บทที่ 24 เข้าทางบิดา
ดวงตาเหนื่อยล้าของหูจ้วงเผยแปรเปลี่ยนเป็ความโมโหชุดใหญ่ พร้อมกับการโยนกระดาษแผ่นนั้นเข้ากองไฟ “โอ๊ย ผิดๆ ผิดแล้ว เขียนขั้นตอนเช่นนี้ได้อย่างไร อ่านไม่รู้ความ อาหารจะรสชาติได้เื่หรือ ขอข้าทดลองชิม” พ่อครัวหูตักน้ำแกงในมือจูจูขึ้นจรดริมฝีปาก “ไม่ได้เื่ ทำใหม่เถิดคุณหนู ข้าสอนสั่งเอง”
“เ้าค่ะ” ไป๋ลี่เฟยตอบพลางนำมีดที่พ่อครัวหูส่งให้ มาถือไว้ในมือ บ่าวในครัวที่เห็นพ่อครัวใหญ่อาละวาด ล้วนถอยหนีไม่นำตัวไปเสี่ยงรับแรงโทสะ
“เื่ในจดหมายจริงหรือไม่” หูจ้วงเผยกระซิบถามเสียงเบา นำเขียงมาสับหมูไปด้วย เพื่อพรางเสียงพูดคุย แม้จะขยายปราณการได้ยินการมีเสียงรบกวนนี้ จะทำให้จับต้นชนปลายลำบาก
ไป๋ลี่เฟยพยักหน้ารับ แท้จริงแล้วในกระดาษเขียนว่า ‘บิดาของท่านปลอดภัย อยู่กับข้า’ หลังจากนั้นเป็ลายมือของหูจ้วงผิงที่เขียนสูตรอาหารบางอย่างที่นางเดาเอาเองว่าใช้ยืนยันตัวตนระหว่างพ่อลูกได้
“พ่อของข้าเป็อย่างไร” พ่อครัวหูที่ทำท่าทางดั่งว่าสอนคุณหนูในห้องหอด้านข้างให้ปอกขิงไปด้วย
“ป่วยอยู่มาก ข้าหาเทียบยามารักษาให้ตามอาการแล้ว” แม้ว่าพ่อครัวหูจะทำเสียงดังกลบ แต่ลี่เฟยก็ยังเปิดปราณกั้นเสียงไว้ร่วมด้วยอีกชั้นหนึ่ง หากมีผู้แอบฟัง นางยอมเสี่ยงถูกสงสัยความสามารถ ดีกว่าให้รู้เนื้อหาของบทสนทนา
“ขอบคุณคุณหนูไป๋ ข้าไปเจอพ่อได้หรือไม่” หูจ้วงเผยปาดน้ำตาที่เอ่อออกมา หยิบจับของในครัวเพื่อทำน้ำแกงไปด้วย
ตัวเขาและบิดาพรากจากกันมานานหลายปี ยามมีอายุได้สิบปี มารดาของเขาหนีมายังแคว้นจ้าวเมื่อหูจ้วงผิงต้องโทษ ทิ้งให้สามีที่เป็พ่อครัวใหญ่ในจวนอ๋องท่านหนึ่งเผชิญหน้ากับเคราะห์ร้ายอยู่ผู้เดียว เพราะหาไม่แล้วทางการจำต้องยัดเยียดความผิดกักขังสองแม่ลูกตามไปเป็แน่
มารดาของพ่อครัวหูแต่งงานใหม่อีกครั้งกับพ่อบ้านในจวนขุนนางชั้นสูง ทำให้ตัวหูจ้วงเผยได้อานิสงส์จากเครือข่ายสังคมชั้นสูงผนวกกับฝีมือทำอาหารที่ได้รับการสั่งสอนจากบิดาผู้ให้กำเนิด ก้าวขึ้นมาเป็พ่อครัวที่หาตัวจับได้ยาก และในที่สุดได้มาเป็พ่อครัวใหญ่ประจำวังองค์ชายสาม
ตลอดเวลาที่ผ่านมาหูจ้วงเผยต้องหลบซ่อนว่ามีบิดาต้องโทษอยู่ในคุกของแคว้นอื่น ทำให้ไม่ได้ติดต่อกับหูจ้วงผิงบ่อยนัก จึงไม่รู้ว่าบิดาของตนถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดหลายรอบพระจันทร์
หูจ้วงผิงที่ถูกปล่อยตัวใช้การเดินเท้ามาที่แคว้นจ้าว ทำให้คลาดกับบุตรชายที่ตั้งใจส่งคนไปรับมาส่งเสียเลี้ยงดู
หูจ้วงเผยได้ข่าวคราวอีกคราก็เป็คนของฮองเฮานำชีวิตบิดามาบีบคั้น สั่งให้สืบความต่างๆ จากวังเมฆาแสงจันทร์เสียแล้ว
หูจ้วงเผยชะงัก เมื่อคิดถึงความจริงข้อนี้ได้ ภายในใจมีแต่ความสงสัยว่า เด็กอายุเพียงเท่านี้ตลบหลังฮองเฮาได้อย่างไร “เด็กน้อยอย่างเ้าเข้าไปช่วยเหลือคนได้อย่างไร”
“เื่นี้น่าอับอายนัก ข้าแอบไปหอคณิกาเพราะความอยากรู้ แต่ระหว่างทางกลับเห็นว่าเรือนหนึ่งมีควันไฟ ข้าเข้าไปสอดส่องเห็นว่ามีชายแก่อยู่ด้านใน จึงช่วยออกมา และพาไปซ่อนไว้ก่อน ลี่เฟยกลัวบิดามารดาดุจึงไม่อาจทำอันใดได้มากกว่านี้ เมื่อบิดาท่านฟื้น จึงได้รู้เื่ราวว่าเรือนนั้นเป็สถานที่จองจำ แต่ก็แปลกเพราะข้าไม่เห็นใครเฝ้ายามไว้ แต่ท่าทางบิดาท่านน่าสงสารจึงตกลงให้ที่ซ่อนใหม่” ไป๋ลี่เฟยคิดเื่โกหกที่ปะปนความจริงขึ้นมาทันท่วงที นางไม่แน่ใจนักว่าพ่อครัวหูจะเชื่อถือเพียงใด แต่อีกไม่นานคงของฮองเฮาย่อมต้องมาแจ้งข่าวกับหูจ้วงเผยอยู่ดี ยามนั้นคำพูดของนางย่อมมีน้ำหนัก “ข้าจะคอยรับส่งจดหมายให้ท่านกับบิดาได้พูดคุยดีหรือไม่”
“ย่อมเป็สิ่งดี หากบิดาข้าออกมายามนี้ย่อมถูกจับอีกครั้ง เช่นนี้อย่างน้อยยังได้พูดคุย โดยไม่หวาดระแวง คุณหนู้าสิ่งใด ข้ายินดีตอบแทน” หูจ้วงเผยชี้มือไปยังสมุนไพร ทำท่าทางให้ลี่เฟยหย่อนลงหม้อ เสมอว่าบทสนทนานี้มีเพียงเื่อาหาร “เคี่ยวและช้อนฟองออกจนใส”
“เ้าค่ะ…ท่านพ่อครัวใหญ่ ข้าไม่อยากให้มองว่าข้าใช้บิดามาบีบบังคับท่าน แต่เื่ที่้าให้ช่วยเหลือความจริงก็มีอยู่” ลี่เฟยเปลี่ยนท่าทีจากเด็กน้อยไม่ประสาเป็แววตาเรียบเฉย
“ว่ามา…” พ่อครัวใหญ่ร่างกายเกร็งขึ้นในทันที
“ข้า้าให้ท่านนำผงนี้ใส่ในอาหารขององค์ชายทุกมื้อ ทยอยทีละนิดไม่ต้องมาก”
“คุณหนู…จะให้ข้าวางยาองค์ชายหรือ” ยามนี้เป็เสียงน้ำเดือด และลับมีดของพ่อครัวหูที่พรางเสียงพูดคุยไว้
“ก็ไม่เชิง ยานี้ไม่มีผลอันตราย ไร้สีกลิ่นรส หากไม่รู้ว่ากำลังตรวจหาสิ่งนี้อยู่ จะไม่มีใครหามันพบ”
ลี่เฟยนำยากดปราณออกมาเทใส่น้ำแกงที่กำลังเคี่ยวอยู่ แล้วตักขึ้นมาซดไปเต็มคำ เพื่อให้พ่อครัวใหญ่มั่นใจว่าจะไม่มีความเสี่ยงใดตกมาถึงตัว
เหตุที่ลี่เฟยกล้ากลืนสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคือพิษลงท้อง เพราะผงยานี้มีข้อเสียคือผู้รับยาต้องได้รับเป็ประจำต่อเนื่องจึงจะเห็นผล การซดครั้งเดียวเช่นนี้ไม่นับว่าเป็อันใด นั่นจึงเป็เหตุให้ลี่เฟยต้องเจาะจงเลือกพ่อครัวของวังแห่งนี้
อีกทางหนึ่งคือลี่เฟยใส่ไว้ในแป้งผัดหน้าของซินหยาน หากจ้าวหลินไฉ่ใกล้ชิดกับคุณหนูรองสกุลไป๋จนเกินงามย่อมต้องสูดดมเพิ่มไปอีกทาง
“หากไม่ทำ…” หูจ้วงเผยเริ่มหน้างอง้ำ เหตุเพราะคุณหนูผู้นี้ก็ใช้งานเขามิได้แตกต่างจากฮองเฮา
“หากไม่ทำ บิดาท่านย่อมต้องหาทางเอาตัวรอดข้างนอกเอาเอง ข้าไม่ชอบทรมานผู้คน ข้าไม่ตัดอวัยวะของบิดามารดาผู้ใดมาส่งให้บุตรของเขาหรอกท่านพ่อครัว” คุณหนูใหญ่ไป๋คาดเดาเอาเองว่า ติ่งหูที่หายไปของหูจ้วงผิง คงเป็การทำเพื่อข่มขู่พ่อครัวหูให้จำยอม “ท่านจะกลัวอันใด ข้าดื่มน้ำแกงให้ดูแล้ว เห็นหรือไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เป็ปัญหา ถือว่าเป็การทำงานซื้อข้าอาหารที่พัก และความปลอดภัยให้บิดาไปเสียก็สิ้นเื่”
“…” หูจ้วงเผยไม่ตอบอันใดหน้าตาตึงเครียด
“อยู่กับข้าบิดาท่านจะปลอดภัย กินอิ่ม นอนหลับ ได้รับการรักษาอย่างดี ท่านคิดดูให้ดี”
“ตกลง” พ่อครัวหูกล่าว ก่อนจะดันตัวไป๋ลี่เฟยออก และนำน้ำแกงที่พร้อมแล้วเทใส่ถ้วยไว้
ลี่เฟยพยักหน้าตกลงว่าจะให้จูจูแสร้งเป็คนรักต่างวัยของพ่อครัวหูที่ยังไม่มีครอบครัว เพื่อตบตายามต้องแลกจดหมายและซองยา พร้อมข่มขู่ว่าหากผงยาเหล่านี้ไม่ถูกใส่ลงในร่างกายของจ้าวหลินไฉ่ คุณหนูไป๋ผู้นี้ย่อมรู้ได้
ต่อมาคุณหนูไป๋ก็ปั่นหัวให้หูจ้วงเผยอย่าริอาจบอกจ้วงผิง ว่านางใช้พ่อลูกหูเป็เครื่องมือเสมือนกับที่คนของฮองเฮาทำไม่ผิดเพี้ยน นางนำความสุขความสดใสของจ้วงผิงมาอ้างให้เขาเก็บงำความจริงไว้กับตัว
“อ๋อ หากถูกสั่งให้ทำอะไรก็พยายามเป็ปกติให้มากที่สุด อย่าแข็งข้อ หากพวกเขาบอกเื่บิดาให้แสแสร้งโศกเศร้าด้วย แต่ห้ามตัดความร่วมมือเด็ดขาด เพราะหากเ้าเป็หมากที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ทั้งยังดูอันตรายต่อตัวคนผู้นั้น เ้าย่อมถูกกำจัดในท้ายที่สุด” ลี่เฟยเว้นระยะครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงดังลั่นครัว “ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อครัวที่สอนสั่ง องค์ชายต้องชมชอบเป็แน่ น้ำแกงนี้กลิ่นหอมจนอบอวลเลยจริงๆ”
เมื่อกลับมาถึงองค์ชายสามไม่ได้สนใจพูดคุยกับผู้เป็คู่หมาย หรือแม้แต่ชายตามองน้ำแกงของไป๋ลี่เฟยสักนิด แต่ลี่เฟยย่อมไม่กังวล เพราะสำหรับนางแล้วยังมีเวลาอีกมากให้ผงยาสุดพิเศษนี้เข้าสู่ตัวจ้าวหลินไฉ่
ในขณะที่ข้าแข็งแกร่งขึ้น เ้าจะยืนย่ำอยู่จุดเดิม…ละเลยข้า หลู่เกียรติข้า ทำให้พอใจเถิดหลินไฉ่