ท้องฟ้าเหนือเมืองในคืนนั้นไม่ได้ “มืด” ตามความหมายเดิมของมันอีกต่อไป มันเหมือนผืนผ้าใบสีดำที่ถูกมือั์มองไม่เห็นฉีกเปิดจากด้านใน จนรอยแผลยาวหลายสายเผยให้เห็นบางอย่างที่ไม่ควรมีอยู่หลังเปลือกฟ้า
เส้นอักขระเรืองแสงสีขาวอมฟ้าและรหัสยาวเหยียดซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ ไหลผ่านความว่างเปล่าเหมือนสายน้ำของภาษาโบราณที่ไม่มีมนุษย์คนใดสมควรอ่านออก เส้นพวกนั้นสว่างวาบ แล้วเลือนหาย แล้วปรากฏขึ้นใหม่ในตำแหน่งอื่น ราวกับโลกทั้งใบกำลังพยายามประมวลผลตัวเองซ้ำ ๆ ในภาวะผิดพลาดที่ไม่มีใครกดหยุดได้
เศษกระจกจากหน้าร้าน “โซนซิงก์ วีอาร์” ยังกระจายเกลื่อนพื้น สะท้อนแสงนีออนกะพริบและสีฟ้าขาวจากรอยแยกบนฟ้าเป็ประกายเล็กแหลมเหมือนเศษน้ำแข็ง คาเอลยืนอยู่หน้าทุกคน ไหล่ข้างหนึ่งหันเฉียงบังทางเข้าที่พังยับ สายตานิ่งจับจ้องไปยังเงาร่างซึ่งค่อย ๆ ขยับตัวอยู่นอกกรอบประตูแตก เสียงลมหายใจหอบต่ำดังมาจากสิ่งมีชีวิตพวกนั้น เสียงเสียดสีของกรงเล็บกับพื้นซีเมนต์ครูดลากกันเบา ๆ ช้า ๆ ราวกับพวกมันกำลังลิ้มรสความกลัวในอากาศก่อนกระโจนเข้ามาอีกครั้ง
ร่างสัตว์ประหลาดตัวแรกที่โวร่าฆ่าทิ้งนอนบิดงออยู่ใกล้ผนังด้านซ้าย ของเหลวข้นสีดำอมม่วงไหลซึมจากแผลไหม้ตรงคอ ส่งกลิ่นเหม็นคาวฉุนรุนแรงกว่ากลิ่นเืสัตว์ปกติหลายเท่า มันไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตบนโลก มันไม่เหมือนของเทียมจากเกมที่ถูกเรนเดอร์ด้วยแสงและโค้ด มันหนักจริง ส่งกลิ่นจริง และตอนที่มันกระแทกกระจกเข้ามา โลกทั้งใบก็รู้สึกถึงมันจริง ๆ
นิกซ์ทรุดอยู่กับพื้นข้างแคปซูลเปิดอ้า เสื้อบริเวณหัวไหล่ขวาถูกฉีกจนเห็นิัที่แตกปริเป็รอยละเอียด ใต้เนื้อหนังที่ควรเป็สีของมนุษย์กลับมีบางอย่างกำลังดันตัวขึ้นมาเป็แผ่นแข็งสีคล้ำ มันดูคล้ายเกล็ด คล้ายกระดูก คล้ายเปลือกของสัตว์บางชนิดที่เพิ่งฟักออกจากไข่แล้วหิวโหยทันทีที่ลืมตา เด็กหนุ่มกอดตัวเองแน่นทั้งที่สั่นเทา เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงข้างแก้ม สีหน้าซีดขาวกับดวงตาที่ฉายความตื่นกลัวสุดขีดทำให้เขาดูเล็กและอ่อนแอกว่าเดิมมาก
“พวกมัน… กำลังมา” เขาพูดซ้ำด้วยเสียงแหบสั่นราวกับคำเดียวกันนั้นเป็ทั้งคำเตือนและคำอ้อนวอน
แจ็กซ์ยืนอยู่ถัดไปไม่กี่ก้าว มือหนึ่งกำอุปกรณ์ช่างแน่นจนข้อนิ้วขาว อีกมือพยายามปาดเมนูโฮโลแกรม ที่ติด ๆ ดับ ๆ กลางอากาศ สีหน้าของเขาเหมือนคนกำลังพยายามหาข้อแก้ไขในโลกที่เหตุผลทุกอย่างเริ่มไร้ค่า
“โอเค...โอเค...ไม่เป็ไร” เขาพูดเร็วเกินไปจนฟังเหมือนกำลังบอกตัวเองมากกว่าคนอื่น
“ระบบร้านอาจล่ม แค่นั้น บางทีมีพวกไบโอ-โดรนทดลองหลุด...หรือใครเล่นเอฟเฟกต์บ้า ๆ แถวนี้...หรือ...”
“ถ้านายยังจะโกหกตัวเองต่อ” โวร่ากล่าวโดยไม่ละสายตาจากทางเข้าร้าน
“อย่างน้อยก็เลือกคำโกหกที่ฟังมีสมองกว่านี้หน่อย”
แจ็กซ์อ้าปากเหมือนจะสวนกลับ แต่สุดท้ายก็หุบเงียบ ดวงตาของเขาเงยขึ้นไปมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยรหัสไหลพร่างพรายเหนือหลังคาตึกฝั่งตรงข้าม แล้วคำพูดทั้งหมดก็ละลายหายไปจากลำคอ
บัลธาซาร์ก้าวมาข้างหน้านิดหนึ่ง ฝ่ามือยกขึ้นระดับอก พลังจิตสีฟ้าเรืองรองบางเบาเป็ม่านโปร่งใสรอบกลุ่ม เส้นแสงที่คดโค้งเหมือนอักษรลึกลับค่อย ๆ ก่อตัวเป็วงชั้นบางแต่มั่นคง น้ำเสียงของเขายังคงสงบ ทว่าภายใต้ความสงบนั้นมีความหนักอึ้งคล้ายคนที่มองเห็นล่วงหน้าว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
“นี่ไม่ใช่โลกของเกมหรือโลกของเรา” เขากล่าว
“สิ่งที่กั้นโลกทั้งสอง กำลังบางลง โลกทั้งสองกำลังรวมกัน”
คาเอลเหลือบมองเขาเพียงเสี้ยววินาที
“รวมกัน?”
บัลธาซาร์ไม่ได้ตอบทันที เขามองผ่านประตูที่แตกยับออกไปยังท้องถนนมืดข้างนอก ที่นั่น ไฟถนนหลายดวงกะพริบถี่ก่อนดับลงพร้อมกันเป็่ ๆ และทุกครั้งที่มืด เส้นรหัสบนฟ้าจะยิ่งเด่นชัดขึ้นจนดูเหมือนกำแพงจักรวาลกำลังโปร่งใส
“ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเราเข้าไปอยู่ในเกม” เขาว่า
“บางทีสิ่งที่เราควรคิดใหม่ ไม่ใช่ว่าเราเข้าไปอยู่ในเกม”
“แต่อาจเป็เกมที่กำลังออกมาหาเรา”
ยังไม่ทันที่ใครจะรับคำกล่าวนั้น เสียงกรีดแหลมก็บาดผ่านอากาศจากนอกร้าน เงาร่างอีกสองตัวกระโจนฝ่ากรอบประตูเข้ามาพร้อมกัน เร็วจนการมองเห็นตามแทบไม่ทัน คาเอลพุ่งเข้าใส่ตัวแรกโดยอัตโนมัติ มือคว้าขาเก้าอี้เหล็กที่ล้มอยู่ใกล้ตัวขึ้นฟาดเต็มแรงใส่หัวมัน เสียงกระแทกดังทึบเกินกว่าจะเป็ภาพลวง กรงเล็บแหลมของมันเฉี่ยวผ่านแก้มเขาไปเพียงนิดเดียว เกิดรอยแสบร้อนเป็เส้นตื้น แต่ร่างมันยังไม่ล้ม มันบิดตัวอย่างประหลาดกลางอากาศแล้วหันกรามกว้างจะขย้ำข้อมือเขา
แสงสีเงินวาบผ่านคอของมันก่อนถึงตัวคาเอลครึ่งวินาที โวร่าปรากฏขึ้นจากมุมมืดด้านข้าง มีดพลังงานในมือเธอฝังเข้าไปถึงโคนคอแล้วสะบัดออก เนื้อสีคล้ำเปิดแยกเป็รอยยาว ส่งกลิ่นไหม้กับควันบาง ๆ พุ่งออกมา สัตว์ประหลาดตัวนั้นส่งเสียงหวีดต่ำก่อนทรุดกระแทกพื้นดิ้นกระตุก
อีกตัวหนึ่งกระโจนเข้าหาแจ็กซ์ ผู้เป็คนเดียวที่ยังมัวหันมองจอมืออยู่
“แจ็กซ์!” คาเอละโ
แจ็กซ์หันกลับมาอย่างช้าเกินไป เสี้ยวหน้าของเขาขาวซีดเหมือนเืทั้งร่างหายไปในพริบตา แต่ก่อนกรงเล็บจะถึงตัว ม่านพลังจิตของบัลธาซาร์ก็ขยายออกปะทะสัตว์ประหลาดเต็มแรง ร่างมันถูกผลักถอยกลางอากาศราวกับชนกำแพงใส ทว่าแรงของมันยังมากพอจะทำให้ม่านสั่นไหวเป็คลื่น บัลธาซาร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เส้นพลังรอบข้อมือสว่างขึ้น เขากดมืออีกข้างลงเหมือนกดูเา
“ตอนนี้!”
แจ็กซ์สะดุ้งหลุดจากภวังค์แล้วปล่อยช็อตไฟฟ้าจากเครื่องมือช่างใส่ตรงปากของมัน สายไฟสีฟ้าขาวแตกเปรี๊ยะรุนแรงจนเนื้อรอบขากรรไกรไหม้ดำ สิ่งมีชีวิตนั้นชะงัก แค่นั้นก็พอให้คาเอลพุ่งเข้ามาใช้เศษท่อโลหะปลายแหลมที่ตกอยู่พื้นแทงทะลุส่วนอกของมันไปจนสุดแขน
มันชักเกร็ง ทั้งตัวสั่นถี่ แล้วค่อย ๆ ทรุดลง
ความเงียบหลังการต่อสู้นั้นสั้นมาก สั้นจนแทบไม่อาจเรียกว่าความเงียบ เพราะไม่ถึงอึดใจถัดมา เสียงกรีดลักษณะเดียวกันก็ดังแว่วมาจากระยะไกลหลายทิศพร้อมกัน เสียงหนึ่งบนถนนหน้า เสียงหนึ่งบนหลังคาตึกข้าง ๆ และอีกหลายเสียงคล้ายกำลังเคลื่อนที่เลาะกำแพงมาหาแหล่งมีชีวิตอย่างแม่นยำ
แจ็กซ์กลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“ยังมีอีกเหรอ?”
“แน่นอนว่ามี” โวร่าตอบโดยไม่หันมา
“เวลาฝูงสัตว์ล่ามันไม่เคยส่งตัวเดียวมาทักทายก่อน”
นิกซ์ก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม มือจิกเข้ากับแขนตัวเองจนเืซึมที่ปลายนิ้ว เขาหายใจเร็ว เหมือนทุกเสียงจากภายนอกกำลังพุ่งตรงเข้าไปในหัว
“ผมได้ยินมัน...” เขากระซิบ
“พวกมันไม่ได้วิ่งมั่ว ๆ พวกมันกำลังคุยกัน”
คาเอลหันมองทันที
“มันคุยว่าอะไร”
เด็กหนุ่มส่ายหน้าแรง ๆ
“ไม่รู้...มันไม่ใช่คำพูด มันเหมือน...กลิ่น...ความหิว...คำสั่ง...” เสียงเขาเริ่มแตก
“มันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่”
แจ็กซ์มองนิกซ์แล้วมองเกล็ดคล้ำที่งอกพ้นผิวไหล่ จากนั้นรีบหลบสายตาไปทางอื่นเหมือนยังไม่พร้อมยอมรับภาพนั้นจริง ๆ คาเอลเห็นทุกอย่าง แต่ยังไม่พูด เขาเหลือบมองอาวุธชั่วคราวในมือแต่ละคน แล้วกวาดสายตาไปทั่วร้าน
ร้านวีอาร์ที่ไม่กี่นาทีก่อนยังเป็ที่สำหรับหลบโลกจริง ตอนนี้กลับกลายเป็กล่องเหล็กคับแคบที่มีทางออกแตกยับเพียงหนึ่งด้าน กระจกหน้าร้านพังหมดแล้ว ประตูข้างหลังเป็บานเหล็กกันขโมยที่ลงกลอนจากด้านใน ซึ่งถ้าไปถึงได้ก็อาจยังพอใช้เป็ทางหนีออกตรอกหลังร้าน แต่พวกมันก็น่าจะได้กลิ่นคนั้แ่ตอนนั้นเป็ต้นไป แคปซูลเชื่อมต่อห้าหกเครื่องกระจายเกะกะกลางพื้นที่ ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดแต่ก็อาจใช้เป็ที่กำบังได้ชั่วคราว
“เราจะไม่รอให้มันล้อม” คาเอลพูด น้ำเสียงนิ่งจนทุกคนหันมาฟังโดยไม่รู้ตัว
“แจ็กซ์ นายพอปิดไฟในร้านทั้งหมดได้ไหม”
“ได้ แต่…”
“ทำสิ”
แจ็กซ์วิ่งไปที่แผงควบคุมผนังข้างเคาน์เตอร์ นิ้วสั่นเล็กน้อยขณะรื้อฝาออกอย่างรวดเร็ว
“ไฟหลักไม่ตอบสนองแล้ว” เขาพึมพำ
“ทุกอย่างถูกโอเวอร์ไรด์...เดี๋ยวนะ ฉันตัดวงจรเฉพาะชั้นได้”
ไฟเพดานดับพรึบในอีกสามวินาทีต่อมา เหลือเพียงแสงจากท้องฟ้าที่ไหลเข้ามาทางกระจกแตกกับสัญญาณฉุกเฉินสีแดงอ่อน ๆ ที่สั่นไหวอยู่มุมเพดาน เงาทุกอย่างในร้านถูกดึงยาวและบิดผิดรูป ทำให้พื้นที่ที่คุ้นเคยดูราวกับสถานที่อีกแห่งหนึ่งในฝันร้าย
“บัลธาซาร์” คาเอลเรียก
“ฉันจะกันด้านหน้าให้ได้ชั่วครู่”
ชายสูงวัยตอบทันทีราวกับอ่านแผนในหัวเขาออก
“เราไม่ควรสู้ที่นี่นาน”
คาเอลพยักหน้าแล้วหันไปทางโวร่า
“ไปประตูหลัง”
เธอไม่ถามสักคำ เพียงก้มต่ำแล้วเคลื่อนตัวไปตามแนวเงาอย่างเงียบงันราวกับเกิดมาจากความมืดนั้นเอง
“นิกซ์” คาเอลย่อตัวลงตรงหน้าเด็กหนุ่ม
“ใจเย็น ๆ หันมาคุยกับฉัน”
นิกซ์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาเขาแดงก่ำ ความกลัวกับความเ็ปจนเกือบแตกสลายปะปนกันอยู่
“พี่...ผมคุมตัวเองได้...นะ”
“ฉันไม่ได้ถามเื่นั้น” คาเอลตอบ
“เดินไหวไหม”
นิกซ์เม้มปากแน่นก่อนพยักหน้า แม้จะพยักด้วยท่าทางของคนที่ไม่แน่ใจในตัวเองเลยแม้แต่นิด
คาเอลยื่นมือไปดึงเขาขึ้นมายืน เด็กหนุ่มเซไปนิดนึงแต่ยังฝืนยืนได้ บัลธาซาร์ขยับมาทาบฝ่ามือลงบนกลางหลังเขาสั้น ๆ แสงสีฟ้าไหลผ่านเสื้อเหมือนสายน้ำบางเบา นิกซ์สะดุ้ง แล้วการหายใจของเขาก็ช้าลงเล็กน้อย
“เพียงประคองสติ แต่ไม่อาจรักษาได้” บัลธาซาร์บอกโดยไม่มองคาเอล
“สิ่งนี้ไม่ใช่าแธรรมดา”
ประโยคนั้นจมลงไปในใจทุกคน แต่ไม่มีใครมีเวลารับมือกับความหมายของมันเต็มที่ เพราะเงาดำอีกชุดเคลื่อนไหวผ่านกระจกแตกด้านหน้า คราวนี้ไม่ใช่สองหรือสามตัว หากเป็หลายตัวพร้อมกัน ดวงตาสีเหลืองหลายคู่สะท้อนแสงโค้ดจากฟ้าจนดูคล้ายดาวเล็ก ๆ ที่มีแต่ความหิว
บัลธาซาร์ยกมือทั้งสองขึ้น ม่านพลังจิตขยายเป็กำแพงครึ่งวงกลมตรงทางเข้า เสียงกระแทกดังรัวเมื่อสัตว์ประหลาดฝูงแรกพุ่งชนมันพร้อมกัน ผิวพลังงานสั่นไหวรุนแรงเหมือนกระจกใกล้แตก
“ไป!” เขาะโเป็ครั้งแรก
โวร่านำทางฉีกผ่านทางแคบระหว่างแคปซูลไปยังโถงหลังร้าน คาเอลดันนิกซ์ให้ออกหน้า แจ็กซ์คว้ากระเป๋าเครื่องมือกับสายไฟพ่วงติดมือวิ่งตามมาติด ๆ พื้นใต้เท้าสั่นะเือีกครั้งเมื่อม่านพลังด้านหน้าถูกกระแทกซ้ำ เสียงหวีดต่ำ เสียงกรีดเล็บ เสียงโลหะฉีก ทั้งหมดปนกันจนแสบแก้วหู
หลังร้านแคบและมืดกว่าเดิม ผนังปูนเปียกชื้นไปด้วยน้ำจากท่อเก่า กลิ่นราและน้ำมันหล่อลื่นลอยคลุ้ง ประตูเหล็กบานหลังถูกลงกลอนจากด้านในตามปกติ แต่ตรงรอยเชื่อมขอบประตูกลับมีเส้นแสงบาง ๆ เรืองอยู่เหมือนวงจรที่ไม่เคยมีมาก่อน
“นี่มันบ้าไปแล้ว” แจ็กซ์สบถ เขาเข้าถึงประตูก่อน ก้มลงดูแผงล็อกแล้วดึงเครื่องมือออกมา
“ระบบควบคุมประตูร้านถูกเชื่อมกับอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ของระบบเดิม...ไม่สิ มันเหมือนมีชุดคำสั่งแปลก ๆ ซ้อนทับอยู่”
“ใช้เวลานานไหม” คาเอลถาม
“ถ้าพูดให้เท่ ๆ ก็ไม่นาน” แจ็กซ์ตอบรวดเร็ว
“ถ้าพูดจริง ๆ ก็...อย่าถามตอนนี้”
เสียงบางอย่างแตกดังลั่นจากโถงด้านหน้า บัลธาซาร์ถอยเข้ามาหลังฉากมืดทีละก้าว ม่านพลังจิตของเขาถูกผลักเข้ามาในโถงเหมือนกำแพงน้ำที่กำลังร้าว แสงสีฟ้าบนขอบม่านกระตุกไม่สม่ำเสมอ ใบหน้าของเขาซีดกว่าก่อนหน้านี้มาก
“พวกมันฉลาด” เขาพูดเสียงต่ำ
“มันรู้ว่าควรกระแทกจุดเดียวซ้ำ ๆ จะพังง่าย”
“เอ่อ โอเค ประตูเปิดได้ในอีก…” แจ็กซ์หยุดกลางคำเมื่อจอมือเขากะพริบขึ้นเองโดยไม่มีคำสั่ง
ข้อความสีซีดปรากฏกลางอากาศที่ทำให้คอของคาเอลเย็นวาบ
[ตรวจพบผู้ติดเชื้อระยะแรก]
ทุกคนมองหน้าจอเดียวกัน
แล้วทุกคนก็หันไปทางนิกซ์พร้อมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เด็กหนุ่มยืนนิ่ง ร่างทั้งร่างเหมือนแข็งไปแล้ว ดวงตาเขาเบิกกว้างกับข้อความนั้น ริมฝีปากสั่น ข้างแก้มมีเหงื่อไหลช้า ๆ ราวกับกลัวว่าถ้าขยับแม้แต่นิดเดียว เขาจะไม่ใช่ตัวเองอีกต่อไป
“พี่คาเอล...” เขาเอ่ยเบามาก
“ผมไม่ได้อยาก...”
เสียงเขาขาดหายเมื่อบางอย่างใต้ผิวแขนขวากระตุกแรงจนเห็นด้วยตาเปล่า แขนทั้งแขนบิดงอเป็จังหวะสั้น ๆ ราวกับมีสิ่งมีชีวิตอีกชนิดกำลังขยับตัวอยู่ข้างใน นิกซ์ร้องลั่นแล้วทรุดลงคุกเข่า เขาพยายามจับแขนตัวเองไว้ แต่ยิ่งจับ กล้ามเนื้อกับกระดูกยิ่งปูดโปนผิดรูป แผ่นเกล็ดสีคล้ำงอกต่อเนื่องลามจากไหล่ลงถึงท่อนแขน พื้นผิวมันเป็เงาเปียกเย็น ดูคล้ายทั้งเนื้อสดและกระดองแมลงในเวลาเดียวกัน
แจ็กซ์ถอยหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็รู้สึกผิดอย่างรุนแรง
“ฉัน...ฉันไม่ได้...”
“อย่าถอย” คาเอลพูดโดยไม่ละสายตาจากนิกซ์
“แต่นายก็เห็น...”
“ฉันบอกว่าอย่าถอย!”
เสียงของเขาดังขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เด็ดขาดพอจะตรึงทุกคนไว้ แจ็กซ์กำมือแน่น หยุดฝ่าเท้าที่กำลังขยับถอยอีกครั้งอย่างยากลำบาก
นิกซ์เงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะความเจ็บ
“ผมได้ยินมันชัดขึ้นเรื่อย ๆ” เขาพูดสะอึกสะอื้น
“มันหิว มันอยากออกไป มันอยาก...ฉีก...”
“มองฉันไว้” คาเอลคุกเข่าลงตรงหน้าเขาท่ามกลางเสียงกระแทกจากด้านหน้า
“นายชื่อนิกซ์ นายอยู่กับฉัน นายไม่ใช่มัน”
เด็กหนุ่มส่ายหน้าแรง ๆ เหมือนไม่เชื่อประโยคนั้นเสียเอง
“ถ้าผมทำร้ายทุกคน...”
“นายยังไม่ได้ทำ”
“แต่ถ้าผม…”
“นิกซ์” คาเอลเรียกชื่อเขาชัด ๆ ช้า ๆ ทุกพยางค์
“ฟังฉัน ถ้านายจะเสียตัวตน หรือกลายเป็อะไรไป…ค่อยเป็ทีหลัง ตอนนี้นายต้องรอดก่อน”
อาจเป็เพราะน้ำเสียงนั้น หรือแค่เพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ยึดอีกแล้ว นิกซ์จึงสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ แม้ใบหน้าจะบิดด้วยความเจ็บ เขาก็พยักหน้าช้า ๆ
บัลธาซาร์ทรุดลงข้างพวกเขา เขาแตะหน้าผากนิกซ์เบา ๆ แล้วหลับตา สีหน้าของชายสูงวัยเคร่งลงอีก
“มีการตอบสนองจากสิ่งมีชีวิตภายนอกกับร่างกายเขาจริง” เขาพึมพำ
“ไม่ใช่แค่การติดเชื้อกายภาพ มันคือการเชื่อมสัญญาณ”
“พูดให้สั้นกว่านี้” โวร่าเอ่ยโดยยังจ้องความมืดด้านหน้า
“เขากำลังจะกลายเป็ตัวอะไร”
บัลธาซาร์ลืมตาขึ้นช้า ๆ
“ฉันไม่รู้”
ความเงียบสั้นแต่หนักหน่วงตกลงระหว่างพวกเขา
แล้วประตูหน้าก็พัง
เสียงะเิของโลหะกับกระจกจากโถงด้านหน้าดังสนั่น ม่านพลังของบัลธาซาร์แตกกระจายเป็เศษแสงหลายร้อยชิ้น สัตว์ประหลาดฝูงหนึ่งทะลักเข้ามาในร้านพร้อมกัน เสียงกรีดแหลมทับซ้อนกันจนบาดหู คาเอลลุกขึ้นทันทีแทบพร้อมกับโวร่า บัลธาซาร์ยืนบังหน้าทางโถงด้วยม่านเล็กกว่าเดิม ส่วนแจ็กซ์ยังทำงานที่แผงประตูหลังด้วยมือที่สั่นจนไขควงแทบหลุด
“อีกนิดเดียว!” เขาะโ
“คำพูดนั้นของนายเริ่มไม่มีค่าแล้ว” โวร่าตะคอก ก่อนจะพุ่งกลับเข้าไปในโถงแคบ เงาร่างเธอไหววูบใต้แสงฉุกเฉิน มีดสั้นในมือทั้งสองข้างสร้างเส้นเรืองแสงสีเงินถี่ราวฝนคม สัตว์ประหลาดตัวแรกที่เลี้ยวเข้ามาถูกกรีดเปิดั้แ่กรามถึงอก เืดำสาดใส่ผนัง
คาเอลคว้าท่อเหล็กยาวได้อีกชิ้นจากชั้นวางของ เขาใช้มันเป็ทั้งค้อน ทั้งง้าว ทั้งกันฟัน เขาไม่เคยฝึกต่อสู้กับสัตว์ประหลาดจริง แต่ร่างกายเหมือนเลือกเองว่าควรขยับอย่างไร หลบตรงไหน แทงตรงไหน ใช้แรงแค่ไหนถึงจะหักคอหรือกระดูกปลายขาอีกฝ่ายได้ ความคิดนั้นแล่นผ่านเขาแล้วทำให้เย็นวาบอย่างประหลาด เพราะมันไม่ใช่ทักษะที่ควรมีอยู่ในชีวิตปกติ
ร่างกายของเขาตอบสนองก่อนความคิด
และความจริงข้อนั้นทำให้เขากลัวมากกว่าสัตว์ที่อยู่ตรงหน้า
“คาเอล!” แจ็กซ์ร้องลั่น
สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งเล็ดรอดผ่านโวร่ามาทางด้านข้างตรงคาเอลพอดี มันพุ่งต่ำ เล็งขาท่อนล่างเพื่อให้เขาล้มก่อนกัดคอ คาเอลยกท่อรับไม่ได้ทันมุม จังหวะนั้นเอง ร่างหนึ่งก็พุ่งชนมันกระเด็นเข้าผนังดังโครม
นิกซ์
เด็กหนุ่มซึ่งเพิ่งแทบยืนไม่ไหวกลับกระโจนเร็วเกินสายตา แขนขวาที่กลายสภาพบางส่วนฟาดลงใส่สัตว์ประหลาดจนกรงเล็บของมันบิดงอผิดรูป เขาหอบหนัก ดวงตาเบิกกว้างเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองทำได้ แต่สัตว์ประหลาดยังไม่ตาย มันสะบัดตัวแล้วสวนกลับข่วนหน้าอกเขาเป็แนวยาว
นิกซ์ร้องลั่น
จากนั้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนชะงักก็ตามมา
เขาคำรามตอบ
ไม่ใช่เสียงมนุษย์ ไม่ใช่เสียงสัตว์ชนิดใดที่ควรออกมาจากลำคอเด็กหนุ่มขี้อายคนเดิม มันเป็เสียงแหบต่ำลึก มีชั้นของความถี่ที่ทำให้สัตว์ประหลาดรอบ ๆ หยุดไปเสี้ยววินาทีเหมือนรับรู้บางอย่างร่วมกัน นิกซ์เองก็ดูช็อกไม่ต่างกัน เขายกมือปิดปากตัวเองทันทีราวกับกลัวเสียงนั้นยิ่งกว่าสัตว์ตรงหน้า
“ประตูเปิดแล้ว!” แจ็กซ์ะโอย่างกับคำประกาศรอดตาย
กลอนเหล็กบานหลังดีดดังแกร๊ก บานประตูผลักออกไปสู่ตรอกแคบด้านหลังร้านซึ่งมืดสนิท มีเพียงแสงสีขาวจากรอยแยกบนฟ้าส่องลงมาเป็่ ๆ เหมือนฟ้าเหนือเมืองกำลังกะพริบตาช้า ๆ
“รีบไป!” คาเอลสั่ง
“ไปทีละคน โวร่าเปิดทาง บัลธาซาร์ตามหลัง ฉันปิดท้าย”
“ฉันอยู่ท้ายเอง” โวร่าตอบสวนทันที
“ไม่” คาเอลหันมองเธอเพียงครั้งเดียว
“เธอนำทางดีกว่าฉัน”
เธอเม้มปากแน่นเหมือนอยากเถียง แต่ก็ไม่เถียง
บัลธาซาร์ดันนิกซ์ไปก่อน แจ็กซ์คว้ากระเป๋าเครื่องมือะโตามออกประตูหลัง โวร่าเลี้ยวตัวถอยไปทั้งที่ยังใช้มีดกันทางให้เป็ระยะ คาเอลถอยเป็คนสุดท้าย เขาฟาดท่อเหล็กใส่ปากสัตว์ประหลาดอีกตัวเต็มแรงจนฟันหักกระเด็น แล้วถอยออกไปสู่ตรอกมืด
อากาศด้านนอกเย็นกว่าในร้านมาก แต่ไม่ใช่ความเย็นของกลางคืน มันคือความเย็นผิดปกติของเครื่องจักรหรือห้องเก็บศพ เมืองทั้งเมืองเหมือนสูญเสียความอุ่นที่ควรมีจากมนุษย์ไปในชั่วคราว ตึกสูงสองฝั่งตรอกยืนดำทะมึน หน้าต่างหลายบานเปิดค้าง บางห้องมีคนยืนมองลงมา บางห้องปิดมืดสนิทผิดธรรมชาติ และเหนือทั้งหมดนั้นคือท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยรหัสไหลพรากไม่หยุด
เสียงไซเรนจากไกล ๆ ดังสอดประสานกันทั่วเมือง แต่ฟังเพี้ยนเหมือนสัญญาณวิทยุผ่านพายุแม่เหล็ก เสียงคนะโ เสียงเบรก เสียงกระจกแตกกระจัดกระจายอยู่ห่างออกไปหลายทิศ ไม่มีเสียงใดให้ความรู้สึกว่าโลกยังอยู่ในระเบียบเดิมแม้แต่นิดเดียว
พวกเขาวิ่งเลาะตรอกออกไปยังถนนด้านหลัง โวร่านำหน้าแบบไม่ลังเล ราวกับแผนที่ของพื้นที่นี้ถูกฝังอยู่ในประสาทเธอ คาเอลปิดท้าย หันกลับมามองเป็ระยะเพื่อเช็กว่าฝูงจากร้านตามมาหรือไม่ ระหว่างวิ่ง เขาเห็นเงาอะไรบางอย่างเคลื่อนผ่านขอบตาบนหลังคาตึก หลายเงา เร็ว ต่ำ และเงียบจนไม่น่าใช่สัตว์ทั่ว ๆ ไป
“ทางนี้!” โวร่าชี้ไปยังซอกระหว่างอาคารสำนักงานเก่ากับคลังสินค้าเล็ก ๆ
“เราจะไปไหน” แจ็กซ์ถามทั้งหอบทั้งวิ่ง
“ห้องสมุดกลางเมือง” บัลธาซาร์เป็คนตอบแทน
แจ็กซ์หันควับ
“อะไรนะ ตอนนี้เนี่ยนะ”
“อาคารนั้นแข็งแรง มีชั้นใต้ดิน และมีจุดเข้าออกจำกัด” บัลธาซาร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงบอย่างเหลือเชื่อท่ามกลางโลกที่กำลังแตก
“ถ้าจะตั้งหลัก เรา้าที่ซึ่งยังพอมีกำแพงกับความเงียบ”
“ความเงียบไม่มีแล้วในเมืองนี้!” แจ็กซ์ะโ
ประโยคนั้นเพิ่งหลุดพ้นปากเขา เงาร่างหนึ่งก็กระโจนลงมาจากระเบียงชั้นสองของตึกข้างหน้าใส่เขาพอดี โชคดีที่คาเอลเห็นก่อน เขาพุ่งชนแจ็กซ์ออกด้านข้างจนทั้งคู่กลิ้งไปคนละทาง สัตว์ประหลาดตัวนั้นกระแทกพื้นแทน พื้นแตกเป็รอยยุบตื้นจากน้ำหนักของมันทั้งที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก
โวร่ากลับหลังทันควัน มีดในมือซ้ายเสียบเข้าตามข้อขาหลัง ส่วนบัลธาซาร์กางพลังผลักหัวมันเบี่ยง เปิดช่องให้คาเอลใช้ท่อเหล็กกระแทกเข้าขมับซ้ำสองทีจนมันทรุด
แจ็กซ์ลุกขึ้นแทบไม่ติดพื้น
“ขอบใจ...ขอบใจ...ฉันไม่ค่อยชอบโดนกินกลางถนนเท่าไร”
“งั้นก็วิ่งให้ทันความกลัวตัวเอง” โวร่ากัดเสียงตอบ
นิกซ์ยังคงตามมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ท่าทางการวิ่งของเขาแปลกไปกว่าปกติเล็กน้อย ขาข้างหนึ่งยืดเหยียดเร็วผิดมนุษย์ในบางจังหวะ แล้วก็กลับมาเป็ธรรมชาติในจังหวะถัดไป เหมือนร่างกายกำลังเถียงกันเองว่าอยากเป็อะไร
คาเอลเห็นทุกอย่างนั้นและเลือกเก็บไว้ในใจอีกครั้ง
พวกเขาเลี้ยวออกจากตรอกสู่ถนนรองที่ปกติควรมีร้านสะดวกซื้อกับร้านอาหารเปิดสว่างอยู่สองฝั่ง แต่ตอนนี้ป้ายไฟครึ่งหนึ่งดับไปแล้ว อีกครึ่งกะพริบแบบคนใกล้หมดสติ บนผนังตึกสำนักงานฝั่งตรงข้าม จอโฆษณาขนาดใหญ่กำลังเปิดคลิปเดิมซ้ำ ๆ ภาพพรีเซ็นเตอร์สาวยิ้มค้างบิดเบี้ยว แล้วจู่ ๆ หน้าจอก็แตกเป็เส้นรหัสก่อนขึ้นข้อความตัวโตสีแดง
“ลบพื้นที่”
จากนั้นทั้งจอก็มืดสนิท
ไม่มีใครพูด แต่ทุกคนเห็นพร้อมกันว่ามุมถนนไกลออกไปหนึ่ง่แยกเริ่มมีบางอย่างผิดรูป ตู้โทรศัพท์ หัวไฟถนน และส่วนหนึ่งของป้ายรถเมล์ค่อย ๆ สั่นแล้วละลายเป็เม็ดพิกเซลสว่างก่อนหายวับไปในอากาศ เหลือช่องว่างดำกลืนแสงเหมือนมีใครเอายางลบมหึมาถูโลกตรงส่วนนั้นทิ้ง
แจ็กซ์หยุดหายใจไปชั่วขณะ
“นี่มัน...”
“อย่าจ้องมองนาน” บัลธาซาร์พูดทันที
“บางสิ่งมันจะรู้ว่าเรามองอยู่…มันจะหันกลับมา”
แจ็กซ์หันหนีทันควันอย่างไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
พวกเขาวิ่งต่อผ่านรถหลายคันที่จอดชนกันนิ่ง ๆ กลางถนน คนบางคนออกมายืนงงอยู่ข้างรถ สีหน้าราวกับยังตามโลกตอนนี้ไม่ทัน หญิงคนหนึ่งกำลังเขย่าตัวเด็กเล็กที่ร้องไห้ไม่หยุด ชายชราในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยยืนมองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย ขณะที่อีกฟากถนนมีคนกำลังกรีดร้องเพราะร่างใครบางคนเริ่มแตกเป็เม็ดแสงตรงปลายนิ้วมือ
คาเอลเพียงเหลือบเห็น แต่ภาพนั้นก็ติดตาทันที นิ้วของชายคนนั้นหายไปทีละข้อ เหมือนถูกลบแบบไม่เจ็บและนั่นยิ่งน่ากลัวกว่าความเจ็บเสียอีก เพราะเขายังมองมันด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ใช่ความทรมาน
“เรา...ควรช่วยไหม” แจ็กซ์ถามออกมาอย่างหอบหายใจ
คำถามนั้นทำให้ทุกคนชะงักในใจพร้อมกัน แม้เท้ายังวิ่งต่อ
คาเอลไม่ตอบทันที เขามองถนนที่กำลังเสียรูป รอยแยกบนฟ้า ฝูงเงาดำบนหลังคา นิกซ์ที่กำลังกัดฟันสู้กับอะไรบางอย่างในร่างตัวเอง โวร่าที่เืซึมจากแก้มแต่ยังนิ่งราวมีด บัลธาซาร์ซึ่งใช้พลังต่อเนื่องจนใบหน้าซีดขึ้นทุกนาที
แล้วเขาตอบด้วยเสียงต่ำเรียบ
“ตอนนี้ถ้าเราหยุด เราจะตายตรงนั้น”
แจ็กซ์เงียบไป
ประโยคของคาเอลไม่ได้โหดร้ายเกินจริง มันเป็เพียงความจริงที่ไม่เหลือที่ให้โกหกอีกต่อไป และนั่นต่างหากที่ทำให้มันหนัก
พวกเขาข้ามแยกไปยังเขตย่านสถาบันการศึกษา อาคารห้องสมุดกลางเมืองตั้งตระหง่านอยู่ปลายถนนเหมือนเกาะหินเก่าท่ามกลางทะเลที่เริ่มบ้าคลั่ง ตัวตึกถูกสร้างด้วยหินสีหม่นและกระจกสูงทรงโค้ง ให้ความรู้สึกแข็งแรงและล้าสมัยในเวลาเดียวกัน ปกติมันควรปิดเงียบมืดในเวลานี้ แต่คืนนี้แสงไฟฉุกเฉินภายในยังติดสลัวอยู่หลังประตูกระจกบานใหญ่เหมือนอาคารกำลังรอใครสักคนมาเคาะ
ทว่าในลานหน้าห้องสมุด พวกเขาไม่ได้พบเพียงความเงียบ
มีคนอยู่ที่นั่นราวสิบกว่าคนรวมตัวกันกระจัดกระจาย บางคนร้องไห้ บางคนเอาแต่กดมือถือที่ไร้สัญญาณ บางคนจ้องฟ้า บางคนาเ็และเืไหล ที่เลวร้ายกว่านั้นคือไม่ไกลจากบันไดทางขึ้น มีร่างหนึ่งนอนอยู่กับพื้น กึ่งมนุษย์กึ่งอย่างอื่น เนื้อบริเวณขากับหน้าอกปูดพองเป็กระจุกดำคล้ำคล้ายเนื้อพืชกับแมลงรวมกัน ผู้รอดชีวิตสองคนยืนถอยห่างมันด้วยใบหน้าซีดขาว
“อย่าเข้าใกล้มัน!” ใครบางคนะโเมื่อเห็นกลุ่มคาเอลวิ่งมา
“มันติดเชื้อ! มันกัดคน!”
กลิ่นเืกับความตื่นตระหนกในลานนั้นเข้มข้นราวไอร้อนจากหม้อต้ม โลกภายนอกกำลังแตกหัก
แต่ในพื้นที่เล็ก ๆ นี้ ความเป็มนุษย์ยังดิ้นรนจะจัดระเบียบความกลัวให้ตัวเองเป็หมวดหมู่ าเ็ ติดเชื้อ ปลอดภัย อันตราย ทั้งที่ความจริงไม่มีเส้นแบ่งชัดแล้ว
โวร่าเหลือบมองร่างติดเชื้อนั้นเพียงครั้งเดียวแล้วพูดเรียบ ๆ
“พวกนี้จะดึงพวกมันมาเป็ฝูง”
“ฉันรู้แล้ว” คาเอลตอบ
ยังไม่ทันก้าวถึงบันได เสียงคำรามต่ำก็ดังมาจาก้าของรูปปั้นหน้าห้องสมุด เงาดำหลายตัวเกาะเรียงตามขอบหลังคา ดวงตาสีเหลืองนับสิบคู่จ้องลงมา พวกมันตามกลิ่นมาเร็วเกินกว่าจะเป็เพียงสัตว์
ลานหน้าห้องสมุดพลันะเิเป็ความโกลาหลในเสี้ยววินาที ผู้รอดชีวิตบางคนร้องกรีด บางคนวิ่งหนีแบบไร้ทิศทาง บางคนทรุดลงเพราะใจนขาไม่ทำงาน คาเอลมองภาพนั้นแล้วตัดสินใจทันที
“ทุกคนเข้าอาคาร!” เขาะโเต็มเสียงครั้งแรกของคืน
“ถ้าอยู่กลางแจ้งพวกมันจะไล่กินทีละคน!”
ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็ใคร ไม่มีใครควรฟังชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนโลกแตกแบบนี้ แต่โทนเสียงของเขามีบางอย่างที่บีบให้คนฟังเชื่อฟังโดยสัญชาตญาณ บางทีอาจเพราะเวลาความกลัวถึงจุดหนึ่ง มนุษย์ยอมยึดเสียงใดก็ได้ที่ฟังเหมือนรู้ทิศทาง
แจ็กซ์กระโจนไปดันประตูกระจกห้องสมุด
“ประตูเปิดอยู่ รีบไป!”
ผู้รอดชีวิตกรูเข้าไปข้างในอย่างแตกตื่น บัลธาซาร์กางม่านพลังที่ปากทางเพื่อชะลอสัตว์ประหลาดชุดแรกที่กระโจนลงมา คาเอลหันกลับไปช่วยดึงหญิงชราคนหนึ่งที่ล้มอยู่ตรงบันได ขณะเดียวกันโวร่าก็ขว้างมีดพลังออกไป มีดเสียบเข้ากลางหน้าผากตัวที่พุ่งต่ำมาใกล้เด็กชายคนหนึ่งจนมันกระเด็นตกขั้นบันได
นิกซ์ยืนกลางลานนิ่งไปชั่วขณะ เขากำลังฟังบางสิ่งอีกแล้ว คาเอลเห็นท่าทางนั้นแล้วใจหายทันที แต่ก่อนจะเรียกชื่อ เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาเขาไหวสั่นด้วยความตระหนกแบบใหม่
“มันมาเยอะขึ้น” เขากระซิบ
“และมันรู้ว่าเราจะเข้าไปข้างใน”
“งั้นเราต้องปิดที่นี่ให้ได้ก่อนที่มันจะถึงตัว” คาเอลตอบ
พวกเขาล่าถอยเข้าสู่ภายในห้องสมุดกลางเมือง ประตูบานใหญ่ถูกดึงปิดดังปัง แจ็กซ์กับชายวัยกลางคนที่ยังพอมีสติช่วยกันลากตู้คืนหนังสือเหล็กมาขวาง บัลธาซาร์เสริมม่านพลังจิตอีกชั้นตรงแนวประตู ด้านนอกเสียงกรงเล็บเริ่มข่วนกระจกและโลหะดังระรัวเหมือนฝนลูกเหล็ก
ภายในอาคารกว้างโล่งและสูงถึงสามชั้น เงามืดของชั้นหนังสือทอดยาวไปไกล แสงฉุกเฉินสีส้มสลัวส่องตามทางเดินเป็ระยะ ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนโบสถ์ร้างในตอนโลกใกล้จบ เสียงหายใจหอบของผู้รอดชีวิตสะท้อนขึ้นไปบนเพดานโค้งสูง เสียงสะอื้น เสียงคนถามหาครอบครัว เสียงเด็กไอ ลอยปะปนเป็คลื่นความกลัวขนาดใหญ่ที่คาเอลแทบััได้ด้วยิั
เขามองภาพนั้นเพียงครู่หนึ่งก่อนรู้ว่าคืนนี้เพิ่งเริ่มเท่านั้น
โลกไม่ได้พังลงในครั้งเดียว โลกกำลังเลือกชิ้นส่วนของมันทีละชิ้นมาฉีกออกต่อหน้าต่อตา และไม่ว่าจะเกิดอะไรหลังจากนี้ เขารู้อย่างหนึ่งแน่ชัดแล้วว่า พวกเขาไม่ได้เล่นเกมหลุดออกมาสู่โลกจริง
แต่ถูกดึงเข้าสู่สนามรบที่ใหญ่กว่าเดิมมาก
ข้างนอก เสียงข่วนประตูกระจกดังหนักขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยแรงกระแทกเป็จังหวะสามครั้งเหมือนฝูงบางอย่างกำลังทดสอบจุดอ่อนของอาคาร
ภายใน ม่านตาของนิกซ์หดแคบลงอย่างเงียบงันอีกครั้ง ใต้ิับริเวณคอของเขา เงาดำคล้ายเส้นใยที่ลามมาจากหัวไหล่ขวาเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นมาช้า ๆ โดยไม่มีใครทันสังเกต
และเหนืออาคารห้องสมุดนั้น ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยรหัสสว่างวาบรุนแรงเป็ครั้งแรก ก่อนข้อความขนาดมหึมาจะปรากฏทาบทับอยู่เหนือเมืองทั้งเมืองเหมือนคำประกาศจากพระเ้าที่ไม่มีเมตตา
[จุดกำเนิดของรอยร้าว: เริ่มต้น]
ไม่มีใครเข้าใจความหมายของมันในวินาทีนั้น
ยกเว้นนิกซ์
เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางแสงฉุกเฉิน ใบหน้าซีดขาวจนแทบไร้สีเื เส้นสีดำใต้ิับริเวณคอค่อย ๆ เคลื่อนสูงขึ้นทีละนิดเหมือนรากของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังไต่เข้าหาสมอง ดวงตาของเขาสั่นไหว ก่อนม่านตาจะหดแคบลงจนไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป
คาเอลเห็นมันพอดี
“นิกซ์…”
นิกซ์หันมาช้า ๆ น้ำตายังเปื้อนอยู่บนแก้ม แต่เสียงที่หลุดออกจากปากเขาไม่ใช่เสียงของเด็กหนุ่มขี้กลัวคนเดิม
“พี่คาเอล…”
เขายิ้มทั้งที่กำลังร้องไห้
“มันบอกว่า…มันกำลังออกมาทางผม”