“กลับมาแล้วจ้า” เสียงหวานสดใสของใครบางคนเอ่ยขึ้นขณะเปิดประตูห้องเข้ามาหญิงสาวร่างบางหอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือเดินเข้ามาในห้องอย่างทุลักทุเล ดึงความสนใจจากชายหนุ่มที่กำลังนั่งวาดรูปเล่นอยู่ที่โซฟา
“เป็ไงบ้าง สนุกไหม?” ไทม์วางสมุดวาดรูปลงแล้วเดินเข้าไปหาแฟนสาวเขาจุ๊บหน้าผากเธอด้วยความคิดถึงก่อนจะช่วยถือของไปวางไว้บนโต๊ะกินข้าวธารายิ้มออกมาน้อยๆ ด้วยความรักใคร่
“สนุก! ได้ไปช่วยพ่อกับแม่เก็บข้าวโพดที่ไร่ด้วยแหละหวานมาก! แม่บอกให้เอามาฝากไทม์เยอะๆ อยู่ถุงไหนนะอ้อนี่! ถุงนี้” ธาราพูดเจื้อยแจ้วน้ำเสียงตื่นเต้นมือเล็กๆ ยกถุงข้าวโพดดิบห่อใหญ่ขึ้นมาให้แฟนหนุ่มดูด้วยสีหน้าชื่นมื่นมีความสุข
“ฝากขอบคุณแม่ด้วยนะ” ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆ แล้วจุ๊บริมฝีปากที่พูดไม่หยุดนั้นด้วยความหมั่นเขี้ยว
“จ้า เฮ้อ! พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานต่อสินะ” ธาราถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย วันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านไปเร็วเสียจริงแป๊บเดียวก็วันจันทร์แค่นึกถึงก็หมดแรงแล้ว เฮ้อ!
แต่ถ้าไม่ทำแล้วเธอจะเอาอะไรกินล่ะในโลกแห่งทุนนิยมที่ต้องดิ้นรนกัดฟันเอาตัวรอดเงินยังคงเป็ปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตธาราเรียนนจบด้านภาษามาเธอทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งรายได้ไม่สูงมากแต่ก็พออยู่ได้ส่วนไทม์เรียนจบมาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ตอนนี้เขาทำงานเป็พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารได้เงินเดือนเป็ค่าแรงขั้นต่ำอยู่แบบเดือนชนเดือนแม้จะลำบากแต่ก็ไม่เดือดร้อน เพราะเขาเลือกมาเส้นทางนี้เอง
ทั้งสองอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์เล็กๆแห่งนี้ด้วยกันั้แ่จบมหาวิทยาลัยแล้ว พวกเขาเอาชีวิตรอดในแต่ละเดือนด้วยความมัธยัสถ์ถึงแม้จะมีบาง่ที่การเงินฝืดเคือง แต่คนทั้งสองก็ยังคอยมอบกำลังใจจับมือกันฝ่าฟันความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน
ยังไม่ทันที่ธาราจะได้บ่นไปมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์เรียกเข้ามือถือของไทม์พลันดังขัดบทสนทนาขึ้นมาเสียก่อน
“ครับแม่” ไทม์รับสายเปิดลำโพง วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ เขาหยิบสมุดวาดรูปที่วาดค้างไว้ก่อนหน้านี้มาวาดต่อและคุยกับแม่ในเวลาเดียวกัน ส่วนธาราก็จัดการเก็บข้าวของเข้าตู้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆนี่เป็ภาพชินตาทุกวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่แล้วที่แม่ของไทม์โทรมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของลูกชายและแฟนสาว
หลังจากที่แม่ของไทม์ได้ชวนคุยเื่สัพเพเหระไปเล็กน้อยแล้ว อยู่ๆน้ำเสียงของแม่กลับเริ่มดูจริงจังขึ้นมาพร้อมด้วยกับการถามคำถามหนึ่ง
“ไทม์จะเปลี่ยนงานตอนไหนลูก?”
“ทำไมเหรอ?” ไทม์ถามกลับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง มือยังคงจดจ่อกับการวาดรูปเช่นเดิม
“ลูกคงจะไม่เป็เด็กเสิร์ฟแบบนี้ไปตลอดชีวิตหรอกใช่ไหม?ทำไมไม่หางานที่มันดูมั่นคงกว่านี้บ้างอย่างงานบริษัท อีกหน่อยก็จะสร้างครอบครัวกันแล้ว”ธาราที่ยุ่งง่วนกับการปอกข้าวโพดถึงกับชะงักไป สมาธิของเธอย้ายมาจดจ่อกับการฟังบทสนทนาระหว่างสองแม่ลูก
“ก็ผมไม่ชอบทำงานกับคนอื่น งานบริษัทมันกดดันกว่านี้เยอะ”ไทม์ยังคงก้มหน้าก้มตาวาดรูปเช่นเดิม แต่ถ้าสังเกตให้ดีจังหวะการลากเส้นของเขากลับเริ่มไม่เป็ธรรมชาติ
“แล้ววาดการ์ตูนเป็ยังไงบ้างแล้วล่ะ ได้ลองขายดูยัง?” คำถามของแม่เริ่มรุกล้ำเข้ามามากขึ้น
“ผมอยากพัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้ก่อน” น้ำเสียงของไทม์ดูสั่นเครือดวงตาแข็งกร้าวขึ้น มือกำดินสอในมือแน่น เขากดลงน้ำหนักมันลงไปบนกระดาษจนเกิดเป็ร่องทางยาวภาพต้นไม้สูงสง่าเริ่มถูกแต่งเติมด้วยกิ่งก้านอันบิดเบี้ยวจนกลายสภาพเป็ภาพสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดแทน
“ไทม์...ไม่รู้สิ แม่ขอพูดตรงๆ นะ แม่ว่าอาชีพนักวาดการ์ตูนมันไปไม่รอดหรอก ในประเทศเรามันไม่ค่อยมีคนอ่านแม่ไม่เคยเห็นนักเขียนการ์ตูนคนไทยคนไหนรวยเลย” คำพูดของแม่ทำให้คนที่อยู่นอกบทสนทนาอย่างธาราถึงกับตาเบิกกว้างเธอหันไปมองแฟนหนุ่มทันที
“...” ไทม์ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา เขาโยนดินสอในมือทิ้งก่อนจะทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ แววตาคู่นั้นดูเป็ประกายวาวโรจน์ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดจนสันกรามนูนเด่นชัด
“ยอมรับโลกแห่งความเป็จริงนี้เถอะลูกแล้วจริงจังกับชีวิตให้มันมากกว่านี้” ขนาดคนนอกอย่างธาราเองก็ถึงกับสะอึกไปเมื่อได้ยินคำพูดของแม่แล้วคนที่โดนเต็มๆ อย่างไทม์ล่ะ?
“...ครับ”ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะตอบมารดาเสียงแ่เบา
แม่และลูกชายพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะวางสายไป ธาราวางทุกอย่างในมือลงแล้วเดินไปหาแฟนหนุ่มพร้อมกับมอบอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นให้เขา
“โอเคไหม?” เธอถามคนรักด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“ไม่เท่าไหร่” ทั้งคำพูด สีหน้า และแววตาของเขาสะท้อนความรู้สึกอึดอัดนี้ได้อย่างชัดเจน
“ที่แม่พูดแบบนั้นคงเพราะเป็ห่วง ไม่เป็ไรนะ”หญิงสาวกระชับอ้อมแขนให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอเข้าใจดีว่า ผู้ใหญ่หลายคนหวังดีเพียงแต่วิธีการสื่อสารอาจจะไม่ถูกใจคนฟังนัก
“ไม่เข้าใจว่า การที่เราชอบวาดรูป มันเป็เื่ที่ดูไร้อนาคตขนาดนั้นเลยเหรอ?”ไทม์ขมวดคิ้วมุ่น ทำไมคนเราถึงเลือกทำในสิ่งที่ชอบไม่ได้ จำเป็ที่จะต้องกักขังตัวเองกับคำว่า‘เป็ไปไม่ได้’ ด้วยเหรอ?
“แต่สำหรับเราแล้ว มันน่าอิจฉามากกว่าเสียอีก ที่เธอมีสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ถนัดเป็สิ่งเดียวกันเหลือแค่พิสูจน์ให้คนเห็นความสำเร็จเท่านั้น ไม่จำเป็ต้องเก็บเอาคำสบประมาทมาบั่นทอนจิตใจนะ”ธาราเอ่ยขึ้นมาจากความรู้สึกจากใจ นี่เป็คำแนะนำที่ดีที่สุดที่เธอให้เขาได้
“แล้วแม่จะได้เห็น!” ไทม์ประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแน่วแน่สองมือกำหมัดแน่น
สำหรับธาราแล้ว ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหนเธอก็พร้อมที่จะตามไปยืนเคียงข้างกายเขาเสมอจะต่อสู้อุปสรรคไปด้วยกันจนกว่าจะถึงเส้นชัย
ทุกวันหลังเลิกงาน ไทม์หมกตัวอยู่แต่ในห้องง่วนอยู่กับการเขียนพล็อตและวาดการ์ตูนอย่างตั้งอกตั้งใจโดยมีแฟนสาวทำอาหารเย็นมาเสิร์ฟถึงโต๊ะ เธอนั่งทำงานของตนเองอยู่ข้างๆบางครั้งก็ทำงานบ้านวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเขาไม่ห่างไปไหน คอยเติมกำลังใจของเขาให้เต็มเปี่ยมตลอดเวลาเพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนรัก
แต่ดูเหมือนว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจของเขานั้นอาจจะมากล้นเกินไปไทม์วาดการ์ตูนทั้งคืนแทบไม่มี่หยุดพัก กว่าจะเข้านอนก็ดึกดื่น วันหยุดก็นั่งก้มหน้าก้มตาวาดรูปทั้งวันไม่ยอมออกไปไหนทำให้ธาราอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้
“เย็นนี้เราออกไปสูดอากาศข้างนอกกันไหม? จะได้พักสมองพักสายตาบ้าง” หญิงสาวเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มจากทางด้านหลังพร้อมกับหอมแก้มคนรักหนึ่งฟอดชายหนุ่มหันมาหอมคืน ริมฝีปากของเขายกยิ้มบางๆ
“ไม่เป็ไร เรายังไหวอยู่ ไม่อยากเสียจังหวะน่ะ” ไทม์หันกลับไปวาดงานตรงหน้าต่อในเวลานี้เขายังมีไฟอยู่เต็มเปี่ยม จึงไม่อยากเสียโอกาสที่จะปล่อยพลังให้มากที่สุด
“โธ่ พ่อหนุ่มน้อย ทำไมขยันขนาดนี้” ธาราลูบศีรษะคนรักเบาๆด้วยความเอ็นดู ั้แ่คบกันมาได้ 5 ปี เวลาว่างไม่มีอะไรทำ เขาก็มักจะนั่งวาดรูปเล่นแก้เบื่อแต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป เธอไม่เคยเห็นเขาจริงจังขนาดนี้มาก่อน
“เราจะเป็นักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียงให้ได้ต่อไปเธอจะไม่ต้องมาลำบากแบบนี้อีกแล้ว” ไทม์เอื้อมมือมากอบกุมมือนุ่มนวลของหญิงสาวพร้อมกับหันไปสบตาเธอด้วยความรักนักวาดการ์ตูนเป็อาชีพในฝันของไทม์มาั้แ่เด็กๆ แล้ว เพียงแต่พอเติบโตขึ้นมาสภาพแวดล้อมทางสังคมทำให้เขากลัวและเริ่มลังเลใจในความสามารถของตนเองการเลือกเส้นทางชีวิตจึงไม่ใช่เื่ที่ง่ายเลย
คำพูดของแม่ในวันนั้นจึงเป็จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาได้รู้แล้วว่าเป้าหมายชีวิตของตนคืออะไร แม้เส้นทางนี้จะถูกแขวนอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงมากมายเพียงใดแต่เขามั่นใจว่า ถ้าเราได้ทำเต็มที่สุดๆ แล้ว อย่างน้อยมันก็ต้องได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้างล่ะ
เส้นทางแห่งความมุมานะของไทม์ยังคงวนเวียนเป็กิจวัตรประจำวันเช่นนี้ไปเรื่อยๆนอกจากจะวาดรูปวางพล็อตเื่แล้ว เขายังต้องค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมอีกหลายอย่างเพื่อความถูกต้องและสมจริงของเนื้อเื่ศึกษาแนวทางการวาดจากศิลปินชื่อดังหลายๆ คน และอะไรอีกมากมายที่เขาต้องจัดการ ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกท้อแท้ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกสนุกและดำดิ่งไปกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยที่ไทม์ไม่รู้ตัวเลยว่า...ระยะห่างระหว่างตัวเขาและธารากำลังไกลออกไปเรื่อยๆเช่นกัน
+++++++++++++++++++++
มาแล้วจ้า นิยายเบาๆ ผ่อนคลาย แต่เปิดมาซะเครียดเลย5555
รอติดตามตอนต่อไปวันจันทร์หน้านะคะLove <3