หลังจากที่ซินซิน และจิวจิวได้ไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญกลับไปได้แล้ว ซินซินก็อารมณ์ดีเป็อย่างมากนอนยิ้มและส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา ฝ่ายซานซานเมื่อเห็นว่าน้องสาวของตนยิ้มและหัวเราะได้ก็ยินดีเป็อย่างยิ่งพร้อมยิ้มตามน้องสาวของตนไปด้วย
“ซินน้อย จองปีน่ายักจิงๆ” ซานซานพูดขึ้นพร้อมยิ้มตามน้องน้อยของตน
ฝ่ายซินซิน ที่เห็นว่าพี่ชายมองมาจึงคิดอยากจะขุนพี่ชายให้อ้วนมากกว่านี้จึงได้นึกถึงนมในมิติขึ้นมา เมื่อคิดได้ก็ลงมือทำทันที เอาเสื้อกันหนาวออกมาด้วยดีกว่า อ๋อเอาเนื้อหมูออกมาด้วยเอ๋เอาอะไรอีกดีนะที่จะให้ครอบครัวสามารถเปลี่ยนเป็เงินได้ เพื่อที่คุณย่าใจดี กับพ่อสุดหล่อจะได้ไม่ต้องมากลุ้มใจเกี่ยวกับเื่เงินที่จะนำมาปรับปรุงบ้าน
ที่เธอกล้าที่จะนำสิ่งของต่างๆ ออกมาเลยก็เพราะว่าเธอได้รับรู้จากพลังบางส่วนว่าครอบครัวนี้มีความจริงใจและรักเธออย่างแท้จริง ถ้ารอจนกว่าเธอจะพูดได้ เธอจะต้องดูครอบครัวลำบากไปอีกนานหลายปีจะให้เธอทนได้ยังไงกัน ในเมื่อมีของดีอยู่กับตัวก็ต้องใช้จริงไหมล่ะ
เพราะเธอดูจากการที่ย่าของเธอหย่าขาดจากผู้ชายเลวแบบนั้นได้และไหนจะได้สัญญาเอาลูกออกจากตระกูลอีก เธอคิดว่าย่าของเธอนับว่าเป็ผู้หญิงที่ฉลาดและมีความรอบคอบมากทีเดียว ส่วนพ่อกับแม่ของเธอต่างก็เป็คนดีและรักครอบครัวมากเช่นกัน ก็ในเมื่อมีครอบครัวที่ดีแล้ว เธอก็แค่อยากให้ครอบครัวอยู่กันอย่างไม่ลำบากมากนัก
ตอนนี้ก็แค่ทยอยเอาออกมาให้เล็กๆ น้อยๆ รอจนเธอโตเธอจะทำให้ครอบครัวของเธอเป็เศรษฐีให้ได้ เพื่อที่จะทำให้คนตระกูลหลงกระอักเืให้ดู แค่คิดก็สะใจแล้ว หายนะเหรอเดี๋ยวจะได้เจอของจริงกัน
ซ่าน ซ่านที่ตอนนี้เมื่อมองที่น้องของตนก็เห็นว่าเวลา น้องโบกมือน้อยๆ ของตนหนึ่งครั้งก็จะมีของออกมาหนึ่งชิ้น เขาก็ใ แต่เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยเพราะ ของที่โผล่มาแต่ละชิ้นนั้น เขาแม้จะยังเป็เด็กก็รู้ว่ามันหายากมาก ไม่ว่าจะเป็ ผ้าห่ม เสื้อผ้า เนื้อหมู
ตอนนี้เขาได้แต่อ้าปากค้างอย่างเดียวและคิดว่าน้องของเขาต้องเป็เทพธิดามาเกิดแน่ๆ คนธรรมดาที่ไหนจะเสก ของได้แบบนี้กัน ไม่ได้การแล้วเขาต้องรีบไปบอกแม่ พ่อและย่าเพื่อที่ทุกคนจะได้มาช่วยเขาปกป้องน้องน้อย
เมืื่อคิดปุ๊บซ่านซ่านก็ทำปั๊บทันที ซ่านซ่านก้าวเท้าสั้นๆ ของเขารีบวิ่งไปยังที่คนในครอบครัวทั้งสามยืนอยู่ เมื่อมาถึงเขารีบเดินไปจับมือย่าของตนและดึงมือของย่าเพื่อที่จะให้ตามเขามา “ซิน ซินน้องสาว” ซ่าน ซ่านพูดออกมาแค่นี้แล้วก็รีบดึงมือย่าของตนต่อ
ทางด้านพ่อและแม่รวมถึงย่าต่างก็ร้อนใจ แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องที่ซินซิน นอนอยู่ทันที เมื่อทั้งสี่คนรวมถึงซ่าน ซ่านด้วย พ่อแม่และย่าตอนนี้ต่างก็อ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างต่อภาพที่เห็นตรงหน้าเป็อย่างมาก เนื่องจากพวกเขามองเห็นสิ่งของมากมายกองอยู่บนเตียงเตาและก็ยังมีโผล่ขึ้นมาท่ามกลางสิ่งที่ว่างเปล่าด้านหน้าอีก
“นะนี่มันอะไรกันของเหล่านี้มาจากไหนกัน” เสียงของพ่อที่ถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ส่วนแม่และย่าก็ได้วิ่งมาดูเ้าตัวน้อยแล้ว เพราะได้ยินแต่เสียงหัวเราะชอบใจ
เมื่อย่าและแม่เห็นว่าลูกและหลานสาวตัวน้อยไม่เป็อะไร ต่างก็พากันโล่งใจ แล้วก็มองสิ่งของรอบๆอย่างสงสัย ส่วนเ้าตัวป่วนที่ตอนนี้ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าได้ทำให้คนในครอบครัวพากันใไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบไปแล้ว ก็ยังสนุกในการเอาของออกมาอย่างเพลิดเพลิน
เพราะเ้าตัวน้อยคิดว่าสิ่งนั้นก็จำเป็ สิ่งนี้ก็ต้องใช้ สิ่งนั้นก็ยังขาด ดังนั้นนึกไปนึกมาจึงได้เห็นสิ่งของทั้งหมดกองเป็ูเาลูกย่อมๆ ล้อมรอบตัวเองโดยที่เ้าตัวไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
“ซินน้อยพอแล้วหลานย่า แค่นี้ก็เกินพอต่อครอบครัวเราแล้ว” ยังคงเป็ย่าที่ได้สติก่อนคนอื่นๆ จึงเข้ามาลูบหัวของเ้าตัวน้อยและบอกให้พอได้แล้ว เพราะคนเป็ย่าก็ห่วงว่าการที่หลานตนทำแบบนี้ไม่ใช่เป็เื่ธรรมดาก็กลัวว่าอาจจะมีอันตรายเกิดกับหลานของตน เพราะเธอเองก็มั่นใจไปแล้วว่าการที่หลานเธอทำแบบนี้ได้หลานคนนี้คงจะเป็เทพมาเกิดอย่างแน่นอน
แต่เพื่อความปลอดภัยของหลานตัวน้อย และของที่เ้าตัวน้อยนี้เสกออกมาก็มากเกินความจำเป็ที่มีแล้วเธอจึงต้องรีบมาหยุดหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อซินซินรับรู้ถึงความห่วงและความกังวลของย่าตน เธอก็หยุดมือทันที พร้อมกับฉีกยิ้มที่เห็นแต่เหงือกแดงแจ๋ให้ย่าของตนเห็นด้วยว่า หนูสบายดีย่าไม่ต้องเป็ห่วง
“เก่งมากเลยลูก ตัวแค่นี้ก็เข้าใจย่าแล้ว เด็กดีๆ” ย่าก็พูดชมเ้าตัวน้อยพร้อมลูบหัวเอ็นดูไปด้วย เ้าตัวน้อยเมื่อถูกชมก็ยิ้มกว้างไปกันใหญ่จนตอนนี้ได้มีน้ำเชื่อมไหลย้อยออกมาจากขอบปากสีแดงชมพูของเ้าตัวซะแล้ว
“พ่อฮับ แม่ฮับ” ซ่านซ่านได้เรียกทั้งพ่อและแม่ของตน เมื่อเห็นว่าทั้งสองต่างได้ยืนนิ่งเป็เวลานานมากแล้ว ทั้งพ่อและแม่เมื่อได้ยินเสียงลูกชายของตน ต่างก็มีสติกันขึ้นมา
“ว่ายังไงครับลูกชายพ่อ” จินเป่าก็ได้ก้มตัวลงแล้วอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกของตน ฝ่ายคนเป็ลูกก็ชอบใจที่พ่อของตนกอดและอุ้มตนเองไว้แบบนี้
“น้องปกป้องน้อง” ซ่านซ่านได้บอกสิ่งที่คิดออกมา เมื่อทุกคนที่อยู่ตรงรวมทั้งซินซินที่ได้ฟังด้วย ต่างก็ชื่นใจ ที่เด็กตัวแค่นี้รูจักคิดที่จะปกป้องน้องของตน
“ใช่ครับเราทุกคน ต้องช่วยกันปกป้องซินน้อย และเื่นี้เราก็ห้ามบอกกับใครทั้งนั้นลูกเข้าใจไหมครับ” ฝ่ายผู้เป็พ่อเมื่อได้ยินที่ลูกชายตัวน้อยพูดขึ้นมาก็ปลื้มใจ และตัวเองก็ยังเอ่ยย้ำกับลูกชายตนด้วยว่าต้องเก็บเป็ความรับ
“ใจครับ” เด็กชายตัวน้อยรับปากทันที
เมื่อทุกคนเข้าใจกันดีแล้ว ทุกคนก็ต่างเข้ามาช่วยกันแยกของว่ามีอะไรบ้างและควรจะเก็บไว้ตรงไหน แล้วมีอะไรที่พอจะเปลี่ยนเป็เงินได้บ้างเพราะจะได้เอามาซ่อมแซมบ้านก่อนที่หน้าหนาวจะมาเยือน เพราะตอนนี้อากาศก็ เริ่มเย็นลงทุกทีแล้ว
“ซินซินครับลูก พ่อเอาของที่หนูให้มาไปขายได้ไหมครับเราจะได้มีเงินมาซ่อมแซมบ้านกัน” จินเป่าเอ่ยขอลูกสาวตัวน้อยของตนก่อนเพราะเขาถือว่าของเหล่านี้เป็ของลูกของเขา เขาซึ่งเป็พ่อก็ไม่ควรที่จะชุบมือเปิบ
“อูๆอ่า ๆ”ซินซินก็พยายามจะบอกว่าได้ แต่ก็จนใจจึงได้แต่ยิ้มกว้างแทน เมื่อจินเป่าเห็นแบบนี้ก็แสดงว่าลูกสาวตัวน้อยของเขาอนุญาติแล้ว “ซินซิน ของพ่อดีที่สุด ลูกทั้งสองของพ่อเป็ลูกที่ดีที่สุดเลยครับ” จินเป่าก็ก้มลงไปหอมลูกน้อยทั้งสองของตน ซินซินผู้ถูกผู้เป็พ่อหอมก็หัวเราะชอบใจ
“แม่ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปในเมืองและจะแวะไปดูฮัวเหมยด้วยนะครับ ไม่รู้ว่าน้องอยู่ที่เหมืองจะเป็อย่างไรบ้าง แล้วผมก็ไปบอกให้น้องลางานมาเปลี่ยนสกุลด้วย ”จินเป่าบอกสิ่งที่ตนคิดออกมา เพราะน้องสาวของเขาได้เข้าไปทำงานที่เหมืองถ่านหิน ั้แ่เรียนจบมัธยมต้นแล้ว โดยได้ลุงของเขาเป็คนจัดการให้
เขาสงสารน้องสาว หากน้องเขาได้รู้ว่าพวกเขาทั้งหมดได้ตัดขาดจากตระกูลหลงแล้วคงจะดีใจ เพราะที่น้องต้องไปทำงานในเหมืองก็เพราะอยากจะหนีให้ไกลจากบ้านหลงนั่นเอง และตอนนี้น้องของเขาก็เรียนจบโรงเรียนภาคค่ำของโรงเรียนเทคนิคแล้วหน้าที่การงานก็คงจะสูงขึ้นไปอีก
วันต่อมาจินเป่าได้นำของใส่กระสอบป่านใบใหญ่ แล้วได้แบกของเดินออกจากบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะเขากลัวว่าหากออกมาสายกว่านี้จะมีคนสงสัยและเอาไปลือต่อๆกันได้ เขาจึงได้แต่ต้องทนเดินเท้าเขาไปในเมืองเอาเอง
เดินมาเป็เวลากว่าสองชั่วโมง ฟ้าก็เริ่มสว่าง ตัวจินเป่าเองก็ถึงในเมืองพอดี หากซินซินรู้ว่าพ่อต้องเดินไกลขนาดนี้เธอคงเอาจักรยานออกมาให้พ่อเป็แน่ เมื่อจินเป่ามาถึงเขาก็เข้าไปในตลาดมืดทันที เพราะเขาคุ้นเคยกับที่นี้เป็อย่างมากเนื่องจากมักจะนำสัตว์ที่ล่าได้มาขาย
เขามีร้านรับซื้อของเ้าประจำอยู่และเถ้าแก่เองก็ให้ราคาที่เป็ธรรม จึงได้ติดต่อค้าขายกันเรื่อยมา วันนี้เขาได้นำข้าวขาวชั้นดีมาขาย และเนื้อหมูมีทั้งสามชั้น เนื้อแดง ขาหมู ไก่เป็ตัวก็มีตั้งสามตัว ลูกสาวตัวน้อยของเขาช่างเป็เทพธิดานำโชคจริงๆ
คิดอะไรมาเรื่อยเปื่อยเขาก็เดินมาถึงร้านค้าที่เขานำของมาขายแล้ว เมื่อเดินไปหน้าร้านก็เห็นเถ้าแก่ดูวุ่นวายเป็อย่างมาก แต่เมื่อเถ้าแก่หันมาเห็นเขาแล้วเห็นเขาแบกกระสอบใบใหญ่เข้ามาก็ยกยิ้มอย่างดีใจ
“จินเป่า นายมาแล้ว วันนี้มีเนื้ออะไรมาขายบ้าง วันนี้อั๊วกำลังจะแย่แล้วเพราะมีนายทหารยศโตอยากได้เนื้อหลายชั่งเอามาจัดงานเลี้ยง แต่ตอนนี้ยังหาเนื้อไม่ได้เลย หากไม่ได้เนื้อภายในวันนี้นะร้านอั๊วต้องเจ๊งแน่ๆ"
“เถ้าแก่วันนี้ผมมีมาหลายอย่างเลย รับรองร้านเถ้าแก่รอดอย่างแน่นอน แล้วเถ้าแก่อย่ามากดราคาผมก็พอ”
“ลื้อไม่ต้องกลัวหรอกน่า ลื้อก็รู้ว่าอั๊วไม่เคยเอาเปรียบใครอยู่แล้ว มาๆอย่าพูดมากอยู่ เอาของออกมาขายเลย” เมื่อเถ้าแก่พูดจบจินเป่าก็รีบวางกระสอบลงและนำสินค้าของตนออกมาทันที
เมื่อเถ้าแก่ได้เห็นสิ่งของที่วางกองอยู่ตรงหน้า เถ้าแก่ก็ได้แต่อ้าปาก ตาเบิกโพลงด้วยความใว่า จินเป่าเป็พระมาโปรดของเขาจริงๆ
เมื่อจินเป่าได้นำของทุกอย่างออกมาหมดแล้ว เถ้าแก่ก็ทำการคิดเงินให้อย่างยุติธรรม เมื่อคิดเงินทุกอย่างออกมาทั้งหมดแล้วเบ็ดเสร็จจินเป่าได้เงินทั้งหมดไป 2500 หยวน แต่เถ้าแก่ใจป้ำเพราะเหมือนจินเป่าเป็ผู้ช่วยให้ร้านแก่รอด จึงได้จ่ายเงินให้แก่จินเป่าเพิ่มอีก 500หยวน เป็ 3000หยวน
“เถ้าแก่นี่มันไม่เยอะเกินไปหรือครับ เถ้าแก่คิดราคาให้ผมถูกแน่นะ ผมไม่คืนนะครับ ฮ่าฮ่า” ฝ่ายจินเป่าก็พูดหยอกเย้ากับเถ้าแก่
ฝ่ายเถ้าแก่ที่ได้ยินว่าจินเป่าพูดขึ้นมาแบบนี้ก็ได้แต่มองค้้อนไป "ลื้อนี่มันยังไง อั๊วเป็คนยุติธรรมลื้อก็รู้ วันนี้ลื้อเป็เหมือนผู้ช่วยชีวิตของอั๊ว ดังนั้นอั๊วจึงให้พิเศษเพิ่มอีก ห้าร้อยหยวนยังไงล่ะ ไว้คราวหน้ามีอะไรก็เอามาขายให้อั๊วอีกนะ
“ได้ครับเถ้าแก่ เราค้าขายกันมานานแล้วเถ้าแก่ก็รู้ว่าผมก็มาแต่ที่นี่เป็ประจำอยู่แล้วผมไม่เสี่ยงเอาไปขายเองหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับแล้วนะครับ ไว้ค่อยเจอกันใหม่” เมื่อบอกลาเถ้าแก่แล้ว จินเป่าก็เดินออกจากตลาดมืดทันที
จินเป่าก็เดินเรื่อยๆมาจนถึงโรงงานเหมืองแร่ที่น้องสาวของตนทำงานอยู่ ยามรักษาการณ์ที่เห็นว่าเป็ใครก็ได้ทักทายกันตามประสาคนคุ้นเคย และได้ประกาศเสียงตามสายเพื่อตามตัวน้องสาวของจินเป่าให้ ระหว่างที่รอน้องสาวตน จินเป่าก็ได้หยิบลูกอมกระต่ายขาวออกมาให้ยามคนนี้ไว้ด้วยสิบเม็ด หากให้มากเกินไปเดี๋ยวเขาก็จะสงสัยเอาได้
ฝ่ายยามเมื่อเห็นว่าจินเป่าได้หยิบลูกอมออกมาให้ตน ก็ดีใจเพราะยุคนี้ใช่ว่าจะได้กินน้ำตาลกันได้ง่ายโดยเฉพาะลูกอมแบบนี้เพราะต้องใช้คูปองซื้อและต้องซื้อแต่ในสหกรณ์เท่านั้นและก็มีจำกัดจำนวนด้วย
“พี่ชาย พี่มาหาน้องที่บ้านมีเื่อะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ฮัวเหมยเมื่อเห็นพี่ชายของตนมา เธอก็รีบถามออกมาอย่างรัวเร็ว
“เดี๋ยวพี่จะเล่าให้น้องฟังเอง เมื่อน้องได้ฟังพี่รับประกันได้เลยว่าน้องต้องดีใจอย่างแน่”จินเป่าก็พูดขึ้นมาอย่างเ้าเล่ห์ ทางด้านฮัวเหมยเมื่อได้ฟังก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปกันใหญ่