ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 125 ถ้าอยากดีกับฉันก็จูบฉันสิ

            ซูไป่ชิงเล่าเรื่องราวของตระกูลจิ่งที่เขารู้ให้ฟังอีกครั้ง เมื่อคุณปู่ซูได้ฟังก็ขมวดคิ้ว “ถึงแม้ว่าบุญคุณในการเลี้ยงดูจะยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ควรจะทารุณและดูถูกเพียงเพราะว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของตัวเอง เมื่อกี้ฉันก็เห็นแล้ว มือของเยี่ยนกุยมีแต่รอยด้านหนา คงจะลำบากมาไม่น้อย”

            ซูไป่ชิงพูดด้วยความเห็นใจ “คุณปู่พูดถูก ที่บ้านตระกูลจิ่งเห็นทีจะมีแต่คุณปู่และคุณย่าเท่านั้นที่ยังดีกับเธอ ส่วนคนอื่นๆ ดูท่าจะไม่ได้หวังดีกับเธอเลย”

            คุณปู่ซูพูดด้วยความขุ่นเคือง “พวกตระกูลจิ่งตาถั่ว ถ้าพวกเขาไม่ต้องการเธอ เราก็จะรับไว้เอง ฉันจะ…”

            ซูไป่ชิงกลัวว่าเขาจะพูดว่ารับจิ่งเยี่ยนกุยมาเป็นลูกสาว ถึงตอนนั้นฐานะของเขาที่ลดลงคงไม่มีอะไรมาถมได้ จึงรีบขัดขึ้นว่า “คุณปู่รับเธอมาเป็นลูกศิษย์แล้ว ต่อไปถ้าเธอมีเรื่องอะไร พวกเราตระกูลซูจะต้องดูแลอย่างแน่นอนครับ”

            “วันนี้ผมเจออาหญิงใหญ่ของเยี่ยนกุยแล้ว ดูท่าว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางยอมง่ายๆ ต่อไปต้องมาสร้างความลำบากให้เยี่ยนกุยอีกแน่นอน ถึงตอนนั้นเราค่อยออกหน้าให้เธอครับ”

            คุณปู่ซูพยักหน้า “เธอเป็นคนเก่งหายากมีความสามารถไม่ธรรมดา ไม่ควรต้องมาเสียคนเพราะคนตาถั่วในตระกูลจิ่ง ที่น่าทึ่งก็คือเธอเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบนั้น แต่กลับยังมีจิตใจที่ดีขนาดนี้ได้”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่รู้เลยว่าคุณปู่ซูและหลานชายกำลังขุ่นเคืองแทนเธอมากแค่ไหน และได้ปรึกษากันว่าจะปกป้องเธอ ตอนนี้เธอกำลังตั้งใจอ่านหนังสือพร้อมกับดูคำอธิบายประกอบอย่างละเอียด

            ตำราหมดไม่เคยขาดคำอธิบาย อย่างหนังสือ 'ซางหานหลุน' ที่มีคนเขียนคำอธิบายไว้ตั้งมากมาย มีหลายฉบับที่ถูกทำออกมาดี แต่ละฉบับก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไปตามวิสัยทัศน์ อารมณ์ และความสามารถทางการแพทย์ของผู้เขียนคำอธิบาย

            ฉบับที่คุณปู่ซูมอบให้เธอ ถึงแม้จะไม่โด่งดังเท่า 'คำอธิบายซางหานหลุน' ของอู๋อี่ และ 'รวมยาซางหาน' ของเคอฉิน แต่ก็มีมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เมื่อนำคำอธิบายเหล่านี้มาดูควบคู่กันไป ก็จะยิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

            จิ่งเยี่ยนกุยอ่านอย่างตั้งใจ แต่ฟางเสียนจือกลับเอื้อมมือมาปิดหนังสือในมือเธอ “รถมันสะเทือนมาก ถ้าอ่านหนังสือแบบนี้ไป จะยังเหลือสายตาที่ไหนให้ใช้?”

            จิ่งเยี่ยนกุยทำได้เพียงเก็บหนังสือ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอาจารย์ปากแข็งใจดี หนังสือชุดนี้ล้ำค่ามาก เขากลับให้ฉันมาง่ายๆ เลย ต่อไปฉันจะตั้งใจเรียนหมออย่างแน่นอน”

            “เธอควรจะพูดแบบนี้ต่อหน้าคุณปู่ซู” ฟางเสียนจือพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเธอพูดแบบนี้ต่อหน้าเขา เขาคงจะไม่ลงโทษเธอแล้ว”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะ “ฉันคิดว่าท่านอาจารย์ก็ไม่ใช่คนที่เคร่งครัดอะไรเลย แต่กลับชอบทำตัวเข้มงวด ฉันแค่แกล้งท่านเล่นนิดหน่อย ให้ท่านมีความสุขบ้าง”

            “ท่านอาจารย์มีฝีมือทางการแพทย์และมีคุณธรรมเป็นเลิศ ถ้าได้ยินคำวิจารณ์แบบนี้ของเธอ คงจะเสียใจที่รับเธอเป็นศิษย์” ฟางเสียนจือนานๆ ทีถึงจะล้อเล่น

            จิ่งเยี่ยนกุยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ฉันว่าหลังจากที่ท่านรับฉันเป็นศิษย์ โดยรวมแล้วท่านน่าจะมีความสุข ก็เพราะฉันเก่งขนาดนี้!”

            มุมปากของฟางเสียนจือกระตุก เอ่ยเห็นด้วย “มีเหตุผลมาก!”

            พูดจบทั้งสองก็หัวเราะออกมา ฟางเสียนจือยังพูดอีกว่า “ดูเหมือน อาหญิงใหญ่ของเธอจะจับตาดูเธอเข้าแล้ว ช่วงนี้เธอต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนอาเขยใหญ่ของเธอจะไม่ใช่คนดีอะไร”

            เรื่องนี้ทำให้เขาเป็นห่วง เพราะอีกไม่กี่วันเขาก็ต้องไปเมืองหลวงแล้ว ไม่สามารถอยู่ดูแลเธอได้ เขาเป็นห่วงว่าตอนที่เขาไม่อยู่ อาหญิงใหญ่ของเธอจะมาสร้างเรื่องอีก

            เมื่อได้ยินเรื่องนี้ จิ่งเยี่ยนกุยก็หุบรอยยิ้ม แล้วค่อยๆ พูดว่า “เรื่องนี้ฉันจะระวังเอง”

            ระวังก็ส่วนระวัง แต่เรื่องแบบนี้ก็ยากที่จะป้องกัน ช่วงนี้เธอคงต้องคิดหาทางรับมือให้ดี

            เมื่อถึงหมู่บ้าน ฟางเสียนจือให้เธอรอสักครู่ก่อนจะไปหยิบกระบองไฟฟ้าจากท้ายรถมาให้เธอ “เก็บนี่เอาไว้ ตอนที่ฉันไม่อยู่ ถ้ามีสถานการณ์ฉุกเฉิน จะได้มีอะไรไว้ใช้รับมือ”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่คิดว่ายุคนี้จะมีของแบบนี้แล้ว เธอมองเขาด้วยความสงสัย เขาจึงอธิบายว่า “นี่เป็นของที่ฉันให้เพื่อนส่งมาให้ พวกเขาวิจัยเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ ตอนนี้ในตลาดไม่มีขาย แต่เหมาะกับเธอมาก ต่อไปเวลาออกจากบ้านก็พกไว้ด้วย”

            กระบองไฟฟ้านั้นทำออกมาได้อย่างประณีตและเล็กกะทัดรัด มีขนาดเท่ากระบอกไฟฉายเล็กๆ เท่านั้น แต่สามารถปล่อยกระแสไฟแรงสูงได้ในทันที สามารถทำให้วัวล้มได้ง่ายๆ

            สิ่งนี้เป็นของที่เขาขอให้คนทำให้หลังจากหมั้นกันแล้ว เพราะตอนนั้นเขาได้ยินว่าเธออยากออกไปทำธุรกิจเอง ความสวยของเธอไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเขาก็ไม่สามารถอยู่ข้างๆ เธอได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าต้องหาของไว้ให้เธอได้ป้องกันตัว

            กระบองไฟฟ้านี้จึงเหมาะกับเธอมาก

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยรับมาแล้ว เขาก็สอนวิธีใช้ เธอรู้ว่านี่เป็นความห่วงใยของเขา ในใจจึงเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ

            หากก่อนหน้านี้เธอยังสงสัยในความรู้สึกของเขา หลังจากที่ได้ไปสะพานหินครั้งนี้ เธอก็ได้เก็บความคิดเหล่านั้นเอาไว้ เธอพูดเสียงเบาว่า “ฟางเสียนจือ ต่อไปฉันก็จะดีกับคุณ”

            ฟางเสียนจือหัวเราะเบาๆ “เธอดีกับฉันตอนนี้ก็ได้ ไม่ต้องรอถึงภายหน้าหรอก”

            พูดจบก็เห็นว่าไม่มีคนอยู่แถวนั้น จึงเอ่ยวาจาเชิญชวนอย่างนุ่มนวลว่า “ตอนนี้เธอจะจูบฉันก็ได้นะ”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            จริงด้วย ความเคร่งขรึมที่เขาแสดงออกต่อหน้าคนอื่นก็เป็นแค่การแกล้งทำ

            ครั้งนี้จิ่งเยี่ยนกุยซื้อสมุนไพรมาตั้งเยอะ ส่วนหนึ่งนำกลับมาด้วยตัวเอง ที่เหลือให้เจ้าของร้านที่สะพานหินส่งตามมา คงจะใช้เวลาประมาณสองสามวันก็จะมาถึง

            ส่วนสมุนไพรที่อยู่ในมือเธอก็สามารถนำไปปรุงยาได้แล้ว

            การปรุงยาต้องใช้เวลา เมื่อปรุงยาหม้อแรกเสร็จ สมุนไพรที่เหลือก็ส่งมาถึงพอดี ฟางเสียนจือช่วยขนกลับมา และยังช่วยเธอไปซื้อขวดแก้วจากโรงงานแก้วในเมือง ตอนนี้เธอมีคำสั่งซื้อมากขึ้น ไม่สามารถใช้ของเสียจากคนอื่นได้แล้ว จึงได้สั่งทำแม่พิมพ์ขึ้นมา

            เมื่อทำเรื่องเหล่านี้เสร็จก็เข้าเดือนกันยายน ฟางเสียนจือก็ต้องเดินทางไปเมืองหลวงแล้ว

            เจียงอี่โหลวมองฟางเสียนจือที่คอยวุ่นวายอยู่กับจิ่งเยี่ยนกุยแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด “ลูกชายของฉันเรียนมาตั้งเยอะ ดูยังไงก็เป็นคนที่ต้องทำการใหญ่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนขับรถส่วนตัวของคนอื่นไปแล้ว”

            “ตอนนี้ไม่เป็นคนขับรถส่วนตัวคนก็ต้องไปที่อื่นเสียแล้ว นี่ฉันเลี้ยงลูกชาย หรือเลี้ยงคนที่ไม่ค่อยอยู่บ้านกันแน่?”

            ฟางเสียนจือรู้ว่าแม่ของเขาก็แค่พูดประชดไปอย่างนั้น ไม่ได้มีความหมายอื่นแฝง จึงมองเจียงอี่โหลวแล้วพูดว่า “แม่ ช่วงที่ผมไม่อยู่ แม่ช่วยดูแลเยี่ยนกุยให้ผมหน่อยนะครับ อย่าให้ผู้ชายเจ้าชู้ที่ไหนมาหลอกเธอไปได้”

            เจียงอี่โหลวไม่อยากจะคุยกับลูกชายเลยสักนิด!

            ฟางเสียนจือยังพูดต่ออีกว่า “ผมโตมาขนาดนี้ ไม่เคยมีคนที่ชอบเลย ถ้าเยี่ยนกุยถูกผู้ชายคนอื่นหลอกไป ผมคงไม่ได้แต่งงานแน่ๆ ดังนั้นแม่ครับ เพื่อความสุขในชีวิตของลูกชายแม่ แม่ต้องดูแลเอาใจใส่หน่อยนะครับ”

            เจียงอี่โหลวไม่อยากใส่ใจเท่าไรนัก แต่ก็รู้ว่าลูกชายของเธอไม่ได้พูดเล่นๆ เธอเลี้ยงลูกมา เธอย่อมรู้ดีว่าลูกชายของเธอถึงแม้ว่าจะหัวไวแค่ไหน แต่ในเรื่องพวกนี้ เขาก็เหมือนคนหัวตื้อดื้อรั้นคนหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841