6
ขายเนื้อและซื้อบ้าน
“แม่ครับ แม่กลับมาแล้ว”โจวอี้เหลียนที่ยืนรอผู้เป็แม่อยู่หน้าบ้านเมื่อเห็นแม่กลับมาเข้าก็วิ่งไปรับ เพราะกว่าเว่ยหนานฮวาจะกลับมาก็เป็เวลาเกือบห้าโมงเย็น
“เข้าบ้านกันเถอะ แล้วอี้หลานละ”เธอเอ่ยถามถึงแฝดคนน้อง
“ผมอยู่นี้ครับแม่ ทำไมวันนี้แม่กลับค่ำจังเลย”โจวอี้หลานเมื่อได้ยินเสียงของคนเป็แม่ก็รีบวิ่งออกมาเขาและพี่ชายรอแม่ั้แ่บ่ายสาม
“เอาละ เข้าบ้านกันก่อน อี้เหลียนอี้หลานลูกไปก่อไฟต้มน้ำให้แม่ด้วย”
“ได้ครับแม่” เมื่อได้ยินผู้เป็แม่บอกแบบนั้นเด็กทั้งสองก็ขานรับ เพราะแม่ทำงานหนักเขาและน้องชายเลยได้กินอิ่มท้อง แถมยังได้กินเนื้ออยู่บ่อยครั้งอะไรที่ช่วยแม่ได้พวกเขาก็ยินดีที่จะทำ
เธอไม่กังวลเื่อาหารเย็นของเธอเด็กๆเพราะซาเปาที่ทำยังเหลืออยู่ตั้ง 3 ลูก มันพอที่จะให้เธอและลูกๆอิ่มท้อง
ตอนนี้นำกวางที่ล่าได้ออกมาและแล่มันแม้ว่าจะทุลักทุเลพอสมควร แต่เว่ยหนานฮวาก็สามารถทำมันได้นับเป็ครั้งแรกในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ที่ต้องแล่สัตว์ ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการแล่กวางทั้งสองตัวเขากวางเธอจะเอาไปขายที่ร้ายขายขาในตัวอำเภอ ส่วนเนื้อเธอจะนำไปขายและแบ่งบางส่วนมาตากแห้งเก็บเอาไว้
ตอนเช้าเว่ยหนานฮวาทำอาหารจากเนื้อกวางให้ลูกๆได้กินเธอกำชับลูกๆให้รอเธออยู่ที่บ้าน จากนั้นเธอก็รีบมุ่งหน้าไปที่ตัวอำเภอ
คราวนี้เดินไปไม่นั่งเกวียนเหมือนทุกทีเธอใช้พลังปราณเขียนอักขระยันต์ตัวเบาช่วยให้เธอเคลื่อนไหวร่างกายได้เร็วขึ้นและทำให้ไม่เหนื่อยด้วย
ไม่นานก็มาถึงที่ตัวอำเภอดีที่อักขระที่เขียนไว้ที่ตะกร้าไม้ไผ่ยังใช้ได้อีก 2 วันเธอสามารถเอาเนื้อกวางที่แล่มาแล้วสองตัวใส่ลงไปได้สบายๆ
เว่ยหนานฮวามุ่งหน้าไปที่ตลาดมืดโดยไม่ลืมหยิบผ้าคลุมมาใส่ปิดบังใบหน้า เว่ยหนานฮวาขายเนื้อกวาง จินละ 3 หยวนกระดูกข้างจินละ 2 หยวน ใช้เวลา 2 ชั่วโมงก็ขายหมด
ตอนแรกคิดว่าจะเอาเขากวางมาขายที่ร้านขายขาแต่ไม่นึกเลยว่าจะมีที่ตลาดมืดถามซื้อและยังให้ราคาดีเว่ยหนานฮวาเลยตัดสินใจขายให้
เมื่อเสร็จธุระที่ตลาดมืดแล้วก็แวะมาซื้อของที่สหกรณ์พวกน้ำตาล แป้ง เธอซื้อเป็ประจำทุกอาทิตย์ลูกค้าประจำของเธอก็ทำงานอยู่ที่นี้ เธอนัดแนะกับหญิงสาว เธอ้าถามเื่บ้านเห็นว่าครอบครัวของสามีทำงานเป็ข้าราชการ
“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ พอดีฉันพึ่งเลิกงาน”หญิงสาวบอกกับเธอ
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ เป็ฉันที่รบกวนคุณ”เว่ยหนานฮวาบอกกับอีกฝ่าย เพราะต้องให้อีกฝ่ายออกหน้าในการหาบ้านและซื้อขาย
“ตอนนี้มีบ้านหลังหนึ่งที่ประกาศขายน่าจะถูกใจคุณเว่ย ฉันจะพาไปดู” เว่ยหนานฮวาเดินตามหญิงสาวไป เดินอยู่เกือบ 30นาทีก็มาถึง
ตัวบ้านนั้นอยู่ในหมู่บ้านด้านหลังของของโรงพยาบาลด้านหลังของหมู่บ้านมีูเาและป่าที่อุดมสมบรูณ์เขาทอดยาวกั้นเป็แนวของทะเลสาบที่อยู่ไกลออกไปอีกด้วยของูเาชาวบ้านเรียกเขาลูกนี้ว่า อู่หลิงซัน บ้านหลังนี้เป็บ้านหลังสุดท้ายของหมู่บ้านระยะห่างจากโรงพยาบาลราวๆ 3 ลี้ได้
เธอเข้ามาดูในตัวบ้าน บ้านหลังนี้มีขนาดสามห้องนอน หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องโถง หนึ่งห้องน้ำและห้องเก็บของตัวบ้านนั้นมีสภาพใหม่พอสมควร หน้าบ้านมีสวนดอกไม้ มีต้นกุ้ยฮวา (ดอกหอมหมื่นลี้) อยู่ที่หน้าบ้าน มีรั้วล้อมรอบบ้าน ดูปลอดภัยสำหรับเธอและลูกๆ
มีพื้นที่ด้านหลังราวๆ 2 หมู่ให้เธอเพาะปลูกบ้านหลังนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 5 หมู่ นับว่าเป็บ้านที่ตรงต่อความ้าของเธอกำแพงก็ทำมาจากอิฐสูงกว่าสองเมตร
“ขอบคุณคุณเหลียนที่พาฉันมาดูบ้านนะคะฉันชอบที่นี้มาก” ในตัวบ้านยังมีโต๊ะ ตู้ เก้าอี้ เตียงนอนที่อยู่ในสภาพที่ดีมากๆมีเครื่องครัวอย่างหม้อ กระทะ มีเตาอบที่ทำจากอิฐให้อีกด้วย
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเต็มใจบ้านหลังนี้ราคาค่อนข้างสูง เ้าของเดิมย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง เลยประกาศขายเมื่อ 3วันก่อน ฉันเห็นว่าคุณเว่ยสนใจเลยพามาดู” หญิงสาวบอกกับเว่ยหนานฮวาหวังว่าอีกฝ่ายจะชอบบ้านหลังนี้และตกลงซื้อขายบ้านกับเธอแบบนี้เธอจะได้ค่านายหน้าด้วย
“ราคาที่เ้าของบ้านตั้งไว้เท่าไหร่คะ?”เธอนั้นเอ่ยถาม
“1200 หยวน” เว่ยหนานฮวาได้ฟังราคาก็รู้สึกหนักใจไม่น้อย ราคานี้นับว่าแพงพอกับบ้านที่มีเนื้อที่ขนาด10 หมู่เลยทีเดียว
“ลดให้ได้ไหมคะ? ราคานี้มันดูแพงไป”ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอครั้งหนึ่งเคยเป็ถึงองค์หญิงใหญ่แคว้นเว่ยคงไม่มีทางเอ่ยประโยคแบบนี้ออกมาอย่างแน่นอนแต่นั้นมันก็เป็เพียงอดีตของตัวเธอเท่านั้น ตอนนี้เธอคือหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาๆที่มีลูกสองคนต้องดูแล ที่สำคัญเด็กๆก็จะถึงวัยเข้าเรียนแล้ว
“ถ้าคุณตัดสินใจซื้อฉันจะถามเ้าของบ้านให้ว่าลดราคาลงอีกได้ไหม แต่คงลดได้ไม่มากเพราะบ้านหลังนี้พึ่งสร้างได้ไม่ถึงสองปี อย่างที่คุณเห็นว่ามีทั้งตู้ โต๊ะเตียงนอนและเครื่องครัวด้วย”
“ถ้าหากคุณสนซื้อ เข้ามาหาฉันในอีก 3วันที่สหกรณ์ตอนบ่ายนะคะ เตรียมเงินและเอกสารมาให้พร้อมหรือถ้าไม่ซื้อก็แค่แวะบอกฉันก็พอ”เว่ยหนิงฮวาได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยปากขอบคุณอีกฝ่าย
จากนั้นเธอก็กลับมาที่บ้านนับเงินที่ได้จากการขายเนื้อกวาง วันนี้ขายเนื้อกวางและเขากวางได้เงินมาทั้งหมด820 หยวน นับว่าเป็จำนวนมากกว่าการทำขนมไปขายหนึ่งครั้ง
เธอเอามารวมกับเงินเก็บตอนนี้เธอมีเงินเก็บทั้งหมด 2,207 หยวนกับอีก 6 เหมาเมื่อเธอซื้อบ้านหลังนี้ก็ยังเหลือเงินเก็บอยู่อีกหนึ่งพันหยวน
บ้านหลังนี้แม้จะราคาสูง แต่สภาพบ้านดูใหม่มากแถมยังมี ตู้ โต๊ะ เตียงนอน เครื่องครัวอีกด้วยเมื่อคิดถึงความคุ้มค่าเว่ยหนานฮวาก็ตัดสินใจที่จะซื้อบ้านหลังนี้
เมื่อครบกำหนดวันที่นัดกับหญิงสาวนามว่าเหลียนชิงเหมยเธอได้เตรียมเงินและเอกสารของเธอมาด้วย เว่ยหนานฮวาซื้อบ้านหลังนั้นในราคา 1,050หยวน ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงทุกอย่างก็เรียบร้อย โชคดีที่สามีของเหลียนชิงเหมยเป็คนที่มีเส้นสายดูจากรอยยิ้มบนใบหน้าของเหลียนชิงเหมยตอนที่ตอบตกลงซื้อบ้านเว่ยหนานฮวาคิดว่าเธอน่าจะได้ค่าตอบแทนไม่น้อยเลยทีเดียว
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเว่ยหนานฮวาก็รับกุญแจบ้านมา เธอมาที่บ้าน ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็ของเธอแล้วเว่ยหนานฮวาเข้ามาในตัวบ้าน
ความรู้สึกตื้นตันใจที่ได้เป็เ้าของบ้านหลังนี้มันเป็ความรู้สึกที่เธอไม่เคยมีมาก่อนเงินที่ซื้อบ้านหลังนี้เธอหามาด้วยสองมือของเธอเอง
ในตอนที่เธอเป็องค์หญิงใหญ่เธอมีกิจการค้ามีโรงเตี๊ยม เหลาอาหาร แต่เธอไม่เคยได้ลงมือทำเองเลย ทุกอย่างมีคนคอยดูแลให้เธอแค่รับเงินเท่านั้น
เดินดูห้องนอนของตัวบ้านคงต้องหาซื้อฟูกนอนมาเพิ่ม ลูกๆจะได้มีห้องนอนเป็ของตัวเอง เดินดูจนครบทุกห้องในหัวมีรายการของที่ต้องซื้อเพิ่มเยอะพอสมควร
เอาไว้ค่อยติดต่อกับคนที่ตลาดมืดเธอรู้ดีว่าของที่เธอ้าคนที่ตลาดมืดสามารถหาให้เธอได้ถึงแม้ราคาจะแพงไปหน่อยก็เถอะ
เมื่อเดินกลับมาถึงหน้าบ้านก็พบว่ามีผู้หญิงสองคนยืนอยู่ที่หน้าบ้านทั้งสองคนหันมามองเธอ เว่ยหนานฮวาพยายามนึกถึงจากความทรงจำของเว่ยหนานฮวาคนเก่าและก็นึกได้ว่าผู้หญิงที่สูงวัยคนนี้คือแม่สามีอีกคนก็คือหญิงสาวที่มีสักเป็พี่สะใภ้ของเว่ยหนานฮวา เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
สองคนนี้มาที่บ้านเธอทำไมจากความทรงจำโจวอี้ถังสามีของเธอแยกบ้านออกมาแล้วต่างคนต่างอยู่หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับโจวอี้ถัง?
“คุณแม่สามีพี่สะใภ้มีอะไรถึงได้มาที่บ้านของฉัน” น้ำเสียงแสนจะเ็าและสายตาราบเรียบมองไปยังทั้งสองคน
เหลียงเหมยมองลูกสะใภ้ด้วยแววตาแปลกใจก่อนกวาดสายตามองลูกสะใภ้เต็มๆตาแล้วนางก็พบว่าผู้เป็ลูกสะใภ้นั้นไม่ได้ผอมแห้งเหมือนเมื่อก่อน ผิวพรรณก็ดีใบหน้าดูสดใจ สวยน่ามอง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ดูใหม่ ถึงจะเป็ผ้าฝ้ายเนื้อไม่ได้ดีมากก็เถอะ
“เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ”เหลียงเหมยบอกกับลูกสะใภ้ เว่ยหนานฮวาไม่ได้พูดอะไรเดินนำแม่สามีและพี่สะใภ้นานว่าหลินฮวาเข้ามาในบ้าน
“แม่ครับ แม่กลับมาแล้ว”
“คุณย่าก็มาด้วย”อี้เหลียนนั้นเห็นว่าผู้เป็แม่ไม่ได้เดินเข้ามาคนเดียว
“ลูกกับน้องไปเล่นกันที่สวนก่อนนะลูกแม่มีธุระต้องคุยกับคุณย่าของลูก” เว่ยหนานฮวาบอกกับลูกชายคนโตจากนั้นก็เอาตะกร้าที่ใส่ของเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน
“คุณแม่มีอะไรกับฉันหรือคะ” เธอเอ่ยถามออกไปก่อนจะพบว่าแขกที่เข้ามาในบ้านตอนนี้กำลังมองสำรวจบ้านของเธออย่างเสียมารยาท
นี้ขนาดไม่ได้เข้าไปในตัวบ้านเธอให้นั่งรอที่แคร่ไม้ ยังมองจ้องไปที่ครัวของเธอด้วยสายตาสำรวจเธอรู้สึกไม่ชอบใจสายตาของแม่สามีและพี่สะใภ้
“เธอได้ข่าวลูกชายฉันบ้างหรือเปล่า”เหลียงเหมยเอ่ยถามออกไปถึงแม้นางจะไม่ชอบภรรยาของลูกชายแต่ก็ไม่ได้คิดจะไปยุ่งวุ่นวายกับอีกฝ่าย
“ไม่เลยค่ะฉันเคยเขียนจดหมายไปหาเขาแต่เขาไม่ตอบกลับมา” เธอบอกกับแม่สามีไปตามตรง
“พักนี้เธอเข้าไปในตัวอำเภอบ่อยๆรู้ไหมชาวบ้านเขาพูดกันว่ายังไง?” น้ำเสียงของแม่สามีเต็มไปด้วยความไม่พอใจเว่ยหนานฮวาได้ฟังก็มองอีกฝ่ายอย่างแววเ็า ไม่ได้มีความเกรงใจอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
เหลียงเหมยรู้สึกไม่ชอบใจสายตาของลูกสะใภ้ที่ใช้มองนางแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ไม่รู้ทำไม บรรยากาศรอบๆตัวลูกสะใภ้ถึงได้ดูน่ากลัว
“ฉันไม่ได้มีทางทำอะไรที่ทำลายเกียรติ์และศักดิ์ศรีของตัวเองเป็อันขาด” เว่ยหนานฮวาพอจะรู้ว่าแม่สามีพูดถึงเื่อะไรเหลียงเหมยสบตามองกับลูกสะใภ้ไม่รู้ทำไมเหมือนกันเธอถึงเชื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำเหมือนในข่าวลือที่เขาพูดกันอย่างแน่นอน
ถึงแม้จะไม่ชอบลูกสะใภ้คนนี้แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอเข้มแข็ง เธอสามารถเลี้ยงดูหลานๆของเขาเพียงตัวคนเดียวเงินที่ลูกชายของนางส่งมาถึงมันจะเป็จำนวนไม่น้อยแต่ใช่ว่ามันจะพอใช้จ่าย
“จะทำอะไรก็ระวังตัวเอาไว้ที่ฉันมาวันนี้แค่อยากจะบอกเธอและมาดูว่าหลานๆของฉันเป็ยังไงบ้าง”เหลียงเหมยไม่ได้ใจจืดใจดำถึงขนาดจะไม่เหลียวแลหลานๆของตนเองนางไม่ชอบลูกสะใภ้แต่ก็ไม่ได้ทำตัวเป็แม่สามีใจร้ายคอยหาผลประโยชน์จากลูกชายและลูกสะใภ้ เธอคิดว่าแม่สามีคนนี้เป็คนดีอยู่ไม่น้อย
เว่ยหนานฮวาพูดคุยกับแม่สามีอยู่ไม่นานอีกฝ่ายก็ขอตัวกลับไป เว่ยหนานฮวาพอจะรู้ว่าใครเป็คนพูดถึงเธอในทางเสียๆหายๆแต่ก็ทำได้แค่พูดเท่านั้น ที่พูดแบบนั้นคงเพราะอีกฝ่ายริษยาตัวเธอช่างหน้าสมเพชเสียจริง เว่ยหนานฮวาไม่คิดจะสนใจ เพราะถ้าไม่มีหลักฐานก็เอาผิดเธอไม่ได้
อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่อย่างที่แม่สามีเอ่ยเตือน ไม่ผิดก็ควรจะตอบโต้กลับเื่นี้เธอจะไปบอกผู้นำหมู่บ้านเพราะการคบชู้ในยุคสมัยนี้มีโทษร้ายแรงเป็อย่างมาก
---TBC---