ตอนที่ 23: คณบดีมาถึงแล้ว
“นี่..... ” ซูหวายจื้ออึ้งไป
ตอนแรกฟางฉิงเสวี่ย บัณฑิตของสำนักศึกษา ตอนนี้ก็มาเป็เฉินจิ้นเป่ยอาจารย์ของสำนักศึกษา นี่....เขาจะวางตัวเยี่ยงไร ?
เมื่อคิดถึงผู้มีจิตใจใฝ่วรรณกรรมที่มาเรียกเขาว่าอาจารย์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุก
หลินอี้มองไปที่ซูหวายจื้อและพูดขึ้น “นี่ถือว่าเป็เื่ที่ดี”
ตอนแรกเขาคิดจะหาเงินสักก้อนให้กับซูหวายจื้อเพื่อให้เขาไปหาภรรยาสักคน แต่ตอนนี้ดูเหมือน....
ซูหวายจื้อไม่จำเป็ที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
สำนักศึกษาผิงโจวคือที่ที่ดี เขาจะได้ฝึกฝนโดยไม่ต้องกังวล
ซูหวายจื้อพยักหน้าและพูดขึ้น “ได้ ! ”
เฉินจิ้นเป่ยป้องมือคำนับและพูดขึ้น“ถือเป็โชคดีของเหล่าบัณฑิตที่สำนักศึกษาผิงโจวมีอาจารย์เช่นท่านซูสั่งสอน ! ”
คนที่สั่งสอนให้หลินอี้มาถึงจุดนี้ได้ ยังจำเป็ต้องกังวลเื่ความรู้อยู่อีกรึ ?
เขาถือว่าสร้างผลงานให้กับสำนักศึกษาผิงโจวอย่างมาก
ไม่ใช่แค่ได้อาคมลัทธิเต๋ากลับมา แต่ยังได้อัจฉริยะที่น่าใ รวมถึง...อาจารย์ที่สั่งสอนอัจฉริยะเช่นนี้ขึ้นมาด้วย
โชค 3 ประการ !
เมื่อเห็นแบบนั้นเหล่าพ่อค้าต่างก็อึ้ง
ปัญญาชนจน ๆ กลับกลายเป็อาจารย์ของสำนักศึกษารึ ?
พวกเขาทำอะไรลงไป ?
หากพวกเขายังรักษาความสัมพันธ์กับซูหวายจื้อเอาไว้มันคงถือเป็โอกาสที่ดีสำหรับพวกเขา
“ไปกันเถอะ ! ”หลินอี้เก็บสัมภาระของซูหวายจื้อและคิดจะมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาผิงโจวพร้อมเฉินจิ้นเป่ย
ซูหวายจื้อได้พูดขึ้นมา “มีบางอย่างที่ต้องจัดการที่สถานศึกษาก่อน เสี่ยวอี้เ้าไปกับข้า ”
“ได้ ! ” หลินอี้พยักหน้าและหันไปบอกกับเฉินจิ้นเป่ย“อาจารย์เฉิน รอที่นี่สักครู่.... ”
“ได้ ! ” เฉินจิ้นเป่ยพยักหน้าและพูดขึ้น “แต่อย่าคิดเื่หลบหนีเ้ากับท่านซูน่ะต้องเข้าร่วมสำนักศึกษาผิงโจว ! ”
เขายิ้มออกมา
“ .... ” หลินอี้ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาและเดินตามซูหวายจื้อไปยังสถานศึกษาคนที่มามุงพากันเปิดทางให้
“หลินอี้ ลูกสาวข้า.... ”
“ข้าไม่สน ! ”
พวกพ่อค้าอยากเสนอตัวลูกสาวตัวเอง แต่ทันทีที่เปิดปากหลินอี้ก็ทำให้พวกเขาหุบปากกันไปทันที
....
ตอนที่หลินอี้และซูหวายจื้อเข้ามาในสถานศึกษาเพื่อเก็บของชายชราในชุดบัณฑิตก็โผล่มาด้านหน้าเหล่าพ่อค้าทั้งหลาย
มันมีพ่อค้าหาบเร่หลายคนตามท้องถนนที่อยู่รอบ ๆ แต่ไม่มีใครเห็นชายชราคนนี้เลยเขาราวกับว่าไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้
ชายชราคนนี้คือเจิ้งจือชิว คณบดีสำนักศึกษาผิงโจว
ด้วยระดับวรรณกรรมของเขาตอนนี้แล้ว คนที่ไม่มีจิตใจใฝ่วรรณกรรมนั้นไม่อาจจะมองเห็นเขาได้นอกซะจากว่าเขาอยากให้คนอื่นเห็น
“นักพรตน้อยซ่อนอยู่ในหุบเขา นักพรตเก่าแก่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองผู้าุโผู้นี้....คือนักพรตผู้ยิ่งใหญ่ ! ” เจิ้งจือชิวแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมาแต่ไม่นานเขาก็ต้องคิ้วขมวด“แม้ว่าผู้าุโจะแอบเก็บตัวอยู่ที่นี่ แต่ก็ยากที่จะหาตัวเขาพบ... ”
ภายใต้การนำทางของความชอบธรรมแห่งห้าวหลาน เขาจึงรับรู้ได้แค่ทิศทาง แต่หากจะให้เจาะจงตัวคนแล้วมันยากอย่างมาก นอกซะจากว่าอีกฝ่ายจะแสดงความชอบธรรมแห่งห้าวหลานอีกครั้ง
“อาจารย์จากสำนักศึกษาข้าอยู่ที่นี่รึ ? ดี ดี... ” เจิ้งจือชิวมองไปทางสถานศึกษาและรับรู้ได้ถึงพลังแห่งวรรณกรรมดังนั้นเขาจึงรู้ว่าอาจารย์จากสำนักศึกษาเขาอยู่ที่นี่ด้วย
เขาก้าวออกไป ก่อนจะหายตัวไปปรากฏตัวด้านนอกสถานศึกษา
“อาจารย์เฉินรึ ? ” เจิ้งจือชิวจำเฉินจิ้นเป่ยได้ทันทีที่เห็น
เฉินจิ้นเป่ยชะงัก เมื่อเขาเห็นคณบดี เขาก็ใ เขารีบโค้งให้และทำความเคารพ “เฉินจิ้นเป่ยคำนับคณบดี ! ”
เขาใ เขาไม่คิดเลยว่าคณบดีจะลงจากเขามายังเมืองต้าซิงเพื่อคนคนเดียว
ดูเหมือนว่าข่าวความชอบธรรมแห่งห้าวหลานของหลินอี้นั้นจะทำให้คณบดีตื่นตัว
ไม่รู้ว่าคณบดีสำนักศึกษาจวินจี๋และสำนักศึกษาฉิงปิงจะรับรู้ถึงพลังนี้และมาที่นี่รึไม่
หากพวกนั้นมาแล้ว...หลินอี้อาจจะโดนแย่งตัวไปก็ได้ !
แต่ตอนนั้นเอง เฉินจิ้นเป่ยก็เห็นท่าทีผิดปกติของคณบดีเขาได้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “คณบดี ทำไมท่านถึงใส่ชุดบัณฑิต ? ”
เจิ้งจือชิวพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ามาหาผู้าุโที่เมตตาต่อสำนักศึกษาเราต่อหน้าเขาแล้ว ข้าไม่ต่างจากศิษย์ ! ”
เฉินจิ้นเป่ยอึ้ง
ในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้กลับมีคนที่คณบดีมองว่าตนเองนั้นเป็เพียงศิษย์ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็ถึงสุภาพชนระดับ4 รึ ?
เจิ้งจือชิวถามขึ้นมา “เ้ามาทำอะไรที่นี่ ? เ้าได้อาคมลัทธิเต๋าที่หายไปกลับคืนมารึยัง? ”
เฉินจิ้นเป่ยเอาอาคมลัทธิเต๋าออกมาจากแขนเสื้อ “ได้กลับมาแล้ว ! ”
“เร็วขนาดนี้เลยรึ ? ”เจิ้งจือชิวอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเฉินจิ้นเป่ยด้วยสีหน้าชื่นชมเขามองไปยังอาคมลัทธิเต๋าก่อนจะพยักหน้า “เ้าทำได้ดี หลังจากที่กลับไปยังสำนักศึกษาข้าจะให้เ้าเรียนคัดอักษร ! ”
เฉินจิ้นเป่ยยินดีขึ้นมา “ขอบคุณคณบดี ! ”
“คณบดี ยังมีอีกเื่... ”
เฉินจิ้นเป่ยข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้และวางแผนจะบอกคณบดีเื่กวีที่สลักในสำนักศึกษา
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ เจิ้งจือชิวก็โบกมือและพูดขึ้น “เื่อื่นเอาไว้ก่อนตามข้าไปหาผู้าุโ นี่คือเื่ที่สำคัญที่สุด ! ”
“คณบดี สิ่งที่ข้าอยากจะบอกนั้น... ”
“เมื่อพบตัวผู้าุโ ไม่ว่าเ้ามีอะไรจะพูด ข้าจะฟังเ้าเอง แต่ตอนนี้ยังก่อน ! ”
ตอนนี้ในใจเจิ้งจือชิวมีแต่ ‘ผู้าุโ’
“ขอรับ ! ” เฉินจิ้นเป่ยถอนหายใจในใจเขาคิดว่าเื่หลินอี้ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ เลย !
นี่คือคนที่พาสำนักศึกษาผิงโจวได้เข้าร่วมกับสถานศักดิ์สิทธิ์อัจฉริยะที่ไร้คนเทียบที่ให้คำตอบที่สมบูรณ์แบบกับคณบดีสถานศักดิ์สิทธิ์
เฉินจิ้นเป่ยถามขึ้นมา “คณบดี ผู้าุโอยู่ที่ไหนกัน ? ”
“ข้าเองก็ไม่รู้ ! ”เจิ้งจือชิวส่ายหน้าด้วยท่าทีหดหู่ใจแต่จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง“ผู้าุโท่านนี่มีฝีมือยอดเยี่ยม หากเราหาเขาพบ มันจะเป็โอกาสที่ดีแน่ ๆ !”
“ผู้าุโเป็คนแบบไหนกัน ? เมืองนี้ไม่ใด้ใหญ่นัก มันไม่ยากที่จะหาใคร... ”เฉินจิ้นเป่ยคิดว่ามันไม่ยาก เขาเริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
เขาโชคดีจริง ๆ
ตอนแรกก็ได้ตัวหลินอี้ อัจฉริยะที่ไร้ผู้เทียบเทียม ตอนนี้ยังมีโชคอีกรอบเขานี่มันโชคดีจริง ๆ !
“ข้าไม่รู้จักหน้าตาเขา แต่รู้ว่าเขาต้องแก่มากแน่ ๆ ! ” เจิ้งจือชิวคิดกับตัวเองว่าผู้าุโผู้นี้ต้องแก่กว่าเขาประเด็นสำคัญคืออีกฝ่ายเขียนกวีบนจารึกได้โดดเด่นขนาดนี้
ูเาหนังสือมีเส้นทาง ความหมั่นเพียรคือหนทาง ทะเลความรู้ไร้ที่สิ้นสุด ความบากบั่นคือนาวาท่องไป
นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนหนุ่มสาวทั่วไปจะเข้าใจได้
“ได้ คณบดี ข้าจะเข้าไปบอกกับพวกเขาก่อน... ” เฉินจิ้นเป่ยชี้ไปที่สถานศึกษาเขาคิดจะเข้าไปเพื่อบอกหลินอี้กับซูหวายจื้อให้รออยู่ที่นี่
แต่คณบดีก็ออกปากเร่ง “เ้ามีหลายอย่างต้องทำ เ้าจะไปเข้าไปทำอะไรในสถานศึกษา...”
เขายังพูดไม่ทันจบ
พลังผันผวนก็ก่อตัวขึ้นมา เจิ้งจือชิวตาเป็ประกาย เขาได้หันไปบอกกับเฉินจิ้นเป่ย“ข้ารับรู้ได้ถึงคลื่นพลังเล็กน้อย เข้าไปดูกันเถอะ..เ้าค่อยตามมาภายหลัง ! ”
“ขอรับ... ” เฉินจิ้นเป่ยเพิ่งจะอ้าปากพูด แต่คณบดีกลับหายตัวไปแล้ว
นี่เป็ครั้งแรกที่เฉินจิ้นเป่ยเห็นคณบดีกังวลเช่นนี้
“ไม่รู้ว่าผู้าุโที่คณบดีไปหานั้นจะเมตตาสำนักศึกษาเรารึไม่ ? ”เฉินจิ้นเป่ยสงสัยในตัวตนของผู้าุโขึ้นมา
....
ในเวลาเดียวกัน
ที่บ้านตระกูลซูในเมืองต้าซิงได้ทำการรับแขก ตัวตนของแขกผู้นี้ไม่ธรรมดา
เขาใส่ชุดบัณฑิตสีดำปักคำว่า ‘จวินจี๋’ ไว้ที่อกซ้ายของชุดเขาคือคณบดีสำนักศึกษาจวินจี๋ที่มาจากเมืองหลวงของเขตหนานซิง เหอเหวยจวิน
“คณบดี ? ”
เมื่อรับรู้ได้ถึงพลังที่ผันผวนซูหลี่เหรินก็เดินมาที่ประตูบ้านและพบกับเหอเหวยจวิน
เขาใจสั่น !
มีเื่อะไรที่ทำให้คณบดีมาที่นี่ด้วยตัวเอง ? รึว่า...เขาได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมการชุมนุมศักดิ์สิทธิ์ในปีหน้ากัน?
ตระกูลซูรีบทำการต้อนรับและเชิญคณบดีเข้ามาในบ้านทันที
หลังจากที่เหอเหวยจวินมาที่เมืองต้าซิงเขาก็พบว่าความชอบธรรมที่น่าใน่ะหายไปแล้วมันไม่ง่ายเลยที่จะหาตัวผู้าุโท่านนั้น หากเขาใช้พลังในการค้นหานั้นย่อมเป็การดูิ่ผู้าุโ
บังเอิญว่าเขารับรู้ได้ถึงพลังแห่งวรรณกรรมที่มีต้นกำเนิดของสำนักศึกษาจวินจี๋ดังนั้นเขาจึงมาที่นี่
ไม่คิดเลยว่า...ที่นี่กลับเป็บ้านของซูหลี่เหริน อัจฉริยะที่เขาตั้งความหวังว่าอย่างสูง
อัจฉริยะ !
เหอเหว่ยจวินมองไปที่ซูหลี่เหรินและยิ้มออกมา แต่อยู่ ๆ เขาก็เบิกตากว้างเขาโผล่มาตรงหน้าซูหลี่เหรินและแสดงท่าทีหงุดหงิดออกมา “เ้าาเ็มารึ ?ใครทำร้ายเ้า ? ”
ในหนานซิง มีใครกล้าทำร้ายศิษย์สำนักศึกษาจวินจี๋ ?
หาที่ตาย !