ไม่รู้สิ” เซออนตอบรวน พลางผ่อนลมหายใจทิ้งหนักหน่วงคล้าย้าเตือนตนเองว่าต่อไปอย่าประมาทอีก
“ข้ากับเนเรนรู้เื่หมดแล้วนางปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความเลวร้ายพอดี ถึงจะบอกไม่ได้ว่านางมีส่วนรู้เห็นหรือไม่แต่ตอนนี้นางก็ตกเป็เป้าสงสัยไปแล้ว”
“ไม่น่าด่วนสรุปอย่างนั้นเพราะเท่าที่ข้าฟังมา คนเดียวที่ปักใจเชื่อแน่ว่านางเป็พวกโจรก็คือมายา”
“เ้าหมายความว่า..”
“เื่ของนางมันคลุมเครือเกินไป”
“เอาเป็ว่าไม่รู้อยู่ดีแท้จริงอย่างไรก็อยู่ที่เนเรนแล้ว”
“ขอให้เื่ราวผ่านไปด้วยดีเถอะ”
‘ผู้ใดบังอาจทำร้ายคนในปกครองของข้ามันผู้นั้นต้องได้รับโทษ’ เซออนนึกถึงคำประกาศิตที่สูงสุดแห่งแผ่นดินมักพูดติดปากอยู่เสมอและกระทำจริงหากเกิดขึ้น
“เนเรนต้องสอบสวนก่อนอยู่แล้วไม่ลงโทษใครส่งเดช”
“ข้าไม่ได้ห่วงเื่นั้นเพราะเรารู้นิสัยท่านแม่ทัพกันอยู่ แต่อีกฝ่ายนี่สิไม่รู้คิดอ่านอย่างไร ท่าทางไม่ยอมใครเสียด้วยคนจริงมาเจอกันนี่ล่ะน่ากลัวที่สุด”
นั่นสิ!