ในโรงเรียนแห่งนี้ครูแต่ละคนจะสอนคนละวิชา แม้จะสอนประจำห้องนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องสอนไปหมดทุกวิชา
ถือเป็โชคดีที่วิชาแรกของริโอะคือวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งมีเซเรียเป็ผู้สอน
“สำหรับนักเรียนที่สอบผ่านระดับพื้นฐานมาแล้วพวกบวกลบคูณหารก็คงจะง่ายไปใช่ไหมจ๊ะงั้นวันนี้เรามาเรียนโจทย์ที่ยากขึ้นอีกนิดกันดีกว่าเนอะ”
พูดแล้วเซเรียก็เขียนโจทย์บนแผ่นกระดานหินเนื้อหาที่เรียนนั้นคงง่ายสำหรับนักเรียนประถมญี่ปุ่น
“งั้นเรามาลองแก้โจทย์บนกระดานกันนะจ๊ะ”
เซเรียเอ่ยขึ้นหลังจากเขียนโจทย์หลายข้อบนกระดานเสร็จ
เหล่านักเรียนก็เริ่มขยับปากกาขนนกเพื่อตอบคำถาม
เห็นเช่นนั้นแล้วเซเรียจึงขยับมายืนตรงหน้าริโอะ
“ริโอะจ๊ะอาจารย์ยังไม่รู้เลยว่าเธอรู้มากแค่ไหน ลองแก้โจทย์บนกระดานหน่อยได้ไหมจ๊ะ?”
“ขอโทษครับผมอ่านตัวอักษรไม่ออกเลยครับ”
ริโอะกระซิบตอบเซเรีย
“เข้าใจแล้วจ้ะงั้นเราต้องเริ่มจาก ตัวอักษรและตัวเลขเนอะ”
หน้าตาจิ้มลิ้มของเซเรียมีท่าทีกังวลอาจารย์สาวทำท่าคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“งั้นเดี๋ยวอาจารย์จะสอนให้ส่วนตัวนะจ๊ะหลังเลิกเรียนมาที่ห้องวิจัย...เอ่อ...มาที่ใต้ตึกที่มีห้องสมุดนะจ๊ะ วันนี้ทนเรียนแบบนี้ไปก่อนนะ”
เซเรียกังวลว่าหากมัวสนใจแต่ริโอะจะทำให้นักเรียนคนอื่นเรียนช้าลง
“ครับ เข้าใจแล้วครับ”
เด็กกำพร้าจากสลัมทำตามที่อาจารย์สาวบอกอย่างว่าง่าย
ริโอะเข้าใจดีว่าจะเขาจะเป็ตัวถ่วงของห้องไม่ได้
หลังจากนั้นชั่วโมงเรียนก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆและในที่สุดชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์ก็จบลง
◇ ◇ ◇
เมื่อวิชาแรกเสร็จตอนนี้จึงเป็ชั่วโมงพัก
เซเรียออกจากห้องเพื่อสอนคาบเรียนถัดไป
ในห้องจึงเหลือเพียงพวกนักเรียน
ทันใดนั้นบรรยากาศในห้องก็พลันเปลี่ยนไป
เด็กชายมาใหม่นั่งอยู่แถวหน้าสุดของห้องเรียนรอบตัวเขาไร้ซึ่งผู้คน
เด็กคนอื่นๆลอบมองริโอะจากที่ไกลๆ
ซุบซิบ ซุบซิบ
“หมอนั่นทำวิชาเลขไม่ได้ว่ะ นั่งฟังอาจารย์พูดอย่างเดียวเลย”
“เออก็มันเข้ามาโดยไม่ต้องสอบเข้านี่!”
“ก็มันเป็เด็กกำพร้าไงเด็กกำพร้าน่ะ จะเคยได้เรียนได้ไง อ่านออกบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“เฮ้ยทำไมคนโง่แบบนี้มาเรียนกับเราได้วะเนี่ย!”
ไม่รู้ว่าลูกผู้ดีพวกนี้ไม่เคยเจอคนแบบริโอะมาก่อนหรือว่าแค่อยากจะล้อเลียนเฉยๆ กันแน่ พวกเขาเลยแอบมองริโอะจากที่ไกลๆแล้วซุบซิบนินทา
ริโอะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก
(สักวันพวกมันคงเบื่อกันไปเองล่ะมั้ง)
แม้ว่าริโอะจะรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศแบบนี้แต่ก็ไม่ได้โดนทำร้ายอะไรเขาจึงพอทนได้
เราคงต้องโดนแบบนี้ไปอีกสักพักไม่นานพวกมันคงลืมเราไปเองล่ะมั้ง
คิดแล้วริโอะก็ถอนหายใจเบาๆ
“นี่ เ้าน่ะ มานี่หน่อยซิ”
เสียงสตรีดังมาจากหลังห้องน้ำเสียงพุ่งตรงมาเพื่อเรียกริโอะ
เด็กชายจำเสียงนี้ได้เหมือนเขาเคยได้ยินมาก่อนเมื่อไม่นานมานี้
เขามองไปยังเ้าของเสียงเธอคือเด็กหญิงหน้าตาน่ารักเรือนผมสีทองซึ่งนั่งติดกับคริสติน่านั่นเอง
ดวงตาของเธอกลมโตสุกใสแต่ดูเด็ดเดี่ยวเธอมองริโอะอย่างเบื่อหน่าย
(อย่าบอกนะว่าคือคนที่อยู่กับคริสติน่าตอนเจอกันที่สลัม)
ริโอะเดาจากน้ำเสียงและวิธีการพูด
ตอนนั้นมองไม่เห็นหน้าเพราะใส่ฮู้ดอยู่ชื่อนี่ถ้าจำไม่ผิดคงจะเป็โรอาน่าสินะ
“เรียกผมมีธุระอะไรครับ?”
“ก็จะอะไรอีกล่ะชั่วโมงเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไง?”
โรอาน่าพูดอย่างล้อเลียน
“...เอ่อ...ขอโทษนะครับพูดถึงเื่อะไรเหรอครับ?”
ริโอะไม่เข้าใจว่าหล่อนจะสื่ออะไรเขาจึงเอียงคอสงสัย
“มารยาทขั้นต่ำนายยังรู้จักแต่ตัวอักษรกับตัวเลขนี่กลับไม่รู้เหรอ?”
“ใช่ครับ”
ริโอะพยักหน้า
เด็กหญิงยกคิ้วบางขึ้นทันที
“พูดเป็เล่น! ที่นี่คือโรงเรียนเบลต์ลัมต์ มีประวัติที่ยาวนาน และมีจุดเด่นเื่วิชาการ พวกเราทุกคนในนี้น่ะล้วนแต่ผ่านข้อสอบยากๆกันมาหมดแล้วทั้งนั้น แล้วเ้าน่ะ แค่ตัวอักษรยังอ่านไม่เป็เลยเ้าต่างอะไรจากลิงเล่า?”
เด็กหญิงพูดอย่างเดือดดาลทันใดนั้นก็มีผู้หนึ่งที่เห็นด้วยกับคำพูดเธอ
“ใช่เลย คุณโรอาน่า”
คนที่พูดขึ้นมานั้นคือเด็กชายหน้าตาดีคนหนึ่ง
ริโอะและโรอาน่าหันไปมองทางต้นเสียงพร้อมกัน
“มีอะไร อัลฟรอนส์ข้าไม่ได้พูดกับเ้า”
โรอาน่าคงโมโหที่โดนขัดจังหวะจึงหรี่ตาคู่สดใสถาม
“โทษทีที่ขัดแค่เห็นชนชั้นต่ำผ่านเข้ามาในสายตา ข้าก็ขยะแขยงจนทนไม่ไหวแล้วล่ะแต่เ้านี่กลับบังอาจมาเรียนที่นี่อีก ฝันร้ายชัดๆ”
เด็กชายอัลฟรอนส์พูดเหน็บแนม
“หมอนี่เข้ามาเพราะได้รับรางวัลจากพระาาถ้าเ้าไม่พอใจละก็ คงต้องโทษองค์เหนือหัวแล้วล่ะ”
“พูดอีกก็ถูกอีกแต่ไม่อยากให้มันเข้าใจผิด เลยจะมาสั่งสอนซะหน่อย”
เด็กชายมาใหม่ยิ้มยียวนแล้วมองไปยังนักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้อง
“หมายความว่ายังไง?”
โรอาน่าถาม
“อย่าคิดนะว่าเ้าทัดเทียมกับเด็กคนอื่นนักเรียนที่อยู่ที่นี่ทุกคนเป็เด็กที่ถูกคัดเลือกมาจากบรรดาลูกขุนนางอีกทีไม่อยากให้คนชั้นต่ำแบบเ้าเข้าใจผิดแล้วทำสนิทสนมด้วย”
พูดเช่นนั้นแล้วอัลฟรอนส์ก็จ้องมองริโอะโดยไม่ปิดบังความรู้สึกรังเกียจสักนิด
พูดอะไรกับคนแบบนี้ไปคงไร้ประโยชน์สินะ
ริโอะต้องพูดจาแบบคนใช้ก่อนเหรอเขาถึงจะพอใจ?
ริโอะจ้องตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ผมไม่เคยคิดไปไกลขนาดนั้นเลยครับ”
“ใครอนุญาต!อย่ามาพูดแทรกนะไอ้คนชั้นต่ำ!”
ริโอะถูกเบรกด้วยคำพูดของอัลฟรอนส์
ทันใดนั้นทั้งห้องก็พลันเงียบสนิท
ต่อมาจึงค่อยๆมีเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ตามมา
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนในห้องแล้วอัลฟรอนส์ก็ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ
ริโอะเงียบแต่ยกยิ้มที่มุมปาก
“พอเถอะอัลฟรอนส์ถ้าแค่จะมาแซวเฉยๆ ก็ไปไกลๆ เลย”
โรอาน่าพูดอย่างเอือมความระอา
“ครับ ครับ ขอตัวละกันครับ”
อัลฟรอนส์พยักหน้าแล้วจากไปด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ
โรอาน่ามองไปทางริโอะแล้วเอ่ยถาม
“ต่อจากเมื่อกี้นะ บอกตรงๆตอนนี้เ้าน่ะไม่คู่ควรกับที่นี่หรอก”
“ขอโทษครับ ผมไม่เคยเรียน”
“ข้าไม่แปลกใจหรอก แต่ยิ่งเ้าเรียนช้าเท่าไรก็เป็การรบกวนพวกเรามากเท่านั้นแล้วยังจะเป็การทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนด้วย”
โรอาน่าไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของริโอะ
“คุณพูดถูกครับ”
“ถ้าเช่นนั้นก็พยายามสิจะได้เรียนตามเพื่อนทัน ตอนปลายเทอมมีสอบนะ... แค่นี้แหละ”
“เข้าใจแล้วครับ ผมสาบานว่าจะพยายามไม่รบกวนผู้อื่น ขอบคุณคุณโรอาน่าที่เป็ห่วงนะครับ”
ริโอะขอบคุณแล้วก้มหัว
“ไม่เป็ไรมันเป็หน้าที่ของข้าที่เป็ทั้งตัวแทนของท่านคริสติน่าและเป็ตัวแทนของห้องนี้ด้วยหรือไม่ก็ถือซะว่าเป็คำบอกของขุนนางแก่ประชาชนแล้วกัน”
โรอาน่าคงพูดด้วยความรู้สึกจากข้างในจริงๆหล่อนสอนริโอะในฐานะตัวแทนห้อง ในฐานะขุนนาง
ริโอะก็รู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ของโรอาน่าเพราะแบบนี้มั้งริโอะจึงไม่รู้สึกถึงความเป็ศัตรูกับโรอาน่าเลยไม่เหมือนอัลฟรอนส์
◇ ◇ ◇