“หนี้สินของบ้านคุณนายจอมสมรแกตามไปถึงไหนแล้ว”พ่อเลี้ยงหนุ่มไร่ชานามว่าภูบดินทร์ถามไถ่เื่จากคมกริชซึ่งเป็เลขาหนุ่มคนสนิทจากการที่ทั้งสองคนเป็เพื่อนกันมาั้แ่วัยเด็ก
“คุณนายขอผัดผ่อนไปอีก 3 เดือนครับคุณภู”ตอบเสียงแ่เบาเนื่องจากเขาเองเหนื่อยใจกับลูกหนี้คนนี้เหลือเกิน
“อะไรกัน 3 เดือนอย่างนั้นเหรอคราวก่อนก็พูดแบบนี้ขอเวลา 3 เดือนด้วยใช่ไหม?”ภูบดินทร์โมโหมากคุณนายจอมเ้าเล่ห์ที่เขาให้หยิบยืมเงินเพราะคุณนายจอมสมรคนนี้เป็เพื่อนร่วมรุ่นกับคุณแม่ของตนสมัยที่เรียนมหาลัยด้วยกันตอนที่พ่อแม่ของเขายังชีวิตอยู่ก็เคยไปมาหาสู่กันบ้างตามประสาเพื่อนฝูง
“คมกริช นายไปบอกคุณนายนะว่าฉันให้เวลาเพียง 1เดือนเท่านั้นให้นำเงิน 10 ล้านมาคืนส่วนดอกเบี้ยอะไรนั่นฉันไม่้ามันแล้ว หากฉันไม่ได้เงินคืนตามที่กำหนดฉันจะยึดบ้านวิเศษพงศ์ทันทีไปบอกทางนั้นตามนี้นะ”
“ได้ครับคุณภู” คมกริชรับคำจากเ้านายของตนก่อนเดินออกไปจากห้องทำงาน
ภูบดินทร์พ่อเลี้ยงเ้าของไร่ชาขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงรายเขาสืบทอดกิจการต่อจากบิดามารดา เนื่องจากทั้งคู่เสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนเขามุ่งมั่น ทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อดูแลพัฒนาไร่ชาให้ค่อยๆเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้มีหญิงสาวมากมายเข้ามาติดพัน แต่เขาก็ยังไม่ถูกใจใครเป็พิเศษทุกๆคนล้วนแต่เป็ได้แค่คู่นอนชั่วคราวของพ่อเลี้ยงหนุ่มเท่านั้น
สำหรับญาติพี่น้องที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเพียงคุณป้าเพียงจันทร์พี่สาวแท้ๆของบิดาเพียงคนเดียวคุณเพียงจันทร์อายุใกล้ 70 ปีแล้วแต่ยังกระฉับกระเฉง คล่องแคล่วเขาเปรียบนางเป็มารดาคนที่ 2 เพราะคุณป้าของเขานั่นไม่ได้แต่งงานจึงอยู่ด้วยกันและคอยอบรมเลี้ยงดูเขามาั้แ่ยังเป็ทารก
“อ้าวตาภูมาแล้วเหรอลูก มาๆวันนี้ป้าทำแกงเขียวหวานเนื้อของโปรดแกด้วย”
ภูบดินทร์เขาไปสวมกอดหอมแก้มป้าผู้เป็ที่รัก
“อะไรของแกนะเ้านี่ ทำตัวเป็เด็กๆไปได้มาหอมแก้มคนแก่ทำไม”
“โธ่ คุณป้าครับก็ผมคิดถึงคุณป้านี่ครับ”
“ไม่ต้องมาพูดเลยเ้าตัวดี ถ้าป้าไม่โทรไปตามแกก็ไม่คิดจะมาหาป้าหรอกนะบ้านช่องก็ใหญ่โต แต่ชอบไปอยู่กระท่อมเล็กๆในป่า ไม่คิดจะกลับบ้านบ้างเลยปล่อยให้คนแก่อย่างป้าอยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียว”คุณเพียงจันทร์น้อยใจหลานชายเป็ที่สุด
“อ้าว ทำไมหวยมาออกที่ผมล่ะครับ อยู่คนเดียวที่ไหนครับเด็กในบ้านก็อยู่ตั้งหลายคน”
“มันไม่เหมือนกันยะ”นางสะบัดหน้าให้หลายชายก่อนเดินนำไปที่โต๊ะรับประทานอาหารภูบดินทร์นั่นมักจะอาศัยอยู่ในกระท่อมส่วนตัวบนเนินเขาหลังไร่ชาห่างจากบ้านหลังนี้เพียง2 กิโลเมตร ที่นั่นเงียบสงบและอากาศดีเป็ที่สุดแต่ในวันเสาร์อาทิตย์เขามักจะมาทานข้าวกับญาติที่เหลืออยู่คนเดียวนี้เสมอ
“แกงเขียวหวานเนื้อฝีมือคุณป้านี้อร่อยถูกใจผมที่สุดเลยครับ”
“ไม่ต้องมาทำดีกลบเกลื่อนเลยพ่อตัวดีแล้วเื่ที่รับปากป้าไว้ว่าจะแต่งงานแต่งการ ไปถึงไหนแล้วยะไม่เห็นจะพาใครมาแนะนำให้ป้ารู้จักสักคน” นางพูดจาประชดประชันหลอกให้นางดีใจเพราะเมื่อตอนภูบดินทร์อายุ 30 ปีเขาบอกกับนางว่าให้รออีกหน่อยไม่เกิน2 ปีเขาจะแต่งงานมีหลานให้ว่าที่คุณย่าอุ้มแน่นอน นี้ก็ผ่านมา 2ปีตามกำหนดแล้วเ้าหลานตัวดีก็ยังทำตัวเป็พ่อมาลัยลอยชายไม่ตกลงปลงใจกับใครสักที
“แกจะรอให้ฉันตายไปก่อนหรืออย่างไรจะให้มองหน้าหลานลงมาจาก์อย่างนั่นเหรอตาภู ป้าแก่ลงทุกวันแล้วนะลูกตายไปจะมองหน้าพ่อแม่แกได้อย่างไร?”นางคงเสียใจเป็ที่สุดหากชีวิตนี้ไม่ได้เห็นหลายชายเป็ที่รักเป็ฝั่งเป็ฝา
“โธ่ คุณป้าครับคุณป้ายังไม่แก่สักหน่อยครับแล้วอีกอย่างผมก็ยังไม่ถูกใจใครจริงๆสักคนเลยนี้ครับ” ภูบดินทร์ถอดถอนใจ
“แล้วหนูชมพูนุช ลูกสาวนายอำเภอล่ะลูกป้าได้ยินว่าควงกันไปไหนมาไหนบ่อยๆนี่” ชมพูนุช เ้าของรีสอร์ทเรือนตะวันสาวสวยลูกสาวคนเดียวของนายอำเภอประจำอำเภอแห่งนี้ เธอแอบหลงรักภูบดินทร์มาเนิ่นนาน
“ผมกับนุชเราเป็เพื่อนกันเฉยๆนะครับไม่ได้เป็แบบที่คุยป้าคิดหรอกครับ”
“แต่แบบนี้ผู้หญิงเขาเสียหายนะลูก”
“เสียหายยังไงครับ แค่ทานข้าวด้วยกันธรรมดาพบปะกันตามที่ต่างๆตามแต่โอกาส ผมว่าไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”ระหว่างเขากับชมพูนุชก็เหมือนกับบรรดาเพื่อนคนอื่นๆทั่วไปแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับตนแต่เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ในสิ่งนั้น
“แล้วแบบนี้ เมื่อไรจะมีเมียเป็ตัวเป็ตนสักทีหละตาภูแต่ถ้าจะเอาเมียชั่วคราวของแกแต่ละคนมาเป็เมียตกเมียแต่ง ป้ารับไม่ไหวหรอกนะแค่คิดก็จะเป็ลมแล้ว” หลานตัวดีนั่นเ้าชู้เหลือเกินมีผู้หญิงมาติดพันเปลี่ยนหน้าค่าตาไปไม่เคยซ้ำ
“ครับคุณป้า เื่นั้นคุณป้าไว้ใจผมเถอะครับ”ชายหนุ่มแทบขำออกมา เขาไม่เคยจะคิดจริงจังกับพวกผู้หญิงรักสนุกหรือเห็นแก่เงินของเขานั้นอยู่แล้วไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด
“อีนวลอยู่ไหน?อย่าให้เจอนะอีตัวดี แม่จะเล่นไม่เลี้ยงเลยคอยดู” จำปีคนใช้คนสนิทของคุณหญิงจอมสมรโมโหขึ้นมาเพราะตามหานวลอนงค์คนใช้อีกคนไม่เจอ เธอโดนคุณหญิงของบ้านดุมา เนื่องจากยังไม่ได้เตรียมชุดที่นางจะใส่ออกงานการกุศลเย็นนี้ให้เรียบร้อยจำปีเองก็สั่งการเื่นี้ให้นวลอนงค์ทำแล้วอีกต่อนึงแต่อีตัวดีก็ไม่ได้ทำตามที่นางสั่ง
นวลอนงค์กลับมาจากจ่ายตลาดด้วยเหงื่อโทรมกายเดินนำสิ่งของที่ซื้อมาวางไว้บนโต๊ะขนาดใหญ่กลางห้องครัว
“โอ๊ย ๆ พี่จำปีตีนวลทำไมจ๊ะ”จำปีพุ่งเข้าหาทันทีที่เจอตัว
“ก็เพราะมึงไงอีนวล กูเลยโดนคุณหญิงด่าแต่เช้ากูสั่งมึงว่าไงให้เตรียมชุดให้คุณหญิงใช่ไหม แล้วทำไมมึงยังไม่จัดการห้ะ”ปากพูดออกไปและมือไม้ก็ทุบตีนวลอนงค์ไม่หยุด
“โอ๊ยๆ พอแล้วจ้ะ นวลว่าจะทำให้หลังกลับจากจ่ายตลาดนะพี่จำปี”
“หน๋อย ไปเลยนะมึงถ้ากูโดนดุอีก มึงโดนดีแน่”จำปีพูดเสร็จก็เดินถือขนมเข้าไปในห้องของตนเพื่อดูซีรีย์ที่ตนเช่ามาจากร้านหน้าปากซอยต่อหน้าที่ในบ้านในส่วนของเธอ เธอผลักไสไปให้นวลอนงค์ทำทั้งหมดทำแค่เพียงปรนนิบัติพัดวีคุณหญิงของบ้านเพียงเท่านั้นเนื่องด้วยรู้ดีว่านวลอนงค์ไม่กล้าเอาเื่นี้ไปบอกคุณหญิงจอมสมรแน่นอน
นวลอนงค์จัดเตรียมเสื้อผ้าให้คุณหญิงเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินลงบันไดมายังชั้นล่างเพื่อไปล้างรถให้คุณจอมขวัญบุตรสาวคนเดียวของบ้านต่อนวลอนงค์อยู่ที่นี่กับมารดามาั้แ่เกิดก่อนที่มารดาจะเสียชีวิตจากเธอไปตอนนั้นเธออายุเพียง 15 ปีเท่านั้น เมื่อก่อนบ้านวิเศษพงศ์ร่ำรวยอู้ฟู่มีคนรับใช้ คนสวนรวมกันทั้งหมด 5คน แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วคุณผู้ชายของบ้านจากไปอย่างกะทันหันเพราะป่วยเป็โรคหัวใจวายฉับพลัน ส่งผลให้ตอนนี้ทั้งบ้านมีแค่คุณนายจอมสมรเ้าของบ้านคุณจอมขวัญบุตรสาวที่เพิ่งเรียนจบมาจากอังกฤษ พี่จำปีคนสนิทของคุณนายและคุณจอมขวัญและตนเองรวมทั้งหมด 4 คน
“นวลเดี๋ยวล้างรถฉันเรียบร้อยแล้วขึ้นไปหาฉันบนห้องด้วยนะ”สาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวแต่ดูดีสั่งงานคนใช้
“ค่ะ คุณขวัญ” นวลอนงค์รับคำก่อนไปทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง
“นวลแม่รักหนูนะลูกจำไว้นะคุณท่านมีพระคุณกับเราสองแม่ลูกมากนะจ๊ะหนูต้องรู้จักทดแทนบุญคุณของคุณๆเขานะลูก”
“จ๊ะแม่ ฮือ ฮือ นวลสัญญา”
สิ่งที่มารดาสั่งเสียไว้ก่อนตายนวลอนงค์จำได้ดี
เพราะบุญคุณของคุณท่านผู้ชายบ้านนี้คอยช่วยเหลือครอบครัวของเธอมาตลอดชาตินี้เลยตั้งใจขออยู่รับใช้บ้านวิเศษพงศ์ตลอดไป
“ถูกยึด นี่บ้านของเรากำลังจะถูกยึดอย่างนั้นเหรอคะ”
“ก็ใช่นะสิ เพราะแกคนเดียวใช้เงินอย่างกับกระดาษฉันถึงเป็หนี้ถ่วมหัวแบบนี้”
“เอ๊ะ คุณแม่ จะมาโทษขวัญคนเดียวได้ไงคะ อย่าคิดว่าขวัญไม่รู้นะว่าคุณแม่แอบเข้าบ่อนเสียเงินไปกับมันตั้งเท่าไร เมื่อไรจะเลิกสักทีหละคะ”
“โอ๊ย ฉันไม่ได้เข้าบ่อนตั้งนานแล้วยะ”จะไปได้อย่างไรเล่าเมื่อตอนนี้นางเองก็ติดหนี้บ่อนของเสี่ยพิชัยอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว พักนี้จึงพยายามเลี่ยงๆไม่ให้เจอหน้าเสี่ยอยู่
“แล้วเราจะทำอย่างไงกันล่ะคะทีนี้ โธ่! คุณแม่นะคุณแม่เราจะไปอยู่ไหนกันคะ”
“พอแล้วยัยขวัญ ฉันให้แกช่วยคิดหาวิธีนะไม่ได้ให้มาคอยพูดจาซ้ำเติมฉันแบบนี้”
ก๊อกๆ ๆ ถัดจากเสียงเคาะประตู นวลอนงค์เดินเข้ามาในห้องคุณหนูของบ้าน
“คุณขวัญมีอะไรให้นวลรับใช้คะ?”
“นวลเธอแยกผ้าที่ฉันไม่ใช้แล้วออกมาใส่ถุงนี้ให้หน่อย ฉันจะเอาไปบริจาค”สั่งงานสาวใช้แสนสวย
“แกนี่หน้าใหญ่จริงๆนะยัยขวัญ บ้านจะถูกยึดอยู่แล้วยังมีแก่ใจเอาเสื้อผ้าแพงๆแบบนี้ไปบริจาคอีก” คุณนายจอมสมรพูดจาประชดประชันบุตรสาวทันทีหมั่นไส้จริงๆ
“หน้าใหญ่ที่ไหนหละคุณแม่ ก็คุณแม่ของคุณนภัสนะสิคะจัดโครงงานเด็กยากไร้อะไรของเขาก็ไม่รู้ ขวัญเองก็ต้องมีส่วนร่วมหน่อยอยากได้ลูกชายเขามาเป็สามีทั้งที มันก็ต้องลงทุนกันหน่อยไม่ถูกหรือคะคุณแม่”ขึ้นชื่อว่าผู้ชายหากโดนมารยาร้อยเล่มเกวียนของเธอเข้าหน่อยรับรองไปไหนไม่รอดสักรายจอมขวัญยิ้มภูมิใจในความคิดเของตัวเองมองไปยังสาวน้อยที่กำลังพับเสื้อผ้าใส่ถุงบริจาคอย่างเรียบร้อย พิถีพิถัน
“ใช่สิ คุณแม่ขวัญคิดออกแล้วคะแปบนึงนะคะ”จอมขวัญะโอย่างเสียงดังก่อน ยกสมาร์ทโฟนมาแชทมือเป็ประวิง
“อะไรของแกยัยขวัญ คนกำลังเครียดๆ “
“คุณแม่คะ คุณแม่”
“จะเสียงดังอะไรหนักหนา อยู่ใกล้ๆกันแค่นี้”
“ก็เพื่อนขวัญที่อยู่เชียงรายนะสิคะบอกว่าพ่อเลี้ยงภูบดินทร์แก่ๆนั้น เ้าชู้จะตายใช้ผู้หญิงเปลืองกว่าถุงเท้าอีกคะเรามีทางรอดแล้วคุณแม่ขา”
“อะไร ฉันงงไปหมดแล้วเนี่ยะใครแก่พ่อเลี้ยงเขายังหนุ่มยังแน่นย่ะ”
“ช่างเถอะค่ะจะหนุ่มจะแก่เราก็หาผู้หญิงไปให้พ่อเลี้ยงสักคนสิคะ ถ้าเจอสวยๆ ดีๆ มีแต่จะรักจะหลงผัดผ่อนหนี้ให้เราดีไม่ดียกหนี้ให้เราทั้งหมดต่างหากหากไม่เป็ไปตามนั้นก็รอให้ขวัญได้แต่งงานกับคุณนภัสก่อนเถอะคะ เงินแค่ 10 ล้านขนหน้าแข่งคุณนภัสไม่ร่วงหรอก”
“ผู้หญิงเหรอ? จะไปหาที่ไหนหละใครมันจะไปยอม” หน้าตาคุณนายของบ้านยังคงกลัดกลุ้ม
“มีค่ะคุณแม่”จอมขวัญปลายตาไปมองสาวน้อยผู้โชคร้ายคนนั้น คุณนายจอมสมรจึงมองตามไปก่อนสองคนแม่ลูกจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขึ้นมาทันที
ห้องรับแขกบ้านวิเศษพงศ์
คุณนายจอมสมรนั่งคู่กับคุณจอมขวัญบนโซฟาหรูกำลังจ้องมองนวลอนงค์ที่นำชาและขนมมาเสิร์ฟใน่บ่าย
“นั่งลงก่อนสินวล คุณแม่มีเื่จะคุยกับเธอนะ”
“ค่ะ”หญิงสาวนั่งพับเพียบอย่างสวยงามลงบนพื้นบ้านเย็นๆ นำถาดที่ถืออยู่มาวางไว้บนตัก
“นวล เธอได้ยินแล้วใช่ไหมเื่ที่บ้านนี้กำลังจะโดนยึด”
“ค่ะ คุณนาย”
“บ้านนี้คุณพี่รักมากเลยนะเธอเองก็รู้ดีเขาสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงหากคุณพี่รู้ว่ามันกำลังจะตกไปเป็ของคนอื่นต้องเสียใจมากๆแน่” นวลอนงค์คิดตามด้วยความเป็คนที่ใสซื่อไม่ค่อยตามคนอื่นทัน นวลอนงค์เลยนั่งหน้าสลดเมื่อได้ยินความเช่นนั้น
“เธออยากช่วยฉันไหมนวล”นวลอนงค์มองหน้าคุณนายเ้าของบ้าน คนรับใช้ธรรมดา เรียนจบแค่ ม.6 อย่างเธอจะมีปัญญา มีเงินทองที่ไหนไปช่วยพวกเขาได้
“อยากช่วยค่ะคุณนายแต่....”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นหรอกแม่นวลเธอคงได้ยินแล้วว่าพ่อเลี้ยงเขาเ้าชู้ เปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยฉันอยากให้เธอไปเป็ผู้หญิงของเขา ออดอ้อนเขาหน่อย ให้เขาผัดผ่อนหนี้ให้ฉันสัก 6เดือนฉันสัญญานะเมื่อครบกำหนดฉันจะนำเงินไปคืนพ่อเลี้ยงและพาเธอกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”
“ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่พ่อของฉันเคยช่วยตา ยายและแม่ของเธอไว้เถอะนะนวล ช่วยฉันกับคุณแม่หน่อยหากที่นี้ถูกยึดจริงฉันกับคุณแม่รวมถึงตัวเธอด้วย ไม่รู้ต้องระเห็จไปอยู่ที่ไหนมันมืดมิดไปหมด” แสดงละครตีบทแตกทั้งแม่ทั้งลูก
“แล้วพ่อเลี้ยงจะยอมเหรอคะ” นวลอนงค์หวาดกลัวไม่น้อยเธอต้องเจอกับอะไรบ้างก็ไม่อาจคาดเดา
“เื่นั่นเธอไม่ต้องกลัวไปถึงเธอแค่ยื่นจดหมายให้เขาอ่านเท่านั้น หน้าที่ของเธอมีแค่นี้ทำได้ไหมแล้วพ่อเลี้ยงจะตอบรับหรือปฏิเสธนั่นก็เื่ของเขา”
“แล้วนวลต้องไปเมื่อไรคะ?”
“ขอบใจน้ำใจเธอจริงๆแม่นวล เธอไปเก็บของได้เลยพรุ่งนี้ฉันจะให้จอมขวัญไปส่งที่หมอชิต”
นวลอนงค์กลับมานอนร้องไห้ในห้องของเธอเงียบๆน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย แต่เสียงร้องไม่เล็ดลอดออกมาสักเล็กน้อย พรุ่งนี้แล้วที่ต้องจากสถานที่ที่อยู่มาั้แ่เกิดโดยไม่รู้เลยว่าการจากไปครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตของเธอนวลอนงค์เก็บข้าวของที่จำเป็เพียงแค่ไม่กี่ชิ้นและรูปถ่ายระหว่างเธอกับมารดาที่มีเพียงใบเดียวติดตัวเธอไปด้วย
"แม่ขาไปอยู่กับนวลนะ ฮือ ฮือคุ้มครองนวลด้วยนะจ้ะแม่"
“พ่อเลี้ยงครับคุณนายจอมสมรบอกว่าวันนี้จะส่งตัวแทนมาเจรจาประนอมหนี้กับเราครับ”คมกริชรายงานออกไปตามที่ได้คุยโทรศัพท์กับคุณนายจอมเ้าเล่ห์เมื่อสักครู่
“จะมาไม้ไหนอีกหละ ฉันไม่เจรจาอะไรทั้งนั้นบอกเขาไป”พ่อเลี้ยงไร่ชากลับไปสนใจงานที่กองอยู่บนโต๊ะตรงหน้าตัวเองต่อไม่ได้สนใจเลขาหนุ่มที่เหงื่อเริ่มแตกออกมาเล็กน้อย
“เออ...คือคุณนายโทรมาแจ้งว่าคนของเธอมาถึงแล้วครับแล้วผมก็สั่งให้นายเอกออกไปรับเธอที่ขนส่งแล้วด้วยอีกไม่ถึงชั่วโมงก็คงมาถึง เออ...เออผมขอโทษครับคุณภู”ทุกคนในไร่แห่งนี้จะเรียกภูบดินทร์ว่าพ่อเลี้ยงคมกริชเองก็เช่นกันแต่หากเมื่อใดที่ตนเริ่มทำให้เ้านายหนุ่มไม่พอใจขึ้นมาสรรพนามที่ใช้เรียกจะเปลี่ยนเป็โดยทันทีหากใครทำให้เ้าของไร่ผู้นี้โมโหได้แล้วละก็...ศพไม่สวยแน่นอน
“เอองั้นให้รีบเข้ามาก็แล้วกันอยากรู้นักว่าจะมาไม้ไหน”
“ผมสั่งให้นายเอกไปส่งเธอที่บ้านใหญ่นะครับคุณนายจอมสมรบอกผมมาอีกที ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ ... แฮ่ แฮ่...ผมขอโทษอีกครั้งครับคุณภู”ภูบดินทร์หนื่อยใจกับเลขาคนนี้ของเขาจริงๆ นี้ถ้ายืนอยู่ใกล้ๆนะจะแตะมันสักป้าบสองป้าบ ไม่ได้ดั่งใจอะไรจริงๆๆ...แล้วแบบนี้จะไปก่อเื่กับคุณป้าของเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้คงจะเ้าเล่ห์เหมือนคุณนายจอมสมรแน่ๆ
“สวัสดีค่ะ คุณมาพบใครคะ?”แววตา สาวใช้ไหว้ทักทายแขกผู้มาใหม่เห็นดังนั้นนวลอนงค์รีบวางกระเป๋าใบเก่าแล้วพนมไหว้ตอบกลับทันที
“พี่ไม่ต้องไหว้หรอกจ้ะ คือฉันชื่อนวลจ้ะ้ามาพบพ่อเลี้ยงภูบดินทร์”
“อ๋อ พ่อเลี้ยงไม่ได้อยู่ที่นี้หรอกค่ะ”หญิงสาวชาวกรุงเบิกตากว้างทันใด ก็ไหนลุงเอกที่ไปรับเธอที่ขนส่งบอกว่าเดี๋ยวจะมาส่งที่บ้านพ่อเลี้ยงของไร่แห่งนี้
“พ่อเลี้ยงไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอจ้ะ?” นวลอนงค์เริ่มมึนงงและใบหน้าเศร้าลงเล็กน้อย
“มีอะไรเหรอแม่แวว?”คุณเพียงจันทร์เมื่อเห็นสาวใช้ออกมานานแล้วจึงเดินออกมาดูด้วยอีกคนนางเห็นแววตากำลังยืนสนทนากับสาวสวยผิวพรรณดีอยู่หน้าประตูบ้าน
“คุณคนนี้เขามาหาพ่อเลี้ยงนะคะคุณเพียง”
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อนวลอนงค์ เป็คนของคุณนายจอมสมร้ามาพบพ่อเลี้ยงภูบดินทร์ค่ะ” แค่ได้ยินเสียงพูดกริยามารยาทท่าทางคุณเพียงจันทร์ก็เกิดเอ็นดูนวลอนงค์คนนี้ไม่น้อย
“เข้ามาในบ้านก่อนก็แล้วกัน มาคุยกันในบ้านเลิกงานพ่อเลี้ยงคงกลับมา”
ทั้งสามเดินเข้าไปในบ้านคุณเพียงจันทร์นั่งลงตรงที่ประจำของนางบนโซฟาหรูนำเข้าจากต่างประเทศแววตาก็เดินตามมานั่งบนพื้นใกล้ๆ ก่อนเริ่มบีบนวดให้ตามเดิมเมื่อคนสุดท้ายที่เดินช้าๆเข้ามาถึงในห้องรับแขกที่ตกแต่งได้อย่างสวยงามนวลอนงค์วางกระเป๋าลงบนพื้นช้าๆ แล้วนั่งลงใกล้กระเป๋าของตัวเองคุณเพียงจันทร์และแววตาใมาก ต่างหันกลับมามองหน้ากันทันที
“ขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะหนูเป็แขกของพ่อเลี้ยงนั่งบนพื้นแบบนั้นคงไม่ดีเท่าไร” นวลอนงค์เริ่มหน้าถอดสีเธอวางตัวไม่ถูกว่าควรทำตัวเช่นไรเลยตัดสินใจวางตัวเช่นเดิมเหมือนที่ผ่านๆมาเห็นจะดีที่สุด
“คือนวลเป็แค่คนใช้บ้านคุณนายจอมสมรคะมาที่นี่เพื่อนำจดหมายของคุณนายมาหมอบให้พ่อเลี้ยงเท่านั้นคะให้นั่งแบบนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ” นวลอนงค์บอกเล่าให้คุณเพียงจันทร์ทราบ แม้จะพูดออกไปไม่หมดก็ตามคุณเพียงจันทร์เองนึกชื่นชมในความใส ซื่อของแม่สาวชาวกรุงคนนี้ไม่ใช่น้อย
“ถ้าอย่างนั้นทำตัวตามสบายก็แล้วกันนะอยากได้อะไรก็ถามแววมัน ฉันขอตัวไปนอนพัก เอนหลังก่อนแววดูแม่หนูนี้ด้วยหละ”
“ค่ะ คุณเพียง”
ตลอดเวลาั้แ่บ่ายจรดเย็นนวลอนงค์ไม่นั่งอยู่เฉยคอยช่วยแววตาทำโน้นทำนี้ตลอดเวลา แววตาห้ามอย่างไรก็ไม่ยอมฟัง
“นวลไม่อยากรอพ่อเลี้ยงเฉยๆ จ้ะ ช่วยพี่แววไปด้วยรอพ่อเลี้ยงไปด้วยดีกว่าจะได้ไม่เบื่อ” นวลอนงค์ดีใจมากที่ได้ช่วยแววตาทำงานบ้านได้พูดคุยกัน ตอนอยู่ที่บ้านวิเศษพงศ์นั้นเธอไม่ได้พูดคุยเจรจาพาทีกับคนในบ้านสักเท่าไรนักคุณนายกับคุณจอมขวัญไม่ค่อยอยู่ติดบ้านพี่จำปีเองก็มักจะคลุกตัวอยู่ในห้องตลอดเวลาที่ผู้เป็เ้าของบ้านไม่อยู่สองสาวในครัวพูดจาเจื่ัอยแจ๋วกันตลอดการทำอาหารเย็น โดยคุณเพียงจันทร์นั้นแอบๆดูอยู่สักพักใหญ่แล้ว
มื้อเย็นบนโต๊ะอาหาร
“แม่หนูคนนั้นอยู่ไหนแล้วล่ะแม่แวว”
“ออ นวลล้างจานอยู่ในครัวเ้าค่ะคุณเพียง”แววพูดไปตักข้าวให้นายตัวเองไป
“ไปใช้แขก ให้ทำงานแบบนั่นได้ยังไงแม่แวว”
“แววเปล่านะคะ น้องนวลเขาอาสาช่วยแววเองบอกว่าไม่อยากรอพ่อเลี้ยงเฉยๆ”คุณเพียงจันทร์ได้ยินเื่ต่างๆจากปากแววตาก็นึกเอ็นดูแม่หนูคนนั้นขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวสักพักก็นึกถึงเ้าหลานชายขึ้นมาแล้วหงุดหงิด
“แวว ไปหยิบโทรศัพท์มาให้ฉันสิ พ่อตัวดีนัดแขกไว้แต่ตัวเองหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้ยังไม่ยอมกลับบ้านมาอีก”
********************
สวัสดีค่ะ Lantana/Pakakrong ขอฝากเนื้อฝากตัวในเว็บไซต์กวีบุ๊คด้วยค่ะ
ช่องทางการติดตามนิยายของไรท์ (MEB, ธัญวลัย, นิยายรัก, อุ๊คบี, Fictionlogและทางเเฟนเพจ : Lantana/Pakakrong)