ภายในส่วนรับรองของเรือพระที่นั่ง
ฉินอ๋องพาถางซือเซียนไปส่งที่หน้าห้องของนางก่อนทั้งคู่ไม่ได้แสดงอาการอ้อยอิ่งอะไรต่อกันแม้แต่น้อย ทว่าท่าทางสนิทสนมกลมเกลียวนั่นก็พาให้เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกอึดอัดใจอยู่ดีนางพยายามเก็บความรู้สึกจนเดินกลับถึงห้องพัก
ทันใดนั้นเองมู่เลี่ยงหรงมองหน้าซูจิ้งอย่างมีความหมาย สาวใช้ตัวน้อยจึงรีบหลบเข้าไปในห้องพักก่อน
“สะดวกสบายดีหรือไม่หากขาดเหลือสิ่งใดเจ้าสามารถบอกกับเราได้”
“ทุกอย่างดีกว่าที่หม่อมฉันคิดเอาไว้มากนักไม่รบกวนฉินอ๋องเพคะ”
“เสี่ยวเยว่ดูเจ้าไม่ค่อยชอบเซียนเอ๋อร์”
ใบหน้าก้มลงเล็กน้อยนางไม่อยากมองหน้าเขาอีกแม้แต่ครึ่งเค่อบุรุษใจร้ายยามอยู่ต่อหน้าสตรีอื่นเรียกนางว่าคุณหนูเยี่ยนแต่พอลับหลังกลับเรียกชื่อแทนตัวอย่างคนคุ้นเคยเสียอย่างนั้นเห็นทีเมื่อครู่เขาคงไม่อยากให้ถางซือเซียนไม่ชอบใจสินะ
“หม่อมฉันจะชอบหรือไม่ชอบนางก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับท่านอ๋องอยู่แล้ว”
“ใครว่ามันเป็นปัญหาสำหรับเรามากต่างหาก” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้“เราไม่อยากให้เจ้าเกลียดนาง”
“หากเป็นห่วงคุณหนูถางถึงเพียงนั้นเหตุใดท่านอ๋องไม่ขอนางมาเป็นหวางเฟยเสียเลยเล่า”
วาจาประชดประชันนั่นไม่ได้ทำให้อ๋องหนุ่มมีโทสะทว่ากลับเห็นเป็นคำหวานเสียมากกว่าทำให้อดที่จะยั่วยุให้นางปาไหน้ำส้มใส่เขาอีกไม่ได้
“เพราะไม่จำเป็นอีกอย่างนางก็ไม่ได้ต้องการตำแหน่งฉินหวางเฟย”
“พูดว่าไม่แต่การกระทำช่างสวนทางยิ่งนัก ผู้คนมากมายต่างร่ำลือว่านางคือ ‘เหมยเขียว ม้าไม่ไผ่’ กับท่านอ๋องหากพวกท่านมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกัน ก็ไม่เห็นต้องโกหกหม่อมฉันสักนิด”
มู่เลี่ยงหรงได้ยินดังนั้นกลับยกยิ้มแล้วขยับกายเข้าไปใกล้นางก้าวหนึ่ง เยี่ยนเยว่ฉีพลันถอยหนึ่งก้าวด้วยรู้สึกหวาดหวั่นหัวใจจนในที่สุดก็ไม่มีทางให้หนี แผ่นหลังของนางแนบสนิทไปกับผนังไม้
เมื่อเห็นกระต่ายน้อยจนมุมแขนทั้งสองข้างจึงยื่นออกมาเพื่อกักขังร่างนางเอาไว้เขาโน้มศีรษะลงมาจนใบหน้าราวรูปสลักเกือบชิดติดกับอีกฝ่ายลมหายใจร้อนราดรดผิวเนียนละเอียด ทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นถี่รัว
“ดูเหมือนเจ้ากำลังหึงข้าอยู่”เขาเอ่ยพลางเชยคางของนางขึ้น ดวงตาสีเข้มดั่งคืนเดือนดับจดจ้องสตรีเบื้องหน้าหญิงสาวรู้สึกราวกับตนเองกำลังถูกเขาดึงดูดไปยังหลุมลึกอันมืดมิดที่ไร้ซึ่งทางออก
“ไม่ใช่เสียหน่อย”เยี่ยนเยว่ฉีทำใจกล้าสบตากับเขาทั้งที่ความเป็นจริงหัวใจเต้นระทึกจนแทบทานทนไม่ไหว“หากหม่อมฉันพูดว่าไม่ต้องการเป็นหวางเฟยเช่นเดียวกับคุณหนูถางท่านอ๋องจะคิดเห็นว่าอย่างไร”
“นั่นไม่สำคัญตำแหน่งนี้เป็นของเจ้าไม่ใช่เพราะความพึงพอใจของผู้ใด” เสียงกระซิบนั้นช่างแหบพร่าร่างสูงขยับเข้ามาอีกเล็กน้อย “แต่เป็นเพราะเรา...ต้องการ”
“ถะ...ถ้าหม่อมฉันไม่เต็มใจ”
“จริงหรืองั้นเราขอพิสูจน์สักหน่อยคงไม่เป็นไรกระมัง” สิ้นอ๋องหนุ่มก็เบี่ยงศีรษะไปด้านข้างเล็กน้อยเป้าหมายของเขาคือใบหูอันอ่อนนุ่มของนางริมฝีหยักบางเผยอออกเล็กน้อยก่อนจะแตะลงบนจุดอ่อนไหวฟันขาวคมขบกัดลงไปอย่างมันเขี้ยว จากนั้นจึงค่อยปลอบประโลมด้วยลิ้นร้อนที่เกี่ยวกระหวัดดูดดึงอย่างเนิบนาบ
‘ใช่...ข้าต้องการให้เจ้าเจ็บ’
เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกเจ็บเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ติ่งหูกระแสปลาบแปลบลามแล่นลามไปทั่วกายร่างสั่นสะท้านไปกับสัมผัสอันวาบหวามที่เขามอบให้ นางรู้ซึ้งแล้วว่าไม่อาจต้านทานบุรุษผู้นี้ได้เลย
“เจ้าไม่เต็มใจจริงหรือเรากำลังบังคับฝืนใจเจ้ามากใช่หรือไม่”ริมฝีปากร้อนเคลื่อนมาประทับลงบนพวงแก้มสีชมพูอย่างแผ่วเบาก่อนจะกระซิบถามย้ำนางอีกครั้ง “บอกมาสิ...เสี่ยวเยว่”
“มะ...ไม่เพคะ”นางละล่ำละลัก ซ้ำใบหน้างดงามก็แดงระเรื่อถึงใบหู
“ไม่เต็มใจหรือ”
“ไม่ใช่เพคะ”แรงที่มีกำลังจะหดหาย เยี่ยนเยว่ฉีรู้สึกว่าตนเองกำลังจะเป็นลม
มู่เลี่ยงหรงสบนัยน์ตาหวานซึ้งของนางพร้อมๆ กับหัวเราะเสียงเบาออกมา ก่อนจะใช้นิ้วเรียวลูบไล้ไปบนริมฝีปากอิ่มงามเล่น
“เด็กดื้ออย่าได้พูดว่าไม่ต้องการเราอีกเป็นครั้งที่สอง”
“เยว่ฉีไม่กล้าอีกแล้วเพคะ”
“เช่นนั้น...เจ้าคงกำหนดฤกษ์แต่งงานของเราทั้งสองได้แล้วกระมัง”
“ยัง...ยังไม่ได้เพคะ”
“เจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่จะแต่งหรือไม่แต่ง” มู่เลี่ยงหรงผละออกจากอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงขึ้นถ้านางชอบเขาจะประวิงเวลาไปอีกเพื่อสิ่งใดอย่างไรเสียก็ต้องใช้เวลาเตรียมงานวิวาห์อีกเป็นแรมเดือนหากยังชักช้าไม่รู้ว่าเขาจะได้นางมาครอบครองเมื่อไร
“ท่านอ๋องอย่าเพิ่งมีโทสะเยว่ฉีไม่ได้เป็นผู้กำหนดฤกษ์”
“หือ...งั้นก็พูดมาให้เราเข้าใจ”
“ความจริงหลังวันเทศกาลหยวนเซียว เยว่ฉีได้หารือกับพี่รองแล้ว เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลาเพคะ”
“แล้วเขาไม่บอกหรือว่าเมื่อใด”
“ไม่เพคะพี่ชายของหม่อมฉันปกติไม่ชอบอธิบายอะไรยืดยาว หากเขาบอกว่าได้ก็คือได้ถ้าบอกว่าให้รอทุกคนก็จะต้องรอ”
“แม้แต่ท่านกั๋วกงก็ต้องรอลูกชายสั่งงั้นหรือ”
“ย่อมไม่ใช่เช่นนั้นแต่หากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับคำทำนาย รวมไปถึงคำเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆคนในตระกูลล้วนต้องให้ความสำคัญกับคำพูดของพี่รองมิเช่นนั้นอาจจะต้องเสียใจในภายหลัง”
“เหลวไหล!”
“ท่านอ๋องโปรดอย่าดูเบาพี่ชายของหม่อมฉันไม่เคยผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว”
“หึ! งั้นข้าขอถาม เคยมีคนไม่เชื่อเขาบ้างหรือไม่”
“ย่อมมีอยู่แล้วเพคะ”
“แล้วคนเหล่านั้นเป็นอย่างไร”
“บ้างก็ประสบปัญหาหนักพิกลพิการ แต่ส่วนใหญ่ล้วนตายไปหมดแล้ว”
“...”มู่เลี่ยงหรงถึงกับสะอึก