บทที่ 5 ฉันเดินเข้ามาตรง ๆ ต่างหาก
ลมหายใจของทุกคนสะดุดเฮือกใหญ่ หลินจือเสี่ยวตาเบิกโพลงตกตะลึง
เป็ครั้งแรกที่มีคนกล้าต่อกรกับท่านประธานจิ่ง เธอชื่นชมบุคลิกกล้าหาญของโหรวโหรวมาก! ไม่แปลกใจที่หญิงสาวเคยอยู่บริษัททีอีมาก่อน!
จิ่งเป่ยเฉินหรี่ตา อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบ เขาเดินเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ย่นระยะห่างเหลือไม่ถึงหนึ่งเมตร มองเธอจากมุมที่สูงกว่า
“ท่านประธานจิ่ง เธอเคยเป็หัวหน้าแผนกวางแผนของบริษัททีอี” หลินจือเสี่ยวะโออกมาหลังหลุดจากภวังค์
เธอรู้ดีว่า เมื่อท่านประธานจิ่งปล่อยกลิ่นอายอันตรายออกมา ย่อมไม่มีใครรอดพ้นเงื้อมมือเขาไปได้
ที่แท้ผู้หญิงกล้าหาญคนนี้มาจากบริษัททีอีนี่เอง
บริษัททีอีแข่งขันกับบริษัทจิ่งอย่างดุเดือดในตลาดต่างประเทศ เมื่อปีก่อน บริษัทจิ่งสูญเสียการสั่งซื้อรายใหญ่ไปเพราะบริษัททีอีวางแผนได้ดีกว่า หรือว่าการสั่งซื้อในปีก่อนจะเป็ฝีมือของผู้หญิงคนนี้
“พาเธอเข้าไป” เขาพยักหน้า แววตาวูบไหวด้วยความสนใจจนยากจะสังเกต
หลินจือเสี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก มุมปากยกยิ้ม แต่เมื่อหันไปมองเพื่อนสนิทอีกครั้งกลับพบว่าเธอกำลังมองท่านประธานอย่างเหม่อลอย!
เมื่อครู่อันโหรวยังมีท่าทีมั่นใจ ทำไมตอนนี้เหมือนิญญาจะหลุดไปแล้วล่ะ ขนาดท่านประธานยังถึงกับขมวดคิ้วเลย!
สายตาของจิ่งเป่ยเฉินจับจ้องดวงตาของอันโหรวตลอดเวลา ความรู้สึกนี้...คุ้นเคยเหลือเกิน...
“ท่านประธานจิ่ง ดูเหมือนลูกน้องด้านหลังคุณกำลังร้อนใจ คุณมีเื่สำคัญต้องรีบไปจัดการหรือเปล่า” อันโหรวยิ้มเล็กน้อย ดวงตาโค้งราวกับพระจันทร์เสี้ยว
จิ่งเป่ยเฉินถอนสายตาที่กำลังพิจารณาเธอและหันหลังเดินจากไป
แค่เพราะดวงตาคล้ายกันเท่านั้น อีกอย่าง ถ้าเป็เธอจริง ๆ คงต้องทำหน้าบูดบึ้งใส่เขาแล้วแน่นอน
เมื่อเงาร่างของเขาห่างไปจนสุดสายตา บรรยากาศในล็อบบีก็กลับมาคึกคักขึ้น ทุกคนต่างพูดถึงอันโหรว
“ผู้หญิงคนนี้จงใจทำแบบนั้นใช่ไหม คิดจะใช้กลยุทธ์ดึงดูดความสนใจของท่านประธานจิ่ง”
“ไม่มีประโยชน์หรอก ผู้หญิงที่ได้ใกล้ชิดกับท่านประธานจิ่ง ล้วนเป็สาวงามทั้งนั้น”
“ใช่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ขี้ริ้วขนาดนั้น ยังคิดจะไปเกาะแกะท่านประธานจิ่งอีก เพ้อฝันจริง ๆ!”
หลินจือเสี่ยวยักไหล่ บอกเธอไม่ให้ใส่ใจ “โหรวโหรว อย่าเก็บมาใส่ใจเลย ท่านประธานจิ่งเป็หนุ่มโสดที่หล่อเหลาที่สุดในวงการ พวกผู้หญิงเหล่านี้ก็แค่...”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ อันโหรวก็เอ่ยขัด “ใส่ใจอะไรกัน ฉันเป็แม่ลูกสองแล้วนะ จะคิดไปใส่ใจพวกเธอทำไม” พูดไปแล้วเธอพลันรู้สึกเศร้าใจ เธอจะต้องปกป้องหยางหยางกับหน่วนหน่วนให้ดี ห้ามให้พวกเขาถูกพบเจอโดยเด็ดขาด
“จริงของเธอ ฉันจะไปจัดเตรียมเอกสารก่อนนะ คนข้างบนคงรออยู่ เธอไปห้องรอสัมภาษณ์เองก็แล้วกัน อยู่ที่ชั้นสิบห้าตรงหัวมุมนั่นแหละ แต่ว่า น้ำเสียงเมื่อกี้ของเธอน่ะเป็อะไรไป”
“กลับไปแล้วค่อยเล่าให้เธอฟัง” อันโหรวยิ้มให้เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก ต่อไปนี้เธอจะใช้น้ำเสียงแหบแห้งเวลาอยู่ที่บริษัทจิ่งเท่านั้น
หลินจือเสี่ยวยื่นปากน้อย ๆ “ก็ได้”
หลังจากนั้น อันโหรวก็มายืนที่หน้าลิฟต์ รอให้ลิฟต์ลงมารับ
ที่นี่มีลิฟต์ทั้งหมดสามตัว ขณะกำลังรอลิฟต์อยู่ ลิฟต์ด้ายซ้ายสุดก็เปิดออก ชายร่างสูงดูสุภาพ สวมแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมไร้กรอบก้าวออกมา ผิวพรรณขาวผ่อง ขนคิ้วเข้มหนา ดูสะอาดสะอ้าน
เมื่อชีเสิ่งเทียนเห็นอันโหรว เขาก็หยุดฝีเท้า มองเธอราวกับค้นพบดินแดนใหม่ “สาวน้อยน่าเกลียดคนนี้ เธอแอบเข้ามาได้ยังไง”
อันโหรวมองเขาปราดหนึ่ง “ฉันเดินเข้ามาตรง ๆ ต่างหาก” พูดจบลิฟต์ก็มาถึงชั้นหนึ่งพอดี
เธอไม่มีเวลามาสนใจคนอื่น จึงก้าวเข้าลิฟต์ไป
ชีเสิ่งเทียนมองประตูลิฟต์ปิดลงและตัวเลขที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เมื่อเห็นว่าปรากฏเป็เลขสิบห้าเขาก็ตาโต ชั้นสิบห้าเป็ห้องรอสัมภาษณ์ผู้สมัครงานโฆษณา ผู้หญิงที่หน้าตาน่าเกลียดขนาดนี้ จะผ่านการสัมภาษณ์ไปได้อย่างไรกัน
แผนกบุคคลจะถูกไล่ออกทั้งแผนกหรือเปล่า
คิดได้แบบนั้น เขาจึงโทรศัพท์ทันที
“ผู้สมัครงานโฆษณาสินค้าตัวใหม่ของบริษัทจิ่ง มีผู้หญิงหน้าตาไม่ดีเข้ามาด้วยหรือเปล่า แถมน้ำเสียงยังฟังดูแย่อีก”
“อ๋อ ไม่ใช่หรอก คนทั้งหมดล้วนเป็สาวสวยทั้งนั้น สาวสวยที่สุดคือลูซี่ที่กำลังสนิทสนมกับท่านประธานจิ่ง ผู้จัดการชี เื่ล้อเล่นแบบนี้คุณไม่ควรพูดไปเรื่อยนะ”
“แล้วทำไมฉันถึงเห็นผู้หญิงหน้าตาไม่ดีขึ้นไปที่ชั้นสิบห้าล่ะ” ชีเสิ่งเทียนรู้สึกแปลกใจ
“วันนี้ที่บริษัทมีการสัมภาษณ์งานสองตำแหน่ง อีกตำแหน่งคือแผนกวางแผน แต่คนที่แผนกวางแผนเลือกไป หน้าตาก็ไม่ได้แย่ ยกเว้น...”
“ใคร” ชีเสิ่งเทียนเค้นถามจนกระทั่งได้คำตอบ เมื่อครู่เธอคนนั้นหยิ่งยโสเกินไป ถ้าเจอจิ่งเป่ยเฉินเข้าคงได้จบสิ้นกันแล้ว
“เลขาหลินแนะนำอันอวี้หานมา เธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เดิมทีเป็หัวหน้าแผนกวางแผนของบริษัททีอี”
คำบอกเล่านั้นทำให้ชีเสิ่งเทียนพูดอะไรไม่ออก เธอคนนั้นเก็บงำความสามารถเอาไว้มากจริง ๆ ที่แท้ก็เป็ถึงอดีตหัวหน้าแผนกวางแผนของบริษัททีอีในปีก่อน สิ่งที่ทำให้บริษัทจิ่งเสียรายการสั่งซื้อรายใหญ่ไป เป็เพราะแผนกวางแผนของอีกฝ่ายไม่ใช่หรือ
ถ้าดึงตัวคนที่มีความสามารถแบบนี้เข้ามาได้ สำหรับบริษัทจิ่งย่อมถือว่าดีมาก!
เอาเถอะ ถึงหน้าตาจะขี้ริ้วก็ช่าง ขอแค่ใช้การได้ก็พอ
หัวมุมชั้นที่สิบห้า
อันโหรวก้าวออกจากลิฟต์ เห็นหญิงสาวมากมายแต่งตัวแตกต่างกันยืนอยู่บนทางเดิน การสัมภาษณ์ของแผนกวางแผนต้องใช้สมอง แต่พวกผู้หญิงเหล่านี้กลับ...
“บริษัทจิ่งเป็อะไรไปกันนะ ถึงได้มีคนแบบนี้โผล่หัวมา” หญิงสาวคนหนึ่งเก็บแป้งฝุ่นในมือ พลางมองด้วยสีหน้าดูถูก
อันโหรวมองสำรวจใบหน้าของพวกเธอทุกคน
“ผู้หญิงแบบนี้ ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไง ก็ยังเป็ได้แค่ผู้หญิงขี้เหร่อยู่ดี ถ้าไปสัมภาษณ์งานคงเท่ากับพาตัวเองไปขายหน้าชัด ๆ” หญิงสาวคนนั้นบ่นพึมพำพร้อมกับหัวเราะเยาะ
“หมายเลขสามถึงห้า กรุณามาที่ห้องเตรียมตัว”
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเธอก็ยิ้มกว้าง เชิดหน้าเดินไปด้านในด้วยขาเรียวยาว
อันโหรวขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ หลินจือเสี่ยวคงไม่ได้บอกสถานที่สัมภาษณ์งานผิดหรอกนะ
“ได้ยินมาว่าคุณจิ่งจะมาดูด้วยตัวเอง”
“จริงเหรอ เครื่องสำอางฉันเหมือนจะเลอะแล้ว ต้องรีบไปแต่งหน้าใหม่ก่อน”
“แต่งตัวสวยขนาดนี้จะมีประโยชน์อะไร เมื่อกี้ฉันเห็นลูซี่แฟนสาวในข่าวลือของคุณจิ่งแล้ว”
อันโหรวยืนอยู่ด้านข้างเงียบ ๆ ทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงพูดแต่เื่ของจิ่งเป่ยเฉิน
ห้าปีที่ผ่านมา ดูเหมือนเขาจะเป็ที่จับตามองมากขึ้น
ถ้าเขารู้ว่าหยางหยางกับหน่วนหน่วนเป็ลูกของเขา ต่อให้จะไม่พอใจ เขาคงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อแย่งตัวพวกเด็ก ๆ ไปแน่
คิดถึงตรงนี้แล้ว เธอก็รู้สึกหวั่นใจ หน่วนหน่วนไม่ค่อยเหมือนเขา แต่หยางหยางเหมือนเขามากราวกับเป็ตัวเขาที่ย่อส่วนลงมา
“หมายเลขหกถึงแปดมาที่ห้องเตรียมตัว ส่วนคนที่มาคนสุดท้าย กรุณาจับฉลาก”
อันโหรวจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จึงไม่ได้สังเกตว่ามีคนพูดถึงเธอ กระทั่งคนคนนั้นพูดอีกครั้ง “ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงมุมสุด กรุณามาจับฉลากด้วย”
อีกฝ่ายเอ่ยเพียงประโยคเดียวก็ทำให้เกิดเสียงหัวเราะเยาะ อันโหรวมองคนพวกนั้น สุดท้ายจึงต้องเดินไปอีกด้าน เธอจับฉลากได้หมายเลขสิบ ทว่าเพิ่งเก็บหมายเลขเข้ากระเป๋า เสียงรองเท้าส้นสูงก็เดินเข้ามาใกล้ก่อนหยุดลงตรงหน้าเธอ
เมื่อเงยหน้ามอง จึงเห็นผู้หญิงผมสวยเป็ลอนคลื่นยืนอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากสีแดงสด กรีดอายไลเนอร์สีดำยาวถึงหางตาและอายแชโดว์สีเข้ม
เธอคนนั้นสวมชุดเดรสยาวสีม่วงขอบลูกไม้ พร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีดำ