ได้ยินเจ็มม่าพูดแบบนี้ในใจซุนเฟยพลันตื่นตระหนก
อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นที่องค์หญิงพบแองเจล่าบนถนน? และยังคุยกันถูกคอจนสนทนาติดลมกันทั้งวัน? องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรเซนิทคนนั้นช่างมีความคิดที่ลึกซึ้งและเจ้าเล่ห์เหลือเกินแองเจล่าและเจ็มม่า ทั้งสองคนต่างเป็นสาวน้อยที่มองโลกในแง่ดีแบบนี้จะเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้อย่างไร?ซุนเฟยแทบจะกล้าฟันธงเกินครึ่งเลยว่า องค์หญิงองค์นี้จงใจที่จะ ‘บังเอิญพบ’สองคนนี้ จากนั้นก็ฉวยโอกาสสืบข่าวคราวของเขาไปอย่างเงียบๆ มากกว่าจริงไหม?
แม้ในใจจะมองออกแต่ซุนเฟยก็ยิ้มแล้วตอบว่า “จริงหรือ? ฮ่าๆๆสาวน้อยเช่นแองเจล่าใครได้พบทำไมจะไม่รู้สึกชอบกันเล่า? ดูเหมือนว่าแม้แต่องค์หญิงแห่งราชอาณาจักรเซนิทก็ถูกความงามของแองเจล่าทำให้หลงใหลเช่นกันสินะฮ่าๆๆ...จริงสิ แองเจล่า ตลอดทั้งวันเจ้าสนทนากับองค์หญิงเรื่องอะไรบ้าง?”
“มากมายเลยล่ะ...” แองเจล่าถูกซุนเฟยพูดชมหน้าก็พลันแดงระเรื่อ ใบหน้าขาวนวลเผยท่าทีเขินอายนางจงใจทัดผมของนางเพื่อกลบความประหม่าก่อนจะยิ้มน้อยๆ ไม่กล้ามองหน้าซุนเฟยแล้วกล่าวว่า“องค์หญิงเหมือนจะสนใจเรื่องราวของเมืองแซมบอร์ดมากพวกเราสนทนาเรื่องราวก่อนหน้านี้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวในอดีตของท่านเหล่าขุนนางของเมืองแซมบอร์ดในปัจจุบัน อ้อแน่นอนว่ายังมีเรื่องผลของสงครามรักษาเมืองแซมบอร์ดครั้งนี้ด้วย...อเล็กซานเดอร์ องค์หญิงทรงชื่นชมในการกระทำของท่านมากนางบอกว่าท่านฉลาดและกล้าหาญ เป็นราชาที่ดีที่ทุกคนควรเคารพ”
ซุนเฟยได้ยินดังนั้นหัวใจพลันขมขื่นขึ้นมา
สาวน้อยไร้เดียงสาทั้งสองคนตกเข้าไปในกับดักขององค์หญิงเต็มเปาเลยคาดว่าต่อจากนี้คงจะเทถั่วออกจากหลอดไม้ไผ่1ทั้งหมดเป็นแน่ พูดได้ว่าคงทำความสะอาดจนเกลี้ยงเลยแม้แต่เรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับอเล็กซานเดอร์ในช่วงเวลาสองสามวันนี้คาดว่าคงถูกองค์หญิงคนนั้นล่วงรู้อย่างชัดเจนแน่นอน
“พวกเรายังพูด...เอ๊ะ?” พูดถึงตรงนี้แองเจล่าก็พลันอุทานออกมาอย่างตกใจ ดูเหมือนว่า ตอนนี้สาวน้อยผู้ใสซื่อคนนี้ก็พอจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ทันใดนั้นก็เงยหน้ามองซุนเฟยพลางถามอย่างประหม่าว่า “นี่....อเล็กซานเดอร์คงไม่ใช่ว่าข้าพูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดไปหรอกนะ?”
ซุนเฟยยิ้มแล้วส่ายหน้า“ไม่หรอก เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด...เอ่อ จริงสิ แองเจล่า พวกเราหยุดพูดเรื่องนี้ก่อนเถอะตอนนี้ข้ามีบางอย่างที่ต้องให้เจ้าดู เจ้าช่วยแสดงความคิดเห็นให้ข้าฟังทีนะ” ซุนเฟยพูดพลางจูงมือขาวนุ่มนิ่มของแองเจล่าให้เดินไปที่ห้องโถงสาวน้อยพยายามจะดึงมือนางออก แต่เมื่อไม่สำเร็จจึงปล่อยให้ซุนเฟยจูงมือนางต่อเจ็มม่าเห็นแบบนั้นก็เอามือปิดปากแล้วแอบหัวเราะออกมา...
นางหัวเราะเบาๆสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่เดินตามไป
ซุนเฟยจะอยากปิดบังเรื่องนี้และต่อให้แองเจล่าจะไม่พูดสุดท้ายอีกฝ่ายก็ยังคงทราบข่าวจากช่องทางอื่นอยู่ดีเขาก็ไม่ได้หวังว่าจะสามารถปกปิดทุกอย่างไว้ได้อยู่แล้ว
ไม่ช้าทั้งสองคนก็เดินมาถึงห้องโถงใหญ่
ซุนเฟยหยิบชิ้นส่วนบางอย่างออกมาเหมือนเป็นแผ่นหนังสัตว์บางๆจากนั้นก็หยิบปากกาขนนกมาวาดบนนั้นไม่หยุด แม้ว่าสมัยมหาลัยเขาจะเรียนเอกภาษา แต่กลับชอบวาดรูปมาก เขาร่างภาพบนแผ่นหนังไม่ช้า ภาพวาดที่เสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นมาบนแผ่นหนัง
แองเจล่าที่ยืนมองจากข้างๆแม้ตอนแรกจะรู้สึกสงสัย แต่ก็ค่อยๆ เริ่มเข้าใจมาทีละนิด สุดท้าย ดวงตาที่มองไปที่ซุนเฟยก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจในที่สุดสาวน้อยที่แสนฉลาดคนนี้ก็เข้าใจแล้วว่าซุนเฟยกำลังวาดอะไรบนแผ่นหนังอยู่ นั่นก็คือภาพจำลองเครื่องแต่งกายแปลกๆนั่นเอง
“ฮึๆๆ เสร็จสักที...เป็นอย่างไรบ้าง? แองเจล่าเจ้ารีบมาดูสิ ถ้าทำเสื้อผ้าออกมาตามแบบภาพจำลองพวกนี้ เจ้าจะยอมลองสวมมันดูไหม?”ซุนเฟยชี้ไปที่แผ่นหนังพลางถามอย่างภาคภูมิใจ
เสื้อผ้าที่เขาเพิ่งวาดออกมาเมื่อครู่ล้วนเป็นภาพที่เขาคัดเลือกมาอย่างรอบคอบพิจารณาถึงระดับอารยธรรมและสภาพยุคสมัยของแผ่นดินอาเซรอท เขาไม่กล้าวาดพวกชุดอุกอาจแบบกระโปรงสั้น ถุงน่องหรือกางเกงยีนส์พวกนั้นหรอก ภาพที่เขาวาดทั้งหมดมีอยู่สิบรูป ห้าแผ่นแรกเป็นเครื่องแต่งกายผู้หญิงแบบชาวยุโรปสมัยโบราณซึ่งซุนเฟยอ้างอิงเครื่องแต่งกายนี้มาจากพวกนักแสดงหญิงในเรื่องภาพยนตร์แฟนตาซี‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ ในโลกเก่า พยายามให้เครื่องแต่งกายทุกชุดคงความคลาสสิกเอาไว้ และห้าแผ่นหลังเป็นเครื่องแต่งกายของผู้ชายเขาจงใจลำเอียงไปทางเครื่องแต่งกายจีนสมัยโบราณเล็กน้อยแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเขาเปลี่ยนจากกระโปรงยาวๆ เป็นกางเกง การที่พวกผู้ชายเมืองแซมบอร์ดสวมชุดหลวมๆและไม่สวมกางเกงมันทำให้ซุนเฟยเจ็บน้องชายเป็นอย่างมากดังนั้นเขาจึงเพิ่งกางเกงเข้าไปด้วย
แองเจล่าหยิบแผ่นหนังมาถือไว้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง จ้องมองไปที่ภาพอย่างเงียบๆ แล้วค่อยๆ แย้มยิ้มออกมา ขนตางอนยาวกระพือตามแรงกะพริบตาของนางทำเอาซุนเฟยรู้สึกคันหัวใจยุบยิบ...นางตั้งใจมองอย่างละเอียดหลายรอบริมฝีปากที่แดงเหมือนเชอร์รี่ก็พูดออกมาอย่างตกตะลึงว่า “อเล็กซานเดอร์ชุดพวกนี้สวยมาก ข้าชอบ...เพียงแต่สิ่งเหล่านี้คืออะไร?” แองเจล่าชี้ไปที่รูปเครื่องแต่งกายพวกนี้แล้วถามอย่างแปลกใจ
ซุนเฟยมองบางจุดที่แองเจล่าชี้แล้วอธิบายลักษณะและหน้าที่ของแต่ละส่วนของเสื้อผ้าอย่างอดทนความจริงแล้วการทำชุดผู้หญิงแบบ ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’มันค่อนข้างซับซ้อนมากซุนเฟยอธิบายตามความเข้าใจของตัวเองอย่างง่ายๆ แต่แองเจล่าก็ยังคงถามอยู่หลายรอบ...โชคดีที่ผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณที่ยอดเยี่ยมในเรื่องเสื้อผ้าหลังจากที่พูดคุยเสร็จก็พอจะเข้าใจทะลุปรุโปร่งเป็นบางส่วน แองเจล่าต้องตกหลุมรักเครื่องแต่งกายผู้หญิงพวกนี้อย่างแน่นอน
“ข้าแทบจะรอสวมเสื้อผ้าพวกนี้ไม่ไหวแล้ว” สาวงามแองเจล่ากล่าว
ซุนเฟยยกมือปิดปากหัวเราะ
ดูเหมือนการแสวงหาความงามสำหรับมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดาเครื่องแต่งกายที่ซุนเฟยเลือกต่างเป็นตัวแทนยุคสมัยและอารยธรรมที่เฟื่องฟูแน่นอนว่ามันสามารถเอาชนะใจว่าที่ราชินีในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว นี่ทำให้ซุนเฟยมีความมั่นใจต่อแผนการต่อไปมากขึ้น
“แองเจล่า ช่วงนี้เจ้าคงยุ่งมากเจ้ากับเจ็มม่าช่วยข้าหาวิธีทำชุดพวกนี้ออกมาเพื่อดูผลลัพธ์ได้ไหม?” ซุนเฟยลองถาม
“ไม่มีปัญหา ข้า ท่านป้าโซเฟีย ท่านป้าลอร่า ท่านป้าแดนนี่ และท่านอาลอว์เรนซ์ต่างเป็นคนคุ้นเคยพวกเขาเป็นช่างตัดเสื้อที่ดีที่สุดของเมืองแซมบอร์ด พวกนางทำชุดพวกนี้ออกมาในระยะเวลาสั้นๆได้อย่างแน่นอน” สุดท้าย การที่สามารถช่วยอเล็กซานเดอร์ได้นับว่าเป็นเรื่องที่แองเจล่ามีความสุขมากนางตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
“ฮ่าๆๆ ดีมาก” ซุนเฟยดีใจมาก ก่อนจะพูดต่อไปว่า “แองเจล่าเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้า ข้าตัดสินใจออกแบบของขวัญพิเศษให้เจ้า”
ซุนเฟยพูดก่อนจะหยิบปากกาขนวาดลงบนแผ่นหนังอีกแผ่น
ในใจของแองเจล่าเต็มไปด้วยความดีใจนางแทบอดใจรอดูของขวัญพิเศษสำหรับนางไว้ไม่อยู่ แต่จนกระทั่งซุนเฟยวางปากกาลง นางก็ยังมองไม่ออกว่ารูปภาพแปลกๆนี้มันคืออะไรกันแน่ ริบบิ้นสามเส้นเชื่อมต่อกับผ้าวงกลมสองผืนดูเหมือนจะคุ้นเคยเล็กน้อยแต่สาวน้อยไร้เดียงสาก็ยังคิดไม่ออกว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่ หรือว่าจะเป็นชุด? แต่เจ้าสิ่งนี้มันจะสวมอย่างไร? สวมตรงไหน?
เห็นแองเจล่าทำท่าสงสัยซุนเฟยกระซิบบอกเบาๆ ที่ข้างหูของสาวน้อย...
“อ๊ะ...ที่แท้มันคือ...”
ใบหน้าขาวเหมือนหยกเนื้อชั้นดีก็พลันแดงก่ำนางจ้องไปที่ซุนเฟยด้วยความโกรธ ท่าทางเขินอายหายวับไปสาวน้อยรีบวิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องโถงทันที
……
……
วันต่อมาเมืองแซมบอร์ดก็เกิดเรื่องแปลกๆ อยู่สองสามเรื่องขึ้น
เรื่องแรกพัศดีโอเลเกร์จอมเจ้าเล่ห์ก็เกิดเปลี่ยนนิสัยขึ้นมา คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะควักเงินตัวเองมาซ่อมแซมสถานรักษาพยาบาลทหารที่ไม่อาจใช้การได้อีกจากนั้นก็เริ่มปรับปรุงแก้ไข ว่ากันว่าเป็นคำสั่งขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์ที่ต้องการสร้างเรือนจำใหม่เพื่อใช้คุมขังนักโทษที่กระทำผิดไม่ร้ายแรงมาก
นี่เป็นเรื่องดี
ในที่สุดชาวบ้านเมืองแซมบอร์ดก็จะไม่ต้องถูกคุมขังที่เรือนจำน่ากลัวที่เหมือนนรกนั่นในอดีตมีนักโทษที่ถูกตัดสินจำคุกเพียงไม่กี่เดือนเพราะมีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน แต่เพราะไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่เย็นและชื้นในเรือนจำได้ทำให้ต้องป่วยตายหรือแข็งตายเป็นจำนวนมาก ทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์การสร้างเรือนจำหลังใหม่นี้สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ความคิดนี้ทำให้มีชาวบ้านจำนวนมากต่างไปช่วยกันซ่อมแซมปรับปรุงสถานที่รักษาพยาบาลทหารทำเอาพัศดีโอเลเกร์รู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก เพราะมีชาวบ้านเข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้ช่วยลดระยะเวลาในการสร้างได้
เรื่องที่สองทุกเย็น องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ผู้ยิ่งใหญ่จะมาปรากฏตัวอยู่ที่ลานหินกว้างทิศเหนือของเมืองแซมบอร์ดแล้วมานั่งเล่านิทานให้กับพวกเด็กๆ ในเมืองฟัง ไม่ช้า เรื่องของพ่อมดโดราเอม่อนและโนบิตะจอมขี้เกียจเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดที่ช่วยกันเอาชนะแม่มดใจร้ายเริ่มแพร่กระจายไปทั่วเมืองแซมบอร์ดจากปากของพวกเด็กๆ ทุกเย็น นอกจากพวกเด็กๆ ที่มาฟังองค์ราชาเล่านิทานในลานหินกว้างแล้วยังรวมไปถึงพวกหนุ่มๆ และสาวๆ อีกด้วย
ผ่านไปสองสามวันทุกคนก็ต้องพบเรื่องที่น่าตกใจ ตอนที่องค์ราชาอเล็กซานเดอร์มาที่ลานหินกว้างเขาก็สวมเครื่องแต่งกายแปลกๆ ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน แม้ว่าชุดนี้ดูแปลกตาแต่ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดกลับปรับตัวให้คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว เพราะเครื่องแต่งกายชนิดนี้เป็นชุดที่องค์ราชาอเล็กซานเดอร์สวมมาบ่อยๆและเมื่อได้เห็นนานๆ เข้า ทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าเครื่องต่างกายชุดนี้ไม่เลวเลยโดยเฉพาะ ‘ผ้าไม้ไผ่’ สองข้างท่อนล่างนั่น มันดูอบอุ่นและสวยงาม ทั้งยังใช้ง่ายอีกด้วย
สุดท้าย ในวันที่แปดเมื่อซุนเฟยปรากฏตัวขึ้นบนลานหินกว้าง เขานำชุดแปลกๆ นั่นใส่เกวียนมาด้วยบอกว่าเป็นของขวัญให้ฟรีสำหรับเด็กที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่และครอบครัวที่ยากจน เมื่อยามเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วงอากาศก็เริ่มหนาวขึ้น แต่เสื้อผ้าเหล่านี้กลับช่วยชาวบ้านยากจนป้องกันสภาพอากาศที่หนาวเย็นนี้ได้
แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญในแผนการนี้ของซุนเฟย ด้วยวิธีนี้ เครื่องแต่งกายที่ตัวเองออกแบบก็จะได้รับความนิยมในเมืองแซมบอร์ดอย่างน้อยๆ ก็ทำให้พวกผู้ชายและพวกผู้หญิงชอบที่จะสวมกางเกงนี่เป็นจุดประสงค์รองของเขา
เรื่องแปลกๆเรื่องที่สามคือ เย็นวันที่สิบ หลังจากที่ซุนเฟยเล่านิทานประจำวันเสร็จ เขาได้ประกาศพระราชโองการใหม่ในนามของราชาออกมานั่นคือเด็กที่อายุระหว่างหกถึงสิบห้าปี ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงจะต้องเข้าเรียนที่‘โรงเรียนแซมบอร์ด’ ทุกวันเพื่อได้รับการอบรมสั่งสอนทุกอย่างเงื่อนไขนี้ใช้เป็นข้อกำหนดหน้าที่สำหรับเด็กทุกคนและจำเป็นต้องปฏิบัติตามผู้ปกครองไม่สามารถฝ่าฝืนได้ มิฉะนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย
และ‘โรงเรียนแซมบอร์ด’ ก่อตั้งขึ้นที่คฤหาสน์ของอดีตเลขานุการบาร์เซิลหลังจากปรับแต่งคฤหาสน์แบบง่ายๆ และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดีเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ทำให้ทุกคนในเมืองแซมบอร์ดคลั่งก็คืออาจารย์ของโรงเรียนคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองแซมบอร์ดแฟรงก์ แลมพาร์ด และท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดเกอเทอบรู๊ค รวมทั้งคนอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น องค์ราชาอเล็กซานเดอร์ยังรับตำแหน่งเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนอีกด้วย
หลังได้ยินว่าครูประจำชั้นเป็นใครทุกคนต่างพากันยื้อแย่งส่งลูกของตัวเองเข้า ‘โรงเรียนแซมบอร์ด’
บางครอบครัวที่ยากจนก็กังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่น่าจะสูงแต่หลังจากทราบว่าโรงเรียนไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ความกังวลใจทั้งหมดก็สลายไปในโลกที่โหดร้ายอย่างแผ่นดินอาเซรอทที่ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่คาดหวังว่าลูกๆของพวกเขาจะกลายเป็นขุนนางชั้นสูงหรือนักรบยิ่งใหญ่เดิมทีความฝันพวกนี้สำหรับพวกเขามันเป็นสิ่งที่ไกลตัวมาก แต่ตอนนี้ด้วยคำสั่งขององค์ราชาอเล็กซานเดอร์ ทำให้ความฝันอันห่างไกลนี้กลายเป็นเข้ามาใกล้พวกเขาเข้าใจอย่างแน่ชัดว่า คำสั่งนี้ไม่ต่างอะไรกับของขวัญ เป็นของขวัญที่องค์ราชาอเล็กซานเดอร์มอบให้ทำให้ลูกของพวกเขาได้รับโอกาสที่หาได้ยาก ที่จะได้รับการสั่งสอนจากแลมพาร์ดและนักรบหนึ่งดาวที่แข็งแกร่งอย่างบรู๊คได้รับโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตและโชคชะตาของตัวเอง
เป็นพระมหากรุณาธิคุณจากองค์ราชาอเล็กซานเดอร์
เมืองแซมบอร์ดไม่เคยมีชีวิตชีวาเหมือนทุกวันนี้และไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน องค์ราชาอเล็กซานเดอร์มักจะนำเรื่องที่น่ายินดีและเหนือความคาดหมายมาให้แก่ชาวบ้านเสมอทุกคนเริ่มคุ้นเคยกับการสวมกางเกงสบายๆ แล้วพากันนั่งดื่มเหล้าสนทนากันแน่นอนว่าพวกเขามักจะพูดอย่างภาคภูมิใจเรื่องที่ลูกชายหรือลูกสาวของตัวเองได้รับคำชมเชยจากท่านแลมพาร์ดในโรงเรียนและอดไม่ได้ที่จะร้องสรรเสริญเสียงดังว่า “องค์ราชาจงเจริญ!” แล้วชนแก้ว ท่ามกลางเสียงพูดคุยพวกเขามักจะอวยพรขอให้พระเจ้าคุ้มครองรักษาองค์ราชา
……
แน่นอนว่าช่วงหลายวันมานี้ซุนเฟยไม่ว่างเลย
นอกจากจัดการเรื่องจุกจิกเวลาส่วนใหญ่ของทุกวันเขาจะต้องเสียเวลาคลุกอยู่ที่หอสมุดหลวงของเมืองแซมบอร์ดในหอสมุดหลวง ซุนเฟยแทบจะอ่านหนังสือหมดทุกเล่มได้เรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของแผ่นดินอาเซรอทอย่างลึกซึ้งแต่ซุนเฟยก็ไม่ได้ละเลยที่จะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับทักษะทุกอย่างของตัวละครในโลก Diablo ตอนนี้ตัวละครคนเถื่อนเลเวลอัพถึง 20 ตัวละครจอมเวทย์เลเวลอัพถึง10 ตัวละครพาลาดินเลเวลอัพถึง 12 เนโครแมนเซอร์เลเวลอัพถึง12...
และเขาก็ได้รวบรวม‘น้ำยาฮัลค์’ ได้หลายสิบขวดหลังจากผ่านการทดลองและค้นคว้ามาหลายวันซุนเฟยแทบจะเข้าใจผลและประโยชน์ของน้ำยาที่มาจากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างครบถ้วนเขารู้สึกว่าถึงเวลาที่จะใช้ประโยชน์จากน้ำยาเหล่านี้มาเพิ่มพลังให้แก่เหล่าผู้นำของเมืองแซมบอร์ดสักที
-----------------
1 เทถั่วออกจากหลอดไม้ไผ่หมายถึง ถูกซักฟอก