เดินมาถึงห้องๆหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นบริเวณโถงไทม์ถูกเหวี่ยงจนล้มลงกับพื้นก่อนจะมีเสียงเท้าคู่หนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมกับมือที่เอื้อมมาจิกหัวเขาให้เงยขึ้น
“เอาไงดีลูกพี่”
“อืม…หน้าตามันก็ดีอยู่นี่หว่า”ชายที่คาดว่าเป็นหัวหน้ากวาดสายตาสำรวจใบหน้าเขาอย่างคุกคามก่อนจะปล่อยมือทำให้หัวกระแทกกับพื้น
“ไปตั้งกล้องดิ”
“จะทำไรอ่ะลูกพี่”
“กูจะถ่ายคลิปมันแล้วเอาไปไถ่เงินนังลูซี่แล้วพอได้เงินมากูก็จะเอาคลิปไอ้นี่เอาไปปล่อยในกลุ่มขาย รับรองรวยเละแน่ๆ”ชายหัวหน้าพูดพลางแสยะยิ้มกับความคิดชั่วร้าย ไทม์ที่ได้ยินก็ขนลุกเกรียวไปทั้งตัวไอ้คนพวกนี้แม่งน่าขยะแขยงเสียจริง
“โหลูกพี่สุดยอดเลยว่ะ”
“เออรีบไปตั้งกล้องได้แล้ว”
“ครับ!”ลูกน้องที่เหลือวิ่งออกไปเตรียมของตามที่หัวหน้าบอก
ไม่นานลูกน้องพวกนั้นก็ทำการตั้งกล้องเสร็จชายผู้เป็นหัวหน้าก้มลงคว้าคอเสื้อไทม์ก่อนจะเขวี้ยงเขาไปที่โซฟาที่อยู่ใกล้ๆ
“ปล่อยนะ”
“ฮ่าๆๆๆปล่อยหรอ เรื่องดิ ตัวทำเงินอยู่ตรงหน้าเรื่องอะไรกูจะต้องปล่อย”
“หัวหน้าครับเอาเพื่อนมันมาด้วยมั้ยครับ”
“เออไปลากมาด้วย คลิปจะได้สนุกๆ”
“หยุดนะเว้ย-อั่ก!!!”ไทม์ที่ได้ยินชื่อเพื่อนเขาพยายามจะลุกแต่ก็ถูกชายผู้เป็นหัวหน้าใช้เท้ายันท้องพร้อมกับบดขยี้จนตัวไทม์ถึงกับร้องไม่ออก
“ทำตัวให้มันดีๆหน่อย ฉันไม่อยากให้ตัวแกเป็นรอบมาก เดี๋ยวราคามันจะดรอป”
“ไอ้…สัส”ไทม์กัดฟันพร้อมกับก่นด่าคนตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดก่อนที่เท้าอันสกปรกนั่นจะเอาออกไป
“ปล่อยกูนะเว้ย!!!”เสียงบูมที่ดังมาแต่ไกลก่อนจะถูกโยนเข้ามาในห้อง
เสียงกดกล้องดังขึ้นผู้ที่เป็นหัวหน้าจับบูมกับไทม์ลากมายังตรงกลางห้องก่อนจะแก้เชือกที่มือและเอาไปมัดกับเสากลางห้องชายสองคนตรงไปหาบูมก่อนจะทำการฉีกเสื้อผ้าท่อนบนบูมพยายามดิ้นเพื่อเอาตัวรอดส่วนไทม์ที่เห็นก็พยายามจะเข้าไปช่วยเพื่อนแต่ตัวเองก็ถูกคนพวกนั้นกระทืบท้องสายตาที่พร่าเบลอนอนมองเพื่อนที่จะถูกกระทำชำเราอยากจะก่นร้องออกมาแต่ก็ร้องไม่ออก ภาพแฟลชแบ็คต่างๆที่เคยโดนกระทำพรั่งพรูเข้ามาในหัว
ไม่เอาแล้ว
ไม่เอาแบบนั้นอีกแล้ว
ไม่อยากเสียเพื่อนอีกแล้ว…
“ปล่อยกู!!!ฮือ!!!”
“หุบปาก!!”หน้าของบูมหันตามแรงตบใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาจังหวะนั้นเองขณะที่ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกำลังขึ้นคร่อมเขาจู่ๆ ก็มีเงาบางอย่างด้านหลังก่อนชายคนนั้นจะกระเด็นปลิวไปต่อหน้าต่อตา
ทุกสายตาหันไปมองพบว่าต้นตอที่ทำให้ชายฉกรรจ์ผู้นั้นกระเด็นนอนแน่นิ่งกับพื้นคือไทม์
ไทม์ที่ไม่ใช่ไทม์อย่างที่บูมเคยเห็นไทม์ที่ตอนนี้ตามตัวเต็มใบด้วยแผลและรอยยิ้มสยองที่พร้อมจะทำลายทุกคน
“ไอ้นี่นี่!มันหลุดออกมาได้ไงวะ!! จับมัน!!”ผู้เป็นหัวหน้าออกคำสั่งก่อนที่เหล่าชายฉกรรจ์จะพุ่งตัวเข้าจับไทม์
ไทม์ค่อยๆหันมายิ้มแสยะก่อนจะใช่ท่อเหล็กไล่ฟาดชายฉกรรจ์จนร่วงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นเหลือเพียงผู้ที่เป็นหัวหน้าที่กำลังตื่นตกใจกับความน่ากลัวของเขา
“อย่าทำไรกูนะจะเอาเพื่อนคืนก็เอาไปเลย จะเอารถด้วยมั้ย เอาไปเลนแล้วปล่อยฉันก็พอ”
ชายผู้เป็นหัวหน้าแก๊งค์สยามโยนกุญแจรถลงพื้นให้ไทม์แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย
ไทม์ย่างเท้าเดินเข้าไปหาชายผู้เป็นหัวหน้าทำการแสยะยิ้มก่อนจะฟาดท่อลงไปที่กลางศรีษะของคนตรงหน้าจนอีกฝ่ายแน่นิ่งไปกับพื้น
บูมจ้องมองเพื่อนชายที่ตอนนี้กำลังยืนโซเซถือท่อเหล็กที่มีคราบเลือดติดอยู่ไทม์ค่อยๆ หันมาหาเขาก่อนจะแสยะยิ้มและหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาค่อยๆย่างเท้าสาวเข้ามาและบ่นพึมพำ
ปัง!!
“ไทม์!!!”
ประตูโกดังถูกเปิดออกเผยให้เห็นกลุ่มคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาพวกลูซี่และติมรีบตรงดิ่งมาหาพวกเขาและเป็นจังหวะเดียวกันที่ไทม์หันไปก่อนจะร่วงหล่นสู่พื้น
“ไทม์!ไทม์!” ลูซี่เขย่าตัวไทม์ที่อยู่ในอ้อมอกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะแน่นิ่งไปแล้วลุคย่อตัวก่อนจะจะจับไทม์พลิกตัวเพื่อสำรวจรอยแผลพบว่ามีเพียงรอยถลอก
“แค่สลบแหละแต่ก็ต้องพาไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน”
“แล้วเจ้าพวกนี้…ฝีมือไอ้ไทม์หรอ”ติมเอ่ยถามพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยร่างของชายฉกรรจ์ที่นอนสลบไหลระเกะระกะตามพื้น
“อือไทม์ใช่ไอ้นั่นฟาดอ่ะ” บูมพูดพลางชี้ไปที่ท่อเหล็กที่วางอยู่ข้างๆไทม์ให้ทุกคนต้องหันไปมอง
ลุคก้มหยิบขึ้นมาสำรวจก่อนจะปั้นคิ้วขมวดมองสลับกับคนที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมอกเพราะสภาพท่อเหล็กที่มีรอยบิ่นและคราบเลือดจากการใช้ทุบตีพวกสยามมันช่างขัดกับใบหน้าและนิสัยเรียบร้อยของไทม์เสียเหลือเกินขัดเสียจนเขาไม่อยากจะเชื่อเลย
เสียงหวอจากรถตำรวจรวมถึงรถพยาบาลมาถึงยังหน้าโกดังพร้อมกับดีนและเหล่าลูกน้องของเขา
“จัดการหมดเลยหรอเนี่ย”ดีนหันไปถามพลางกวาดสายตาสำรวจพวกแก๊งค์สยาม
“น้องเป็นคนจัดการ”คำตอบของลูซี่ทำเอาดีนถึงกับเลิกคิ้วหันไปถามอีกครั้งว่าเขาไม่ได้หูฝาด
“เอาเป็นว่าฝากทางนี้ด้วยล่ะกันเดี๋ยวพาน้องไปโรงพยาบาลก่อน”
ดีนมองตามอดีตแฟนสาวที่กำลังอุ้มไทม์ในท่าเจ้าสาวเดินขึ้นรถพยาบาลไปก่อนจะหันมามองลุคที่ยืนมองน้องสาวด้วยใบหน้านิ่งลุคหันมองดีนพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถามกลับ
“มองกูทำเหี้ยไรกูไม่รู้เรื่อง!มึงต่างหากที่ต้องเล่าให้กูฟัง!”
ที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลเอกชนมีหญิงสาวสวยผมสีดำกำลังจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงมือเรียวเอื้อมลูบศรีษะของอีกคนเบาๆ ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผาก ทำไมนะทำไมคนน่ารักอย่างเขาถึงต้องมาคอยเจ็บตัวอยู่เรื่อยเเลยนะ
นั่งเท้าคางตีกับความตัวเองจู่ๆประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นใครบางคน “ว่าแล้วต้องมาอยู่ที่นี่”
“พ่อ”
คนที่อยู่หลังประตูไม่ใช่ใครนอกจากพ่อบังเกิดเกล้าของเธอชายวัยกลางคนเดินมานั่งลงที่โซฟาข้างๆเตียงคนไข้พร้อมกับใช้สายตามองคคนที่ลูกสาวคนเล็กเคยบอกว่าชอบบและรักมากถึงขั้นขอทำงานที่บ้านเพื่อจะไปเฝ้าเลย
ศินชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของสองพี่น้องแห่งตระกูลวรลักษณ์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“เมื่อก่อนก่อนที่พ่อจะคบกับแม่ก็เคยเกิดเหตุกาณ์แบบนี้แหละ”
ประโยคบอกเล่าของผู้เป็นพ่อทำเอาลูซี่ถึงกับหันมอง“เมื่อก่อนน่ะหรอคะ”
“อืมรู้ใช่มั้ยว่าเมื่อก่อนพ่อมีเรื่องบ่อย”
“เรื่องนั้นหนูรู้อยู่แล้ว”
“หลังจากที่รู้จักแม่ตอนแรกพ่อก็พยายามตีตัวออกห่าง เพราะอย่างที่รู้เมื่อก่อนพ่อมีเรื่องแทบเว้นวันพ่อไม่อยากให้แม่โดนลูกหลงไปด้วย แต่แม่ก็ดื้อเอาแต่เข้าหาพ่อตลอดบอกว่าไม่อยากให้พ่อไปมีเรื่อง”
“ตอนแรกพ่อชอบแม่ยัง”ลูกซี่รู้สึกสนใจก่อนจะหันมาคุยกับผู้เป็นพ่อ
“ยังตอนแรกพ่อรู้สึกรำคาญเลยไล่แม่”
“แย่มากทำไมแม่ต้องชอบพ่อด้วย” ประโยคของลูกสาวทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับคิ้วขมวดเหล่มอง“เดี่ยวเถอะฟังให้จบก่อนสิ”
“ที่พ่อทำแบบนั้นเพราะไม่อยากให้แม่มาเจ็บตัวเพราะไอ้พวกที่มาหาเรื่องพ่อมันก็ไม่ได้ใจดีกับผู้หญิงสักหน่อยมันเห็นใครยุ่งกับพ่อแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงมันก็เล่นหมดแหละ”
“แล้วแม่ทำไง”
“แม่ไม่ยอมแม่ไปเคลียร์กับพวกที่มีเรื่องกับพ่อให้
“ห๊ะ? แม่อ่ะน่ะหรอคะ”
“ใช่แม่เรานั่นแหละ พอพ่อรู้ก็เลยไปเตือนเลยทำให้ทะเลาะกัน” ศินเอนพิงกับพนักของโซฟา“หลังจากแยกจากกันวันนั้นวันที่ทะเลาะกัน พ่อคิดว่าแม่น่าจะเลิกยุ่งจนกลับไปแล้วแต่พอตกดึกกลับมีสายโทรมาบอกว่าถ้าไม่มาแม่จะโดนพวกนั้นทำร้ายและข่มขืน”
“แล้วพ่อไปมั้ย”
“ไปสิใครจะปล่อยให้คนที่ชอบตกอยู่ในอันตรายล่ะ”
ลูซี่หรี่ตามองคนเป็นพ่อราวกับกำลังจับผิด“ไหนตอนแรกพ่อบอกว่าไม่ชอบแม่ไง”
“หรอตอนไหน” คำตอบของพ่อทำเอาลูซี่ถึงกับทำหน้าเบ้ บอกอยู่หยกๆ แท้ๆยังจะมาบอกว่าไม่ได้ชอบอีก
“แล้วตอนนั้นแม่ปลอดภัยมั้ยคะโดนทำอะไรรึเปล่า”
“เปล่าไอ้พวกนั้นเอาแม่มาล่อเฉยๆ”
“แล้วหลังจากนั้นเป็นไงคะ”
“หลังจากนั้นน่ะหรอตอนแรกพ่อก็กะจะถอยห่างเพื่อให้แม่ปลอดภัยแต่แม่ก็บอกว่าถ้าอยากให้ปลอดภัยก็คอยปกป้องสิ” ลูซี่เลิกคิ้วด้วยความเซอร์ไพรส์เธอไม่คิดว่าแม่จะกล้าท้าพ่อของเธอขนาดนี้
“แล้วพ่อตกลงมั้ยคะหรือปฏิเสธ”
“ตกลงสิมาขนาดนี้แล้วจะถอยได้ไง” ศรยกยิ้มมุมปากนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ ที่เคยเผชิญ
“แล้ว…ทำไมพ่อถึงมาเล่าเรื่องนี้ให้หนูฟังหรอคะ”ศรมองลูกสาวสลับกับคนที่นอนอยู่บนเตียง
“พ่อจะไม่บังคับให้เราเลิกยุ่งกับเขาเพราะเรื่องวิวาทหรอกนะแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากหนูรักและชอบเขาจริงจงอย่าทิ้งและไล่เขาแต่จงอยู่เคียงข้างและปกป้องเขาให้ถึงที่สุด”
ลูซี่ได้ยินประโยคอันซาบซึ้งของพ่อเธอขมวดคิ้วก่อนจะเม้มปากแน่นตอนแรกเธอคิดว่าจะให้เธอเลิกยุ่งกับไทม์เหมือนในละครหลังข่าวแต่พอเจอแบบนี้ยอมรับว่าเธอซาบซึ้งจนพุ่งตัวเข้าไปกอดพ่อทันที
“ขอบคุณนะคะที่ไม่บังคับให้หนูเลิกยุ่งกับเขา” ศรยกมือลูบหัวลูกสาวที่กอดแน่นอย่างเบามือ
“เพราะพ่ออยากให้หนูมีความสุขไงอยากให้หนูอยู่กับคนที่หนูรักคนที่หนูเลือก ถ้าหนูเลือกคนๆนี้พ่อก็จะพ่อก็จะรักคนๆ นี้ถึงในใจพ่อจะไม่อยากให้หนูเจอเรื่องวิวาทบ่อยครั้งแต่พ่อก็รู้ว่าลูกพ่อเก่งหนูจะปกป้องตัวเองและทุกคนให้ปลอดภัยได้ และถ้าหากหนูไม่ไหวหรือไม่ปลอดภัยพ่อกับเจ้าลุคก็จะเข้าไปปกป้องหนูเอง”
“ขอบคุณค่ะพ่อขอบคุณจริงๆ ค่ะ” ศรก้มจุมพิตศรีษะของลูกสาว “พ่อก็รักลูกนะ”
หลังจากจบซีนอารมณ์ศรก็ขอตัวกลับก่อนเพราะต้องไปดูงานต่างประเทศเหลือเพียงลูซี่ที่ยังคงเฝ้าไทม์อยู่ขณะที่กำลังนั่งทำงานไปพลางลุคก็ทักข้อความมา
Lukeggeasy : ไอ้เด็กเหี้ยยยยยยย
Lukeggeasy : ทำไมไม่บอกกูห๊ะ!!!!
Lukeggeasy : ถ้ากุไม่ถามไอ้ดีนมึงก้ไม่คิดจะบอกกันเลยใช่มั้ย
Lucyxx : เรื่องอะไร
Lukeggeasy : ยังจะมาถามอีก
Lucyxx : ก็มันไม่จำเป็นต้องบอกจัดการแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว
Lukeggeasy : หรอ
Lukeggeasy : เนี่ยหรอจัดการเสร็จแล้ว
Lucyxx : ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย
Lukeggeasy : กูล่ะเหนื่อยกับมึงจริงๆ
Lucyxx : ขอโทษได้มั้ยล่ะ
Lukeggeasy : เห้อ
Lukeggeasy : กุเป็นห่วงมึงนะช่วยบอกกูบ้างก็ได้
Lucyxx : ????
Lukeggeasy : ไม่ต้องมาส่งอิโมจิครั้งนี้กูไม่ใจอ่อนหรอกนะ
ลูซี่ไล่อ่านข้อความของพี่ชายที่ดูเหมือนว่าจะกำลังน้อยใจ? ก่อนจะกดส่งพิมพืข้อความกลับไป
Lucyxx : น้อยใจ?
Lukeggeasy : ป่าวสักหน่อย
Lukeggeasy : ????
คำตอบจากพี่ชายทำให้ลูซี่ถึงกับหลุดขำ
“พี่…ลูซี่”เสียงงัวเงียจากคนบนเตียงเรียกความสนใจจากมือถือลูซี่หันไปพิมพ์บอกคนในข้อความครู่หนึ่งก่อนจะรีบวางมือถือก่อนจะไปกดปุ่มเรียกหมอ
“เป็นไงบ้างคะเจ็บปวดตรงไหนมั้ย“ ไทม์ส่ายหัวเล็กน้อยเป็นคำตอบ “ไม่ครับ ว่าแต่ บูมล่ะครับบเขาเป็นไงบ้าง”
“บูมสบายดีค่ะพี่ฝากติมให้ดูแลแทนแล้ว”
“แล้วคนพวกนั้นล่ะครับ”
“ถูกจับหมดแล้วค่ะ”
“งั้นหรอครับ”คำตอบของลูซี่กลับไม่ได้ทำให้ไทม์ดีใจหรือสบายใจอย่างที่ควร “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ใคร…เป็นคนจัดการคนพวกนั้นหรอครับ”ลูซี่มองคนตรงหน้านิ่งพลางตีกับความคิดภายในหัวก่อนจะตัดสินใจพูดความจริงออกมา
“เราค่ะ”ไทม์ยกยิ้มเล็กน้อยแต่แววตาและสีหน้าเขาดูเสียใจกับสิ่งที่เขาได้เผลอทำลงไปลูซี่ที่เห็นก็เอื้อมมือไปจับมือเขาพร้อมกับบีบเบาๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจ
“คนที่ทำร้ายคนอื่นก็ต้องโดนลงโทษแบบนี้ล่ะค่ะมันเป็นเวรกรรมของเขา”
“แต่ผมไม่ได้อยากทำร้ายคนอื่น”ไทม์หันมองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อร้อนลูซี่ขยับตัวมานั่งที่ข้างเตียงก่อนจะดึงเขาเข้ามากอดพร้อมกับลูบหลังเบาๆ
“พี่รู้ค่ะพี่ก็ไม่ได้อยากทำร้ายใครเหมือนกัน”
ลูซี่เอื้อมมือจับแก้มทั้งสองอย่างเบามือพร้อมกับจ้องตาแสดงถึงความจริงใจ“จำคำพี่เอาไว้นะคะ แต่พี่ก็ยอมไม่ได้ที่คนอื่นจะมาทำร้ายเราเพราะฉะนั้นพี่จำเป็นคนบาปเพื่อปกป้องเราค่ะ”
ไทม์เงยหน้ามองลูซี่เขาสัมผัสถึงความจริงใจที่ออกมาจากเธอได้อย่างชัดเจนทำให้ไทม์ยกยิ้มออกมาได้แม้จะเล็กน้อยก็ตาม
“ขอบคุณนะครับขอบคุณมากจริงๆ” ลูซี่ส่งยิ้มกลับให้ “พี่ยินดีค่ะ”
หลังจากส่งไทม์พักผ่อนลูซี่ก็ออกจากห้องเพื่อจะออกมาคุยธุระขณะที่กำลังกดมือถือเพื่อจะส่งข้อความถามความคีบหน้ากับดีนสายตาก็เหลือบเท้าของใครบางคนเดินมาหยุดตรงหน้าเธอลูซี่เงยหน้าจากมือถือแต่พอเห็นคนตรงหน้าเธอก็ต้องถึงกับพูดไม่ออก
“อาม่า”