Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 2 พรสวรรค์

    “เข้าใจไหม...ขีดที่รอยสักพรสวรรค์คือระดับเลเวลพรสวรรค์ของพวกเธอ ยิ่งเลเวลสูงเท่าไหร่พรสวรรค์ของพวกเธอก็จะยิ่งทรงพลังขึ้นเท่านั้น”หญิงสาวผมสีน้ำเงินเข้มยาวกระเซิงวัย30กว่าในเครื่องแบบหนังรัดรูปสีขาวยืนตะแบงเสียงต่อหน้านักเรียนในเครื่องแบบทั้งขาวและดำจำนวนกว่า40กว่าคนอยู่กลางแจ้ง สองมือกดดาบใหญ่เท่าตัวคนลงกับพื้น ข้างหลังเธอเยื้องออกมามีอาจารย์หญิงร่างผอมบางอีกคน ตัวสั่นเล็กน้อยขณะยืนต่อหน้านักเรียนในชั้น“ฉะนั้นแล้วพวกเธอต้องฝึก ฝึก และฝึกไปเรื่อยๆเพื่อเพิ่มเลเวลพรสวรรค์ของพวกเธอให้ได้อย่างน้อยเลเวล3ก่อนจะเรียน—หืม”สาวผมเข้มชะงักพร้อมหันไปมอง เด็กหนุ่มผมดำตัวเล็กในยูนิฟอร์มสีดำเสื้อเชิ้ตขาวผ้าคลุมไหล่ดำเดินตรงเข้ามาหาเธอ เธอมองเขาพลางขมวดคิ้ว‘ท่วงท่าการเดินและก้าวเท้ามั่นคงไม่มีที่ติเลย ราวกับผ่านสงครามมามากมายงั้นแหละ’“นักศึกษา...เธอมาสายนะ”“ขออภัยด้วยครับ มิสมาริโอต้า พอดีว่าเกิดเรื่องนิดหน่อย”ว่าจบเชสพลันตวัดสายฟ้าไปยังกลุ่มของมาร์ตที่แกล้งเขาเมื่อเช้า ทั้งสามกำลังมองเขาพร้อมหัวเราะเยาะเย้ย“ฉันไม่สน เธอมาสายก็ต้องรับโทษ”โจอันน่า มาริโอต้าเคาะดาบลงกับพื้นก่อนจะหันไปตวาดเสียงดัง“ทุกคนวิ่งรอบสนามฝึก 5รอบเป็นการวอร์มอัพ...ส่วนเธอต้องวิ่ง10รอบ ไปซะ”“เดี๋ยวก่อนครับ”หญิงสาวหันไปหาลูกศิษย์ตัวเล็ก“ฉันไม่ลดให้หรอกนะ”“เปล่าครับ ผมแค่จะขอวิ่ง15รอบครับ”เธอเบิ่งตากว้างและฉีกยิ้มอย่างถูกใจ“ยอดเยี่ยมมาก ทำตามที่ต้องการเถอะ” แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก“แฮ่ก บ้าเอ้ย...ให้อัศวินวิ่งยังพอว่า แฮ่ก แต่ทำไมต้องให้จอมเวทอย่างเราเปลืองแรงด้วยวะ”มาร์คลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก กลุ่มเพื่อนอีกสองคนนอนแผ่ไปกับพื้นด้วยความเหนื่อย เขาค่อยๆหันไปมองคนเพียงคนเดียวที่ยังวิ่งรอบสนามระยะทางกว่า1กิโลเมตรสภาพน่าสมเพชราวกับหมาที่วิ่งจนหมดแรงแต่ก็ยังฝืน แขนสองข้างตกไปข้างตัว สปีดการวิ่งพอๆกับคนธรรมดาเดิน ชุดเครื่องแบบเปื้อนฝุ่นจากการล้มนับครั้งไม่ถ้วน‘เชส เซอร์เซส ผลการสอบได้อันดับที่278จาก278ในสายจอมเวทที่เข้าเรียนในรุ่น โหล่โดยสิ้นเชิง ไม่มีใครยื่นข้อเสนอเป็นพาร์ทเนอร์ให้’โจอันน่าพลิกดูกระดาษบันทึกข้อมูลของนักเรียน ตั้งแต่เปิดเทอมมา1เดือนเธอทยอยจดจำนักเรียนที่เธอต้องสอนได้ทว่าวันนั้นเป็นครั้งที่เชสแสดงความมีตัวตนให้เธอเห็น ดวงตายังคงจ้องมองเขาวิ่งรอบสนาม“ทุกคนลุกขึ้นจัดแถวเดี๋ยวนี้ จอมเวทให้ไปหาอาจารย์ฝึกสอนลูซี่ ส่วนอัศวินมากับฉัน”“อ...เอ่อ อาจารย์คะแต่เชสยังวิ่งไม่เสร็จเลยนะคะ”นักเรียนจอมเวทหญิงคนหนึ่งยกมือแย้ง“ไม่ต้องสนใจคนอื่นทำตามที่บอกซะ”โจอันน่าจวัดทำให้นักเรียนหญิงคนนั้นลดมือลงอย่างกล้าๆกลัวๆ สาวกลางคนมองเชสที่พยายามลุกขึ้นเป็นรอบที่5ก่อนจะเดินนำนักเรียนสาขาอัศวินจากไป “ข้ามีของขวัญให้เจ้านำกลับไปด้วยสองอย่าง อย่างแรกคือพรสวรรค์ของข้าและอย่างที่สองนั้นคือความทรงจำในการฝึกฝนของข้า”คำพูดสุดท้ายที่มิเนเรียกระซิบข้างหูเชสก่อนจะย้อนเวลากลับมาทำให้เด็กหนุ่มเลือกจะวิ่งรอบสนามนี้20รอบ เขาปลดผนึกความทรงจำที่ได้รับมาทันที ไม่จำเป็นต้องดูทั้งหมดเพียงแค่ดูช่วงปีแรกก็ทำให้รู้ว่า ฉายา จอมอัศวินมหาเวท ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ต้องผ่านการฝึกฝนเลือกตาแทบกระเด็นตั้งแต่วัยเด็ก“แค่15...รอบ แฮ่ก ยังไม่เท่าที่ท่านมิเนเรีย...ฝึกฝนตอน5ขวบด้วยซ้ำ”รอบที่ 13รอบที่ 14รอบที่ 15เด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้นทัศนวิสัยพร่ามัวดวงอาทิตย์เข้าใกล้กลางศีรษะเข้าไปทุกที คาบเช้าสุดทรมานเริ่มตั้งแต่9โมงและจะจบตอน10โมงครึ่งเชสใช้แรงที่เหลืออยู่แตะบริเวณหน้าอกก่อนพึมพำภาษาประหลาดประมาณ2วินาที“Water Drop”หยดน้ำเย็นสองขนาดใหญ่หยดสาดลงใส่หน้าเขา“เร็วขึ้นจริงๆด้วย แม้จะนิดเดียวแต่การร่ายเวทของเราเร็วขึ้น”เขายกยิ้มอ่อนๆและเริ่มร่ายเวทที่สอง คราวนี้เขาใช้เวลาราว4วินาทีในการร่าย ร่างกายที่นอนหอบอยู่พลันมีกำลังเพิ่มขึ้นมาไม่ใช่น้อย“สุดยอดแม้แต่เวทฟื้นฟูพลังกายระดับต่ำที่ปกติเราใช้เวลาร่ายประมาณ7วินาทีกลับเหลือแค่4วินาทีเพราะผลของ Acceleration ทำได้แน่...เราเปลี่ยนแปลงได้แน่ถ้าใช้Accelerationร่วมกับMulti Castของเราล่ะก็...”           “ยิงต่อไปนะคะทุกคน พยายามสลับธาตุบอลธาตุในแต่ละครั้งที่ยิงนะคะ ยิ่งไม่ใช่ธาตุที่ถนัดแต่การทำแบบนี้จะช่วยในอนาคตแน่นอน”เสียงหวานปนความประหม่ามาจากอาจารย์ฝึกสอนสาวผู้กำลังมองดูอยู่ข้างหลัง เด็กนักเรียนสายจอมเวท12คนกำลังเล็งเป้าการโจมตีไปที่หุ่นไม้ตรงหน้า เวทต่างธาตุกันยิงออกไปไม่หยุดตอนนั้นเองหางตาเหลือกไปเห็นเชสในสภาพโทรมเดินเซเข้ามา“ค คุณเซอร์เซส หว...ไหวไหมคะ ให้ครูไปเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลมาไหม”เขาส่ายหน้าช้าพลางมองสิ่งที่เกิดขึ้นและยิ้ม‘อาจารย์ลูซี่ยังเหมือนเดิมเลยแหะ ใจดี ขี้อาย และเป็นที่รัก...แต่ว่าสุดท้ายสิ่งที่อาจารย์สอนก็แทบช่วยอะไรไม่ได้ในสนามรบ’“ให้ใช้เวทอะไรก็ได้ใส่หุ่นไม้หรอครับ”“ค่ะ แต่ทุกครั้งต้องเปลี่ยนธาตุไปเรื่อยๆนะคะ”หนุ่มผมดำพยักหน้า สองขาเดินสั่นพาเขาเข้าไปประจำที่เบื้องหน้าหุ่นไม้ตัวหนึ่ง‘สเปเชียลตี้ของเราคือเวทสายฟ้า ในชีวิตก่อนเราใช้มันรอดชีวิตมานักต่อนัก ผสานกับเวทน้ำและสายฟ้าใช้จุดเด่นของพรสวรรค์ให้เป็นประโยชน์ ขอดูหน่อยเถอะว่าตอนนี้เราทำได้แค่ไหน’เชสหลับตาตั้งสมาธิ ข้อเสียของพรสวรรค์Multi Castคือการต้องใช้สมาธิเป็นสองหรือสามเท่าของปกติในการร่ายเวทและนั่นคือสาเหตุที่ว่าเขาต้องอยู่เฉยๆในขณะร่ายเวทสติถูกแบ่งแยกเป็นสอง ริมฝีปากขยับรัวไม่หยุด“Water Charge/Lightning Spear”มานามหาศาลถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว บอลน้ำลูกใหญ่ชัดเข้าไปจนหุ่นไม้เปียกชุ่มเสี้ยววินาทีถัดมือคือหอกสายตาพุ่งตรงเข้าไปเต็มแรงช็อตหุ่นไม้จนไหม้เกรียมก่อนมันจะค่อยๆฟื้นสภาพเฮือกเชสแทบทรุดลงไปกับพื้นมานาถูกสูบออกไปมากกว่าที่เขาคิด พรสวรรค์Accelerationน่ากลัวก็จริงทว่าข้อแลกเปลี่ยนก็คือการใช้มานามากกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง แต่เดิมทีเวทสองบทที่เขาใช้ไปมันไม่ได้กินมานามากอะไรแต่เพราะอาการเหนื่อยจากการวิ่งทำให้เด็กหนุ่มเหนื่อยเข้าไปอีกขณะนั้นสายตาหนึ่งมองมาที่เขาอย่างไม่สบอารมณ์“เหอะ ก็แค่ร่ายเวทสองบทพร้อมกันแล้วไงวะ สุดท้ายตอนร่ายเวทก็ขยับไม่ได้อยู่ดี กระจอกจริงๆ”           “เอาล่ะค่ะ วันนี้พอก่อนอย่าลืมไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยก่อนเข้าเรียนต่อด้วยนะคะ”ลูซี่กล่าวน้ำเสียงหวานเช่นเดิม นักเรียนสายจอมเวทแต่ละคนพากับทยอยออกจากสนามฝึก ตอนนั้นเอง“เอ้าๆ นึกว่าใครใช้สนามฝึก ที่แท้ก็พวกกระจอกที่ทำได้แต่ยิงเป้านิ่งนี่เอง”คำพูดดูถูกเหยียดหยามดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมองนักเรียนเจ็ดคนในชุดคลุมไหล่สีดำ4คนและขาว3คนกำลังมองมาทางพวกเขา ชุดคลุมไหล่ทำด้วยวัสดุชั้นดี หากสังเกตจะพบว่าบริเวณขอบชุดมีสีทองขลิบอยู่ ต่างกับเชสที่สีตรงขอบเป็นสีน้ำตาล1ในนักเรียนสายจอมเวทคนหนึ่งซึ่งมีผมสีส้มเข้ม ตาสีเขียวกล่าวเยาะเย้ยพวกเขา เชสเหลือบไปมองนักเรียนภายในห้องของตน บ้างมีสีหน้าไม่พอใจ บ้างก็กำหมัดแต่กลับไม่มีใครพูดอะไรตอบโต้เด็กหนุ่มผมดำมองผ่านนักเรียนที่มีเครื่องแบบขลิบทองทั้ง6เลยขึ้นไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ เด็กสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาใบหน้าขาวสวยหมดจด ริมฝีปากสีชมพู นัยน์ตาสีแดงเลือดมองไปยังนกตัวน้อยที่กำลังเกาะนิ้วมือของเธอราวกับรอบข้างของเธอไร้ซึ่งผู้คน ผมสีทองอร่ามพัดปลิววไปตามสายลม หน้าอกคัพDยื่นออกมาใต้เสื้อคลุมไหล่ขลิบทองสีขาวบริสุทธ์‘ลิเรเรีย เนอร์วาส ผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจากท่านมิเนเรีย’ ปึกทันใดนั้นกำปั้นขนาดยักษ์กระแทกเข้าไปที่ของเด็กหนุ่มผมส้ม“โอ้ย...ทำบ้าอะไรน่ะ ลูคัส”เขารีบหันขวับกลับไปหาชายร่างยักษ์ผิวหยาบกร้านที่สวมผ้าคลุมไหล่ขาวด้านหลัง ผมสีน้ำตาลยาวคลุมจนเกือบไม่เห็นผ้าโผกหัวสีแดง“นายนั่นแหละที่ต้องพอรุยจิ เราไม่ได้มาทะเลาะแต่มาฝึก รีบไปที่สนามได้แล้ว”เสียงทุ้มต่ำและแววตาเย็นชาปราบชายผมส้มหรือรุยจิเสียอยู่หมัด เมื่อคนแรกจากไปคนต่อไปก็จากไปทิ้งไว้เพียงพวกเขาที่มองด้วยความเจ็บใจ“พวกห้อง1สักวันฉันจะเหยียบหัวพวกมัน”ไม่รู้ว่าใครพูดออกมาแต่เป็นที่รู้กันว่าแทบเป็นไปไม่ได้ที่เด็กห้อง10อย่างพวกเขาจะทำได้ที่สถาบันออโรเรียแห่งนี้แม้จะรับเด็กทุกคนที่มีพรสวรรค์แต่ทุกคนจะต้องสอบเพื่อตัดสินห้อง คนที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังห้อง10และต่อไปเรื่อยๆจนถึงห้อง1จะมีเพียงคนที่ได้คะแนนมากกว่า95%เท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้และแน่นอนว่าทรัพยาการที่จะได้ก็จะเปลี่ยนไปตามห้อง รวมถึงการสอนจะเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย‘ห้อง1งั้นหรอ อันดับแรกก็ต้องเข้าไปให้ได้ก่อนเพื่อทรัพยากรในการฝึกฝนที่ดีขึ้น’ ตกดึกร่างเล็กในห้องเก่าโทรมค่อยๆลืมตาขึ้น เสียงกรนดังของสมาชิกร่วมห้องไม่ได้รบกวนการนอนของเขาแต่อย่างใด ตั้งแต่กลับมาถึงห้องหลังเรียนจบคาบบ่ายเชสล้มตัวหลับไปในทันทีดวงจันทร์ยังคงเด่นสง่าชัดเจนอยู่บนท้องฟ้า เขาก้าวไปตามพื้นไม้เก่าตามปกติทว่ากลับไม่มีแม้แต่เสียงลั่นของไม้ก่อนจะค่อยๆปิดประตูห้องป่าใหญ่ข้างหอพักนักเรียนกว้างสุดจะบรรยาย พื้นที่ที่สถาบันคิดจะแปลงให้กลายเป็นสนามประลองขนาดใหญ่ แต่โครงการก็ต้องหยุดชะงักเพราะมีการเปลี่ยนผู้อำนวยการ 3ปีแล้วที่ไม่มีการทำอะไรเพิ่มเติมทำให้มันกลายเป็นสนามเด็กเล่นและที่ซ่องสุมกันของนักเรียนเชสก้าวเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆจนมั่นใจว่าไม่มีใครรู้สึกถึงเขา จังหวะนั้นเองจู่ๆหูของเขาพลันได้ยินเสียงบางอย่างกำลังพุ่งผ่านสายลมเป็นระยะ“นอกจากเราแล้วยังมีใครอื่นอีกหรอ”ฝีเท้าปรับให้เบาที่สุดพร้อมกับที่เขาค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปยังทิศทางของเสียงหญิงสาวผมทองอร่ามต้องแสงจันทราในชุดเสื้อแขนกุดทำให้เคลื่อนไหวง่ายทำให้ขับความงดงามของเรือนร่างนั้นมากขึ้น สองมือจับดาบไม้มั่นพลางเหวี่ยงมันไปมาอย่างรวดเร็วจนตาแทบมองไม่ทันหลังต้นไม้ไม่ไกลร่างเล็กของเชสยืนจ้องมองเด็กสาว‘ลิเรเรีย เนอร์วาส ทำไมถึง...’เขาคิดจะเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อดูให้ถนัดตาทว่า...“ใคร”คำถามตามมาหลังจากดาบไม้เหวี่ยงไปใส่เป้าหมายแล้ว กระนั้นเธอกลับเบิกตากว้าง ดาบไม้ของเธอกลับกระแทกเข้าใส่โล่โปร่งแสงสีเขียวของเด็กผมดำอายุเท่าเธอลิเรเรียรีบพลิกตัวทิ้งระยะห่างเพื่อเตรียมเข้าโจมตีอีกครั้ง